ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ตามหาผู้ติดตาต้องใจ (Rev.)

ชื่อตอน : บทที่ 4 ตามหาผู้ติดตาต้องใจ (Rev.)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2563 14:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ตามหาผู้ติดตาต้องใจ (Rev.)
แบบอักษร

 

#แคว้นต้าเหยี๋ยน เมืองเป่ยอัน (ปัจจุบัน) 

"ฝ่าบาททุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์เงารายงานผู้เป็นเหนือหัว หลังจากที่พบคนผู้นั้นเจ้าเหนือหัวของตนก็สั่งเลื่อนการเดินทางเร็วขึ้นในทันที 

"อืม หยางสือ เจ้าพร้อมรึยัง" ฮ่องเต้เกาจงถามหยางสือ เพราะว่าหยางสือต้องเดินไปพร้อมตนเช่นเคย และเมื่อตนเร่งเดินทางเร็วขึ้นหยางสือนั้นก็ต้องลำบากไปด้วยเช่นกัน 

"มิกล้าฝ่าบาท กระหม่อมเตรียมพร้อมตลอดเวลาพ่ะย่ะค่ะ" หยางสือตอบเจ้าเหนือหัวของตนอย่างทันที เขาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าเหยี๋ยนเรื่องแบบนี้ไม่ได้ทำให้เขาต้องหนักใจเพราะการเป็นแม่ทัพใหญ่ต้องตัดสินใจเด็ดขาด กระทำอันใดก็รวดเร็วมั่นคง ร่างกายและจิตใจตื่นตัวและเตรียมพร้อมตลอดเวลา 

"ดี เราเดินทางกันได้แล้ว" หลังจากพูดจบร่างของเกาจงก็ขึ้นนั่งบนหลังม้าแล้วตามด้วยยางสือและบรรดาทหารคุ้มกันอีกห้าคน ไม่รวมองครักษ์เงา ซึ่งในครั้งนี้เป็นการเข้าแคว้นอิ้งเทียนอย่างลับๆ ดังนั้นทั้งฮ่องเต้เกาจงและผู้ร่วมติดตามสวนเพียงเสื้อผ้าธรรมดาแต่ก็ยังถือว่าเป็นผ้าแพรอย่างดีที่ระดับขุนนางหรือครอบครัวเศรษฐีเท่านั้นจะมีกำลังซื้อได้ 

การเดินทางระหว่างเมืองเป่ยอันและเมืองอีชางนั้นหากเป็นผู้ที่มียุทธ์จะใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น หากใช้ม้าจะใช้เวลาเกือบวันในการเดินทางแต่ถ้าเดินเท้าใช้เวลาราว ๆ สามถึงห้าวัน ตลอดเวลาที่เดินทางฮ่องเต้เกาจงไม่ยอมลงจากอานม้าแถมยังสั่งให้เร่งฝีเท้ามากขึ้นทำให้หยางสือและผู้ติดตามคนอื่นๆ ต่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายของตนจึงต้องเร่งรีบเช่นนี้ จะไม่ให้เร่งรีบได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้พระทัยของฮ่องเต้เกาจงนั้น ไปถึงเมืองอีชางแคว้นอิ้งเทียนพร้อมคนผู้นั้นแล้ว 

"ฝะ...เอ่ออ...นายท่านเข้าเขตเมืองอีชางแล้วเราจะพักกันแถวนี้หรือพักในตัวเมืองอีชางเลยพะ..ขอรับ" หยางสือถามนายของตน ด้วยเหตุมาครั้งนี้คือการแอบมาอย่างลับๆ จึงให้ใครรู้สถานะของผู้เป็นนายไม่ได้ ถึงแคว้นอิ้งเทียนและแคว้นต้าเหยี๋ยนไม่เคยรบรากันมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ผูกมิตรเช่นกัน หยางสือจึงต้องระวังเป็นอย่างมาก 

