ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 การเปลี่ยนแปลง (Rev.)

ชื่อตอน : บทที่ 1 การเปลี่ยนแปลง (Rev.)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 การเปลี่ยนแปลง (Rev.)
แบบอักษร

#แคว้นอิ้งเทียน

เจ็ดปีผ่านไปหลังจากไป๋หู่กำเนิด

"ฝ่าบาทเสด็จ!!!" เสียงกงกงประจำตัวฮ่องเต้กล่าวนำขบวนของพระองค์เข้าสู่ตำหนักฮองเฮา

"เสด็จพ่อ พ่ะย่ะค่ะ ลูกคิดถึงเสด็จพ่อจังเลยพ่ะย่ะค่ะ" เสียงเจื้อยแจ้วขององค์ชายสี่ ดังกังวานทั่วตำหนักฮองเฮา

"พ่อก็คิดถึงเจ้า ฮ่า ๆ ๆ เจ้าดูสิฮองเฮา ยิ่งนับวันหน้าตาองค์ชายยิ่งเหมือนเจ้ายิ่งนัก แถมยังรู้จักออดอ้อนเสียจริง จะไม่ให้ข้ารักเจ้าหลงเจ้าได้ไง ไป๋หู่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ" เสียงของฮ่องเต้แสดงถึงความสุขล้นพระทัยที่พระองค์ทรงมี

"เพคะ ฝ่าบาท องค์ชายทรงออดอ้อนเก่งนัก วันนี้ก็ทรงมาที่ตำหนักเพื่อให้หม่อมฉันอ่านบทกวีให้ฟัง" 

"อย่างนั้นหรอกรึ นี่เจ้าไม่ไปเรียนรึไง ไป๋หู่ จึงมาออดอ้อนมารดาของเจ้านะ ฮึ" ฮ่องเต้ทรงตรัสกับองค์ชายสี่ พร้อมทั้งเอาพระพักตร์ถูกับคอขององค์ชายสี่เพื่อเป็นการหยอกล้อ

"คิก ๆ ๆ เสด็จพ่อ ลูกจั๊กจี้พ่ะย่ะค่ะ วันนี้ลูกไปเรียนครบแล้ว จึงกลับมาหาเสด็จแม่ ลูกไม่เคยเถลไถลเลยนะพ่ะย่ะค่ะ"

"ดีมากเจ้าต้องตั้งใจร่ำเรียนวิชาเหมือนองค์ชายใหญ่พี่ชายเจ้ารู้ไหม พี่ชายเจ้าเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ อีกสักหน่อยพี่เจ้าก็จะขึ้นเป็นองค์รัชทายาทแล้ว เจ้าต้องร่ำเรียนให้เก่งเหมือนพี่ชายเจ้าเพื่อวันข้างหน้าเจ้าจะได้ช่วยพี่ชายเจ้าปกครองบ้านเมืองรู้ไหม ไป๋หู่"

"พ่ะย่ะค่ะ ลูกจะเก่งให้สมดังที่เสด็จพ่อต้องการ และจะช่วยเสด็จพี่ปกครองบ้านเมืองพ่ะย่ะค่ะ" องค์ชายสี่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่จริงจัง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับช่างน่ารักน่าเอ็นดูสำหรับผู้คนที่พบเจอ

"ดีมาก ไป๋หู่ เจ้านี่สมเป็นคนโปรดของพ่อจริง ๆ ฮ่า ๆ ๆ"

สามปีถัดมา

"เสด็จแม่ เหตุใดเสด็จพ่อทรงไม่มาหาเสด็จแม่ทุกวันเหมือนแต่ก่อนละ พ่ะย่ะค่ะ" องค์ชายสี่ทรงถามฮองเฮาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

"องค์ชาย เสด็จพ่อช่วงนี้ทรงงานยุ่ง พระราชกิจมีมากมาย เลยไม่ค่อยมีเวลามาหาแม่เท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก" ฮองเฮาตอบองค์ชายน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนกักเก็บสีพระพักตร์เศร้าหมองไว้ 

