ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อบพายชิ้นที่ 16

ชื่อตอน : อบพายชิ้นที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 203

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2562 23:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อบพายชิ้นที่ 16
แบบอักษร

อบพายชิ้นที่ 16

ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะดีและคลี่คลายลง แต่ไวน์ก็เจอกับปัญหาจากผลของการกระทำที่เขาทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ วันนี้โซจูเรียกน้องชายเข้ามาพบที่ห้องทำงาน ก่อนจะเอาของบางสิ่งให้ดู

รูปถ่ายของไวน์กับพบรัก...

มีเกือบทุกอิริยาบถ แทบทุกครั้งที่พวกเขาเจอกัน ตั้งแต่ครั้งแรก ไวน์หยิบขึ้นมาดู ก่อนจะวางลงที่เดิมช้าๆ หัวใจเต้นแรกจนกลัวว่ามันจะทะลุออกมาจากอก

“ฉันไม่ยอมรับหมอนั่นหรอกนะ” เขารู้ว่ามันไม่ใช่ประโยคขอร้องหรือบอกเล่า แต่มันคือประโยคคำสั่ง น้ำเสียงที่โซจูใช้ทั้งดุดันและแฝงไปด้วยความไม่พอใจ

“ทำไมล่ะ พบรักเขาก็เป็นคนดี...”

“หยุดพูดซะไวน์ คนผิดข้อตกลงไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉันแบบนี้!” สิ่งที่โซจูพูดมันถูกเสียจนเขาหาคำโต้แย้งไม่ได้ ไวน์เลยเลือกที่จะเงียบตามที่พี่ชายสั่งสีหน้าของไวน์คล้ายกับว่าใกล้จะระเบิดเต็มทน เจ้าตัวพยายามเก็บความไม่พอใจเอาไว้แล้วฟังคนเป็นพี่พูดให้จบ “ไม่ต้องสาธยายข้อดีของมันงานหมั้นต้องเกิดขึ้นเร็วๆนี้และนายจะถูกกักบริเวณ”

อะไรนะ! ไวน์เบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน

“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

“ใช่ นายไม่ใช่เด็ก แต่จำเอาไว้ว่าเราตกลงอะไรที่ลอนดอน ถ้าหากนายผิดสัญญาเมื่อไหร่ร้านนั่น...ฉันก็ทำให้มันหายไปได้เช่นกัน”

“พี่โซจู! ร้านเติมรักไม่เกี่ยว” พี่ของเขาไม่มีเหตุผล สิ่งที่เขาทำมันจะมากเกินไปแล้วนะ ไวน์ไม่คิดว่าพี่ชายของตัวเองจะบ้าอำนาจและเผด็จมากขนาดนี้ นี่สินะสิ่งที่เบียร์เคยเตือน แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ในเมื่อมันเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยร้านเติมรักได้  

“หึ มันขึ้นอยู่เรานะไวน์ถ้าน้องผิดคำพูด พี่ก็แค่จะทำให้มันกลับไปเหมือนเดิม...เพราะเดิมทีร้านนั้นมันก็ต้องหายไปอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” โซจูใช้โทนเสียงนุ่มๆ เอ่ยเรียกแทนตัวน้องชายและตนเองเหมือนกับเมื่อก่อน ในตอนที่ทั้งสองยังเป็นเด็ก ในตอนที่อีกฝ่ายยังเป็นพี่ที่แสนใจดีของน้องๆ ไวน์น้องเล็กที่ติดพี่โซจูแจถึงขนาดยอมเชื่อทุกสิ่งที่พี่โซจูพูด แม้กระทั่งยอมทิ้งเพื่อนๆ ไปเรียนต่างประเทศ ไปเป็นหุ่นให้เขาเชิดมาหลายปี

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่บริษัทกำลังเผชิญกับปัญหาโซจูก็เข้ามาทำงานแทนป๊า ไวน์ยอมรับว่าพี่ทำได้ดี ทำให้ทุกอย่างเติบโตก้าวหน้ามากกว่าเดิม แต่ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิม

รวมไปถึงตัวพี่ชายของเขาคนนี้...

