ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อบพายชิ้นที่ 17

ชื่อตอน : อบพายชิ้นที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 219

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2562 00:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อบพายชิ้นที่ 17
แบบอักษร

อบพายชิ้นที่ 17

ผ่านไปสองอาทิตย์แล้วที่ไวน์ยังติดต่อพบรักไม่ได้ ตอนแรกที่เขาไปค้างบ้านเพื่อน เขาพยายามโทรไป แต่อีกฝ่ายก็ไม่รับ ให้คิทกับแคทไปดูที่คณะก็ไม่เจอ มันทำให้ไวน์ร้อนใจมาก หงุดหงิดจนไม่เป็นทำอะไร อีกเรื่องคือพี่ชายของเขาแทบจะไม่ให้กระดิกตัวไปไหนเลย แถมยังเพิ่มคนติดตามอีกต่างหาก ที่น่าแปลกคือบ้านก็เพิ่มการ์ดอีกหลายคน ตอนนี้บ้านเขาแทบจะเหมือนบ้านมาเฟียใหญ่ไปแล้ว

“อาวายย” เสียงเล็กๆ ขัดความคิดของเขาที่กำลังตีกันให้วุ่นในสมอง ไวน์เปิดประตูให้หลานชายเข้ามาในห้อง เจ้าตัววิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามากอดขาเขา

“ตัวเล็ก” ไวน์ยิ้มออกมาได้เพราะเจ้าตัวเล็ก ร่างโปร่งอุ้มหลานขึ้นมาบนเตียง วันนี้ตัวเล็กอยู่ในชุดผึ้งน่ารัก จนคนเป็นอาอดที่จะหอมแก้มนิ่มๆ นั้นไม่ได้

“ปะป๊าหายไปหนาย”

“หืม” ไวน์ทำหน้าแปลกใจ เบียร์ไม่อยู่เหรอ ช่วงนี้เขาก็มัวแต่ยุ่งๆ จนไม่ได้สังเกตภายในบ้านเลย

“ฮับ ตัวเยกคิดถึงปะป๊า” ตัวเล็กบอกพร้อมกับซุกหน้าลงที่ไหล่เขา

“แล้วถามพี่แจ่มดูรึยัง” พี่แจ่มเป็นพี่เลี้ยงของตัวเล็ก

“ถามแย้ว พี่แจ่มบอกว่าปะป๊าทำงานฮับ ตะ แต่ตัวเยกคิดถึงปะป๊า” พูดจบร่างป้อมก็ทำปากแบะเหมือนจะร้องไห้ ดวงตากลมๆ เริ่มมีน้ำตาคลอ

“โอ๋ๆ ไม่เอานะ เดี๋ยวปะป๊าก็กลับมาครับ”

“จิงนะฮับ”

“จริงซี่ อาไม่โกหกหรอก”

เขาอยู่กับตัวเล็กจนเจ้าตัวป้อมนอนหลับ เรียกพี่แจ่มขึ้นมารับไปนอน ถามถึงเบียรก็เห็นเธอมีท่าทางอึกอัก บอกว่าเบียร์ไปทำงานต่างจังหวัด คนอย่างเบียร์เนี่ยนะออกจากบ้านไปไกลถึงต่างจังหวัด

ในที่สุดไวน์ก็แอบหนีออกมาได้สำเร็จ แต่คิดว่าอีกไม่นานพี่ชายจะรู้ตัวว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้อง เขาจึงรีบวิ่งออกมาจนถึงหน้าปากซอย เห็นรถของคิทจอดเอาไว้หน้าร้านข้าวแกง ไวน์ล้วงเอากุญแจที่เพื่อนตัวเล็กให้ไว้ออกมา จากนั้นขับรถเพื่อไปยังที่พวกเขาตกลงกันไว้

ทั้งหมดนี้คือแผนที่เขาขอร้องเพื่อนในวันนั้น คือหนีจากการถูกกักบริเวณ โดยมีคิทกับแคทคอยช่วยเหลือ มันอาจจะบ้าระห่ำไปสักนิด แต่ก็ดีกว่าการที่เขาจะเป็นบ้าตายอยู่ในห้องละนะ

แต่ขณะเดียวกันสายตาดันไปสะดุดกับร่างของคนคุ้นตาที่นั่งตากฝนอยู่ป้ายรถเมล์

ดิว?

