ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 อิ้งไป๋หู่ (Rev.)

ชื่อตอน : บทที่ 5 อิ้งไป๋หู่ (Rev.)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2563 16:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 อิ้งไป๋หู่ (Rev.)
แบบอักษร

 

#เมืองอีชาง แคว้นอิ้งเทียน 

หลังจากเกาจงตามหาคนผู้นั้นแต่กลับไร้วี่แวว จนถึงวันนัดแนะกับผู้ส่งสารลับเกาจงจึงต้องหยุดตามหาและไปยังห้องอีกห้องหนึ่งในโรงเตี๊ยมที่ตนพักอยู่ โดยมีเหล่าผู้ติดตามคอยระวังภัยมากยิ่งขึ้น 

ครืด ปึก 

เสียงเปิดประตูแล้วปิดลงในห้องมีเพียงร่างชายหนุ่มสูงใหญ่แต่ก็ยังดูเตี้ยและบางกว่าเกาจง สวมใส่ชุดแพรชั้นดีสีฟ้า แต่จะมีสิ่งใดสะดุดตาเท่ากับหน้ากากพยัคฆ์ขาวนั้น 

"ข้าขอคารวะท่าน ข้ายินดียิ่งนักที่ท่านยอมมาพบข้า" ผู้สวมใส่หน้ากากกล่าวทันทีที่เกาจงเดินเข้าห้อง 

"เจ้าเป็นใคร มีเรื่องอันใดถึงต้องการพบนายท่านของข้า" เป็นหยางสือที่เอ่ยถามแทนผู้เป็นนาย ถึงคนตรงหน้าจะบอกได้ดีว่าเป็นใครแต่ก็ต้องถามไถ่ เพื่อความแน่ใจ 

"ข้าว่านายของท่านทราบอยู่แล้วว่าข้าเป็นใคร ที่นี่จะมีผู้ใดที่กันที่สวมใส่หน้ากากพระราชทานนี้ตลอดเวลา แต่เพื่อความสบายใจของท่าน ข้าขอแนะนำตัวชื่อของข้าคือ อิ้งไป๋หู่ รองแม่ทัพเมืองอีชาง" ชายสวมหน้ากากตอบหยางสือและแนะนำตัวเองทันที 

"มีเหตุใดก็รีบพูดเสีย ข้าไม่มีเวลามาพูดกับเจ้ามากความ" เกาจงเปิดประเด็นในทันที ตนเองรู้สึกได้ว่าคนคนนี้รูปร่างผิวพรรณและน้ำเสียงชั่งคล้ายกับผู้ที่ตนอยากเจอมาก แต่ก็แค่คล้ายเท่านั้นมีบางอย่างบอกตนว่าไม่ใช่คนที่ตนตามหา 

"ข้าอยากให้ท่านบุกตีแคว้นอิ้งเทียน" 

"หึ..ด้วยเหตุใด" เกาลงเลิกคิ้วถามคนตรงหน้าทันที 

"เพราะข้าเกลียดแคว้นนี้ เกลียดคนที่ทอดทิ้งข้า ทำให้ข้าต้องทนทุกข์ อยู่อย่างไร้ซึ่งเกียรติอย่างที่องค์ชายควรจะได้รับ หากท่านพอทราบมาบ้างว่าข้าถูกส่งมาที่นี่เพราะใครและเพราะเหตุใด แต่เหตุผลที่แท้จริงนั้น ข้าถูกเนรเทศมายังที่เมืองชายแดนนี้ต่างหาก ทนทุกข์ต่อคำติฉินนินทา อยู่อย่างอับอาย ข้าแค้นใจฮ่องเต้อิ้งเทียนที่เกลียดข้าทำให้ข้าต้องเป็นแบบนี้ เหตุผลข้ามีเพียงเท่านี้" ร่างสวมหน้ากากพูดขึ้น 