“...”

“เอาล่ะ นี่ก็ดึกแล้วน้องควรจะอาบน้ำและเข้านอนพรุ่งนี้พี่จะให้เอดิสันไปส่งที่มหา’ลัยฝันดีนะไวน์ของพี่...”

ตึง!

เสียงประตูปิดลงพร้อมกับตัวไวน์ที่ทรุดนั่งลงกับพื้น มันหมดแรงจริงๆ ไม่มีทางไหนที่จะแก้ปัญหานี้ได้

เกือบอาทิตย์นึงได้ที่ชีวิตของไวน์ดำเนินไปราวกับหุ่นยุนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ ตื่นอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน - เลิกเรียนก็แวะไปทำงาน ยัง ดีที่โซจูยอมให้ไวน์กลับไปทำงาน ไม่เช่นนั้นไวน์คงจะเป็นบ้าไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพอทำงานเสร็จก็กลับบ้านทันที โดยทุกครั้งที่ไปไหนมาไห นก็จะมีคนของพี่ชายเป็นสารถีคอยรับ - ส่งเสมอ จนเพื่อนๆ และพี่ๆ ต่างเป็นห่วง เพราะสีหน้าของไวน์นั้นเหมือนคนอมทุกข์

“สรุปว่าเราจะไปได้ไหม” พี่รหัสสุดหล่อของเขาเอ่ยถามด้วยท่าทางเกร็งๆ ไม่ได้เกร็งที่เขา แต่เพราะลูกน้องของพี่ชายเขาที่อยู่ตรงรถต่างหาก

“คงต้องรอไปก่อนอ่ะพี่”

“อ่า...เสียดายนะแต่พี่เข้าใจ” คนตัวสูงว่าพลางถอนหายใจ ก็นะ ช่วงนี้มีข่าวลือว่าไวน์เลิกกับพบรักแล้วและมีมาเฟียคอยรับเลี้ยงตามรับตามส่ง จะมีก็แต่เฉพาะคนใกล้ตัวเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เรืองฤทธิ์แตะมือที่ไหล่ไวน์อย่างให้กำลังใจ ก่อนขอตัวจากไป เหลือเพียงไวน์ที่ยืนมองลูกน้องของพี่ชายตนเองแล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

“ไปร้านเติมรัก” ไวน์เอ่ยเสียงเรียบ และเช่นเดิมที่ลูกน้องของพี่ชายเขามักจะตอบมาสั้นๆ ด้วยสีหน้านิ่งเรียบเช่นกัน

“ครับ”

รถคันหรูที่เขาไม่อยากจะนั่งแล่นมาจอดที่ร้านขนมเล็กๆ แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เข้ามา มันคงจะแปลกที่เขานั่งรถราคาเกือบยี่สิบล้านมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ เปิดประตูเข้ามากระดิ่งเล็กๆ ที่ติดหน้าประตูก็ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง จะว่าไปตั้งแต่โดนควบคุมเขาก็กลับมาทำงานได้นาน จนช่วยพวกพี่ๆ ปิดร้านได้

“หวัดดี” เสียงคิณณ์ทักขึ้นทักทายพร้อมกับยิ้มให้ แต่เขาในตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะส่งกลับ

“อื่อ ดี” ไวน์ตอบคิณณ์สั้นๆ และเดินเอื่อยๆ เข้ามาทางหลังร้าน เก็บของไว้ในล็อคเกอร์แล้วหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวม ออกมาช่วยคิณณ์รับออเดอร์

“ช่วงนี้พ่อคุมเหรอ”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้”

“หมอนั่นไม่แย่เลย?” คิณณ์คงจะหมายถึงพบรัก ถ้าถามว่าแย่ไหมเขาไม่รู้เพราะไม่ได้เจออีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ

“แล้วนี่เฮียลัมไปไหน”

“พึ่งออกไปซื้อของเข้าร้านกับเฮียหลิวก่อนหน้านี้เอง”

วันนี้หลังจากเลิกงานเขากินข้าวเย็นได้ไม่กี่คำก็ขึ้นห้องมานอนโง่ๆ บนเตียง เครื่องมือสื่อสารของไวน์ถูกริบไปหมด กลายเป็นว่าเจ้าตัวไม่สามารถติดต่อกับพบรักได้เลย

ไม่รู้หมอนั้นจะทำอะไรอยู่

กึก!