"เร่งฝีเท้า เราจะพักกันที่โรงเตี๊ยมในเมืองอีชาง" ฮ่องเต้เกาจงพูดแค่นั้น หลังจากพูดจบก็ยิ่งเร่งม้าให้วิ่งเร็วขึ้น การนัดหมายยังไม่ถึงเวลายังเหลืออีกสองวัน แต่ที่ตนรีบนั้นเพราะตนตั้งใจจะใช้เวลานี้เสาะหาคนผู้นั้นต่างหาก 

กุ๊บกับ กุ๊บกับ กุ๊บกับ 

หลังจากที่เร่งม้าจนเข้าเขตเมืองของเมืองอีชางม้าทั้งเจ็ดตัวก็ตรงไปยังโรงเตี๊ยมใหญ่ใจกลางเมืองทันที ที่นี่เป็นทั้งที่พักจะเป็นที่นัดพบกับเจ้าของสารลับนั้น เมื่อเข้ามาถึงโรงเตี๊ยมหยางสือเป็นผู้จัดการทุกอย่างให้ผู้เป็นนายได้พักผ่อนรวมถึงผู้ติดตามเช่นกัน 

"นายท่าน...ข้าน้อยจัดการให้เถ้าแก่จัดหาห้องที่ดีที่สุดให้ท่านแล้ว เชิญด้านนี้ขอรับ" เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หยางสือก็เชิญผู้เป็นนายขึ้นพักบนห้องที่เตรียมไว้ เมื่อเข้าห้องพักที่จัดเตรียมทั้งอาหารเครื่องดื่ม รวมถึงหญิงงามที่ทางโรงเตี๊ยมนั้นได้จัดการไว้ให้ เพราะเห็นว่าผู้มาพักเป็นชายหนุ่มทั้งหมด แถมดูจากเสื้อผ้าที่คนเหล่านี้ใส่ต้องเป็นผู้ที่มีฐานะแน่นอนจึงตั้งใจส่งหญิงงามพวกนี้มาคอยปรนนิบัติ 

"นายท่าน...เชิญทางนี้เจ้าค่ะ พวกข้าจะคอยดูแลพวกท่านเอง" หนึ่งในหญิงสาวพูดขึ้นเสียงหวาน กิริยาทางท่าทางอ่อนช้อย ส่งสายตาเชิญชวนอย่างไม่ปิดบัง 

"พาพวกนางออกไป" ฮ่องเต้เกาจงพูดขึ้นโดยไม่แยแสหญิงงามสักนิด 

"แหม่...นายทะ.." / "ข้าสั่งว่ายังไง...หยางสือ" 

สาวงามยังคงพยายามจะเชิญชวนต่อ แต่ก็ถูกเกาจงส่งเสียงเย็นออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้น้ำเสียงเรียบนั้นแฝงไปด้วยความกดดันจนสาวงามพวกนั้นหน้าซีด เผลอกั้นลมหายใจทันที 

"พวกเจ้าออกไปซะ ก่อนที่นายท่านของข้าจะไม่พอใจไปมากกว่านี้" หยางสือไล่พวกนางทันทีที่ผู้เป็นนายแผ่รังสีน่ากลัวออกมา 

"คะ..ค่ะ..พะ...พวกข้าขอตัวจะ...เจ้าคะ" พวกนางต่างรีบร้อนบอกลาในทันที คนผู้นี้ช่างน่ากลัวขนาดไม่เห็นหน้าตาก็ยังน่ากลัวเพียงนี้ 

"ขออภัยนายท่าน ข้าเองก็ไม่ทราบว่าทางโรงเตี๊ยมจะส่งพวกนางมา" หยางสือคุกเข่าทั้งสองข้างมือทั้งสองประสานกันยกขึ้นตรงหน้าและก้มหัวลง เพื่อเป็นการขอโทษผู้เป็นนาย ที่ตนละเลยเลยทำให้ขุ่นเคืองใจ 

