facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

ตอนที่ 3-2 คนที่จะได้เจอ ยังไงก็ต้องได้เจอกันอีกครั้งแน่นอน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-2 คนที่จะได้เจอ ยังไงก็ต้องได้เจอกันอีกครั้งแน่นอน

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2562 21:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-2 คนที่จะได้เจอ ยังไงก็ต้องได้เจอกันอีกครั้งแน่นอน
แบบอักษร

​ณ ห้องพักผู้ดูแล อาคารฉุกเฉินของโรงพยาบาล

[ขอโทษนะคะทุกคนที่แสดงท่าทางแบบนี้… แม่คะ หนูขอโทษ ที่กลับไปรู้สึกเหมือนเมื่อสิบเจ็ดไปก่อน ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน...]

แม้บนหน้าจอโทรทัศน์จะเต็มไปด้วยภาพของยูจองกำลังกล่าวความรู้สึกพร้อมกับน้ำตาในขณะที่ถือโล่รางวัล และจะตกตะลึงจนหน้าซีดหรือจะร้องไห้อยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครหันไปสนใจโทรทัศน์ เพราะมัวแต่จ้ำเท้ากันจนเสียงดังตึงตังกระจัดกระจาย เขาที่สวมสูทวิ่งเข้ามาช่วยเข็นรถผู้ป่วยพร้อมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล

“ชีพจรไม่คงที่ครับ ช่วยอัดเอพิหนึ่งมิลลิกรัม แล้วเรียกรวม MED (แผนกอายุรเวช) กับ NS (แผนกศัลยกรรมเส้นประสาทสมอง) ด้วยนะครับ”

เมื่อจบการดูแลคนไข้ที่ห้องฉุกเฉินอูฮยอนก็กลับไปที่ห้องพัก เขสภาพงานประกาศรางวัลใหญ่ของเทศกาลภาพยนตร์เกาหลีจากจอโทรทัศน์ ซึ่งในนั้นมีภาพของยูจองเดินกลับไปยังที่นั่งเดิมและภาพของพิธีกร

“นั่นมันที่โรงละครนี่ อา... เพราะงานนี้สินะคนถึงได้เยอะขนาดนั้น”

อูฮยอนนึกถึงเหตุการณ์หน้าโรงละครขึ้นมา

“อะไรเนี่ย ถ้างั้นฉันก็วิ่งบนพรมแดงงั้นเหรอ”

พออูฮยอนเข้าใจเหตุการณ์ที่ตัวเองฝ่ากลุ่มนักข่าวกับฝูงชนมากมายออกมาได้อย่างไม่มีสติก็หัวเราะออกมา

“ผู้หญิงที่เกือบจะล้มเมื่อกี้ก็เป็นดาราเหรอ”

รุ่นน้องที่นั่งในรถพยาบาลมาด้วยกันวิ่งมาทางอูฮยอน

“พี่ ขอบคุณนะครับ ถ้าไม่ได้พี่ช่วยนี่เกือบจะได้ไปห้องดับจิตแทนห้องฉุกเฉินซะแล้ว นี่เสื้อโค้ทของพี่ใช่ไหมครับ”

อูฮยอนไม่รู้เลยว่าตัวเองออกมาโดยทิ้งเสื้อโค้ทไว้บนรถ

“อืม ถ้าจำเป็นก็เรียกได้ตลอดเวลาเลยนะ ฉันจะมา ถ้าไม่ได้ติดดูผู้ป่วยฉุกเฉินที่เร่งด่วนกว่า”

“บุคคลตัวอย่างเลยนะครับเนี่ย ถ้าได้ดูแต่ผู้ป่วยฉุกเฉิน หัวผมคงหงอก หัวใจก็คงเต้นแรงกว่าคนไข้แน่ พี่ทำงานนี้มาตลอดได้ยังไงกันครับ”

“อาทิตย์หน้ามาโรงพยาบาลสิ ไว้ตอนนั้นค่อยคุยกันยาวๆ แล้วก็ผู้ป่วยคนเมื่อกี้แผลไฟไหม้รุนแรงมาก ยังไงก็ต้องผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังแน่ๆ ถ้าสถานการณ์การผ่าตัดน่าเป็นห่วงก็เรียกฉันได้”

“เข้าใจแล้วครับ แต่ว่าพี่พิจารณาเรื่องรายได้หน่อยก็ดีนะครับ รักษาฟรีทุกวันได้ยังกันล่ะครับ”

“การรักษาที่ต้องเสียเงินก็ยิ่งต้องตั้งใจทำให้มันเต็มที่กว่าเดิมอีกสิ เพราะใช้ชีวิตแบบนั้นอะแหละ ก็เลยได้รางวัล… รู้ใช่ไหมว่าวันนี้พี่ต้องรับรางวัลจิตอาสาของสมาคมอะ รุ่นพี่นายเป็นคนประมาณนี้แหละ”

“ด้วยความเคารพและยินดีด้วยนะครับ! จากใจจริงเลยครับ”

“มันก็ต้องออกมาจากใจจริงสิ ไปเลี้ยงฉลองรางวัลของพี่กับพวกสตาฟแล้วกันนะ สู้ๆ!”

อูฮยอนหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าสตางค์ และใส่มันลงไปในกระเป๋าเสื้อของรุ่นน้องก่อนจะหันหลังกลับไป


* * *.


พอออกมาข้างนอกก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นทันทีเขาจึงสวมเสื้อโค้ท แต่มันกลับมีอะไรบางอย่างตกลงมาจากโค้ท อะไรน่ะ... เมื่อเขาหยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็นเข็มกลัด แล้วของแบบนี้มาติดอยู่ในเสื้อเขาได้ยังไงล่ะ สงสัยแล้วก็รู้สึกเหมือนอะไรๆ มันว่างเปล่า เดี๋ยวนะ!! อูฮยอนกดโทรศัพท์มือถือโทรออกอย่างรีบเร่ง

“อ้อ นัมจุน ตอนที่เก็บโค้ทพี่มา นายไม่เห็นผ้าพันคอเหรอ อ๋องั้นเหรอ เข้าใจละ”

“อาจารย์ครับ ผมอูฮยอนนะครับ พิธีมอบรางวัลจบลงด้วยดีใช่ไหมครับ เงินรางวัลผมรบกวนช่วยบริจาคเป็นในนามของสมาคมด้วยนะครับ แล้วก็เหมือนผมจะทิ้งผ้าพันคอไว้ที่งานเลย อ่า ใช่ครับ เป็นของขวัญที่แม่ผมให้ตอนทำงานวันแรก ครับ ครับ...”

แล้วเขาเอาผ้าพันคอไปไว้ไหนนะ อูฮยอนนึกคิดอย่างลำบากใจ

“ถ้าแม่รู้คงคิดว่าตัวเองไม่สำคัญแน่เลย อาจจะบ่นฉอดๆ ไปอีกสิบปีเลยก็ได้…”

อูฮยอนพินิจดูส่วนนั้นส่วนนี้ของเข็มกลัดที่ถืออยู่ในมือ

“นี่ก็ไม่ใช่ของแม่…ผ้าพันคอที่มันควรจะอยู่กลับหายไป แล้วเจ้านี่โผล่มาหาฉันได้ไงกัน”


* * *


หลังจากจบงานประกาศรางวัล ตลอดทางกลับไปกองถ่ายอีกครั้งน้ำตาของยูจองก็ยังไม่หยุดไหล แชกยองอยู่นั่งด้านหลังของรถแวนจึงปล่อยให้ยูจองพิงซบร้องไห้ เธอดูช่างน่าสงสารเหลือเกิน

“หยุดร้องไห้เถอะ ฉันสั่งให้หาตั้งแต่พรมแดงจนถึงในงานแล้ว เดี๋ยวก็เจอ”

“ฉันไม่รู้เลยว่ามันหายไปได้ยังไง”

ยูจองยังคงร้องไห้จนตาบวมเป่ง

“ตาบวมอย่างนี้แล้วจะถ่ายต่อได้ยังไง หยุดร้องแล้วเอาไอซ์แพ็คมาประคบเถอะ”

“พี่ หาเข็มกลัดด้วย...”

ยูจองยกผ้าพันคอที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาให้แชกยองดู

“แล้วก็หาเจ้าของผ้าพันคอนี่ที เสียงของคนๆ นั้น สำเนียง… เหมือนเด็กคนนั้นมากๆ ไม่ว่าจะทำยังไงก็ต้องหาให้เจอ ทำได้ใช่ไหม”

“เข็มกลัดเหรอ หรือผู้ชายคนนั้น”

“ทั้งคู่เลย”

แชกยองมองหน้ายูจองนิ่ง

“จะหาเพื่อไปขอบคุณผู้ชายคนนั้น หรือจะหาเพราะว่าเสียงเหมือนรักแรกล่ะ”

“นั่นก็ทั้งคู่ อยากคืนผ้าพันคอด้วย…”

“ถ้าหาคนนั้นเจอแล้วเป็นมินซอกจริงๆ ก็คงจะดี ถ้าเป็นงั้นนะ ฉันจะเอาเรื่องของพวกเธอไปสร้างเป็นซีรีส์ไม่ก็หนังเองเลย”

ยูจองเองก็ไม่ได้ถูกใจช่วงเวลาอะไรแบบนั้น แต่เธอก็ปล่อยวางเพราะอายุก็เกินสามสิบแล้ว

“สตอรี่ที่ได้กลับมาเจอกับรักแรกที่รอคอยมาสิบห้าปีอีกครั้ง แล้วจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเนี่ย มันไม่ธรรมดาไปหน่อยเหรอ…”

“คนที่จะต้องได้ยังไงมันก็ได้เจอแน่นอน รู้ไหม”

ถึงจะเป็นจินตนาการเพียงชั่วครู่ แต่ก็ทั้งมีความสุขและรู้สึกขมขื่นไปด้วย ยูจองจึงหัวเราะคิกคัก

“ร้องไห้ตลอดทางพอพูดเรื่องรักแรกก็ขำเหรอ ประหลาดคน... ถึงมันจะเป็นความรู้สึกแรกที่บริสุทธิ์ เป็นความโรแมนติกแค่สิบห้าวัน แล้วนี่เธอทนมาสิบห้าปีได้ยังไง...”