ไวน์ชะลอรถและจอดรถตรงหน้าคนตัวเล็ก เพ่งสายตามองให้ชัด พบว่าใช่ดิวจริงๆ ด้วย

“ดิว” เสียงเรียกของเขาทำให้เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่ดิวจะหันมามอง ตากลมเบิกกว้างอย่างไม่คิดว่าจะเจอเขา

ไวน์เดินลงจากรถเพื่อไปหาอีกฝ่าย

“มาทำอะไรที่นี่”

ร่างเล็กเปียกปอนไปทั้งตัว ใบหน้าของดิวซีดเซียวจนน่าเป็นห่วง ไวน์เอื้อมมือไปดึงให้เขาตามมาขึ้นรถ ร่างของดิวเย็บเชียบเหมือนตากฝนมานาน

“พี่…” ดิวเรียกไวน์เสียงแผ่ว “ฮึก ผะ ผมมาหาพี่ไวน์”

“ตั้งสติก่อนนะดิว” ไวน์ลูบหัวทุยเพื่อปลอบโยน ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กเจออะไรมา แต่ตอนนี้เจ้าตัวควรจะได้กำลังใจ ตอนนี้ฝนยังไม่หยุดตก ดิวไม่พูดอะไรอีกเอาแต่กอดไวน์เอาไว้แน่น

“ดิวครับปล่อยพี่ก่อน” ไวน์บอกกับคนตัวเล็กเพราะต้องขับรถออกไปจากตรงป้ายรถเมล์

“ดิวจะให้พี่ไปส่งที่ไหน” เพราะมีเวลาไม่มากเขาจึงต้องรีบไปส่งดิวเสียก่อน

“แล้วพี่ไวน์จะไปไหน”

“พี่จะไป...”

“พี่ไวน์ระวัง!”

เสียงของดิวทำให้เขาเห็นรถคันหนึ่งขับขึ้นมาปาดหน้า ด้วยความตกใจไวน์จึงเหยียบเบรกอย่างแรง ทำให้ตัวรถหมุนคว้างฝนที่ตกหนักจึงทำให้ถนนลื่น การทรงตัวรถจึงลำบากมากขึ้นไปอีก

เอี๊ยดดดดดดดด!!

โครม!

รถหยุดลงเพราะชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง โชคดีที่ไวน์ไม่เป็นอะไรมากนอกจากเจ็บที่หน้าผาก คงเพราะการกระแทกไม่ได้แรงอะไร ก่อนจะรีบหันไปดูคนนั่งด้านข้าง ดิวหัวแตก แต่รวมๆ แล้วก็ปลอดภัย

“ดิว”

“อื่อ พี่ไวน์เจ็บหัวจังเลย” คนตัวเล็กทำหน้ายู่พร้อมกับกุมศรีษะตัวเอง

“เจ็บตรงไหนอีกไหม”

“ไม่ครับ ระ เราจะทำยังไงต่อ” ดิวยังมีอาการตกใจไม่หายเสียงและตัวสั่นไปหมด ฝนตกหนักกว่าเดิมทำให้มองแทบจะไม่เห็นรอบข้าง ไวน์ควานหามือถือในลิ้นชักหน้ารถก่อนจะเสี่ยงกดโทรหาพบรัก

รอสายเพียงไม่นานในที่สุด พบรักก็รับโทรศัพท์

[ไวน์! ผมขอโทษที่ไม่ได้รับสายและติดต่อไปคือ...]

“รัก ฟังฉันก่อน ตอนนี้ฉันต้องการความช่วยเหลือ”

[ช่วยเหลือ? ไวน์อยู่ที่ไหน?]