" ไม่เป็นไร เจ้าไม่รู้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า ลุกขึ้นเถอะแล้วพวกเจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ ข้าเองก็อยากพักแล้วเช่นกัน พรุ่งนี้ข้ามีอะไรต้องทำ" เกาจงบอกออกไปเพราะตนเองก็เร่งรีบในการเดินทางเพื่อให้ถึงเมืองนี้ ตนเองก็เมื่อยล้าบ้าง เลยต้องการที่จะพักผ่อน เพราะวันพรุ่งนี้ตนนั้นต้องออกตามหาผู้ที่ตนต้องการพบหน้า 

"ขอรับนายท่าน ข้าน้อยจะตรวจอาหาร และตระเตรียมเวรยามให้เรียบร้อย เชิญนายท่านพักผ่อนขอรับ" พูดจบหยางสือก็เตรียมเข็มเงินขึ้นมาแล้วจิ้มลงในอาหารที่เตรียมไว้ทุกจาน รวมถึงชิมอาหารทุกจานเพื่อตรวจพิษ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยตนจึงออกจากห้องผู้เป็นนาย แล้วตระเตรียมเวรยามผลัดเปลี่ยนในการเฝ้าระวังให้ผู้เป็นนาย 

 

วันต่อมา 

"นายท่านจะไปที่ใดขอรับ" หยางสือถามหลังจากพักผ่อนหลับนอน จนรุ่งเช้าผู้เป็นนายบอกว่าจะออกไปข้างนอกตนเลยถามออกไป 

"เดินสำรวจตามเมืองสักหน่อย" เกาจงตอบเพียงเท่านั้น ก่อนย่างกรายไปข้างหน้าอย่างสง่างาม แม้ภายนอกนั้นดูสงบนิ่งยากแท้ที่จะรู้ว่าใบหน้าที่เรียบนิ่งนั้นคิดสิ่งใด แต่สายตาและภายในห้วงความคิดนั้นนึกถึงเพียงคนคนหนึ่งอยู่ แม้รู้เพียงหน้า จำได้เพียงน้ำเสียงเพียงเท่านั้น แต่กลับตราตรึงอยู่ในความคิดเสียอย่างนั้น 

ทั้งเจ็ดคนเดินไปตามทางตลาดที่ซื้อขายของใช้ต่าง ๆ สองคนเดินหน้าเพื่อเปิดทางให้ผู้เป็นนาย สามคนเดินตามหลังทิ้งระยะเล็กน้อย คอยคุ้มกันจากด้านหลัง และมีผู้ติดตามคนสนิทเดินข้างกายผู้เป็นนาย ตลอดเวลาที่เดินผ่านทุกที่ สายตาคมคอยมองหาผู้ที่มีท่าทางคล้ายกับคนผู้นั้น แต่ก็ไม่มีวี่แวว หรือว่าตนจะเปลี่ยนไปหาตามโรงน้ำชา หรือตาหอโคมแดงดี เพราะจากเสื้อผ้าที่อีกคนใส่คืนนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า มีฐานะดีมากเช่นกัน เนื้อผ้าแบบนั้นต้องเป็นบุตรชายลูกขุนนางที่นี่ ไม่ก็บุตรชายเศรษฐี คงต้องเปลี่ยนเป้าหมายเสียแล้ว 

ทันทีที่เกาจงคิดอะไรได้ สองเท้าก้าวเข้าหาร้านขายผ้าแพรอย่างดีในทันที 

"เชิญครับ นายท่าน เชิญดูผ้าสวยๆ ได้เลยครับ" ทันทีที่เดินเข้าร้านขายผ้าเถ้าแก่ร้านขายผ้าก็ออกมาต้อนรับขับสู้ทันที 

