facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

ตอนที่ 4-1 นักแสดงสาวคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4-1 นักแสดงสาวคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 12:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4-1 นักแสดงสาวคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ
แบบอักษร

ตอนที่ 4 นักแสดงสาวคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ


“ใช่ พี่ลองไปขอรูปจากพวกนักข่าวกันเถอะ ถ้ามีรูป แป๊บเดียวก็คงหาเจอ”

เสียงของยูจองสดใสขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากออกมาจากงานประกาศรางวัล ถึงจะได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมแต่ก็รู้สึกพึงพอใจได้ไม่เต็มที่ เพราะเข็มกลัดไม่ใช่แค่มรดก แต่เป็นสิ่งที่คุณแม่ได้รับมาจากคุณยายและเป็นของรักของหวง ก่อนจะตกทอดมาถึงยูจองอีกที เธอจึงยิ่งรู้สึกผิดกับทั้งคุณแม่และคุณยาย แต่ถ้าหากตามหาคนๆ นั้นเจอ เธอก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมานิดหน่อยเหมือนเป็นความหวังที่เชื่อมโยงว่าเข็มกลัดจะกลับมาอยู่ในมือของเธอได้

“เห็นไม่ค่อยละเอียดแต่มองแวบๆ แล้วเหมือนจะหล่อมากเลยนะ... นักแสดงรึเปล่า”

ฮยอนซูพูดอีกประโยค เป็นตัวจุดไฟให้กับความตั้งใจในการหาผู้ชายคนนั้นของยูจองเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น

“อ๋อใช่ ก็อาจจะเป็นนักแสดงก็ได้”

แต่แชกยองก็พูดตัดบทว่าคำพูดของยูจองเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

“ไม่ใช่นักแสดงหรอก ถ้าเป็นนักแสดงจะมองข้ามโอกาสที่ฟ้าประธานมาให้แบบนั้นเหรอ คงออกมาป่าวประกาศแล้วว่าตัวเองเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตยุนยูจอง จนขึ้นคำค้นหาเรียลไทม์อันดับหนึ่งไปแล้วสิ”

พี่แชกยองพูดถูก คงไม่มีใครได้โอกาสดีๆ แบบนั้นแล้วพึงพอใจมองข้ามมันไปเงียบๆ หรอก เพราะมันไม่ง่ายเลยที่จู่ๆ จะได้รับทั้งหน้าตาและชื่อเสียงขึ้นมา

“แต่ยังไงถ้าเห็นอยู่ที่งานก็น่าจะเป็นคนที่ทำงานด้านนี้นะ ถ้าเจอหน้าก็น่าจะรู้แล้วว่าเป็นใคร แต่ทำไมถึงขึ้นรถพยาบาลไปล่ะ”

ยูจองนึกถึงภาพด้านหลังของอูฮยอนที่ขึ้นรถพยาบาลไปอย่างรวดเร็วเหมือนหลบหนี แชกยองหยิบเสื้อโค้ทมาใส่และเขยิบไปใกล้ๆ หน้าประตู

“มีงานที่ต้องทำอีกเยอะ ยูจองเธอน่าจะพักผ่อนสักหน่อย ฉันจะลงตรงนี้แหละ ฮยอนซู! เดี๋ยวจอดข้างหน้านั่นให้หน่อยนะ เวลายังมีเหลือค่อยๆ ขับไปก็ได้ รู้ใช่ไหมว่ายูจองกำลังสะเทือนใจ”

“ครับ ท่านประธาน”

แชกยองเข้าไปปลอบประโลมยูจองใกล้ๆ พร้อมสั่งเสียงดังใส่ฮยอนซู

“ถ้าถ่ายเสร็จแล้วก็บอกด้วย จนกว่าจะแน่ใจว่านักแสดงยุนจะกลับถึงห้องแล้วนายค่อยเลิกงาน โอเคนะ”

ยูจองชอกช้ำกับคำพูดของแชกยอง

“นี่มันตามประกบแล้ว ปกป้องอะไรกัน เห็นฉันเป็นเด็กน้อยเหรอ ถึงหน้าห้องอะไร...”