“ใจเย็นๆ รักฟังฉันก่อน ตอนนี้ฉันน่าจะอยู่ที่...พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยช่วยมารับหน่อยนะ”

หลังจากพูดคุยกับพบรักเสร็จ ไวน์ก็ค่อยสบายใจขึ้นมานิดหน่อย

ก๊อกๆๆ

มีคนมาเคาะกระจกรถ คาดว่าจะเป็นคนมาช่วย ไวน์จึงเปิดประตูรถออกไป แต่ก็ต้องตกใจเมื่อมีผ้าเช็ดหน้ายื่นเข้ามากดที่จมูก พร้อมกับเสียงวีดร้องของดิวดังขึ้น ไวน์พยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถอะไรได้ร่างกายค่อยๆ อ่อนแรงลงไปจากนั้นสติก็หายไปในที่สุด

สิ่งสุดท้ายที่รับรู้คือแสงจากหน้าจอมือถือที่กำลังมีคนโทรเข้ามา

ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่ตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้สึกมึนๆ จากฤษธิ์ของยาสลบ ร่างกายปวดหนึบๆ โดยเฉพาะต้นคอ คงจะเป็นเพราะนอนคว่ำหน้ามาหลายชั่วโมงและข้อมือถูกมัดไว้ด้วยเชือกหนาแน่นชนิดที่ว่ามีดตัดมันจะขาดรึเปล่า

“อื้อ”

“ดิว?” สภาพที่ไวน์เห็นตอนนี้คือดิวถูกมัดปิดปากไม่ต่างจากตัวเองเลย

“เกิดอะไรขึ้น?”

“อื้อออ” ดิวพยายามจะตอบ แต่เพราะโดนปิดปากเอาไว้จึงพูดไม่รู้เรื่อง ร่างโปร่งดันตัวจนลุกขึ้นมานั่งได้ แม้จะมึนหัวสุดๆ ก็ตาม คงเพราะฤทธิ์ของยาสลบยังคงค้างอยู่ในร่างกาย เขามองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีรอด แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อทางออกมีแค่ประตูกับหน้าต่างที่ติดลูกกรงเหล็กเอาไว้

ดูลักษณะห้องที่พวกเขาอยู่ คาดว่าจะเป็นห้องเช้าที่ไหนสักที่ในกรุงเทพฯ เนื่องจากเขาเห็นนาฬิกาบนผนัง ก็รู้ว่าผ่านไปแค่ชั่วโมงเศษแปลว่าคนที่จับพวกเขามาไม่ได้ไปไกลนัก

ไวน์ค่อยๆ ขยับตัวไปที่หัวเตียง เพื่อที่จะใช้เหล็กตรงนั้นตัดเชือกที่มัดข้อมือให้ขาด แม้ว่ามันจะบาดผิวตนเองไปด้วยก็ตาม พยายามอยู่นานเพราะเชือกมันค่อนข้างเหนียวไม่ได้หมือนในละครเลยจริงๆ จนในที่สุดความพยายามของเขาก็เป็นผลสำเร็จ เชือกขาดออกจากกัน ไวน์จึงรีบแกะเชือกที่ข้อเท้าก่อนจะเข้าไปหาดิวดึงผ้าปิดปากออกก่อนเป็นอันดับแรก

ดิวถึงกับปล่อยโฮทันที

“ฮึก พี่ไวน์”

“ชู่ว อย่าเสียงดังสิดิว เดี๋ยวพวกมันเข้ามา” ไวน์เอื้อมมือปิดปากดิวเพราะเกรงว่าพวกที่จับตัวเรามาจะได้ยิน

“ดะ ดิวกลัว” น้องบอกพร้อมกับน้ำตาที่ไหลนองเต็มใบหน้า ร่างเล็กๆ สั่นเพราะกลัวอย่างที่เจ้าตัวบอก ไวน์นึกสงสาร ดิวคงไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เป็นห่วงว่าจะป่วยเพราะเขารู้มาว่าร่างกายดิวค่อนข้างอ่อนแอ ไหนจะแผลที่หน้าผาก

