facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

ตอนที่ 4-2 นักแสดงสาวคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4-2 นักแสดงสาวคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 13:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4-2 นักแสดงสาวคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ
แบบอักษร

​อูฮยอนพลิกวางนาฬิกาทรายแล้วเริ่มทำการรักษาโดยการทำเลเซอร์ให้คนไข้หญิงวัยหกสิบ ยิ่งกว่าการเข้ารับการรักษาแล้วมันคือการศัลยกรรม คนไข้มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มาเข้ารับการศัลยกรรมเพื่อความงามหรือแอนตี้เอจจิ้ง* แม้อุปกรณ์การรักษาจะเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างไปตามความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ ซึ่งสำหรับในด้านนั้น อูฮยอนก็เป็นแพทย์ที่ได้รับคำวิจารณ์ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงจนพวกแพทย์คนอื่นๆ เองก็มาเรียนรู้จากเขาเช่นกัน อีกทั้งรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แม้ปกติจะเป็นคนหยาบกระด้างและแข็งทื่อ แต่ก็จิตใจดีอ่อนโยนกับคนไข้ยิ่งกว่าใคร ไม่จำต้องเชิญชวนให้มาศัลยกรรมกันไปมากกว่านี้ชื่อเสียงของเขาก็ไม่ลดน้อยลง

“ขั้นต่อไปอาจจะแสบร้อนนิดนึงนะครับ ถ้าเจ็บ ไม่ต้องทน บอกผมได้เลยครับ”

“ฉันเริ่มมารักษากับผอ. ชาตั้งแต่เจ็ดปีก่อนใช่ไหมนะ อายุเกินหกสิบแล้วใครก็มองว่าแก่ลง มีแต่ฉันที่ยังเหมือนเดิม เงินนี่มันดีจริงๆ”

“ไม่ถึงกับเหมือนเดิมแต่ดูอ่อนเยาว์กว่าวัยเดียวกันไปสิบปีเลยนะครับ แต่นั่นมันไม่ใช่เพราะเงิน มันเป็นเพราะผมต่างหาก ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เงินมันก็ไม่ได้ดีไปหมดทุกอย่างหรอกครับ ต้องรักษาอย่างถูกวิธีให้แก่คนไข้เพื่อให้ผลลัพธ์เช่นนั้นมันออกมาสิครับ”

อูฮยอนพูดด้วยถ้อยคำชัดเจนและจริงจังจนคนไข้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความตลกและน่ารักของเขา

“ฉันพูดผิดสินะ ไม่ใช่เพราะเงินมันดี แต่เพราะได้พบกับแพทย์ประจำตัวที่ดีสินะคะ”

“ถูกต้องแล้วครับ ต่อไปผมจะพยายามมากยิ่งขึ้นในการรับผิดชอบด้วยการรักษาอันเยี่ยมยอดนะครับ”

การโอ้อวดอย่างน่ารักพร้อมทั้งการรักษามารยาทเสมอเป็นนิสัยที่พิเศษของอูฮยอน หากอูฮยอนพูดความรู้สึกที่อยากได้รับการยอมรับเหมือนกับเด็กๆ ด้วยถ้อยคำที่จริงจัง ผู้คนส่วนมากก็มักจะหัวเราะเสมอ และถ้าได้รับการยอมรับ คนก็ยิ่งยิ้มแย้มมากขึ้นอีกเวลาเห็นอูฮยอนดีใจ เพราะเหตุนั้นบรรยากาศภายในห้องที่รักษาของอูฮยอนจึงดีเสมอ หากไม่ใช่การตรวจรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรง


* * *


เมื่ออูฮยอนเสร็จสิ้นการตรวจรักษาช่วงกลางคืนแล้วจึงเปิดประตูเข้ามาในห้องของผู้อำนวยการ มองเห็นป้ายชื่อ ‘แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ชาอูฮยอน’ วางไว้หน้าโต๊ะและนามบัตร ‘ชาอูฮยอน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเหล่าคนผู้งดงาม’ บนชั้นวางของข้างๆ มีนาฬิกาทรายหลากหลายประเภทประดับโชว์ไว้อยู่ อูฮยอนค่อนข้างอ่อนไหวเรื่องเวลา แม้จะเป็นเหมือนความกดดันว่าต้องรักษาเวลาของสัญญาให้ดี แต่เพราะอูฮยอนเคยมีช่วงเวลามากมายที่ต้องอดทนกับมันตัวคนเดียว ก็เลยกดดันตัวเองว่าต้องใช้เวลาเหล่านั้นให้ดีเช่นกัน หากมองนาฬิกาทรายในระหว่างที่ใช้เวลาอยู่คนเดียวมันก็เหงาน้อยลงนิดหน่อย อูฮยอนจึงเลือกนาฬิกาทรายแต่ละอันแล้วพลิกมันตั้งบนโต๊ะก่อนจะเอนกายพิงเก้าอี้

“พักซักสิบนาทีแล้วค่อยออกแล้วกัน”

จากนั้นก็เอื้อมแขนไปที่บลูทูธเพื่อจะเปิดเพลง แต่มือก็ย้ายมาจับเข็มกลัดที่วางไว้ข้างๆ แทน

“ดีไซน์แบบคลาสสิกและก็เป็นเอกลักษณ์ด้วย จะตามหาเจ้าของมันยังไงดีนะ”

มองดูเข็มกลัดก็นึกถึงเหตุการณ์หน้าโรงละคร ช่วงเวลาที่เขารับคอลฉุกเฉินแล้ววิ่งออกมาอย่างไม่มีสติและตกใจกล้องกับฝูงคนที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นจนต้องหยุดพักหายใจชั่วครู่ มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะล้มตรงหน้า เขาจึงได้พุ่งตัวไปคว้าจับเธอไว้ด้วยสัญชาตญาณ ผู้หญิงคนนั้นสั่นงกๆ ไปทั้งตัวแถมยังกลั้นหายใจ หลังจากนั้นเธอจึถามเขาด้วยเสียงสั่นๆ เหมือนเด็กน้อยว่าตัวเองเป็นอะไรหรือเปล่า โอเคแล้วใช่ไหม หรือว่า...อูฮยอนหยุดความทรงจำในสถานการณ์ที่กอดรัดยูจองไว้จากด้านหลังแล้วลองนึกคิดดู

“ของผู้หญิงคนนั้นเหรอ อย่างงั้นก็ต้องรู้ว่าเป็นใครก่อน ถึงจะคืนมันได้สินะ”

จู่ๆ อูฮยอนก็เกิดความหิวจนมีเสียงท้องร้องดังโคร่กออกมา พอคิดดูแล้วก็ยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเลย เขาเกลียดความรู้สึกหิวนี้จริงๆ

“ออกไปกินอะไรดีกว่า กินแล้วค่อยคิดไปด้วย”

อูฮยอนลุกพรวดถอดเสื้อกาวน์ออกและคว้าเสื้อโค้ทจะเดินออกจากห้องไป แต่ดงฮุนซีอีโอของโรงพยาบาลกลับเดินเข้ามาพร้อมเค้กกับชาแล้วก็กล่อง พออูฮยอนมองเห็นอาหารที่ดงฮุนถืออยู่ในมือก็ยิ้มออกมา

“ไม่ได้เห็นฉันแล้วยิ้มหรอกสินะ คงเห็นของกินแล้วยิ้มออกมาใช่ไหมล่ะ นายนี่อดทนชำแหละอะไรๆ ที่น่ากลัวได้ทั้งนั้น แต่ทนหิวไม่ได้เนี่ยนะ ก็ไม่ได้กินเยอะสักหน่อยนี่”

“ก็อย่างที่บอก เวลามีงานนู้นนี่ยุ่งเหยิงแบบนี้ มันก็เกิดอาการแบบนั้นขึ้นมาล่ะมั้ง”

ก่อนที่ดงฮุนเอาชั้นลงจากโต๊ะ อูฮยอนก็หยิบจานเค้กมาเพื่อลองชิม ถ้าเป็นอาหารที่ไม่อร่อยไม่ว่าจะหิวแค่ไหนเขาก็ไม่กิน แต่มันรสชาติที่อูฮยอนชอบ ถ้าอูฮยอนรู้สึกดีขึ้นมามุมปากทั้งสองก็จะค่อยๆ เริ่มยกยิ้ม ดงฮุนเห็นอูฮยอนอารมณ์ดีขึ้นแล้วเลยคิดว่าจะพูดสิ่งที่คิดออกมาเลยดีไหมนะ... แต่อูฮยอนก็รู้ทัน

