ภาคสองนี้เราจะพยายามแต่งให้ดีกว่าเดิมนะคะ ขอคำชี้แนะด้วยนะ ><

บทที่ 2 งานวิวาห์

ชื่อตอน : บทที่ 2 งานวิวาห์

คำค้น : BTS kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2562 12:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 งานวิวาห์
แบบอักษร

II

งานวิวาห์



เช้านี้จีมินตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่ซึ่งขัดกับนิสัยนอนกินบ้านกินเมืองที่มักจะเป็นดั่งทุกวัน แต่วันนี้ไม่ เขาดีดตัวจากที่นอนอย่างเร่งรีบหลังจากดูเวลาในโทรศัพท์ และใช้เวลาอาบน้ำไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ จะให้เขาอืดอาดได้ยังไงล่ะ ก็ในวันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตเพื่อนของเขาน่ะสิ สำคัญยังไงน่ะเหรอ


ก็ยัยแทกำลังจะได้เข้าพิธีแต่งงานล่ะ


พอคิดแบบนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ นี่แหละเป็นสาเหตุที่เขาลงทุนตื่นเช้า มือป้อมแต่เรียวบางเอื้อมหยิบหวีกับเจลเพื่อจัดทรงผมให้ดูเรียบแปล้ แต่จีมินไม่ชอบความสมบูรณ์แบบ เขาจึงเขี่ยปอยผมตรงหน้าม้าให้ตกลงมาสักเส้นสองเส้นพอให้ดูเป็นธรรมชาติ และสองสิ่งสุดท้ายในการแต่งตัวคือ เสื้อสูทกับเน็กไทที่อุตส่าห์ไปเลือกเฟ้นอย่างดีในเมือง แต่ตอนนี้เกิดปัญหาเสียแล้ว เสื้อสูทถูกแขวนอยู่หน้าตู้อย่างโดดเดี่ยวก็จริง ทว่าเน็กไทกลับหายไปไหนเสียนี่ 

"อยู่ไหนว้า" เขาเกาหัวแกรกๆพลางเดินหาเส้นเน็กไทไปทั่วห้อง และต้องขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยให้เขาหาเจอสักที ที่แท้มันก็ถูกหมอนบนโซฟาทับไว้นี่เอง รู้แบบนี้เอาไปพาดกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวดีกว่า

ความจริงคุณพ่อกับคุณแม่ของเขาต้องไปด้วย แต่เพราะพวกเขาติดธุระเร่งด่วน จึงส่งลูกชายไปเป็นตัวแทนของครอบครัว แล้วทีนี้ใครจะไปส่งเขาล่ะ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เพราะเขามีคนคอยบริการเสมอ

กิ๊ง ก่อง

นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี จีมินส่องกระจกดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าหล่อแล้วจึงคว้าโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินเดินจ้ำอ้าวออกจากห้อง และท่าทางวันนี้คงต้องอดทานมื้อเช้า แพนเค้กโฮต๊อกกับแก้วน้ำส้มที่วางเตรียมไว้อยู่บนโต๊ะ เขาก็ไม่ได้แตะต้องเลยสักนิด เอาเป็นว่ากลับมาเมื่อไรค่อยทานละกัน ถึงมันจะเย็นชืดเขาก็ทานได้อยู่ดี เพราะเรื่องของกินเขาไม่เรื่องมากอยู่แล้ว

"ช้า"

ทันทีที่ประตูหน้าบ้านเปิดออกจนแสงอาทิตย์ส่องเข้าตา คำบ่นจากคนตัวขาวก็ลอยมาแทนคำทักทายในเช้านี้ น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกรำคาญ อาจเป็นเพราะเขาชินกับนิสัยการพูดจาของอีกฝ่ายแล้วก็ได้ แต่เอาจริงๆมันก็ยังมีเหตุผลอื่นอยู่

เขาปิดประตูล็อกบ้านก่อนหันมาทำหน้าตาง้ำงอ "ก็มันหาเน็กไทไม่เจออ่า..."