“ใจเย็นนะดิว” ไวน์มองไปรอบห้อง เมื่อสังเกตดีๆ พบว่าที่พวกเขาอยู่ตอนนี้เป็นห้องที่สร้างจากปูน ของใช้ภายในดูหรูหราพอสมควร แต่ทางออกถูกปิดเอาไว้หมดจนไม่เห็นข้างนอกว่าเป็นอย่างไร

“เราจะทำยังไงดีพี่ไวน์”

“พี่ขอคิดก่อน” ไวน์พยายามคิดหาวิธีแต่มันก็คิดไม่ออกจริงๆ เขาไม่รู้ว่าพวกมันมีกันมากแค่ไหนถ้าหากรอพวกมันเข้ามาเอาข้าวมาให้กินใช้จังหวะนั้นทำให้มันสลบแล้วหนีไปจะพ้นหรือเปล่า มันเป็นวิธีที่จำมาจากในละครช่องหลากสีน่ะนะ แต่เปอร์เซ็นในการรอดไม่เหมือนกันแน่ๆ เกิดพวกมันมีเยอะแล้วหนีไม่พ้นมันโกรธแล้วฆ่าหรือทำร้ายร่างกายพวกเขาก็ไม่คุ้มอีก อีกอย่างไม่รู้ว่าจะหนีไปที่ไหนด้วยสิ

“ดิวนอนลง แล้วแกล้งถูกมัดเหมือนเดิม” เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาใกล้เขาจึงนีบกระซิบบอกน้อง

แกร๊ก

“ยังไม่ตื่นอีกเหรอวะ”

“ยังเลยว่ะ”

“สงสัยยาแรงว่ะ”

“แล้วข้าวนี่ทำไง”

“วางไว้นั่นแหละ”

“เออๆ” หนึ่งในสองเดินเข้ามาใกล้พวกเขาเสียงกล่องโฟมถูกวางไว้ข้างๆ ก่อนที่มือสากๆ จะลูบที่หน้าของเขา การกระทำอุกอาจนั้นทำให้ไวน์เกร็งตัวโดยอัตโนมัติ

“เฮ้ยไอ้กรทำอะไรวะ”

“ก็ไอ้นี่น่ะสิหน้าสวยอย่างกับผู้หญิง”

“แล้วไงวะยังไงก็ผู้ชายกูขนลุก อย่าบอกนะว่ามึงสนใจ”

“นิดหน่อยว่ะ” มันว่าและไม่ยอมเอามือออกไปจากหน้าของเขา มือสากที่พยายามลูบไล้ตัวเขานั้นมันช่างชวนให้รู้สึกอยากอ้วก

“เฮ้ยมึงจะทำอะไร” เพื่อนมันอีกคนร้องถามชึ้นมา

“กูไม่ไหวแล้วว่ะเสี้ยนมาหลายวัน”

“ไอ้ห่า เดี๋ยวนายก็เฉ่งมึงหรอก”

“มึงไม่บอกแล้วนายจะรู้ไหม อีกอย่างไอ้นี่มันก็คงไม่กล้าบอกใครหรอก”

“แต่”

ผั๊วะ!

“โอ๊ยยยยย มึง!”

ตุ้บ!

อัก!

ไวน์อาศัยตอนที่พวกมันหันไปคุยกัน จัดการกับไอ้คนที่มันลวนลามตนเองก่อน ส่วนอีกคนที่เหลือถึงกับตาวาวด้วยความโมโห

“มึง!”