"หึ ข้าจะรู้ได้เยี่ยงไรว่าเจ้าคือองค์ชายสี่ จริงในเมื่อไม่เคยมีผู้ใดพบหน้ามาก่อนเลยทั้งแต่ยัง 10 ชันษา ข้าจะแน่ใจได้อย่างไร เมื่อเจ้าใส่หน้ากากคุยกับข้าแบบนี้" เกาจงเองก็ยังถามอีกฝ่ายเช่นเดิม 

"เพื่อความสบายใจของท่านได้ ข้าจะยอมเปิดหน้าให้ท่านดูเพราะว่าข้ามีหน้าตาคล้ายฮองเฮามารดาข้าที่สุด" เมื่อพูดจบร่างที่สวมหน้ากากนั้นก็เปิดหน้ากากออกมาทันที และเมื่อเปิดออกมาแวบแรกที่เกาจงเห็นคือใบหน้าที่งดงามราวสตรี และแวบเดียวที่ใบหน้านี้ชั่งคล้ายกับคนที่ตนหาอยู่ 

"เจ้าจะช่วยข้ายังไง แล้วเจ้าจะได้อะไร" เกาจงถามอีกถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย โดยที่สายตายังไม่ละจากใบหน้างามนั้น 'คล้ายมากหลายส่วนจริงๆ คนผู้นี้เกี่ยวข้องอะไรกันถึงได้มีใบหน้าที่คล้ายกันถึงเจ็ดส่วน' เกาจงได้แต่เอ่ยเพียงในใจเท่านั้น 

"ข้าจะช่วยเปิดทางให้ท่านโดยใช้ทหารที่ภักดีต่อข้า ท่านคงทราบว่าข้าคือรองแม่ทัพย่อมมีผู้อยู่ใต้บัญชา เมื่อท่านทำสำเร็จข้าขอแค่บัลลังก์และจะอยู่ภายใต้การปกครองของท่านตลอดไป หากท่านไม่มั่นใจข้าร่างสัญญาไว้แล้วพร้อมทั้งลงชื่อและตราประทับและจะมอบให้ท่าน" อีกฝ่ายยื่นสิ่งที่ตนเตรียมไว้ให้เกาจง 

"หึ...ขอข้าคิดดูก่อนรบกับแคว้นเจ้าไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเจ้าก็รู้แคว้นข้าไม่เคยเข้าตีใครก่อน" เกาจงกอดอกบอกออกไป 

"ข้าทราบดี...แต่ถ้าด้วยฝีมือและกำลังรบที่กล่าวขานข้าเชื่อว่าท่านชนะได้อย่างแน่นอน แลกกับการกระจายอำนาจของท่านมันก็น่าเสี่ยงไม่ใช่หรือ" ใบหน้างานยังคงหว่านล้อมเกาจง 

"ข้าขอคิดดูก่อน ถ้าตกลงข้าจะส่งคนสนิทส่งข่าวบอกเจ้า กลับได้แล้ว" เกาจงบอกกันตรงหน้าก่อนจะบอกกับคนสนิทแล้วเตรียมเดินออกไป 

"ข้าจะรอคำตอบของท่าน และอยากขอร้องท่านเมื่อพบกันข้างนอกข้าจำเป็นต้องทำเป็นไม่รู้จักท่านเพื่อความปลอดภัย" ใบหน้านามตอบพร้อมก้มหัวให้เพื่อส่งแขก แล้วยกยิ้มมุมปาก 

"แล้วแต่เจ้า" เกาจงเดินจากไปทันที 

เมื่อเกาจงและคนสนิทเดินพ้นจากบริเวณที่นัดหมาย 

"นายท่าน ข้าว่ามันแปลกๆ นะขอรับ" หยางสือกล่าวกับนายทันทีที่พ้นเขตนัดแนะ 

"ใช่แปลก และง่ายเกินไปที่อีกคนยอมเปิดใบหน้าทั้งที่ไม่เคยเปิดให้ใครเห็น" เกาจงตอบไปเดินไปโดยที่มือทั้งสองไขว้หลังแต่น้ำเสียงฟังดูไม่สนใจนัก 

 