"ขอถามสักเรื่อง" เกาจงเอ่ยสั้น ๆ ทันที 

"นายท่านต้องการทราบเรื่องใดรึ ถ้าข้ารู้ข้าก็จะบอกท่าน" เถ้าแก่ตอบกลับมา 

"ข้าต้องการหาคน เป็นชายส่วนสูงต่ำกว่าข้าเพียงหนึ่งคืบ ผิวพรรณขาวผ่องหน้าตาคมคายปนหวาน อายุไม่น่าเกินยี่สิบห้าหนาว เจ้าพอรู้จักหรือไม่" เกาจงบอกถึงรูปลักษณ์ที่ตนนั้นจำได้ขึ้นใจแม้จะพบเจอเพียงครั้งเดียวและเพียงไม่ถึงชั่วยามก็ตาม แต่กลับติดตรึงอยู่ในใจตนในทันที 

"เอ่ออ..นายท่าน จากที่ท่านบอกมาข้าว่าข้าคงตอบท่านไม่ได้หรอกนะ" 

ปึก 

"นี่น้ำใจจากนายท่านของข้า หากเถ้าแก่สามารถบอกอะไรได้บ้าง" หยางสือเห็นแววตาไม่พอใจของนายตน ก็รีบเข้ามาดำเนินการแทนทันทีโดยการนำเงินหนึ่งร้อยตำลึงวางบนโต๊ะหน้าเถ้าแก่ร้านขายผ้าทันที เพราะตนสังเกตว่าหลังจากที่นายของตนกลับจากป่าในคืนนั้น ก็รีบสั่งการเดินทางทันที และเร่งเดินทางจนถึงที่นัดหมายก่อนเวลาด้วยซ้ำ และจากการที่นายของตนนั้นถามเถ้าแก่ร้านผ้า คนผู้ที่นายท่านถามถึงคงต้องสำคัญเป็นอย่างมากแน่ 'เป็นใครกันนะ ที่ทำให้ผู้มังกรผู้เยือกเย็นร้อนรนได้ถึงเพียงนี้' หยางสือถามตัวเองในใจ 

"เอ่ออ ข้าก็อยากจะบอกพวกท่านถ้าข้ารู้ เพราะเมืองนี้จวนเจ้าเมืองมีเพียงคุณหนูสองท่านและมีคุณชายวัยเพียง 11 ขวบเท่านั้น ส่วนขุนนางคนอื่นก็มีบุตรชายแต่ก็แต่งงานมีภรรยามีลูกกันหมด ส่วนเศรษฐีนั้นหลายเรือนก็มีบุตรชาย แต่ไม่มีผู้ใดที่หน้าตา รูปร่าง หรือท่าทางที่ท่านพูดเลยสักคนหากเป็นเมืองอื่นข้าเองก็ไม่ทราบ ท่านคงต้องไปถามที่หอโคมแดง ไม่แน่ที่นั่นอาจจะมีคนที่ท่านถามก็ได้ เพราะที่นั่นมีทั้งสาวและชายงามไว้ให้ผู้ที่มีเงินไปสำราญกัน" เถ้าแก่บอกตาโตเมื่ออยู่ๆ ก็มีคนนำเงินมาให้โดยที่ตนไม่ได้ทำอะไรเลย และบอกสิ่งที่ตนพอจะรู้ออกไป 

"ขอบคุณเถ้าแก่ นายท่าน...ท่านจะไปที่นั่นหรือไม่ขอรับ" หยางสือกล่าวขอบคุณเถ้าแก่ร้านขายผ้า แล้วหันกลับมาถามผู้เป็นนายทันที 

"..." ยังไม่มีคำใดออกจากปากเกาจง แต่สองเท้าร่างสูงก็เดินลิ่วตรงไปยังโรงเตี๊ยมโคมแดงที่เถ้าแก่ร้านขายผ้าบอกทันที 

"เชิญเจ้าคะ นายท่าน เชิญข้างในเลยเจ้าคะ" เมื่อเดินไปถึงที่เกาจงและผู้ติดตามก็ถูกเหล่าสาวงาม รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น เดินตรงมาหาพวกตนทันที สาวงามที่แต่งชุดแพรน้อยชิ้น เบาบางจนแทบจะเห็นสัดส่วน 