มันกระโจนเข้ามาหาไวน์ที่เตรียมตั้งรับ โดยที่ไม่ทันสังเกตเห็นดิว ร่างเล็กใช้ขายื่นออกไปขว้างจนร่างโตๆ ของคนร้ายสะดุดหัวทิ่ม ไวน์อาศัยจังหวะนั้นเตะเสยที่ปลายคางของมันจนตาเหลือกน็อคในทีเดียว

“พี่ไวน์” ดิวร้องเสียงสั่น เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก

ไวน์รีบดึงดิวให้ลุกและวิ่งออกมา ข้างนอกไม่มีคนเฝ้าอีกพวกมันคงคิดว่าพวกเขาไม่มีทางหนีออกไปได้ นับว่ามันประมาทไปจริงๆ

“เราจะไปทางไหนครับ” ดิวถามเพราะด้านหน้าของทั้งคู่มีแต่สิ่งก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ คาดว่าที่นี่น่าจะเป็นบ้านจัดสรรโครงการใหม่ที่กำลังเริ่มก่อสร้างแต่ผมแปลกใจที่ไม่เห็นใครสักคน

“ต้องมีทางออกสักที่แหละเราลองเดินไปดูก่อนเถอะ”

ไวน์พาดิวออกมาจนถึงปากทางเข้าเหลือบไปเห็นรถที่ขับมาไกล คิดว่าจะขอความช่วยเหลือแต่ก็ต้องหยุดความคิดนั้นไว้ เพราะชายที่สวมชุดดำเปิดประตูลงจากรถมา

“&;!?(฿;&”

มันสบถเสียงดังลั่น ชี้มาทางนี้ ไวน์ฟังไม่เข้าใจ คิดว่าเป็นภาษารัสเซีย พวกมันเดินพรวดพราดเข้ามาหาพวกเขา สีหน้าดูนิ่งและน่ากลัว ดิวกลัวจนตัวสั่น ไวน์จึงดึงน้องมาหลบข้าหลัง

“พี่ไวน์”

“วิ่ง!”

เขาดึงดิวให้วิ่งหนี มันตะโกนโวยวายและคนอื่นๆ ในรถก็ลงมาวิ่งตามจับตัวพวกเขา

“อ๊ะ! โอ๊ย!!”

“ปล่อยเขา!” ไวน์ตะโกนบอกด้วยภาษาอังกฤษ หวังว่ามันจะเข้าใจ ชายชุดดำคนแรกจับดิวเอาไว้ ร่างเล็กดิ้นอย่างแรงแต่ก็ไม่หลุดจากฝ่ามือหนาจนกระทั่งดิวงับที่แขนของมัน จนร่างสูงร้องเงื้อมือขึ้นหมายจะตบ

“หยุด!”

ร่างสูงในชุดสูทสีเทาเดินตามมาเป็นคนสั่ง ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะทันได้กระทบแก้มของร่างเล็ก ผมดึงดิวให้มาอยู่ข้างๆ ตัวเอง

“คุณเป็นใคร จับพวกผมมาทำไม”

“โอ้ ขออภัยที่ทำให้เข้าใจผิดพวกผมไม่ใช่พวกเดียวกับคนที่จับตัวคุณมาขังไว้ที่นี่ครับ”

“แล้วพวกคุณเป็นใคร” ไวน์ถามอย่างไม่ไว้ใจ มองหน้าของเขาอย่างสำรวจ หน้าตาถือว่าดูดีมากถ้าบอกว่าเป็นดาราหรือนายแบบเขาคงเชื่อ อายุของอีกฝ่ายคงไม่เกินสามสิบ ดวงตาเป็นน้ำตาลอ่อนสิ่งที่สะดุดตาก็คงเป็นรอยยิ้ม เขาดูเหมือนคนอารมณ์ดีตลอดเวลา

“พวกเราเป็นลูกน้องของคุณวิกเตอร์”

“วิกเตอร์?”

“เชิญขึ้นรถเถอะครับ”

ไวน์ยังไม่ก้าวไป เพราะยังไม่ไว้ใจและที่แน่ๆ นายวิกเตอร์คือใคร เขาไม่รู้จัก เพราะอย่างนั้นคงไม่ใช่เรื่องดีที่เขาจะไป

“ไปเถอะครับ รับรองว่าคุณจะปลอดภัย”

“พี่ไวน์...” ดิวกำเสื้อไวน์แน่น หน้าซีดมากแถมเขายังรู้สึกว่าน้องตัวร้อนคงจะไม่สบายซะแล้ว