ณ อีกด้านของโรงเตี๊ยม 

"เหตุใดองค์ชายรองถึงต้องนัดข้ามาที่นี่" ไป๋หู่ถามพี่ชายต่างมารดาของตนหลังจากที่ตนมาตามนัดและพบว่าผู้ที่นัดนั้นคือใคร 

"อย่าพูดอย่างนั้น ข้าแค่อยากมาเยี่ยมเจ้าเท่านั้น เหตุใดต้องมีเรื่องใดด้วย" องค์ชายรอง'เฉิ่นกว่าง' พูดขึ้นยกยิ้มที่มุมปาก 

"ข้าแค่มาดูว่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ตั้งเจ็ดปีเชียวนะที่เจ้าอยู่ที่นี่" เฉิ่นกว่างกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะ 

"..." 

"ร่วมโต๊ะกับข้าสักหน่อยละกัน" เมื่อไม่มีเสียงใดออกมาจากหน้ากากนั้น เฉิ่นกว่างก็ชวนอีกฝ่ายร่วมโต๊ะ 

จนเวลาผ่านไปสักระยะ การร่วมโต๊ะอาหารอย่างไม่เต็มใจนักก็จบลง ไป๋หู๋ขอตัวกลับออกไปทันทีโดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีรั้งไว้เหมือนแต่แรก ตนเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเพราะเหตุใด 

คล้อยหลังไป๋หู่เดินจากได้สักพักประตูก็ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับร่างอีกคน 

"ทางนั้นเรียบร้อยดีหรือไม่" เฉิ่นกว่างถามอีกคนที่เข้ามาทันที 

"พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรอง" / "ดี หึๆๆๆ " 

 

วันต่อมา 

ณ ตลาดเกาจงยังคงเดินดูความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนี้อยู่ จนสะดุดตากับร้านขายเครื่องดนตรีตนจึงเดินเข้าไปใกล้และเห็นขลุ่ยไม้ไผ่เนื้องามอย่างดี 

พรึบ / กึก 

เมื่อฮ่องเต้เกาจงเอื้อมมือหมายจะจับขลุ่ย แต่ก็มีนิ้วขาวราวหิมะจับขลุ่ยชิ้นนั้นพร้อมตน และเมื่อหันไปตนก็พบกับร่างที่สวมหน้ากากพยัคฆ์ขาวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ตนรู้สึกแปลกออกไปจากในโรงเตี๊ยม คนคนนี้เหมือนคนผู้นั้นไม่มีผิดความรู้สึกเกาจงบอกแบบนั้น 

"เจ้าอยากได้รึ...ข้าเองก็อยากได้ไปฝากคนผู้หนึ่งเช่นกัน" เกาจงเปิดปากถามอีกฝ่าย หวังให้อีกฝ่ายโต้ตอบกลับมา 

"..." 

ไร้วี่แวว อีกฝ่ายไม่ตอบแถมยังจะเดินหนี 

"ข้าเพิ่งรู้ว่ารองแม่ทัพเมืองอีชางเป็นผู้ไร้มารยาทสิ้นดี ไม่รู้ว่าเพราะว่าข้านั้นเป็นคนธรรมดารึไม่ถึงได้ดูแคลนกันเสียจริง น้ำใจคนเมืองนี้แบบนี้นี่เอง" เกาจงกล่าวลอยๆ ขึ้นมาทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหนี 

"จะว่าก็ว่าข้าผู้เดียว อย่ากล่าวรวมถึงผู้อื่น" เกาจงยกยิ้มมุมปากทันที 'เจอเสียที ข้าหาเจ้าเจอแล้ว' ได้เพียงแค่พูดใจในเพียงแค่นั้น ส่วนไป๋หู่เองก็ตกใจยามที่รู้ว่าคนตรงหน้าคือคนที่เจอคืนนั้น ตนกำลังจะเดินออกไปแต่ด้วยอีกฝ่ายนั้นพูดจาราวกับว่าคนในเมืองอีชาง ตนจึงจำเป็นต้องโต้ตอบกลับไป และคิดว่าอีกฝ่ายคงจำตนไม่ได้เพราะตนใส่หน้ากาก แต่ไป๋หู่คิดผิด เพราะว่าอีกฝ่ายจำตนได้อย่างแม่นยำ 

