facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 2 เสียงของคนคนนี้… ช่างคล้ายกับคนคนนั้น...

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 2 เสียงของคนคนนี้… ช่างคล้ายกับคนคนนั้น...

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2562 08:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 2 เสียงของคนคนนี้… ช่างคล้ายกับคนคนนั้น...
แบบอักษร

ตอนที่ 2 เสียงของคนคนนี้… ช่างคล้ายกับคนคนนั้น...


“ทำซีพีอาร์ (ปั๊มหัวใจ) แล้วเมนทัล (สติ) ก็กลับมางั้นเหรอ คอยดูสัญญาณชีพจรให้ดี คอนโทรลมันไว้ก่อนเพราะยังไงก็คงจะเกิดอาการช็อกแน่อน หลอดลมบวมทำให้หายใจลำบากก็ต่อ ventilator (เครื่องช่วยหายใจ)”

อูฮยอนเปิดประตูโรงละครสาธารณะเล็กๆ ที่ติดป้ายว่า <พิธีมอบรางวัลของสมาคมแพทย์เพื่อโลกที่แข็งแรง> ออกอย่างพรวดพราดแล้ววิ่งไปยังล็อบบี้ในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์ไปด้วย ถึงแม้จะสวมแค่สูทในวันที่อากาศหนาวแบบนี้ แต่เขาก็หอบหิ้วเสื้อโค้ทและผ้าพันคอที่ยังไม่ทันได้ใส่ไว้ในมือแล้ววิ่งออกมาอย่างเร่งรีบ มีคอลจากผู้ป่วยฉุกเฉิน

“เส้นประสาทได้รับความเสียหาย คนไข้จึงไม่รู้สึกถึงอาการเจ็บปวด ตอนส่งตัวก็ต้องระวังด้วย ถ้าผิวหนังเสียหายทั้งหมดก็ต้องทำการผ่าตัดปลูกถ่าย อือ อยู่หน้าโรงละคร อีกห้านาที”

ชายวัยกลางคนที่วิ่งตามอูฮยอนมากพลางตะโกนเรียก ตรงหน้าอกของอีกฝ่ายที่สัมผัวได้ถึงความเชี่ยวชาญอย่างมากล้นมีป้ายชื่อ ‘กรรมการ จินซูฮวาน’ ติดอยู่

“อูฮยอน! ยังไม่ได้รับรางวัลในงานเลยนะ จะไปได้แบบนี้ยังไง”

“มีผู้ป่วยฉุกเฉินจากเหตุไฟไหม้ครับ รบกวนอาจารย์กล่าวขอโทษแล้วก็ขอบคุณแทนผมทีนะครับ ช่วยเก็บโล่รางวัลให้ผมด้วยนะครับ”

อูฮยอนเริ่มออกวิ่งอีกครั้งก่อนที่จะพูดจบ อาจารย์จินซูฮวานชื่นชมภาพอูฮยอนกำลังวิ่งไปด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม

“ยังไงซะ ถ้าเป็นเรื่องคนไข้แล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟก็ต้องมาก่อนสินะ ฉันสอนลูกศิษย์จนได้ดีแล้ว เป็นหมอมันก็ต้องอย่างนี้สิ”


* * *


สัญลักษณ์ของท็อปสตาร์ก็คือรถแวนขนาดใหญ่ ภายในมีทั้งเตียงนอนขนาดเล็กซึ่งถูกกั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัวด้วยผ้าม่าน ไปจนถึงโต๊ะขนาดเล็กที่ถูกเซ็ตไว้อย่างหรูหราเทียบเท่ากับโรงแรมเคลื่อนที่ เพียงแค่ดูภายในตัวรถก็คาดเดาได้เลยว่า ฐานะของเจ้าของรถคันนี้มันขนาดไหน และใช้เวลาในรถแวนไปมากมายสักเท่าไหร่