เสียงเหมือนมีอะไรกระทบโดนกระจกระเบียง ตอนแรกไวน์ไม่ได้สนใจ แต่พอมีครั้งที่สองเขาก็เลยลุกไปดู

ไอ้เด็กยักษ์!

ไวน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะได้สติรีบเปิดประตูตรงระเบียงออกไปดู พบรักอยู่ด้านล่าง คงจะโยนก้อนหินขึ้นมา คนตัวสูงโบกไม้โบกมือให้เขาพร้อมกับยิ้มกว้าง ตอนนี้รู้สึกทั้งดีใจและตกใจในคราเดียวร่างสูงค่อยๆ ปีนขึ้นมา เขาพยายามจะห้ามแล้ว เพราะกลัวว่าจะมีคนเห็น ไหนจะกลัวจะตกลงไปแข้งขาหักอีก สุดท้ายเด็กยักษ์ก็ไม่ละความพยายาม ปีนขึ้นมาข้างบนได้สำเร็จ ไวน์ยื่นมือไปช่วยดึงคนตัวโตขึ้นมา

“มาทำไมเนี่ย”

“ก็คิดถึง”

“แล้วคิดบ้างไหมว่ามันอันตราย ตกลงไปจะทำยังไง” ไวน์ต่อว่าอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงดุๆ แต่พบรักไม่ได้กลัวเลยกลับส่งยิ้มมาให้

“ยอม”

“ไอ้เด็กบ้า” ถึงจะว่าอีกคน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่พบรักทำเช่นนี้ทำให้เขายิ้มออกมา

“แล้วนี่จะทำยังไงต่อละครับ” ปัญหานี้เขาเองก็คิดไม่ออกว่าจะแก้อย่างไร พี่ชายขงเขาน่ะเป็นคนหัวแข็งเจ้าเผด็จการสุดๆ

“ไม่รู้” ไวน์ส่ายหน้าพยายามเค้นสมองคิด แต่ก็คิดอะไรไม่ออก

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” มือหนาเลื่อนมานวดคลึงระหว่างคิ้วของเขา

“ก็มันคิดไม่ออก” มืดแปดด้านไปหมด

“ผมจะจัดการเอง ไวน์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ”

“ทำยังไง”

“ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้มาก แต่เชื่อผมเถอะว่าเราจะผ่านมันไปได้”สายตาของร่างสูงดูจริงจังจนเขาเริ่มมีความหวัง

“อืม”

“รอผมก่อนนะครับ”

ไวน์จ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย พบรักส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดมา ใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากัน ก่อนร่างสูงจะมอบสัมผัสบางเบาแต่ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกคิดถึงมากมายที่เอ่อร้นออกมา

“ฉันจะรอ”

จากวันที่พบรักแอบมาหาเขาที่บ้าน พวกเขาก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว ไวน์ยังคงเป็นหุ่นยนต์ที่ทำตามระบบที่พี่ชายวางไว้

“เรียนเสร็จไปไหนอ่ะ” คิทเอ่ยถามเพื่อน เจ้าตัวคงลืมไปว่่าตอนนี้เพื่อนรักของตนเองถูกควบคุมอยู่

“กลับบ้าน” คนของพี่ชายมารอรับอยู่หน้าตึก เพื่อนตัวเล็กทั้งสองมองไปตามสายตาของเขาก็เห็นบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำ

อย่างกับแก็งค์มาเฟียที่คนอื่นลือกันจริงๆ

“อึดอัดแทนว่ะ” คิทชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด บ่นต่ออีกยืดยาวจนไวน์หลุดยิ้ม เขารู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงขนาดไหน แคทที่ปกติจะเฉยๆ กับทุกเรื่องยังขมวดคิ้วยุ่งกับสิ่งที่ไวน์กำลังเผชิญในตอนนี้