เมื่อยุนกิเห็นแก้มป่องๆกลมๆที่พองออกมานั่นแล้ว ก็นำมือไปวางไว้บนศีรษะทุยแล้วจับโยกเบาๆอย่างเอ็นดู

"คราวหลังก็รู้จักเก็บของให้เป็นที่ด้วยสิ นี่แค่เน็กไทนะ ไม่ใช่ว่าห้องจีมรกเป็นรังหนูเลยเหรอ"

"โธ่ ยุนกิอ่ะ ผมเสียทรงหมดแล้ว" ร่างเล็กดันมือขาวซีดออกไป ก่อนที่ผมซึ่งอุตส่าห์เซตมาอย่างดีจะแตกเป็นหญ้าแพรกเสียก่อน ถึงจะไม่ได้ชอบความสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าแบบนั้นก็ไม่ไหวนะ

รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ป่ะ รีบขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวสาย"

คนตัวขาวหลีกทางให้ร่างเล็กเดินนำไปก่อน เมื่อมาถึงบิ๊กไบค์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน ยุนกิก็หาหมวกกันน็อคอีกใบมาสวมให้คนตัวเล็ก

"รัดแน่นไหม?"

จีมินส่ายหน้าพลางอมยิ้มให้อีกคนที่กำลังปรับสายอยู่ เขารู้สึกดีที่มีคนคอยดูแลแบบยุนกิ เพราะตอนที่คบกับแทฮยองอยู่เขาก็เป็นฝ่ายดูแลตลอด ไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกตอนถูกเอาใจสักที

เขายกร่างขึ้นไปนั่งบนเบาะตามหลังร่างหนา แต่ไม่เห็นว่าจะขับออกไปสักทีจึงเอ่ยถาม

"ทำไมไม่ไปล่ะ ไหนบอกรีบ"

คนตัวขาวไม่พูดอะไร กลับจับสองมือเล็กให้มากอดเอวไว้จนจีมินหน้าแดงด้วยความเขินจัด

"กอดแน่นๆล่ะ"

"....." คนตัวเล็กซุกหน้ากับแผ่นหลังกว้างเพื่อซ่อนแก้มร้อนฉ่า ถึงไม่บอกก็จะกอดให้แน่นอยู่แล้วล่ะ




ในที่สุด การเดินทางอันยาวนานที่พาให้หัวใจวายก็สิ้นสุดลงเมื่อมาถึงบ้านของครอบครัวคิม จีมินเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมยุนกิถึงบอกให้กอดแน่นๆ และที่บอกว่าพาให้หัวใจวายก็ไม่ใช่อะไร ก็ไอ้เต่าเผือกมันแอบเป็นพวกตีนผี ขับซิ่งซะจนปากเขาแทบกระพือ พอลงมาจากรถก็ถึงกับเดินขาสั่นอย่างกับหนีผีเลยทีเดียว

"ให้ช่วยป่ะ"

ยุนกิทำท่าจะช่วยพยุงแต่ถูกร่างเล็กปฏิเสธเพราะเข็ดขยาด "ไม่ๆๆ ไม่เป็นไร จีมเดินไหว"

"โทษทีที่ซิ่ง แต่กลัวไม่ทันเข้าพิธีจริงๆ" เขายกข้อมือมาดูนาฬิกา ปรากฏว่าเหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนจะเริ่มพิธี มันทำให้เขารู้สึกคิดถูกที่ขับซิ่งมา แต่จีมินไม่คิดแบบนั้น

"อือ ไม่เป็นไรหรอก"

"หวัดดีจีม พี่ยุนกิ มาทันเวลาพอดีเลย!" ร่างเพรียวบางของแบคฮยอนเดินมาหาทั้งคู่ตรงลานจอดรถ เจ้าตัวโบกไม้โบกมือและฉีกยิ้มจนตาหยี

"หวัดดีแบค" ยุนกิกล่าวทักด้วยชื่อเล่น มันก็ถูกแล้วที่เขาเรียกแบบนั้น เพราะทุกคนรู้แล้วว่ายุนกิอายุเยอะกว่าแบคฮยอน และอาจจะ... เยอะกว่านัมจุนที่ถือว่าอาวุโสสุดด้วย -- ดิฉันแน่ใจว่าพวกคุณอยากรู้อายุของยุนกิกับจองกุก

"หวัดดีครับพี่แบค" จีมินทักทายก่อนจะร้อง หยา! เมื่อถอดหมวกกันน็อคออกมาก็เห็นผมตัวเองชี้ฟูเป็นป๊อปคอร์น

"แทแทรออยู่ที่ห้องแหนะ ไปหาสิ ส่วนจองกุกก็คุยกับคนอื่นในงานอยู่"

ร่างเล็กหน้าบูดพลางจัดทรงผมให้เข้าที่ เขาเดินแยกเข้าไปในตัวบ้านเพื่อหาแทฮยอง ส่วนยุนกิก็เดินปลีกไปหาจองกุกตรงลานพิธีโดยมีแบคฮยอนพาไป


ก๊อกๆๆ

"เข้ามาเลย"

สิ้นคำอนุญาต จีมินก็เปิดประตูห้องนอนจนเจอร่างบางกำลังยืนจัดเน็กไทตรงหน้ากระจกตั้งพื้น

แทฮยองหันมาก่อนคลี่ยิ้มเมื่อรู้ว่าใครเข้ามาในห้อง "ชิมชิม!"