“แสดงให้ฉันได้แผลเลยเป็นไง อยู่ตรงนั้นไม่เสี่ยงหรอก ซีนที่ต้องล้มฟุบก็อยู่ในการ์ตูนนะ แล้วซีนต่อไปที่ต้องพลิกตัวไปร้อยแปดสิบองศาก็อยู่ด้วย แต่ไม่เจ็บเลยสักนิด ไม่ต้องห่วงหน่า”

“จะเรียลลิตี้ จะการแสดงก็สำคัญหมดนั่นแหละ เธอเป็นนักแสดงหญิงนะ ยุนยูจอง โรแมนติกคอมเมดีควีน รักแรกแห่งชาติ ต้องใส่เดรสด้วย แล้วจะให้แขนมีแผลได้ยังไง ไม่ใช่ว่าต้องไปโรง’บาลหรอกเหรอ”

“ไม่ต้องสะบัดแรงก็ได้ ถ่ายแต่พวกเขินๆ ใจเต้นสนุกสนานทุกวี่ทุกวัน นานๆ ทีจะได้ถ่ายซีนแอคชั่นบ้าง ข้างในมันก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าไปหมดแล้วนี่”

“อาทิตย์หน้าถ่ายละครเสร็จ ก็มีถ่ายโฆษณาอีกยาวเป็นระนาวเลยนะ เดือนหน้าเธอก็ต้องไปฮอลลีวูดด้วย”

“ท่านประธานคังแชกยอง~! วางท่าแบบนี้กลัวใครมาหาว่าไม่ใช่ประธานบริษัทเหรอคะ ไม่ได้ห่วงฉันแต่ห่วงว่าค่าตัวฉันจะตกใช่ไหมล่ะคะ”

ประธานบริษัทอย่างแชกยองแต่งตัวเต็มราวกับนักแสดงเอง เธอกำลังทายาตรงบาดแผลที่แขนของยูจอง ซึ่งถูกตบแต่งให้ทั้งตัวมีแต่บาดแผล รวมถึงผมเผ้าก็ดูไม่ได้

“งานของฉันคือการต้องมาดูแลจัดการแล้วก็ห่วงเรื่องค่าตัวเธออยู่แล้ว คิดถึงครอบครัวกับแฟนคลับสามสิบล้านที่จะหลับจะตื่นก็คิดถึงแต่เธอ แล้วก็ห่วงตัวเองซะบ้าง ตอนนี้เธอไม่ได้อายุยี่สิบใสๆ แล้วนะยะ”

“ค่า~ ท่านประธาน ฉันก็รู้ว่าตัวเองสามสิบสี่แล้ว แต่ถ้านักแสดงมัวแต่เก็บตัวเก็บตัวในสถานที่ถ่ายทำแล้วจะแสดงได้ยังไงล่ะ ทุ่มสุดตัวไม่กลัวร่างพังขนาดนี้ก็ต้องได้รางวัลแล้วแหละเนอะ ฟังดูเข้าท่าใช่ไหมละ”

ยูจองเอื้อมมือไปหยิบส้มที่วางอยู่ข้างตัว ซูจีจึงจับมือของยูจองไว้แล้วเอามากินแทน

“ถ้าจะใส่เดรสให้ราบรื่นก็ต้องพักนะ อดทนไว้”

ยูจองทำสีหน้าบูดเบี้ยวเต็มทนพร้อมกับบ่นพึมพำ

“เมื่อวานฉันก็ถ่ายทำทั้งคืน วันนี้ก็มีแต่ซีนยากทั้งวันเลยอ่า~ น้ำสักอึกยังไม่ได้ดื่มเลย พวกคนใจร้ายพวกนี้”

ยูจองไม่ค่อยโกรธใครแล้วก็มักจะยิ้มอยู่เสมอ แต่ถ้าหิวเพราะการไดเอทอย่างรุนแรงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะออกอาการโมโหขึ้นมาเลยแหละ พอยูจองทำท่าจะโมโหอีกครั้ง ซูจีจึงเปิดกล่องใส่เดรสออกมาให้ดูโดยเร็ว และเมื่อยูจองเห็นเดรสก็ถึงกับอ้าปากค้าง ซูจีก็วางท่ากับปฏิกริยาของยูจอง