"เชินทางนี้เจ้าคะ แหม๋เข้ามาข้างในแล้วข้าว่าพวกท่านถอดหมวกออกก่อนดีหรือเจ้าคะ" สาวงามนางหนึ่งกล่าวออกไป เพราะนางดูจากท่าทางองอาจแบบนี้ หน้าตาคงหล่อเหลาน่าดู ไม่น่าปกปิดด้วยหมวกที่มีผ้าปิดเอาไว้ 

"บังอาจ ถ้าไม่อยากตายก็อย่าแตะตัวหรือเข้าใกล้นายท่านของข้าอีก" หยางสือยื่นมือที่ถือกระบี่ขวางมือเรียวของสาวงามคนนั้นที่จะเอื้อมไปหยิบหมวกออกจาก ศีรษะของผู้เป็นนาย 'บังอาจนัก' 

"อะ..เอ่ออ นายท่านโปรดใจเย็นเจ้าค่ะ คะ..คือข้าแค่จะช่วยนายท่านผู้นี้ถอดหมวกแค่นั้นเองเจ้าค่ะ" หญิงสาวตกใจหน้าซีดทันทีที่หยางสือพูดออกมาด้วยท่าทางน่ากลัวแบบนั้น 

"เรียกเด็กของเจ้ามาทั้งหมดเฉพาะบุรุษเท่านั้น" เกาจงเองก็ไม่อยากเสียเวลามากจึงรีบบอกจุดประสงค์ของตนออกไป 

"เฉพาะบุรุษอย่างเดียวหรือเจ้าคะ ที่นี่สาวงามก็มีมานัก ท่านมะ..." / "ถ้ายังไม่ทำตามที่นายท่านของข้าสั่ง ข้าจะฟันคอเจ้าขาดแทน" 

สาวงามผู้นั้นรีบปิดปากแล้วเดินไปเรียกหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ทุกคนที่อยู่ภายใต้หอโคมแดงแห่งนี้มาให้ผู้ตรงหน้าทันที นางเองก็เสียหน้าไม่น้อย ไม่นึกว่าชายหนุ่มผู้องอาจท่าทางมีอำนาจแบบนั้น จะนิยมชมชอบบุรุษด้วยกัน เวลาผ่านไปสักพักบรรดาบุรุษงามทั้งหลายก็ปรากฏต่อหน้าเกาจงนับสิบ เกาจงกวาดสายตาดูทุกคนแต่ก็ไม่มีผู้ใดเลยที่ใช่คนที่ตนตามหา 

“…” เกาจงไม่เอ่ยสิ่งใดเพียงแค่ปรายตามองหยางมือเท่านั้น 

"มีเท่านี้หรือ มีผู้ใดตกหล่นหรือไม่" เป็นหยางสือที่เอ่ยถามทันที เมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นนาย 

"มีเท่านี้เจ้าคะนายท่าน หอโคมแดงของข้ามีชายงามที่สุดของเมืองนี้อยู่ ทุกคนข้าล้วนสรรหามาเอง ไม่มีผู้ใดถูกใจนายท่านเลยรึเจ้าคะ" เจ้าของหอโคมแดงตอบเกาจงทันที ที่นี่คือแหล่งที่รวมหญิงงามและชายงามเป็นไปได้อย่างไรที่ไม่ถูกใจคนผู้นี้ 

"เจ้าเคยเห็นบุรุษส่วนสูงต่ำกว่าข้าเพียงหนึ่งคืบ ผิวพรรณขาวผ่องหน้าตาคมคายปนหวาน อายุไม่น่าเกินยี่สิบห้าหนาว หรือไม่" คำถามเดิมแต่ผู้ที่เอ่ยกลับเป็นหยางสือ เพราะผู้เป็นนายไม่ชอบเอ่ยอะไรซ้ำๆ นัก และคำถามที่เอ่ยไปนั้นเมื่อคนแต่ผู้เป็นนายก็สูงต่ำพอๆ กัน ยังนั้นคนผู้นั้นก็ต่ำกว่าตนเพียงหนึ่งคืบเช่นกัน 