ทั้งสองโผเข้ากอดด้วยความคิดถึง แต่มีความรู้สึกหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาให้กับร่างเล็กนั่นคือความยินดี

"ไหน มาให้ชิมดูเจ้าสาวหน่อยซิ"

เพื่อนตัวเล็กจับหมุนตัวแทฮยองในชุดสูทสีขาวอย่างชื่นชม วันนี้แทแทของเขาช่างสวยเป็นพิเศษ พวงแก้มที่แดงระเรื่อแบบธรรมชาติขับให้ใบหน้าดูเปล่งประกาย แล้วยิ่งเติมสีปากเป็นสีแอปเปิ้ลนิดหน่อยก็ยิ่งชวนให้น่ามอง

"สวยซะไม่มียัยแทของชิม ถ้าจองกุกเห็นต้องหลงแล้วหลงอีกแน่เลย"

แทฮยองยิ้มหวานแทนคำขอบคุณ "คิดว่าแทต้องทาลิปอีกป่ะ?" เขาชี้นิ้วมาที่ตัวเองพลางเม้มปากให้สีลิปเกลื่อน แต่จีมินห้ามปราม

"ไม่ต้องหรอก แค่นี้แทก็สวยเริ่ดพอแล้ว เดี๋ยวก็ได้ปากแดงเป็นนางร้ายพอดี คนในงานจะตกใจเอา หรืออยากให้สีลิปลอย หืม?"

"บ้า... ใครจะอยากกัน" ร่างโปร่งบางเบ้ปากให้กับท่าทางขำกลิ้งของเพื่อน

"ล้อเล่นๆ แหม่ ก็เห็นว่าอยากทาอีกชั้นหนิ" เขาเดินอ้อมหลังเพื่อจัดปกคอเสื้อสูทให้เรียบร้อยพร้อมบริการปัดฝุ่นปัดใยผ้าออกด้วย ทำเอาความงอนที่มีของแทฮยองหายเป็นปลิดทิ้งเลย

แกรก

"แทลูก พิธีจะเริ่มแล้วนะ" ไม่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาก่อน ร่างของนัมจุนในชุดสูทสีดำทางการก็โผล่พรวดเข้ามาในห้อง

"งั้นเดี๋ยวชิมไปรอข้างล่างนะ"

"อื้ม"

แทฮยองพยักหน้าให้จีมินที่เดินออกไปจากห้อง เมื่อผู้เป็นพ่อเดินเข้ามา เขาก็ก้มหน้าเพื่อซ่อนความคร่ำเครียด

"พ่อฮะ ผม... ทำตัวไม่ถูกเลย คือ..."

นัมจุนลูบกลุ่มผมนุ่มให้ลูกชายหายตื่นเต้น ความอ่อนโยนที่ส่งผ่านมาทำให้แทฮยองมีท่าทีสงบลง แต่ก็ไม่อาจช่วยให้หัวใจดวงน้อยเลิกเต้นระส่ำ

"ผมตื่นเต้น ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี และ... และผมก็กังวลด้วยว่าตัวเองจะจำบทพูดไม่ได้!"

"แทฮยอง..." อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นจนนัมจุนเห็นแววตาสั่นระริก

"ถ้าผมอ้ำอึ้งต่อหน้าจองกุก ทุกคนต้องหัวเราะผมแน่ แล้วจองกุกก็จะอับอาย---"

"ใจเย็นไว้ หายใจเข้าลึกๆ"

แทฮยองเงียบและเริ่มสูดหายใจเข้าไปเต็มปอดแล้วค่อยๆผ่อนออก

"ยังงั้นแหละ ช้าๆ"

เขาทำตามที่ผู้เป็นพ่อบอกทุกอย่าง และน่าฉงนเหลือเกินที่ความตื่นเต้นเริ่มหายไป มันเหมือนมีอะไรมาเติมเต็มจนเขาสามารถใจเย็นลง