“ฉันวิ่งเต้นแย่งชุดนี้มา เพื่อไม่ให้แฝดของฉันพลาดงานประกาศรางวัลเด็กๆ นี่เลยนะ แล้วก็เอามาได้ หลังจากสงครามอันดุเดือดกับนักแสดงฮอลลีวูดสามคน แล้วก็นักแสดงสาวจีนอีกสอง”

ซูจีเป็นเพื่อนกับยูจองมาตั้งแต่เด็กควบตำแหน่งสไตลิสต์ส่วนตัวของยูจองมายาวนานตลอดสิบห้าปีตั้งแต่เธอเข้าวงการ

“น่าภูมิใจจริงๆ เพื่อนฉัน ฉันเห็นเดรสนี้เป็นรักแรกพบเลยอะ สัญญาจะรักษาชีวิตเพื่อให้ใส่เดรสได้ราบรื่นร้อยเปอร์เซ็น โอ้โห~ ความสามารถอันน่ายกย่องนี้”

ยูจองกอดซูจีแล้วตบเบาๆ เพื่อแสดงความขอบคุณ

“ไม่ใช่ความสามารถของฉัน ของเธอต่างหากล่ะ มันเป็นของที่เธอเหมาะจะได้ครอบครอง เพราะได้รางวัลจากคานส์ไง”

แชกยองมองซูจีกับยูจองที่ปลอบโยนให้กำลังใจซึ่งกันและกันด้วยใบหน้าอารมณ์ดี

“ยูจอง วันนี้ก็ติดเข็มกลัดของคุณแม่ตอนแต่งหน้าด้วยเหรอ”

ยูจองพยักหน้าให้กับคำถามของแชกยองแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง หิมะแรกตกหรือยังก็ไม่รู้เลย


* * *


ธันวาคม เดือนสุดท้ายของปีสองพันสิบหก ถึงกรมอุตุนิยมวิทยาจะคาดการณ์เรื่องหิมะเอาไว้ แต่จนในตอนนี้ที่ตะวันเริ่มลับฟ้าไปแล้วหิมะก็ยังไม่ตกเสียที แม้จะเป็นวันที่อากาศหนาว แต่นักข่าวและฝูงชนมากมายต่างก็มารวมตัวกันที่หน้าโรงละครยักษ์ใหญ่เพราะมีงานประกาศรางวัลภาพยนตร์เกาหลี ซึ่งท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นมีก็มีกองทัพเสื้อสีขาวสะดุดตา

นั่นก็คือกลุ่มแฟนคลับ ‘นางฟ้าหิมะขาว’ ของยูจอง พวกเขาล้วนถือป้ายแสดงถึงความรักของแฟนๆ ที่มีอย่างล้นหลามด้วยคำว่า ‘นักแสดงแห่งชาติผู้กวาดรางวัลทั้งเกาหลี ชองรยง แพคซัง และเมืองคานส์ โรแมนติกคอมเมดีควีน คุณยุนยูจอง ยินดีด้วยค่า~’ เสื้อกั๊กสีขาวที่เขียนคำว่า <นางฟ้าหิมะขาว โรแมนติกคอมเมดีควีน> ซึ่งเป็นเสื้อยูนิฟอร์มของแฟนคลับยูจอง! หลังจากนั้นรถแวนขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของท็อปสตาร์คันหนึ่งเข้ามาจอดหน้าทางเข้าพรมแดง ตามด้วยเสียงปรบมือพร้อมกับเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของแฟนคลับก็ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า แสงแฟลชจากกล้องก็ระเบิดออกมาเหมือนประทัด