“เธอเป็นเด็กน้อยสำหรับฉันนั่นแหละ เด็กน้อยของเราถ่ายหนังดึกดื่นจนเหนื่อยเลยทำยังไงดี เก่งมากเลย เด็กน้อย~”

แชกยองจงใจตบก้นของยูจองเหมือนเล่นกับเด็กมากกว่าเดิมแล้วลงรถไปทันที ยูจองยื่นหน้าออกไปตรงหน้าต่างบ่นจริงจังร้อยเปอร์เซ็นต์ใส่หัวของแชกยอง

“ถ้าพี่ทำอย่างนี้กับฉันอีกนะ ต้องโดนซักครั้งแน่!”


* * *


บนหน้าจอโทรทัศน์เต็มไปด้วยภาพกานกล่าวความรู้สึกพร้อมน้ำตาในขณะที่ถือโล่รางวัลของยูจอง

[ก่อนคุณแม่จะเสียชีวิต ท่านเหลือมรดกให้ฉันไว้สามอย่าง และเข็มกลัดที่ฉันทำหายวันนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น]

“เป็นคนที่จะทำอะไรก็ได้เนอะ เปิดเผยเรื่องครอบครัวหลังเข้าวงการมาสิบห้าปีด้วยเรื่องมรดกของแม่แค่เรื่องเดียวก็สร้างประเด็นได้ ทำให้เกิดคำกล่าวรับรางวัลที่ยาวยืดในประวัติศาสตร์ ไหนจะรักษาภาพลักษณ์....”

แกนนำนักข่าวที่ยืนมองรายการอยู่หน้าโทรทัศน์พูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาครึ่งริษยาครึ่ง ผู้อำนวยการคิมกำลังยืนถือหนังสือพิมพ์รายวันอยู่ในมือและดูโทรทัศน์ไปพร้อมๆ กัน ก่อนจะยื่นหนังสือพิมพ์หลายฉบับจ่อไปที่หน้าของนักข่าวคนนั้น

“ขยันใช้ชีวิตโดยไม่มีข่าวลือ ข่าวอื้อฉาวมาสิบห้าปี มันก็ต้องดีอยู่แล้วสิ หื้ม เอาเวลาอิจฉาไปกัดฟันทำข่าวสักอย่างเถอะ”

ผู้อำนวยการคิมกลับไปนั่งข้างหลังที่มีป้าย <เสนอข่าวแต่ความจริง -อิทส์แฟกต์> ติดอยู่ อิทส์แฟกต์เป็นสื่อที่เปิดมาเมื่อเจ็ดปีก่อน ถ้าตัดเรื่องสังคมและการเมืองพวกนั้นออกไป ก็จะเปิดโปงรายงานข่าวเพียงแค่ความจริงที่เกี่ยวกับนักแสดงเท่านั้น มีทั้งทีมต่างประเทศ สืบเสาะข้อมูลอย่างเป็นระบบไม่เลือกพื้นที่ พวกความลับต่างๆ เช่นความรัก การเลิกรา หย่าร้าง และการแต่งงานที่นักแสดงดังหลายคนประมาทแอบซุกซ่อนเอาไว้ก็จะถูกเปิดเผยทั้งหมด และเนื่องจากการทำข่าวด้านนั้น อิทส์แฟกต์จึงประสบกับคำวิจารณ์ที่ว่าเป็นการรบกวนชีวิตส่วนตัวของนักแสดงมากเกินไป หรือไม่ก็เป็นการเติมเต็มสิทธิ์ที่จะรับรู้ของประชาชนมาตลอดเจ็ดปี แม้การยื่นฟ้องร้องของเหล่านักแสดงจะมีมาไม่จบไม่สิ้น แต่อิทส์แฟกต์ก็สามารถปล่อยข่าวที่ไม่ธรรมดามาได้อย่างต่อเนื่องแบบที่สื่อไหนๆ ก็ไม่สามารถทำได้จนกลายเป็นที่จับตามองของมวลมหาชน และนักข่าวที่ถือว่าเป็นเครื่องทำข่าวพิเศษ ตัวเก็งที่กินขาดในอิทส์แฟกต์ก็คือจูมินอานั่นเอง