"รู้ไหม ลูกน่ะเหมือนแม่ไม่มีผิด ตอนที่พวกเรากำลังเข้าพิธีแต่งงานแม่เขาก็เป็นแบบนี้แหละ แต่หนักกว่าลูกอีก จนคุณยายต้องหายาดมมาให้เลยคิดดู แต่โชคดีที่ไม่เป็นลมจับกลางงานไปซะก่อน"

นัมจุนพูดติดขำเพื่อคลายความเครียดให้ลูกชาย และมันก็ได้ผล แทฮยองยิ้มออกมาด้วยความขำขัน "จริงเหรอฮะ"

เขาพยักหน้ายืนยันและเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้ร่างบาง

แทฮยองหันมาส่องกระจกอีกครั้ง "ผมดูดียัง? สวยรึเปล่า? ต้องแต่งอะไรเพิ่มไหมฮะ?" เขาหมุนตัวโชว์ให้คุณพ่อดูความเรียบร้อย แต่ในสายตาของนัมจุน มันดูเหมือนแทฮยองกำลังอวดความเพอร์เฟ็กต์มากกว่า

"หึ พ่อจอมขี้กังวล!" มือหนายีผมลูกชายที่ไม่ได้เซตไว้เหมือนคนอื่นเบาๆ "ลูกสวยที่สุดเท่าที่พ่อเคยเห็นเลยแหละ"

แทฮยองอมยิ้มเล็กๆอย่างพอใจ ความมั่นใจของเขาเพิ่มขึ้นมานิดหนึ่ง

"พร้อมจะเข้าพิธีรึยัง" เขาปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนพร้อมยกแขนขวาขึ้นมาในระดับเอว

"พร้อมแล้วฮะ" ร่างบางยิ้มหวาน สอดแขนเข้าไปคล้องก่อนเดินออกไปจากห้องกับผู้เป็นพ่อ


งานแต่งงานของคู่บ่าวสาวคู่นี้เป็นงานแต่งเล็กๆที่ถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆและเรียบง่าย อยู่ตรงบริเวณลานกว้างทางหลังบ้านซึ่งติดกับชายป่า ต้นไม้ถูกระบายเป็นสีส้มกับแดงดูอบอุ่นและโรแมนติกเข้ากับงาน ใบไม้สีส้มปลิวผ่านแทฮยองเหมือนอยากร่วมแสดงความยินดี พวกเขาเดินผ่านซุ้มประตูต้นไม้สีเขียว มีดอกไม้สีขาวแทรกเติมให้ดูสวยงาม แขกเหรื่อในงานทั้งหมดยืนขึ้นเมื่อเจ้าสาวเดินมาถึง ซึ่งประกอบไปด้วยซอกจิน แบคฮยอน โฮซอก จีมิน และยุนกิ รอยยิ้มประดับบนใบหน้าของทุกคนหลังจากเห็นความสวยของเจ้าสาว

เรียกได้ว่าเป็นวินาทีที่น่าตื่นเต้นที่สุดเลยก็ว่าได้ แทฮยองใจเต้นโครมครามเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนโปรยยิ้มรออยู่ข้างหน้า มือที่กำช่อดอกไม้อยู่ก็พลันสั่นเทาจนความมั่นใจที่มีลดฮวบตามไปด้วย 

"ลูกพร้อมไหม"

ร่างบางพยักหน้าถึงแม้ว่าจะย้อนแย้งอยู่ในใจลึกๆ ก่อนจะเดินควงแขนคุณพ่อไปยังลานพิธี รองเท้าหนังมันขลับสองคู่ย่ำเดินบนใบไม้แห้งและหญ้าเขียวชะอุ่ม แต่มีอยู่คู่หนึ่งที่ดูสั่นเทิ้มเป็นพิเศษจนเท้าเกือบสะดุดกัน

แทฮยองเม้มปาก มือเรียวแอบกำแขนเสื้อของนัมจุนด้วยความเกร็ง หัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นเรื่อยๆเมื่อเดินเข้าใกล้ร่างสูงมากขึ้น ทั้งเสื้อสูท เสื้อเชิ้ต เน็กไท กางเกง และรองเท้าของจองกุกล้วนเป็นสีดำสนิท แต่มันกลับทำให้เจ้าตัวดูมีเสน่ห์และน่าค้นหายิ่งนัก ผมที่ถูกจัดเซตเป็นทรงแต่แอบสางเบาๆให้ดูทันสมัย แล้วไหนจะคิ้วคมเข้มราวกับถูกวาดก็ยิ่งเสริมให้ชายหนุ่มหล่อเหลาขึ้นเป็นกอง แทฮยองไม่เคยเห็นจองกุกในลุคนี้เลย