ในพายุแสงแฟลชอันวิบวับวูบวาบ ยูจองก็ปรากฎตัวขึ้นด้วยเดรสผ้าไหมที่พริ้วไหวสีขาวบริสุทธิ์ เดรสสีขาวเป็นเดรสโค้ดในงานประกาศรางวัลของยูจอง และเป็นสัญลักษณ์ของเธอด้วย ถึงแม้ชนิดของผ้าหรือดีไซน์จะแตกต่าง ซึ่งหลังจากเข้าวงการมายุนยูจองก็จะปรากฏตัวด้วยการใส่เดรสสีขาวในทุกๆ งานประกาศรางวัล และเป็นสไตล์ง่ายๆ โดยที่ไม่ใส่ต่างหูหรือสร้อยคอเลยแม้แต่อย่างเดียว มีเพียงเข็มกลัดกับการแต่งหน้าเบาๆ เหมือนไม่ได้แต่งตลอดเวลาเท่านั้น นี่ก็เป็นเดรสโค้ดงานประกาศรางวัลของยูจองเช่นกัน ดังนั้นยูจองจึงเจิดจรัสเสมอท่ามกลางนักแสดงหญิงคนอื่นที่แต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม

ผิวพรรณขาวผ่องใส ถึงแม้จะแต่งหน้าเบาๆ ก็มีองค์ประกอบบนใบหน้าที่ชัดเจนจนแพทย์ศัลกรรมทั้งหลายยังยอมรับว่าความงดงามจากธรรมชาติ บวกกับรูปร่างแต่ละสัดส่วนที่น่าประทับใจและแสดงให้เห็นถึงความพยายามดูแลเอาใจใส่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงในสามร้อยหกสิบห้าวันวันก็ยิ่งทำให้น่าอิจฉามากกว่าเดิม ยูจองโปรยยิ้มใจดีที่มีเอกลักษณ์พร้อมกับผมยาวปลิวสไวแล้วก้าวเดินบนพรมแดงราวกับเทพธิดา แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือ ยูจองอายุสามสิบสี่แล้วเธอยังดูสวยเหมือนเด็กอายุยี่สิบสี่อยู่เลย ในปีนี้ยูจองได้สร้างสถิติด้วยการกวาดรางวัลจากงานสำคัญทั้งในและนอกประเทศด้วยความสามารถทางการแสดงอันสมบูรณ์แบบ ความสง่างามของนักแสดงที่มีศักยภาพอันแข็งแกร่งตลอดเวลาสิบห้าปี และนั่นเป็นความงดงามที่แท้จริงของยุนยูจอง

ระหว่างที่ยูจองหยุดยืนเพื่อโพสต์ท่าให้นักข่าว อูฮยอนก็วิ่งลงมาจากบันไดที่เชื่อมกับพรมแดง ใบหน้าที่มีความหล่อเหลาแม้จะมองจากที่ไกลๆ รูปร่างได้สัดส่วนราวกับจินตนาการในชุดสูทที่สมบูรณ์แบบ การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วกับรูปลักษณ์ที่ดูไม่กระเซอะกระเซิง ขณะที่วิ่งลงบันไดมา ภาพเสื้อโค้ทและผ้าพันคอพาดอยู่ที่แขนก็ยิ่งกระตุ้นความรู้สึก ใบหน้าที่มีออร่าเหลือล้นอย่างเป็นเอกลักษณ์จนไม่มีนักแสดงคนไหนสามารถเทียบได้ ไม่รู้จักชื่อหรอกแต่หล่อ~มากเลย นักแสดงหน้าใหม่เหรอ ทุกคนต่างรู้สึกเช่นนี้ในขณะที่มองอูฮยอน แต่อูฮยอนเป็นเพียงนายแพทย์ที่มารับรางวัลจิตอาสาใน ‘พิธีมอบรางวัลแพทย์ผู้รักษาโลกให้แข็งแรง’ และออกมาระหว่างพิธีเพราะมีคอลจากผู้ป่วยฉุกเฉินที่บาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้ ซึ่งอีกไม่นานรถพยาบาลที่มารับเขาจะมาถึง อูฮยอนจึงยิ่งร้อนใจ เมื่ออยู่ในช่วงถกเถียงสถานการณ์ของผู้ป่วยแล้วก็ยิ่งรีบเร่งกว่าเดิม