"ไม่มีหรอกเจ้าคะ ถ้างดงามก็คงมีแต่พวกเขาที่ท่านเห็นอยู่ตรงหน้า แต่ลักษณะที่ท่านกล่าวมาข้าไม่เคยพบเจ้าคะ" เจ้าของหอโคมแดงตอบกลับไปอีกครั้ง 

"หึ" มีเพียงเสียงหัวเราะผ่านลำคอเท่านั้น แล้วก็เดินออกจากโคมแดงด้วยความผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็แสนจะเปรมปรีดามากกว่า เพราะอย่างน้อยคนที่ตนเฝ้าคิดถึงไม่ได้อยู่ในที่แบบนี้ 

หยางสือจัดการจ่ายเงินให้หอโคมแดงไปมากพอควร เพื่อให้เหมาะกับเวลาที่คนเหล่านั้นเสียเวลามายืนให้นายของตนได้ดู 

"นายท่านนี่ก็เย็นมากแล้ว นายท่านจะกลับไปพักเลยหรือไม่ขอรับ" หยางสือเอ่ยถามเกาจงเพราะเห็นท่าว่าวันนี้นายของตนคงไม่ได้สิ่งที่ปรารถนาเสียแล้ว 

"กลับ" เกาจงเอ่ยเพียงเท่านั้นแล้วตรงไปยังโรงเตี๊ยมที่พักทันที 

 

ณ วังไป๋หู่  

"ท่านรองแม่ทัพ มีผู้มาขอพบท่านขอรับ" พ่อบ้านวังไป๋หู่กล่าวบอกเจ้าของวังที่นั่งอ่านตำราในห้องหนังสือ 

"ใครกัน พ่อบ้านจาง" ไป๋หู่ถามกลับเสียงเรียบ 

"เขาบอกว่ามาจากวังหลวง มาขอพบท่านเรื่องสำคัญขอรับ" พ่อบ้านจางตอบคำถามของผู้เป็นนาย 

"เดี๋ยวข้าออกไปพบ พาเขาไปพบข้าที่เรือนรับรอง" ไป๋หู่ปิดตำรา แล้วบอกพ่อบ้านจางออกไป 

"ขอรับ ท่านแม่ทัพ" 

ไป๋หู่เดินออกจากห้องหนังสือตรงที่เรือนรับรอง ทันทีที่ไปถึงพบกับคนคนหนึ่งซึ่งตนเองก็ไม่เคยเห็นหน้าเช่นกัน 

"องค์ชายสี่ กระหม่อมห้าวอู่สง ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ" คนแปลกหน้าเอ่ยทันทีที่ไป๋หู่เดินเข้าห้องรับรอง 

"ข้าไม่ใช่องค์ชายสี่นานแล้ว เรียกข้าว่ารองแม่ทัพหากยังอยากคุยกับข้า" ไป๋หู่บอกไปทันทีที่ได้ยินสรรพนามที่ตนเองไม่เคยได้ยินมาเกือบสิบปีแล้ว 

"เอ่อ..ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมมีจดหมายมาส่งให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ หากพระองค์ตอบรับตามจดหมายก็ไปยังสถานที่ที่จดหมายระบุไว้ กระหม่อมแค่เป็นตัวแทนมาส่งสารเท่านั้น ที่เหลือขึ้นอยู่กับการตัดสินพระทัยของพระองค์เอง" อู่สงเอ่ยจบก็ยื่นจดหมายให้ไป๋หู่ทันที 

"ใครกัน ใครกันที่ต้องการพบข้า แล้วเหตุใดต้องนัดพบที่นั่น" หลังจากอ่านจดหมายไป๋หู่ พูดออกมาเพียงคนเดียวใครกันที่อยากพบกับเขาใครที่บอกว่ามาจากวังหลวง ใครกัน? 

ความคิดเห็น