ขอร้องล่ะ หัวใจอย่าเพิ่งดิ้นหลุดออกมานะ

"แทฮยอง ใจเย็น ตั้งสติไว้"

นัมจุนกระซิบกับลูกชายเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเกร็งจนจิกแขนเขา ร่างบางได้ยินยังงั้นก็คลายมือพร้อมกับสูดหายใจลึกๆเพื่อไล่อาการตื่นเต้น 

ทุกคนนั่งลงเมื่อเจ้าสาวมาถึงลานพิธี นัมจุนที่ทำหน้าที่เสร็จแล้วก็ย้ายตัวไปนั่งเก้าอี้ข้างๆซอกจิน 

จองกุกยิ้ม ดวงตาพร่างพราวจ้องร่างบางที่เอาแต่ก้มหน้างุดด้วยความขวยเขิน "วันนี้เจ้าสาวของผมงดงามมากจริงๆ"

แก้มกลมของแทฮยองยิ่งแดงปลั่งจนดูเหมือนทอแสงได้ แต่มันช่างสวยในสายตาของจองกุกเหลือเกิน "พี่กุกก็หล่อ..." เขาแทบจะเอาช่อดอกกุหลาบขาวปิดหน้าได้อยู่แล้ว หากไม่ติดตรงที่ยูคยอมผู้รับหน้าที่เป็นคนดำเนินพิธีกล่าวขัดขึ้นเสียก่อน

เขาเปิดหนังสือเล่มหนาเพื่อเริ่มพิธี "คุณจองกุก คุณแทฮยอง พวกคุณมีเจตจำนงที่จะสมรสกัน ขอให้ท่านทั้งสองจับมือขวาของกันและกันเพื่อแสดงความสมัครใจต่อหน้าพระเป็นเจ้า"

ทั้งสองจับมือขวาของกันและกัน ก่อนที่ยูคยอมจะพูดขึ้นอีกครั้ง

"จองกุก คุณจะรับแทฮยองเป็นภรรยาของคุณหรือไม่ คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ยาก ในยามไข้และยามสบายดี จะรักเขาและให้เกียรติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่"

จองกุกมองเข้าไปในดวงตาของแทฮยองก่อนกล่าวขึ้นอย่างหนักแน่น "ครับ"

"แทฮยอง คุณจะรับจองกุกเป็นสามีของคุณหรือไม่ คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ยาก ในยามไข้และยามสบายดี จะรักเขาและให้เกียรติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่"

แทฮยองเองก็มองเข้าไปในตาของจองกุกเช่นกัน "ครับ"

ยูคยอมคลี่ยิ้มและกล่าวอีกครั้ง "พระเจ้าข้า โปรดเสกแหวนสองวงนี้ ซึ่งข้าพเจ้าเสก ในนามของพระองค์ เพื่อให้ผู้สวมแหวนนั้นถือซื่อสัตย์ต่อกัน ดำรงอยู่ในสันติสุขและความโปรดปรานของพระองค์ จะได้เจริญชีวิตอยู่ในความรักต่อกันตลอดไป ทั้งนี้ อาศัยพระบารมีแห่งพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย"

"อาเมน" ทุกคนในงานกล่าวขึ้นพร้อมกัน

แบคฮยอนรีบถือพานแหวนมาให้คู่บ่าวสาว จองกุกคว้ามือซ้ายของแทฮยองก่อนหยิบแหวนวงเกลี้ยงเกลาบนพาน เมื่อแหวนถูกสวมใส่ให้กับนิ้วนางเรียวสวย จองกุกก็กล่าวเสียงทุ้มนุ่ม

"คิม แทฮยอง ขอให้รับแหวนนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์ของผม..."