อูฮยอนเป็นแพทย์ที่มีความห่วงใยเกี่ยวกับคนไข้และมีความรับผิดชอบสูงกว่าใคร แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังใช้สติทั้งหมดคิดเกี่ยวกับผู้ป่วยจนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังวิ่งลงบันไดตรงพรมแดงหรือที่ไหนก็ตาม ปกติแล้วอูฮยอนไม่ค่อยไปในสถานที่ที่มีผู้คนมากมายเท่าไหร่ เขาไม่ชอบบรรยากาศหรูหราและโหวกเหวก ไม่ชอบถ่ายรูปด้วย อูฮยอนเป็นแพทย์ที่ทำงานกินเงินเดือนเหมือนมด แม้จะเป็นนายแพทย์ผู้ดังระเบิดสำหรับคนไข้ทั้งหลายจนถูกเรียกว่าเป็นดาราในวงการแพทย์ แต่ก็ไม่เคยรับงานพวกการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารหรือถ่ายทำรายการในโรงพยาบาลเลย เพราะเขาไม่ชอบให้งานที่ทำเผยแพร่ไปสู่สื่อมวลชน

ต้องไปทางไหนนะ เหมือนจะได้ยินเสียงไซเรนของรถพยาบาลอยู่รางๆ จากที่ไกลๆ แต่บริเวณรอบข้างเสียงดังมากจนก็ไม่สามารถแยกแยะทิศทางได้ อูฮยอนหยุดพักหายใจสักครู่ หลังจากตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องฝ่าฝูงชนทีล้นหลามออกไป สำหรับอูฮยอนแล้วเขาติดนิสัยหยุดยืนหายใจลึกๆ หากเป็นกังวล แต่จุดที่อูฮยอนหยุดก็คือด้านหลังของยูจองที่กำลังโพสต์ท่าให้นักข่าวนั่นเอง ซึ่งอูฮยอนเองก็ไม่รู้ว่ากล้องมากมายที่หันมาทางยูจองถ่ายติดตัวเขาเข้าไปด้วย และเมื่อได้ยินเสียงไซเรนจากรถพยาบาลก็รวบรวมสติทั้งหมดในการคิดว่าจะฝ่าฝูงชนที่มายมายอย่างนี้ออกไปได้อย่างไร


* * *


รถของจีฮุนมาถึงทางเข้าพรมแดงและตัวจีฮุนจะลงมาแล้วก็ตาม แต่กลุ่มนักข่าวยังคงจดจ่ออยู่กับยูจองจนจีฮุนตกอยู่ในสภาพที่ถูกเมินอย่างชัดเจน จีฮุนรู้สึกเศร้าใจแต่ก็ยิ้มเหมือนไม่รู้สึกอะไร แล้วลองใช้สมองคิดไตร่ตรองดู ไหนๆ ก็กำลังถ่ายหนังด้วยด้วยกัน หากเขาเดินเข้าไปใกล้ยูจองแล้วยื่นมือคอยปกป้องเธอก็คงจะได้รับคำชมเรื่องมารยาทดี แล้วก็ได้แบ่งสปอร์ตไลท์จากยูจองมาให้ตัวเองบ้างด้วย โอเค งั้นมาใช้ยุนยูจองกันเถอะ จีฮุนเดินเข้าไปหายูจองพลางยื่นมือออกไป ทันทีที่ยูจองมองจีฮุนดวงตากลมโตก็เต็มไปด้วยความยินดี สองตาที่ใช้มองจีฮุนส่องประกายวาววับ ยูจองยิ้มให้อย่างเขินอายและปลื้มใจ จีฮุนเป็นนักแสดงดาวรุ่งในช่วงนี้ ล่าสุดเขาได้ร่วมงานกับยูจองถึงสองครั้ง ดังนั้นหลังจากที่จีฮุนลงจากรถและเดินเข้าไปใกล้ยูจอง ช่วงเวลาที่ยูจองมองจีฮุน สีหน้าเธอดูสดใส แววตาเปล่งประกาย แต่ก็ไม่มีใครรู้สึกเคลือบแคลงใจ ยกเว้นแต่นักข่าวจูมินอาของ ‘อิทส์แฟค’ เพียงคนเดียว