“ดูท่าทางคุณผู้ชายจะไม่สบายนะครับ”

“ตกลงผมจะไปกับคุณ” สุดท้ายก็ยอมไปกับพวกนี้ เพราะดิวสลบไปแล้ว ผู้ชายคนเดิมเป็นคนอุ้มดิวตามมาเพราะเขาก็อุ้มน้องไม่ไหว ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยกินข้าวพอโดนจับตัวมาก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เมื่อวาน

ตัวรถมาหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นคฤหาสน์ก็ว่าได้ ไวน์ก้าวตามนายคาร์ล เจ้าตัวแนะนำตัวเมื่อตอนอยู่ในรถ ร่างสูงพาดิวไปนอนพักที่ห้องนอนห้องหนึ่ง เมื่อเห็นว่าคุณหมอเข้ามาตรวจไวน์ก็สบายใจ

“เชิญข้างในเลยครับ” ไวน์หหยุดอยู่หน้าประตูห้องหนึ่ง เมื่อเข้าไปข้างในก็พบผู้ชายคนหนึ่งนั่งรออยู่

“สวัสดีครับ”

“ครับ คุณคือใคร”

“ผมวิกเตอร์ ลูกน้องของผมก็คงบอกคุณแล้ว”

“แล้วคุณมีธุระอะไรกับผม”

“อืม...อเล็กซ์เรียกเบียร์มา” หนุ่มชาวยุโรปสั่งลูกน้องที่เฝ้าหน้าประตู

“ครับ”

“เบียร์?” ไวน์ทวนชื่ออย่างตงิดในใจ หวังว่าคงไม่ใช่...

ผัวะ!

เสียงประตูถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างบางคุ้นตาวิ่งเข้ามา

“ไวน์!”

“เบียร์!” บอกเขาทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น เบียร์รู้จักกับคนพวกนี้ได้ยังไง

“ปลอดภัยดีใช่ไหม”

“อืม แล้วฉันก็ต้องการคำอธิบาย”

“เอ่อคือ...” พี่ชายตัวเล็กขอเขามมีท่าทีอึกอัก แถมยังหลบสายตาของเขาอีกด้วย

“บอกน้องเธอไปเถอะ”

“ไวน์นี่คือวิกเตอร์...เขา เอ่อ...เขาเป็น ฟะแฟนฉันเอง”

“หา?” นี่ไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไวน์ตวัดสายตาไปยังนายวิคเตอร์ คนที่กำลังจะมาเป็นพี่เขยของตัวเองทันที หมอนี่รูปร่างสูงโปร่งหน้าตาค่อนไปทางยุโรปตาสีน้ำตาลอ่อน ท่าทางดูดีดูเป็นเจ้านายคนแต่นิสัยใจคอเขายังไม่รู้ว่าเป็นยังไง คงต้องดูไปนานๆ

“ไวน์ ไว้จะเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกที ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องบอก”

“ก็ได้ แล้วหน้าไปโดนอะไรมาแขนนั่นอีก ใครเป็นคนทำ” ไวน์เพิ่งสังเกต รอยพกช้ำจางๆ ตามใบหน้าของเบียร์แขนก็ใส่เฝือก

“โดนทำร้ายน่ะ”

“ใคร!?”

“คู่แข่งของโซจูไง ที่จริงมันก็ไม่ได้จะทำร้ายหรอกแค่มันพยายามจะจับตัวฉัน แต่ฉันก็หนีแล้วดันวิ่งไปหน้ารถโดนรถเฉี่ยวเอง แหะๆ”

“แล้วพี่รู้รึยัง” ไวน์หมายถึงพี่โซจู

“รู้แล้ว ส่วนคนที่จับตัวแกน่ะมันเป็นลูกน้องของลูกชายลุงพัฒ”

“นพดล?”

“ใช่ ไอ้เด็กนั่นแหละ”

“แล้วมันมาจับตัวฉันทำไม”

“เรื่องนี้คงต้องไปถามแฟนแกแล้วแหละ”

ความคิดเห็น