มินอาเป็นนักข่าวที่มีสติของสุนัขบลูด็อกเป็นอาวุธ หากกัดเพียงครั้งเดียวก็จะไม่ปล่อยสักนิดจนกว่าจะถึงตอนจบ มีสมาชิกในทีมหกคน แต่ก็เคลื่อนไหวโดยในตากล้องที่อยู่ในการดูแลของเธอเพียงแค่หนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับ ‘นักข่าวจู’ ตัวเก็งแห่งอิทส์แฟกต์ที่ตามจับซอกมุมของเหล่านักแสดงหลายคนก็มีกฎอยู่หลายข้อ ข้อหนึ่ง เสนอข่าวแต่เรื่องความรักของดาราโสด ไม่ถือเป็นความผิดต่อศีลธรรม ข้อสอง เสนอข่าวแต่ความจริงที่ตรวจสอบและสืบค้นมาแล้วมากกว่าสามเดือน ข้อสาม ต้องแจ้งเตือนล่วงหน้าทางโซเชียลมีเดียภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนเสนอข่าว ข้อสี่ รักษาความลับนอกเหนือจากเนื้อหาที่นำเสนออย่างถี่ถ้วน แม้จะมีดีลให้วางข้อมูลของมินอาตามพวกวงการโฆษณาและตลาดหลักทรัพย์ แต่เรื่องที่เธอรู้มันมีเยอะมากๆ และมินอาไม่เคยปล่อยให้ข่าวที่สืบค้นมาหลุดออกไปข้างนอกเลยแม้แต่สักครั้งเดียว เป็นศักดิ์ศรีของนักข่าวจูมินอา เป็นข้อปฏิบัติที่มีคลาสและตายตัว


* * *


ร่างกายอ่อนปวกเปียกกระเซอะกระเซิง… หน้าตาของมินอาเกือบดูไม่ได้เหมือนคนข้างถนน เธอเดินเข้ามาในห้องทำงาน พวกเพื่อนร่วมงานต่างเปิดบทสนทนาทักทายมินอาก่อนว่าไม่เจอกันตั้งนาน ซึ่งเธอก็ทำเพียงใช้มือทักทายด้วยสีหน้าไร้อารมณ์โดยไม่หันหน้าไปหาสักครั้ง แต่กลับมุ่งตรงไปยังโต๊ะของผอ. คิม ผู้อำนวยการลุกพรวดออกมาจากเก้าอี้พร้อมกับอ้าแขนต้อนรับมินอาด้วยความยินดี

“โอ้ คุณนักข่าวจูของพวกเรามาแล้วเหรอ ดูท่าทางว่าจะมีข่าวใหญ่ส่งท้ายปลายปีอีกแล้วแน่ๆ ไม่งั้นก็คงไปเฝ้าดูสถานการณ์ของใครมาสักหน่อยใช่ไหมล่ะ ใครจะเป็นหญิงสาวผู้โชคดีในครั้งนี้กันล่ะ”

มินอานั่งแหมะลงบนโซฟาข้างโต๊ะของผู้อำนวยการอย่างไม่พูดไม่จา ผอ. คิมเปิดฝาขวดเครื่องดื่มทันทีพร้อมยื่นตรงหน้ามินอาก่อนจะนั่งลงตรงข้าม

“นักข่าวจู ครั้งนี้เป็นใครเหรอ หื้ม”