"ไป๋หู่ เจ้าอยากพบหน้าพ่อทุกวันเหมือนเดิมรึไม่" ฮ่องเต้ทรงถามองค์ชายกลับ

"อยากพ่ะย่ะค่ะ!!! ลูกอยากเจอเสด็จพ่อทุกวันพ่ะย่ะค่ะ" องค์ชายตอบด้วยความกระตือรือร้น

"ไป๋หู่ อยากเจ้าใส่สิ่งนี้ เจ้าจะเจอพ่อเมื่อไหร่ก็ได้" องค์ฮ่องเต้ทรงหยิบของในกล่องแล้วมอบให้องค์ชายสี่

"มันคืออะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ" 

"มันคือ'หน้ากากเสือขาว' เหมือนชื่อของเจ้าไง ไป๋หู่" ฮ่องเต้ทรงมองหน้าลูกชายแค่เพียงชั่วครู่ก่อนมองหน้ากากที่ตนยื่นให้องค์ชาย

"ถ้าลูกใส่แล้วลูกจะมาหาเสด็จพ่อได้ทุกวันใช่ไหม พ่ะย่ะค่ะ" องค์ชายถามด้วยแววตาที่เป็นประกายแวววับ

"ใช่ ทุกครั้งที่เจ้าจะมาหาพ่อเจ้าต้องใส่ เจ้าจะมาหาพ่อตอนไหนก็ได้" ฮ่องเต้บอกออกไปทั้งที่สีหน้าเจ็บปวด

สามปีถัดมา

"องค์ชายสี่ พ่อจะส่งเจ้าไปฝึกร่ำเรียนวิชาทหารให้เก่งกาจ และคอยดูแลราษฎรที่เมืองอีชาง พ่ออยากให้เจ้าเก่งรอบด้านเหมือนองค์รัชทายาทพี่ชายเจ้า เมื่อใดที่เจ้าทำผลงานใหญ่ได้ พ่อจะเรียกเจ้ากลับวังหลวงเอง เข้าใจหรือไม่" 

"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" องค์ชายที่ชันษา 13 ย่าง 14 สวมใส่หน้ากากเสือขาวตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา น้อมรับคำสั่งจากผู้เป็นบิดาด้วยเสียงสงบนิ่ง แต่ใจกลับเจ็บปวดเสียเหลือเกิน

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง.... วันที่ตนถูกทอดทิ้งจากบิดา

 

#แคว้นต้าเหยี๋ยน

สี่ปีหลังจากครองราชย์

"ท่านแม่ทัพ ข้าได้วางแผนการรบไว้ให้ท่านแล้ว ท่านลองพิจารณาดูว่าแผนที่ข้าวางไว้สามารถนำไปรบได้จริงหรือไม่" ฮ่องเต้แห่งต้าเหยี๋ยนทรงเรียกประชุมทางทหาร เพื่อตั้งรับการรุกรานจากชายแดนทางใต้

"!!!"

ทันทีที่แม่ทัพใหญ่ และรองแม่ทัพแห่งต้าเหยี๋ยนทุกคนลองดูแผนที่ฮ่องเต้ชันษาเพียง 13 ปี ต่างตกตะลึงในความสามารถในการวางกลยุทธ์ทางการรบ ทั้งแผนการ ทั้งยุทธศาสตร์ ทั้งกองกำลัง ด้วยการที่ผ่านการรบมานับไม่ถ้วนถึงรู้ว่าเป็นกลยุทธ์ทางการรบที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ตนเคยพบมา นี่หรือที่บรรดาราชครูต่างพูดไปในทางเดียวกัน เก่งกาจ ฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก

"ท่านว่าอย่างไร ท่านแม่ทัพทั้งหลาย" ทรงถามอีกครั้งด้วยกิริยาที่สงบนิ่ง และองอาจสง่างาม