* * *


นักข่าวนัมที่เป็นผู้ติดตามมินอากำลังบันทึกทุกอย่างด้วยกล้องอยู่ มินอาสะกิดสีข้างของนักข่าวที่ถ่ายรูปอย่างไม่หยุดหย่อนแล้วกระซิบข้างหู

“ยุนยูจอง ชเวจีฮุน สายตาของสองคนนี้ การกระทำ อย่าพลาดแม้แต่อย่างเดียวเชียวนะ ถ่ายให้หมด ทุกอย่างเลย”

“ก็ถ่ายอยู่นี่ไงครับ ตอนนี้สายตาของรุ่นพี่นี่เหมือนพวกสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องเหยื่อสุดๆ ไปเลย รู้หรือเปล่าครับ”

เธอเบะปากตอบอีกคน ขณะนั้นเมื่อยูจองก้าวเท้าเพื่อจะไปจับมือที่จีฮุนยื่นมาให้อย่างรวดเร็ว เธอกลับเหยียบชายกระโปรงตัวเองจนเสียการทรงตัว แถมรองเท้าส้นเข็มที่สวมมาก็ยังพลิกอีก จีฮุนเอื้อมแขนจะไปคว้ายูจองที่กำลังโซเซแต่ก็พลาด ร่างกายของยูจองจึงหงายล้มไปทางด้านหลัง ผู้คนที่จ้องมองต่างหวีดร้องอย่างอกสั่นขวัญหาย อุบัติเหตุครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น มันช่างเป็นเรื่องน่าหวาดเสียว แต่อูฮยอนที่กำลังยืนสูดลมหายใจลึกอยู่ด้านหลังของยูจองก็ออกตัวพรวดพราดคว้ากอดยูจองไว้จากทางด้านหลัง

ช่วงเวลานั้นความเงียบก็เข้าปกคลุม อูฮยอนที่โอบกอดยูจองและยูจองที่เป็นฝ่ายโดนกอดต่างนิ่งเฉยด้วยความประหม่า ยูจองกับอูฮยอนตกใจถึงขั้นที่ต่างฝ่ายต่างได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันดังขึ้นในหู ยูจองหลับตาแน่น หวาดกลัวจนลืมตาไม่ได้ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“เอ่อ...คือ ตอน ตอนนี้ฉันโอเคแล้วใช่ไหมคะ ยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมคะ”

“ครับ ดูท่าคงจะตกใจมาก แต่ว่าไม่เป็นไรแล้วล่ะครับ ยังมีชีวิตอยู่แน่นอน วางใจได้เลยครับ”

เสียงของอูฮยอนที่เข้ามาในหูของยูจองทั้งอบอุ่นและสุขุม พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ เสียงนี้ คำพูดคำจาแบบนี้!? มันเป็นเสียงที่เธอเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง วิธีการพูดที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำ น้ำเสียงของผู้ชายคนนี้ คำพูด... เหมือนเด็กคนนั้น ชัดเลย หรือว่า… นามินซอก?!

เมื่อยูจองลืมตาขึ้นพรึ่บแล้วหันตัวเพื่อจะมองหน้าอูฮยอนก็มีเสียงไซเรนดังขึ้นอย่างรีบร้อน ก่อนที่รถพยาบาลมาหยุดตรงทางเข้าตามด้วยประตูถูกเปิดออก อูฮยอนจึงรีบวิ่งไปขึ้นรถพยาบาลเหมือนสายลม จากนั้นรถพยาบาลก็ออกตัวราวกับกำลังหลบหนีไป

แสงแฟลชจากกล้องที่เคยหยุดไปชั่วขณะเริ่มกลับมารัวพร้อมๆ กัน ยูจองต้องเผชิญกับพายุแฟลชที่สาดเทมาเหมือนประทัด แต่เธอกลับยืนมองไปทางที่อูฮยอนวิ่งไปด้วยสีหน้าเหม่อลอย


ความคิดเห็น