มินอาใช้สายตามองยูจองที่อยู่ในจอโทรทัศน์แทนคำตอบ ผอ. คิมจึงหันไปมองใบหน้าของยูจองในจอตามสายตาของมินอาแล้วพูดออกมาว่า หรือว่า?! ด้วยความตื่นเต้นในช่วงเวลานั้นจนดวงตาเบิกโพลง เมื่อเสียงดื่มเครื่องดื่มที่เอามาให้มินอาดื่มเงียบลง เขาก็เรียบๆ เคียงๆ ถามออกมา

“เหยียบหาง* ยุนยูจองจริงๆ เหรอ คงไม่…ไม่ใช่อย่างนั้นใช่ไหม อย่ามาทำเหมือนว่าฉันดูโง่นะนักข่าวจู ช่วงนี้ฉันกินยาลดเส้นเลือดตีบอยู่นะ ฮะ?”

“งั้นก็ทานยาเพิ่มไปเลยค่ะตอนนี้ แล้วฟังสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนะคะ มันเป็นข่าวไม่ธรรมตาที่ตั้งตารอมาตลอดเจ็ดปีตั้งแต่เข้าทำงาน ฉันเองก็ใจเต้นตึกตักเหมือนกันนะคะ”

“อย่ามาเป่าควันไฟอะไรน่า ขอเนื้อๆ เลย คุณนักข่าว”

“ถ้าสัญญาว่าจะเพิ่มรายได้ประจำปีขึ้นอีกสามสิบเปอร์เซ็นแล้วเลื่อนขั้นให้เป็นผู้จัดการ ฉันจะปล่อยข่าวในสัปดาห์นี้ค่ะ”

“ลองเอาหลักฐานมาให้ดูก่อน มันก็ต้องประเมินราคาก่อนซื้อขายสิ”

“ไม่ให้สัญญาก็ไม่ให้ดูค่ะ”

“ฉันเป็นผอ. นะ ถ้าไม่ให้ฉันดูแล้วจะเอาให้ใครดู ฮะ?”

“ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นบริษัทที่ให้รายได้ประจำปีสามเท่าสิคะ ถ้าปฏิเสธข้อเสนอของฉัน ฉันก็จะเก็บข้าวของย้ายตำแหน่งไปอยู่บันเทิงรายวัน ให้เวลาตัดสินใจสามนาทีนะคะ”

มินอาตั้งค่าแจ้งเตือนนาฬิกาไว้ก่อนจะวางมันบนโต๊ะ

“ทำไมทำอย่างนี้ นักข่าวจู~ น้องเธอเกิดปัญหาอะไรอีก ไม่สิ หรือครั้งนี้เป็นคุณพ่อเหรอ”

“ทั้งสองคนพบเจอปัญหาใหญ่ในเวลาเดียวกัน แล้วฉันก็เลยต้องการเงินมาก~มากเลยล่ะค่ะ”

“ชีวิตเธอนี่ช่าง~น่าสงสารเชียวนะ”

“ดังนั้นข่าวครั้งนี้มันจะพลิกผันชีวิตได้ภายในครั้งเดียว ขอความร่วมมือหน่อยนะคะ”

“มินอา~ถึงพวกเราจะหาข่าวจากคนที่ไปๆ มาๆ อยู่รอบตัวนักแสดง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่นักข่าวที่มีแต่ชื่อหรอกนะ นักข่าวทำมาค้าขายในฐานะนักข่าวได้ด้วยเหรอ หืม”

“ไม่ใช่ทำมาค้าขายนะคะ มันคือการแลกเปลี่ยนที่ถูกต้อง ครบสามนาทีแล้วค่ะ”

มินอาพูดจบเสียงนาฬิกาก็ดังขึ้นแต่ผู้อำนวยการก็ปิดแจ้งเตือนทันที

“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว โอเค! กลายเป็นแพ้แทนอย่างนี้ ถ้าพลาดก็เตรียมจดหมายลาออกด้วยแล้วกัน”