"ทูลฝ่าบาท กระหม่อมชื่อว่ากลยุทธ์ของพระองค์ ทรงทำให้ทัพของต้าเหยี๋ยนชนะแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ" แม่ทัพใหญ่เป็นตัวแทนกล่าวขึ้น

หลังจากนั้นเพียงหกเดือน

"ทูลฝ่าบาททัพต้าเหยี๋ยนได้รับชัยชนะกลับมา พ่ะย่ะค่ะ"

สามปีถัดมา

"ท่านเสนาบดีฝ่ายขวา และท่านหัวหน้าราชครู ศึกครั้งนี้ข้าจำต้องออกทัพเองเพราะยิ่งใหญ่นัก ขอให้ท่านทั้งสองช่วยกันดูแลวังหลวงแทนข้าได้หรือไม่ท่านอา" มีเพียงสองคนนี้เท่านั้นที่ตนวางใจได้ ศึกในยังไม่มีท่าทีมากนัก ตอนนี้ศึกใหญ่จากทางเหนือนั้นน่าเป็นห่วงตนจำต้องปกป้องแผ่นดินนี้จากภัยภายนอกเสียก่อน 

"ฝ่าบาท กระหม่อมทั้งสองจะดูแลแทนประองค์ด้วยชีวิต พ่ะย่ะค่ะ"

หลังจากนั้นเพียงหกเดือนกองทัพต้าเหยี๋ยนก็ได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ราษฎรต่างยกย่องเกาจงว่าทรงปรีชาสามารถเพราะศึกใหญ่เพียงนี้หากเป็นอดีตฮ่องเต้องค์อื่นๆ อาจจะใช้เวลาอย่างน้อยนานนับปีที่จะรู้ผลแพ้ชนะ แต่ฮ่องเต้เกาจงใช้เวลาเพียงแค่หกเดือนเท่านั้น ที่สำคัญทรงนำทัพเองด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น

สามปีถัดมา

"ข้าจะอภิเษกกับ 'เหมยเหนียง' บุตรีท่านราชครู อีนับจากนี้อีกครึ่งเดือนจัดเตรียมพิธีให้พร้อม" ฮ่องเต้เกาจงบอกบรรดาขุนนางในท้องพระโรงให้ทราบว่าตนนั้นจะแต่งงาน

วันพิธีอภิเษกสมรส แคว้นต้าเหยี๋ยนต่างเฉลิมฉลองกันทั่วหน้า เมื่อฮ่องเต้ทรงอภิเษกสมรสเสียที เพราะราษฎรต่างกลัวว่าหากเกิดมีเมืองใดเข้าตีต้าเหยี๋ยนอีก หากฮ่องเต้มีทายาทก็จะทำให้แคว้นมีความมั่นคงขึ้น

"หม่อมฉันก็ดีใจมากเพคะฝ่าบาท" เหมยเหนียงตอบรับด้วยท่าทีที่เอียงอาย

"…"

"หม่อมฉันรักพระองค์นะเพคะ" สิ้นคำภายในห้องหอก็มีเพียงเสียงครวญครางของชายหนุ่มและหญิงสาวที่เพิ่งแต่งงานทั้งคืนจวบจนฟ้าสาง

ผ่านงานพิธีสมรสมาครึ่งปี ฮ่องเต้เกาจงทรงแต่งตั้งเหมยเหนี๋ยงขึ้นเป็นฮองเฮา และไม่ยอมมีสนมแม้แต่คนเดียว นั้นทำให้เป็นที่กล่าวขานกันว่าพระองค์ทรงรักและลุ่มหลงฮองเฮาเป็นอย่างมาก

สองปีถัดมา

"ฝ่าบาทจะทรงตัดสินใจทำเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะ" แม่ทัพใหญ่ผู้ที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันถามเหนือหัวของตนเองในห้องลับที่องค์ฮ่องเต้จัดทำขึ้น