หากช่วงเวลาแบบนั้นโผล่เข้ามาในความคิดก็ยังรู้สึกใจสั่นหวั่นไหว ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาของมารดาผู้ล่วงลับ ยูจองก็คงจะรอเขาไปตลอดชีวิต

“ถ้าคนนั้นเป็นมินซอกจริง ฉันคบแล้วแต่งงานตอนนี้เลยได้ไหม”

“ถ้าเป็นงั้นฉันก็ต้องยินยอมสินะ ที่เธอกล้าฟื้นฟูความรู้สึกตกต่ำย่ำแย่ ทั้งความเจ็บปวดเรื่องที่แม่เสียแล้วตั้งใจจะมาเป็นดารา มันก็เพราะรักแรกนั่นทั้งหมดเลยนี่นา ฉันเองก็ต้องขอบคุณเด็กคนนั้น”

“ทำยังไงดี ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจไปแล้วอะ ถ้ายอมแพ้หลังจากรอมาสิบห้าปี เขาจะเข้าใจฉันใช่ไหม”

“พูดอะไรน่ะ เป็นผู้หญิงก็ต้องมั่นคงสิ... ไหนๆ ก็รอแล้วก็รอยี่สิบปีไปเลย”

“ตอนนั้นฉันก็สี่สิบแล้ว พี่ก็ทั้งแต่งงาน ทั้งหย่ามาหมดแล้ว แถมยังมีแฟนไม่เคยหยุดพัก จะโตกว่าเด็กกว่าก็ไม่สนด้วย แล้วจะมาบอกให้ฉันแก่ตายแบบนี้เหรอ”

“แล้วเธอเหมือนฉันรึไง เธอเป็นเหมือนมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องรักษานะยะ พอถึงตอนนั้น ถึงเธอจะบอกไม่ชอบยังไงก็ต้องแต่งงานอยู่ดี ตอนนี้ก็โฟกัสกับงานเถอะ ส่วนเข็มกลัดกับเจ้าของผ้าพันคอเนี่ย เดี๋ยวฉันหาให้เอง”

ยูจองจึงหยุดพูดเมื่อได้ยินคำตอบของแชกยองที่บอกว่าจะลองตามหาให้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด จากนั้นเธอก็หาไอซ์แพ็คแล้วเอามันมาปิดตาไว้ แต่เมื่อหลับตาลงก็นึกถึงเสียงของผู้ชายคนนั้น

[ครับ ดูท่าคงจะตกใจมาก แต่ว่าไม่เป็นไรแล้วล่ะครับ ยังมีชีวิตอยู่แน่นอน วางใจได้เลยครับ]

เธอยังจำเสียงของอีกฝ่ายทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้งได้อย่างน่าแปลกใจ รู้สึกอุ่นใจและสงบลง เสียงมินซอกก็เป็นแบบนั้น ทุกครั้งที่ยูจองลำบากมันจะช่วยเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ

“นอกจากจะรู้ว่าเป็นผู้ชายแล้ว ต้องทำยังไงถึงหาคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ อาชีพ ใบหน้าได้ล่ะ”

แชกยองเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ ถึงจะทำตัวแข็งแกร่งและเย็นชา แต่ถ้าเป็นคำพูดและเรื่องของยูจองแล้วล่ะก็ เธอไม่เคยพลาดเลยสักนิดแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย ๆแชกยองลองเช็กดูโทรศัพท์มือถือเผื่อมีใครที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้ได้บ้าง ทว่าฮยอนซู ผู้จัดการภาคสนามของยูจองที่กำลังขับรถอยู่เงียบๆ ตลอดทางก็พูดขึ้นมา

“ถ้าลองคุยกับพวกนักข่าวก็คงพอจะหารูปได้บ้างไหมครับ มีแต่คนถ่ายรูปพี่อยู่ตลอดเลย ก็น่าจะถ่ายติดคนๆ นั้นด้วยนี่ครับ”

ใช่แล้ว... ทำไมถึงคิดอะไรแบบนั้นไม่ได้นะ

ยูจองและแชกยองจัดท่าทางการนั่งแล้วหันมาสบตากัน

ความคิดเห็น