“ถ้าวันนี้ได้เช็กผลสรุปก็จะเปิดแล้วค่ะ”

มินอาปัดกางเกงด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่มีการแสดงออกใดอย่างที่ชอบทำก่อนจะลุกขึ้น ทว่าผู้อำนวยการคิมยังเต็มไปด้วยความสงสัยจึงคว้าตัวมินอาที่ปิดปากเงียบไม่ใบ้อะไรเลยสักคำ

“ลองไปคุยกับประธานคังค่ายยูจองแล้วเหรอ เขาว่าไง ยอมรับไหม แล้วอีกฝ่ายเป็นใครเหรอ”

มินอาเปิดโทรศัพท์ทำท่าเหมือนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างมากแล้วส่งรูปภาพให้ให้อีกฝ่าย

“รูปเป็นของหวงห้าม ฉันจะให้ดูแค่รูปเดียวเท่านั้นนะคะ แค่รูปเดียวค่ะ”

ผู้อำนวยการคิมสงสัยจนทนไม่ไหวรีบเปิดดูรูปที่ถูกส่งเข้าโทรศัพท์มือถือด้วยความไวแสงไม่เหมาะกับรูปร่างอ้วนท้วมนั่นเลย รูปที่มินอาส่งให้เขาดูเป็นรูปที่ยูจองโซเซล้มไปข้างหลังและจีฮุนที่กพลังจะล้มหน้าคว่ำเพื่อไปจับมือของยูจอง อีกทั้งยังมีอูฮยอนที่คว้ากอดยูจองที่กำลังจะล้มไว้แน่น เป็นรูปภาพที่ทั้งสามคนถูกถ่ายไว้ด้วยกัน เมื่อดูรูปแล้วดวงตาของผู้อำนวยการคิมก็โตขึ้นเป็นสองเท่า เขาหันรูปโชว์ให้มินอาดูเหมือนกำลังให้เช็กว่าเป็นรูปนี้จริงหรือไม่

“นี่อะไร มินอา! นักข่าวจู! เธอ นี่... อย่างนี้ เธอเรียกว่าเป็นข่าวพิเศษของชีวิตงั้นเหรอ ฉันเกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นสกู๊ปแบบนี้ ทั้งสามคนจะคบกันได้ยังไง ฮะ?”

มินอาหมดคำพูดกับความสามารถทางจินตนาการอันแปลกประหลาดของผู้อำนวยการคิม

“พูดอะไรคะนั่น~ อาการเส้นเลือดตีบกำเริบ เชาว์ปัญญาเลยด้อยลงเหรอคะ เส้นเลือดตีบนี่เป็นโรคที่น่ากลัวมากกว่าที่คิดอีกนะคะเนี่ย กรุณาหมั่นทานยาด้วยนะคะ”

มินอาหันหลังให้ผอ. คิมที่กำลังดูรูปซ้ำๆ อย่างเหม่อลอย เธอก้าวเท้าออกจากห้องทำงานโดยเร็ว

“จะปล่อยข่าวแบบนี้เหรอ โอ้ย หัวใจฉัน จูมินอา นี่มันเลอะเทอะน่า…”

ผอ. คิมเอายาที่อยู่ในลิ้นชักออกมากิน ก่อนจะดูรูปในโทรศัพท์แล้วก็ดูอีก


* * *


นักข่าวนัมผู้เป็นนักข่าวและตากล้องในสังกัดของมินอาก็กังวลเหมือนกัน ถึงจะทำงานให้ ถ่ายรูปให้ ขับรถให้ ด้วยกันมาหนึ่งปีก็ยังไม่รู้ความคิดภายในใจของมินอา

“รุ่นพี่จะไม่คุยกับฝั่งยุนยูจองแล้วปล่อยข่าวเลยจริงๆ เหรอ”