"ข้าคงไม่กล้าว่าท่านรองแม่ทัพหรอก ข้าเป็นคนเมืองอื่นมาที่นี่ก็ไม่รู้จักที่ใด หากท่านรองแม่ทัพจะเห็นใจช่วยแนะนำที่นี่และพาข้าเที่ยวชมเมืองได้หรือไม่" 

"..." ไป๋หู่เลือกที่จะเงียบ 

"หึ สงสัยเพราะข้านั้นคงต่ำต้อยและไม่คู่ควรที่ท่านจะสนใจสินะ " เกาจงแสร้งกล่าวเสียงเศร้าเพื่อเรียกร้องความสนใจอีกฝ่าย 

"ท่านจะไปที่ใด ข้าพอมีเวลาสักหน่อย" ไป๋หู่เองเมื่อได้ยินแบบนั้นก็เกรงว่าผู้อื่นจะเข้าใจตนผิดว่าถือตัวกับผู้อื่น โดยที่ตนก็มองออกว่าอีกฝ่ายจงใจพูดให้ผู้คนในตลาดได้ยิน เลยจำเป็นต้องรับคำไปก่อนแล้วค่อยผละออกหลังจากนี้ 

"ข้าขอบคุณ ข้าอยากไปหลายที่เลยหึ ๆ " และทันทีที่ไป๋หู่นั้นรับปาก เกาจงก็ก้าวเท้ายาวหาอีกคนพร้อมกับจูงมือที่ขาวราวหิมะนั้นแล้วเดินไปตามทางที่ตนอยากพาไปทันที 

"ข้าว่า ท่านควรปล่อยมือข้าน่าจะดีกว่า" ไป๋หู่ตกใจการกระทำของอีกฝ่ายไม่น้อย และพยายามจะปัดมืออีกฝ่ายออก แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทำให้ไป๋หู่รู้ได้ทันทีว่าอีกคนมีฝีมือและวรยุทธ์อย่างมาก หากประมือกันเขาเกรงว่าอาจพ่ายแพ้อีกคนเป็นแน่ 

"ไปกับข้าหน่อยเถอะ ถือเสียว่าทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี อีกอย่างมือของเจ้านุ่มลื่นดี" เกาจงก็หยอกล้อไป๋หู่กลับไปทำให้หยางสือทำหน้าเหวอ เพราะไม่เคยเป็นผู้เป็นนายทำตัวเช่นนี้ 

"อย่างนั้นข้าจะไม่ไปกับท่าน" ไป๋หู่เอ่ยเสียงเย็นกดดันอีกฝ่ายอีกครั้ง เพราะเขาไม่เคยมีใครจับมือถือแขนอย่างนี้มานานมากแล้ว 

"ถ้าข้าปล่อย เจ้าจะไปกับข้าได้หรือไม่" เมื่อได้เสียงน้ำเสียงที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา เกาจงจึงหันหน้าไปถามอีกฝ่ายด้วยท่าทางที่แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน สุขุม เยือกเย็น และมีอำนาจน่าเกรงขาม นั้นคือสิ่งที่ไป๋หู่สัมผัสได้ในทันที คนผู้นี้เป็นใครกันเห็นใดถึงมีราศีออกมาเช่นนี้ ไหนจะผู้ติดตามที่ดูจะมีฝีมืออีกห้าคนที่อยู่โดยรอบรวมถึงอีกคนที่เดินตามมาติดๆ ก็มีสง่าราศีรวมกับว่าเป็นแม่ทัพเสียอย่างนั้น จาดการที่ตนสังเกตเห็นและคนสนิทที่ดูจะระแวดระวังตลอดเวลา 

"ท่านต้องการสิ่งใดจากข้า" ไป๋หู่เองต้องหาทางออกเพราะยังประเมินไม่ได้ว่าอีกฝ่ายมาดีหรือร้าย 