แทฮยองยิ้มรับ หยิบแหวนบนพานมาสวมให้อีกฝ่ายพร้อมกล่าวขึ้น

"จอน จองกุก ขอให้รับแหวนนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์ของผม เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต"

สิ้นประโยค เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็สบตากันหวานซึ้งเหมือนปลื้มปิติที่ความฝันของพวกเขากลายเป็นจริง ยูคยอมจึงเอ่ยต่อซึ่งเป็นช่วงสุดท้าย

"ข้าพเจ้าขอประกาศว่า คุณจอน จองกุก และคุณคิม แทฮยอง บัดนี้ได้เป็นสามีภรรยากัน... เชิญเจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวครับ"

แทฮยองหลับตาพริ้ม รับจูบแสนละมุนจากผู้เป็นสามีขณะที่น้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้มแดงๆ ทุกคนยืนขึ้นพร้อมกับปรบมือแสดงความยินดี และร่วมเป็นสักขีพยานรักให้กับทั้งสอง นัมจุนโอบไหล่บางของภรรยาที่กำลังร้องไห้ตามแทฮยอง

จีมินมองภาพของคู่บ่าวสาวด้วยความรู้สึกอิ่มเอม เขาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกตอนแต่งงานเป็นยังไง มันอาจจะซึ้ง เศร้า และสุขในเวลาเดียวกัน เพราะงั้นเขาจึงอยากลองรู้สึกเหมือนที่แทฮยองรู้สึกดูบ้าง ถ้ามีบุญวาสนาพอ ก็ขอสักครั้งในชีวิตที่เขาได้สัมผัสประสบการณ์นั้น

ยุนกิที่คอยแอบมองร่างเล็กอยู่ก็ผุดยิ้มขึ้น "อยากลองเป็นเจ้าสาวมั่งล่ะสิ"

พวงแก้มอิ่มขึ้นริ้วสีแดง "คิดไปเองทั้งนั้น ไม่ได้อยากเป็นสักหน่อย"

คนตัวขาวยิ่งยิ้มกว้างขึ้น โอเค... ในเมื่อคนตัวเล็กเล่นยังงี้ก็ขอเล่นด้วยละกัน 

"เฮ้อ... เสียดายจังน้า ก็นึกว่ามีใครแถวนี้อยากใช้นามสกุลเดียวกับพี่ซะอีก"

จีมินได้ยินก็หูผึ่งทันใด ใบหน้าที่ว่าแดงแล้วยิ่งแดงเข้าไปใหญ่ "มันก็เร็วไปป่ะ... พี่กิ"

"เสียใจนะครับน้องจีม พอดีว่าพี่เป็นคนใจร้อน อยากกินหมูเร็วๆ"

เขินสิ อายม้วนไปสิครับน้องจีม บิดจนตัวจะเป็นเกลียวอยู่แล้ว ยัยหมูเอ๊ย




ขณะเดียวกัน ระหว่างที่ทุกคนกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสุขอยู่นั้น บนชั้นสองในห้องนอนของแทฮยอง ได้มีสิ่งมีชีวิตสีดำลำตัวเรียวยาวตัวหนึ่งกำลังเลื้อยผ่านประตู มันคลืบคลานเข้าไปหาไข่สิบแปดฟองบนเก้าอี้โซฟาที่ถูกทิ้งให้กองกันอยู่โดดเดี่ยว ไร้ผู้ใดปกป้อง

"ฟ่อ..."




แทฮยองเดินควงแขนจองกุกออกไปทางซุ้มประตูโดยมีกลีบดอกไม้จากทุกคนโปรยตลอดทาง พวกเขาออกมายืนรอแขกตรงที่โล่งเตี้ยนเพื่อเตรียมถ่ายรูปที่ระลึก

"เฮ้อ... อยากไปเที่ยวอิตาลีจัง" แทฮยองพูดลอยๆแต่ในคำพูดนั้นมีนัยยะแฝง เขาเหล่มองจองกุกที่กำลังชมนกชมไม้

ร่างสูงหันมายิ้มบาง ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแทแทตั้งใจหมายถึงอะไร "งั้นฮันนีมูนนี้ไปเที่ยวที่นั่นกันเนอะ"

ร่างบางฉีกยิ้มแป้นด้วยความดีใจ ส่วนคนอื่นๆก็เริ่มทยอยออกมากันหมดแล้ว "โอเคฮะ!"