"สืบให้แน่ชัดหากลูกเมียบ่าวไพร่ของพวกมันสมรู้ร่วมคิด ก็ตัดรากถอนโคนเสียให้หมดอย่าได้เหลือไว้ แต่หากลูกเมียหรือบ่าวไพร่คนใดไม่รู้ก็ปล่อยไปจัดการเฉพาะคนที่ทำและรู้เรื่อง แล้วแจ้งทางครอบครัวว่าตายเพราะหน้าที่ ปูนบำเหน็จให้" ฮ่องเต้เกาจงทรงตรัสด้วยเสียงเรียบแต่เยือกเย็นจนน่าขนลุก 

"เหตุใดต้องปูนบำเหน็จพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เข้าใจ" ท่านแม่ทัพถามด้วยไม่เข้าใจที่พระองค์ทำ

"หากลูกหลานของพวกมันรับรู้ว่าบิดาของเขาทำเพื่อแผ่นดิน ย่อมได้รับเกียรติที่น่าภาคภูมิและบำเหน็จ เมื่อโตขึ้นพวกเขาก็รักษาเกียรติที่น่าภูมิใจนั้นไว้และอาจทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินได้ยิ่งนักในเมื่อพวกเขาไม่รู้ก็ทำให้พวกเราเข้าใจว่าพ่อของเขานั้นรักบ้านเมืองยิ่งจึงได้ตายเพราะหน้าที่ การฆ่าไม่ใช้ทางออกเสมอไปถ้าจะฆ่าก็ฆ่าเสียให้เกลี้ยงเพื่อไม่ให้เกิดการแก้แค้นต่อไป แบบนี้ไม่ดีกว่าหรือท่านแม่ทัพ" ฮ่องเต้เกาจงบอกในสิ่งที่ตนคิด

"ปราดเปรื่องยิ่งนักฝ่าบาท แล้วราชครูกับฮองเฮาฝะ.."

"ข้าจะเป็นคนจัดการเอง" ยังไม่ทันที่แม่ทัพจะถามจบ เกาจงก็พูดตัดหน้าเสียก่อน ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง แต่แววตากลับคุกรุ่นโกรธแค้นเป็นอย่างมาก

"ฝ่าบาทจะทำอะไรเพคะ ทำไมทำกับหม่อมฉันกับท่านพ่อแบบนี้" ฮองเฮาถามด้วยหน้าตาที่นองไปด้วยน้ำตา

"…" ไม่มีคำใดออกจากปากพระองค์

"ฝะ ฝ่าบาท จะ จะทำอะไรเพคะ หมะ หม่อมฉันตั้งครรภ์โอรสพระองค์อยู่นะเพคะ!" เมื่อเห็นพระสวามีจับดาบแล้วเดินทรงมาหาเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าที่น่ากลัวยิ่งนัก

"หึ ลูกของข้า เจ้าแน่ใจหรือฮองเฮา"

"!!! ฝะ ฝ่าบาท หมะ หมายความว่ายังไงเพคะ หมะ หม่อมฉันไม่เข้าใจ" ฮองเฮาตกใจยิ่งนักนี่ฮ่องเต้รู้อะไรมาบ้าง 'ไม่จริง' 

"ไปถามชายชู้เจ้าที่ปรโลกละกัน "

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ฉึบ

นอกวังหลวง

"ได้ยินข่าวรึเปล่า องค์ฮ่องเต้ทรงลงมือฆ่าฮองเฮานะ"

"อะไรกันพระองค์รักฮองเฮายิ่งนัก ทรงทำจริงหรือ"

"องค์ฮ่องเต้ทรงลงมือฆ่าฮองเฮา"

"องค์ฮ่องเต้ทรงลงมือฆ่าฮองเฮา"

เสียงเล่าขานไปไกลทั่วทั้งแคว้นว่าทรง...ไร้หัวใจยิ่งนัก

ความคิดเห็น