"ข้ามาตามหาคน คนที่ทำให้ข้าต้องเดินทางมาที่นี่ ข้าอยากให้เจ้าช่วยข้า ข้าเชื่อว่าเจ้าช่วยข้าได้" เกาจงปล่อยมือไป๋หู่เอามือไขว้หลังแล้วหันมาหาไป๋หู่อย่างเต็มตัว แล้วตอบสิ่งที่อีกฝ่ายถาม ไป๋หู่เองเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามตนเหมือนตอนแรก แต่อีกฝ่ายกลับพูดจาดูน่าเชื่อถือทำให้ไป๋หู่เองก็ลังเลเล็กน้อย 

"เชิญท่านนำทาง ข้าจะไปกับท่าน...เชิญ" เมื่อตัดสินใจได้ไป๋หู่ก็บอกอีกฝ่าย เพราะตนเองก็อยากรู้เช่นกันว่าคนผู้นี้มาเมืองนี้ด้วยเหตุใดและเป็นภัยต่อบ้านเมืองตนหรือไม่ 

เกาจงเดินนำไป๋หู่เรื่อยๆ จนพ้นเขตเมืองเข้าเขตลำธารใหญ่ จนไปหยุดอยู่ศาลาริมลำธารทั้งสองเดินเข้าไปในศาลานั้นแล้วยืนมองลำธารที่กำลังไหลอย่างเอื่อยเฉื่อย 

"ท่านมาเมืองอีชางทำไม แล้วท่านเป็นใครมาจากเมืองใด" ไป๋หู่เปิดปากถามออกมาก่อน 

"ข้ามาตามหาคนที่ข้าเจอเพียงครั้งเดียว คุยด้วยเพียงไม่กี่คำ แต่กลับจดจำจนขึ้นใจ ใบหน้าที่งดงาม ผิวขาวราวหิมะ แต่กลับมีดวงตาที่แสนเศร้า ข้าพบคนผู้คนเมื่อหลายคืนก่อน เพราะเสียงขลุ่ยข้าเลยตามเสียงนั้นไปและพบคนผู้นั้น และนั้นทำให้ข้าต้องมาตามหาเขาที่นี่ ส่วนข้าเป็นใครนั้นข้าจะบอกคนผู้นั้นเมื่อคนผู้นั้นตอบรับคำขอของข้า" เกาจงบอกเล่าเรื่องราวที่ทั้งสองต่างรู้ดีกว่าใคร โดยสารตายังคงจ้องมองไปบนผืนน้ำ 

"ทำไมต้องตามหาในเมื่อเพิ่งพบเจอ จะสำคัญอะไร" ไป๋หู่ถามออกมาทันที ทำไมคนผู้นี้ถึงตามหาตน 

"เพียงเพราะมิชอบให้ดวงตาที่แสนจะงดงามนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง ข้าเพียงอยากเห็นดวงตาคู่นั้นมีรอยยิ้มคงจะงดงามหาผู้ใดเทียบได้ และไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องนำเขามาเป็นของข้าให้ได้" เกาจงเจตนาของตนออกไปแล้วปรายตาดูอีกคน 

"ท่านนิยมบุรุษด้วยกันอย่างนั้นหรือ ถึงพูดเช่นนั้นออกมา" ไป๋หู่ถามออกมาอย่างสงสัยปนตกใจในสิ่งที่ได้ยิน 

"หึ ๆ ข้าไม่ได้นิยมบุรุษด้วยกันยกเว้นคนผู้นั้นเพียงผู้เดียว และข้าคิดว่าจะมีเพียงเขาผู้เดียวในโลกนี้ที่ข้ารู้สึกแบบนี้" เกาจงยังบอกสิ่งที่ตนอยากให้อีกฝ่ายรู้ 

"แล้วจะให้ช่วยอะไร จะให้ข้าช่วยตามหาใช่หรือไม่" ไป๋หู่ถามอีกฝ่ายและตำหนิอีกฝ่ายในใจ บอกว่าเจอเพียงแค่นั้นก็จดจำจนติดตาติดใจ 'หึ เขายืนอยู่ต่อหน้าด้วยซ้ำกลับไม่รู้ตัว' 

"เปล่า...ข้าแค่จะฝากข้อความถึงเขา" เกาจงหันหาไป๋หู่ทั้งตัวแล้วเดินเข้าชิดอีกฝ่า แล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายเสมือนว่าไม่มีหน้ากากกั้นไว้ 

"..." 