จองกุกหยิบกลีบดอกไม้บนศีรษะออกให้ "แต่ปิดเทอมค่อยไปนะ ตอนนี้เรียนก่อน"

คนฟังพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย เมื่อทุกคนมารวมตัวกันครบแล้ว ซอกจินจึงเรียกเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวให้มาถ่ายรูปด้วยกัน

"แทแท จองกุก มาถ่ายรูปรวมเร็ว"

"ฮะ แม่"

แทฮยองเดินเขย่งอย่างอารมณ์ดีเข้าไปหาผู้เป็นแม่ แต่จองกุกกลับไม่กระดิกไปไหน บางกลิ่นทำให้เขาต้องหยุดดมและวิเคราะห์ เมื่อรับรู้ว่ากลิ่นอันตรายนั้นเป็นของใคร เขาจึงเดินเข้าไปหายุนกิอย่างรีบร้อน

"ก้า มึง..."

"เออ กูก็ได้กลิ่น" ยังไม่ทันได้พูด แต่ดูเหมือนยุนกิจะรู้ตัวเหมือนกัน "มึงไปไม่ได้ มึงเป็นเจ้าบ่าว เพราะงั้นเดี๋ยวกูไปเอง"

จองกุกถอนหายใจนึกโล่งอก ต้องขอบคุณเพื่อนคนนี้จริงๆที่เข้าใจเขา "ฝากด้วย ถ้าไม่ไหวก็บอก เดี๋ยวกูกับยูคไปช่วยโอเคนะ?"

"เค" 

จบคำ ยุนกิก็แยกตัวออกมาอย่างเงียบเชียบจนไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้นจองกุกกับยูคยอม

"เอาล่ะทุกคน มาถ่ายรูปรวมเร็วเข้า แทมายืนตรงกลางสิ จองกุกด้วย"

เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเดินไปยืนตรงกลางตามมือที่คอยกวักเรียกของนัมจุน แต่จีมินสังเกตได้ถึงความผิดปกติจึงหันรีหันขวางไปรอบๆ

"อ้าว แล้วยุนกิล่ะ?"




ทางด้านของคนที่หายตัวไปอย่างยุนกิ ขายาวเร่งฝีเท้าขึ้นไปบนชั้นสองตามกลิ่นจางๆที่สัมผัสได้ เมื่อมาถึงหน้าห้องของแทฮยองก็ผลักประตูเข้าไป กระทั่งเห็นงูสีดำตาสีเขียวตัวหนึ่งกำลังคาบไข่ที่ดูใบเล็กที่สุดไว้ในปาก

"ฟ่อ!!!"

มันขู่ฟ่อจนใข่ใบนั้นตกลงพื้น โชคดีที่เปลือกไข่แข็งแรงพอจึงไม่แตก เมื่อยุนกิรู้ถึงจุดประสงค์ของมันก็รีบแปลงกายเป็นงูหางกระดิ่งสีขาวตัวใหญ่ ส่งเสียงฟ่อแข่งกับมันอย่างไม่มีใครยอมใคร เขารู้เพียงแค่ว่าเขาต้องปกป้องไข่ทั้งสิบแปดฟองให้ได้ ถึงชีวิตจะตกอยู่ในความเสี่ยงเขาก็ยอม

หางที่มีกระดิ่งเริ่มสั่นเพื่อข่มขวัญศัตรู งูทั้งสองเลื้อยเป็นวงกลมแบบต่างฝ่ายต่างดูเชิงอยู่กลางห้อง เสียงลมหายใจฟู่ฟ่อถูกพ่นออกมาอย่างไม่ขาดสาย 

"ฟ่อ..."

งูสีดำช่างเจ้าเล่ห์ ยุนกิรู้ว่ามันกำลังคิดอะไร มันคงรู้ว่าพิษของเขานั้นร้ายกาจ ซึ่งอาจจะมากกว่าของจองกุกด้วยซ้ำ เพราะแบบนี้มันคงคิดใช้โอกาสตอนที่เขาเผลอเพื่อจู่โจมก่อน อย่างที่รู้ ว่างูตัวใดถูกกัดก่อนถือว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะมันยากที่จะโต้กลับหากถูกจู่โจมบริเวณคอ แล้วยิ่งงูสีดำตัวนั้นเป็นงูจงอางด้วยแล้ว ลักษณะการฉกของมันก็คือฝังเขี้ยวแล้วไม่ปล่อย ซึ่งต่างจากการฉกของเขาโดยสิ้นเชิง หากเขาถูกกัดที่คอก็เป็นอันจบเห่ มีโอกาสน้อยมากที่จะสามารถฉกคืน


ยุนกิมองมันอย่างไม่ละสายตา ไม่มีความว่อกแว่ก มีเพียงความใจเย็นและสมาธิในการต่อสู้