“ทำไมมองผมบ่อยแบบนั้น มีอะไรจะขอผมเหรอ เรื่องอะไรล่ะ”

ทั้งคู่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะและอยู่โรงพยาบาลเดียวกันมาสองปีแล้ว แค่ฟังเสียงหายใจของดงฮุน เขาก็รู้ภายในใจหมดแล้ว ดงฮุนปิดบังมันไว้แต่ไม่เนียน อูฮยอนจึงเข้าใจสิ่งที่อยู่ภายในใจของอีกคนได้อย่างรวดเร็ว

“ไม่ อูฮยอน คือว่า...”

“จะบอกให้หยุดอาสารักษากับฟื้นฟูการบำบัดเหรอ เรื่องค่าใช้จ่ายมันก็เป็นหน้าที่ของผมทั้งหมดอยู่แล้วนี่ มีอะไรที่โรงพยาบาลเสียหายด้วยเหรอ”

“ไม่ ไม่มี... ก็เป็นเรื่องถูกแล้วที่ทำสิ่งดีๆ แต่นายเป็นทายาทแชโบล** รึไง”

อูฮยอนที่กินอย่างเอร็ดอร่อยก็วางส้อมลงก่อนจะทำหน้าเครียดแล้วแผดเสียงออกมา

“ไม่ใช่ไง ไม่ใช่แน่นอน จะพูดเรื่องทายาทแชโบลออกมาทำไมล่ะ?!”

“ก็พูดเล่นแล้วจะโมโหอะไรขนาดนั้น นายก็รวมเงินเปิดโรงพยาบาล ซื้อตึกไม่ใช่เหรอ...อะไรอะ ก็ต้องพูดแบบนั้นดิ”

อาจจะเป็นเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้เลยเผยความรู้สึกออกไป อูฮยอนจึงจับจานเค้กแล้วกินมันอย่างเอร็ดอร่อยอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศโดยเร็ว

“อาจจะเป็นบ้านหลังนึงของผมก็ได้ ตึกอะไร...แต่ผมก็ไม่คิดจะเปิดโรง’บาลหรอก เป็นด็อกเตอร์ที่กินเงินเดือนไป~เรื่อยๆ แบบนี้ก็สบายใจแล้ว เพราะงั้นขึ้นรายได้ต่อปีให้หน่อยสิพี่ ตลอดสองปีมานี้หาเงินได้เยอะสุดๆ ไปเลยนี่ เพราะผมด้วย”

“นายมาโรง’บาลเรายอดก็เพิ่มขึ้นไปตั้งเท่าไหร่ แล้วเป็นเพราะนายทำเงินได้เยอะ มันก็ต้องเจรจาเรื่องรายได้ประจำปีสิเนอะ แต่อูฮยอน แค่ออกรายการไม่กี่ครั้ง นายจะได้ฟันรายได้เป็นสองเท่าเลยนะ!”

อูฮยอนวางจานลงอีกครั้งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดพอๆ กับเมื่อสักครู่ วางเนื้อหาทั้งหมดให้ดงฮุนเห็น

“พี่ปล่อยข่าวว่าผมจะหมดสัญญาเดือนหน้าเหรอ ทุกคนรู้กันได้ไงนะ คลินิกโลกสวยก็ให้รายได้ต่อปีมากกว่าที่นี่ถึงห้าเท่า โรงพยาบาลพริตตี้ก็ให้เช็กเปล่ามาเลยนะ”

“โอย~จริงๆ เลย เข้าใจแล้ว จะไม่พูดเรื่องถ่ายรายการอีกแล้วก็ได้ แล้วอยากได้เท่าไหร่ล่ะ รายได้ต่อปีอะ”