“ถ้าถึงหูประธานคังแชกยองก่อน ข่าวเราต้องปลิวแน่ๆ”

“คำวิจารณ์ประธานคังก็ดีอยู่นะ มีความสามารถด้านการบริหาร นิสัยก็โอเค”

“แล้วใครบอกว่าเธอเป็นคนเลวล่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องของยุนยูจองต่อให้จะต้องขายประเทศ ทิ้งชีวิต เธอก็ปกป้องไม่เลือกวิธีอยู่แล้ว”

“ถ้านักแสดงที่มีคุณธรรมเหมือนคุณยูจองเป็นนักแสดงของผมบ้าง ผมก็คงทำแบบนั้นแหละ อยู่กับผู้จัดการคนแรกมาสิบห้าปีแล้วด้วย ถ้าก่อตั้งบริษัทก็ได้ตำแหน่งประธานแล้ว”

“ก็หายากที่จะมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่เด็กๆ”

“แต่ประธานคังก็ดูแลยูจองแบบตัวติดกันแน่นขนาดนั้น จะไม่รู้เรื่องแฟนได้ยังไง”

“วงไอดอลค่ายยูจองดังระเบิดที่จีนไง ประธานคังก็ปล่อยช่องว่างมานิดนึงนี่ไง เพราะมัวแต่ดูงานของฝั่งนั้น แล้วช่องว่างตรงนั้นยุนยูจองก็มีแฟน แล้วก็กลายเป็นข่าวแสนพิเศษในชีวิตฉันด้วย”

“คุณยูจองก็มีโชคเรื่องอื่นทั้งนั้นนะ แต่ไม่มีโชคเรื่องการคบหากับแฟนเลยเหรอ ผ่านมาสิบห้าปีจะมีแฟนทั้งทีทำไมต้องมาติดกับรุ่นพี่จูด้วย จิ๊~”

มินอามองทะลุเข้าไปในจอแท็บเล็ต นักข่าวนัมที่ขับรถอยู่ก็ชำเลืองมองมินอาไปด้วย

“คนขับรถที่ไหนเขาหันหน้ามาได้กัน”

นักข่าวนัมเจ็บจี๊ดแล้วหันหน้าตรงไปจับพวงมาลัยแน่น มินอาขยายรูปที่ได้ถ่ายสามคน อูฮยอน ยูจอง และจีฮุนดูอีกที แล้วซูมหน้าอูฮยอนให้มากที่สุดก่อนจะยื่นไปตรงหน้านักข่าวนัม

“ยิ่งดูยิ่งไม่สงสัยรึไงผู้ชายคนนี้น่ะ เป็นใคร มาทำอะไร แล้วทำไมขึ้นรถพยายาลไป เจ็บตรงไหน มีคนใกล้ๆ บาดเจ็บรึเปล่า”

นักข่าวนัมลองคุ้ยหาความทรงจำอย่างละเอียดแต่ก็นึกไม่ออก

“ผมก็ไม่รู้จักครับ ไม่ใช่หน้าหล่อที่มองแค่ครั้งเดียวแล้วจะจำไม่ได้ด้วยนะเนี่ย”

“ใช่ไหมล่ะ ไม่ได้แค่หล่อเฉยๆ อย่างเดียว ดูดีมีเอกลักษณ์ด้วยอะ”

มินอาซูมรูปดูใบหน้าของอูฮยอนอย่างถี่ถ้วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เสาสัญญาณของฉันต้องกระดิกหาว่าเขาเป็นใครซะแล้ว มา จูมินอา เธอจะหาผู้ชายคนนี้ได้ยังไง”

มินอาหลับตาใช้สองมือกุมศีรษะแล้วถามตัวเอง เป็นนิสัยติดตัวของมินอาเวลาที่ต้องหาคำตอบหรือตัดสินใจสิ่งสำคัญ เป็นใครกันนะ


* * *


* เปิดเผยความลับ

ความคิดเห็น