แกรก

และเสียงเปิดประตูที่ดังขัดขึ้นก็ได้เรียกความสนใจจากงูจงอางยักษ์ ยุนกิใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าไปฉกคอหนาๆของมันแล้วรีบถอยออกมา งูตัวนั้นดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดเพราะได้รับพิษมรณะที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายยิ่งกว่าพิษของราชางูเข้าไปในร่าง

"ก้า" จองกุกที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ก็ยืนนิ่ง มองสลับไปมาระหว่างงูสีขาวและงูสีดำ 

ยุนกิแปลงกายเป็นคนแล้วเดินมาหา "มันจะมาทำลายไข่พวกนั้น" 

คนฟังหันไปตามสายตาของอีกฝ่าย เมื่อเห็นไข่ใบน้อยฟองหนึ่งตกอยู่บนพื้น จองกุกก็ค่อยๆเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าพร้อมกับหยิบไข่ฟองนั้นขึ้นมา

"เจคลูกพ่อ..." มือหนาลูบไข่ใบน้อยอย่างรักใคร่ ไข่ใบนี้เป็นน้องเล็กสุดจึงมีขนาดไม่ถึงกำปั้น และด้วยความที่เปลือกไข่มีความแข็งแรงไม่เท่าพี่ๆทำให้เขาเป็นห่วงเจคเหลือเกิน โชคดีที่ยุนกิมาทัน ไม่ยังงั้นล่ะก็...

"เออ ตายๆสักที แม่งนอนพะงาบๆอยู่ตั้งนาน" ยุนกิใช้เท้าเขี่ยร่างไร้ชีวิตของงูสีดำอย่างไร้ความสงสาร ก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็นผุยผงและปลิวหายไป

จองกุกเหลือบมองภาพนั้น แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาวางไข่น้องเล็กให้กองรวมกับพี่ๆเหมือนเดิมก่อนหยัดกายขึ้น

"มึงรู้ใช่ไหมว่าฝีมือใคร"

ร่างสูงนิ่งเงียบ ทว่าข้างในตามีประกายลุกโชติแห่งโทสะ รู้สิ ก็มีคนเดียวที่เกลียดลูกๆของเขาและแทฮยอง จะเป็นใครซะอีกล่ะ

"กูว่ามึงต้องหนีไปกับแทฮยองว่ะกุก ถ้ามึงไม่หนี มึงก็ต้องเฝ้าไข่ตลอด ถ้ามึงเผลอเหมือนวันนี้เมื่อไร คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น"

จองกุกยังคงเงียบอยู่ เขาย้ายร่างไปยืนตรงหน้าต่างเพื่อดูแทฮยองกำลังหันหลังโยนช่อดอกไม้ให้แขก กระทั่งช่อดอกไม้นั้นตกไปอยู่ในมือของจีมิน ก่อนที่เจ้าสาวจะวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนตัวกลมด้วยความยินดี 

"มึงต้องทำตัวเป็นจงอางหวงไข่แล้วว่ะเพื่อน ไม่งั้นลูกมึงไม่รอด"

จองกุกได้ยินดังนั้นก็หันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"เออ กูรู้ กูถึงจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปไง"


งูจงอางที่หวงไข่จะเป็นยังไงนะ...




To be continued

___________________________

จะได้เห็นมุมพ่องูของจองกุกแล้ววว ดีใจๆ>< และก็อ่านไม่ผิดหรอกนะ ไข่ใบเล็กสุดชื่อเจคนั่นแหละจ้า หน่องเจคของเรา😁

ถ้าไรท์แต่งฉากแต่งงานไม่หวานพอก็ขอโทษด้วยน้า ก็อย่างที่เคยบอก ไรท์ไม่ถนัดแนวหวาน5555 อ้อ และก็... ความจริงพิธีแต่งงานของชาวคริสต์ต้องนานกว่านี้นะ แต่ไรท์ย่อมาให้สั้นๆจะได้ไม่เสียเวลา และถ้าจะถามว่าพวกจองกุกเป็นปีศาจแล้วทำไมถึงจัดงานแต่งแบบคริสต์ล่ะ ก็คงประมาณแบบ ให้เกียรติทางฝ่ายเจ้าสาวเลือกล่ะมั้ง - -; ช่างเถอะ มโนเอาเองนะ555 ไปล่ะ ฟิ้ววววว



ความคิดเห็น