“ก็ให้ตามที่พี่คิดเลย ผมไม่ชอบออกสื่อจริงๆ นะ พี่ช่วยเข้าใจเหตุผลนั้นหน่อย เดี๋ยวผมดูผู้ป่วยวีไอพีเพิ่มแทนการไปถ่ายรายการแล้วกัน แบบนั้นได้ใช่ไหม”

“จะได้ไม่ได้ ฉันก็ต้องให้นี่ นายห้ามไปที่อื่นนะ~ แล้วเมื่อไหร่จะยอมไปเจอน้องสะใภ้ฉันอะ พ่อตาฉันมีตึกแค่ที่คังนัมก็ตั้งห้าตึกแล้วนา น้องสะใภ้ก็สวย ฉันศัลยกรรมให้เธอเองเลย~”

“สไตล์ศัลยกรรมของพี่ไม่ใช่สไตล์ผมอะ แล้วก็ผมจะไม่แต่งงานด้วย”

อูฮยอนลุกขึ้นเก็บโต๊ะแล้วหยิบเสื้อโค้ทมาสวมก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่สนใจ

“ทำไม ทำไมไม่แต่ง หน้าแบบนาย ความสามารถแบบนาย”

อูฮยอนส่งสายตาไปหาดงฮุนแล้วย้อนถามด้วยสีหน้าที่ไร้รอยยิ้ม

“พรุ่งนี้ มะรืนนี้ แม่ผมจะแต่งงานเป็นรอบที่ห้าแล้ว ถ้าพี่เป็นผมจะทำยังไงล่ะ”

“แค่ได้ยินคำว่าแต่งงานก็ปวดหัวแล้ว ขอโทษนะ พี่ผิดอีกแล้ว แต่งงาน รายการ สองคำนี้จะไม่ออกมาจากปากพี่อีก”

ดงฮุนเวทนากับคำตอบที่ไม่ได้คาดคิดของอูฮยอน อูฮยอนหันหลังเดินออกจากห้องไปก่อนเป็นคนแรก


* * *


เมื่ออูฮยอนเดินออกมาที่ล็อบบี้พร้อมดงฮุน ก็พบว่าพยาบาลทั้งหลายต่างรวมตัวกันหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วพูดเรื่องไร้สาระกันอย่างออกรสและกำลังจดจ่อจนไม่รู้ว่าอูฮยอนกับดงฮยอนเดินเข้ามา จนดงฮุนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นจึงเข้าไปใกล้ๆ เหล่าพยาบาลแล้วเอ่ยถาม

“ทุกคนยังไม่เลิกงานเหรอ มารวมตัวดูอะไรกันแบบนี้ มีข่าวใหญ่งั้นเหรอ”

“อุ้ยตาย... ผอ. เพิ่งออกมาคงจะไม่ทราบ แต่ไม่ใช่ข่าวใหญ่หรอกค่ะ กำลังย้อนดูคลิปที่ชาวเน็ตบอกว่าประทับใจนักแสดงสาวสักคนที่พูดคำกล่าวรับรางวัลในงานประกาศรางวัล แล้วก็ถกเถียงกันอยู่ค่ะ”

“ประทับใจมากขนาดไหนถึงกับย้อนดูวิดิโอกันเลยเหรอ”

“เริ่มพูดด้วยเรื่องที่ทำของที่คุณแม่ให้มาหายไป แล้วก็เปิดเผยเหตุการณ์ของครอบครัวเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกสะเทือนใจสิคะ”

อูฮยอนฟังสิ่งที่ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษก่อนจะพูดแทรกขึ้นมาทันทีเพื่อขอตัวไปก่อน

“ไปก่อนนะครับ พรุ่งนี้เจอกัน”

แต่เรื่องที่อูฮยอนได้ยินข้างหลังกลับดึงรั้งตัวเขาไว้

“แล้วก็พูดว่าให้ช่วยหาของที่หายไป ไม่แน่ใจว่าสร้อยหรือเข็มกลัด...”

อูฮยอนหยุดเดินเมื่อได้ยินคำว่าเข็มกลัดแล้วหันกลับไปถาม

“นักแสดงสาวคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ”


* เวชศาสตร์ชะลอวัย​

** กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพลทางการค้าและการลงทุนในประเทศเกาหลีใต้​

ความคิดเห็น