"บอกเขาว่า...อีกไม่นานข้าจะนำเขากลับไปกับข้า ไปเป็นคนของข้า ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ดวงตาเศร้าคู่นั้นมีเพียงรอยยิ้ม คอยปกป้องเพื่อมิให้ดวงตานั้นกลับไปเศร้าหมองอย่างเดิม ไม่ว่าใครบนโลกนี้ก็มิอาจทำร้ายเขาได้อีก ข้าจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาไม่มีวันปล่อยให้เขานั้นเจ็บปวดเพียงผู้เดียว ข้าสาบานทุกอย่างที่ข้าพูดนั้นเป็นคำสัตย์ ขอเพียงคนผู้นั้นตอบรับน้ำใจของข้า ของสำคัญชิ้นนี้ข้ามอบให้ หากตอบรับคำของข้าและต้องการให้ข้ามารับ...ข้าจะมารับให้สมเกียรติ...ข้าให้คำสัตย์" ประโยคฝากบอก ที่ไป๋หู่ฟังยังไงก็เหมือนกับอีกฝ่ายพูดกับตน ไม่สิสัญญากันตนมากกว่า ไหนจะของที่อีกฝ่ายยื่นใส่มือของตนนั้นเป็นหยกสีแดงลวดลายดังเช่นหงส์แต่ดูเหมือนจะเป็นหยกคู่ที่มีอีกข้างคู่กัน 

“เหตุใดถึงมอบของให้ข้า มิกลัวข้ายึดไว้เป็นของตัวเองหรือ” ไป๋หู่เอ่ยขึ้นหลังจากทั้งตัวทัน ‘คนผู้นี้จู่โจมไวเสียจริง’  

"ข้ารู้ว่าทุกคำที่ข้าพูดจะส่งถึงทุกคำ...ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจในความหมายของข้า...แล้วข้าจะรอ...แต่อย่านานนักไม่อย่างนั้นข้าจะบังคับให้ไป หึๆๆๆ ข้าคงต้องขอตัวข้าพูดธุระของข้าเสร็จแล้ว" เกาจงก้มลงกระซิบข้างใบหูของไป๋หู่ แถมยังเจตนาสูดดมกลิ่นหอมของอีกฝ่าย แล้วผละออกจากนั้นก็เดินจากไปทิ้งไป๋หู่ยืนอยู่แบบนั้น 

"..." ไป๋หู่ยังตกใจในประโยคสุดท้ายที่อีกฝ่ายพูดไว้ น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าตนนั้นพูดจริงทุกคำ สายตาที่มองมานั้นมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด สายตาที่ทำให้ไป๋หู่นั้นเกรงกลัวแปลก ๆ ที่สำคัญหัวใจตนกลับเต้นแรงขึ้นราวกับมันอยากออกมาข้างนอกเสีย 

"ท่านเป็นใครกัน ต้องการสิ่งใด..." ไป๋หู่เอ่ยเพียงเท่านั้นมองไปยังทิศที่ร่างสูงแกร่งเดินไป แม้ตอนนี้จะไร้เงาคนผู้นั้นแล้วก็ตาม ก่อนจะก้มมองดูหยกแดงที่อยู่ในมือตน ลูบมันเบาพร้อมกันพูดแผ่วเบาเหมือนกระซิบออกมา 

“จริงหรือ หึ..เป็นไปมิได้หรอก ข้าไม่เคยได้รับมานานแล้ว” 

 

 

TBC. 

ตัวอย่างหยกคู่ที่บอกนะคะ เอาทั้งสองรูปรวมกันแล้วจินตนาการเอาให้ได้หยกแดงคู่มังกร+หงส์นะคะ 

 

 

ความคิดเห็น