“ถ้าขนาดนี้ละก็นะ”

“จะให้ทำยังไงได้ล่ะ” ไวน์ยักไหล่

“เอางี้ไหม…แกบอกพี่แกว่าจะไปทำรายงานที่บ้านพวกฉัน” คิทเสนอ

“จะได้เหรอ” แคทยังเป็นกังวล

นั่นสินะ จะขัดคำสั่งได้เหรอ ถ้าไปค้างบ้านคิทแคทก็เหมือนให้เขาได้ทำตามความต้องการของตัวเองน่ะสิ

“ไม่ลองไม่รู้ใช่ไหมล่ะ” แต่เขาก็บ้าจี้ทำตามที่เพื่อนบอก เดินเข้าไปที่รถเพื่อจะบอกให้ลูกน้องของพี่กลับไป

“เลิกแล้วเหรอครับ” ทว่าเสียงที่เอ่ยถามออกมานั้นไม่ใช่ลูกน้องคนเดิม เจ้าของเสียงเปิดประตูลงจากรถส่งยิ้มอบอุ่นให้ไวน์

“พี่แอส มาได้ยังไงครับ” ไวน์ส่งยิ้มดีใจให้แก่เอดิสัน เหมือนเจ้าตัวเพิ่งจะมาจากต่างประเทศ

“คุณโซจูให้มาครับ” ร่างสูงก็ยังเรียกพี่ชายของเขาในสถานะเจ้านายเหมือนเดิม “กลับกันเลยไหม”

“คือ…วันนี้ผมอยากจะไปค้างที่บ้านเพื่อน”

“อืม อย่างนั้นเหรอครับ...ผมคงต้องโทรบอกเขาก่อน” ไวน์มองเอดิสันต่อสายถึงพี่ชายแล้วคุยอะไรบางอย่าง สักพักก็วางสาย

“ไปได้ครับ”ร่างสูงบอกยิ้มๆ

“จริงเหรอครับ” ร่างโปร่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ นึกแปลกใจที่โซจูยอมง่ายดาย

“ครับ ยังไงก็ให้ผมไปส่งแล้วกันนะครับ”

“ขอบคุณครับ” ไวน์เอ่ยขอบคุณ แล้วเรียกคิทกับแคทมาขึ้นรถ เอดิสันพาทั้งสามไปส่งถึงที่หมาย ตลอดทางไวน์แอบสงสัยว่าเอดิสันมาบ้านเพื่อนเขาถูกได้ยังไงเพราะเจ้าตัวไม่เคยมาแน่นอน

“ขอบคุณครับ” คิทกับแคทเอ่ยและลงจากรถไปก่อน เนื่องจากไวน์ถูกเรียกเอาไว้

“ไวน์ครับ”

“ครับ”

“ช่วงนี้อยู่กับเพื่อน อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวนะครับ”

“ทำไมละครับ” ไวน์ขมวดคิ้ว เอดิสันพูดจาแปลกๆ

“ทำตามที่ผมบอกเถอะครับ”

“ก็ได้ครับ” สายตาของเอดิสันทำให้ไวน์ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรต่อ ร่างโปร่งพยักหน้าตกลงแล้วลงจากรถ ยืนมองรถคันหรูที่แล่นออกไปจากรั้วบ้านเพื่อนสนิทด้วยความแปลกใจ

มันไม่ปกติตั้งแต่เอดิสันมารับแล้วล่ะ

“เป็นอะไร”

“เขาบอกว่าให้ฉันอยู่กับพวกแก”

“ทำไมล่ะ พี่แกจะเลิกควบคุมแล้วเหรอ” คิททำหน้าสงสัย

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“งั้นก็เข้าบ้านก่อนเถอะร้อนอ่ะ”

“อืม” ไวน์เดินตามเพื่อนทั้งสองเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก เหมือนจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น

“นี่ไวน์แกกินอะไรหน่อยสิ” คิทบอกสีหน้าดูกกังวลไม่ต่างจากแคทที่นั่งอยู่ข้างๆ ไวน์รู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงแต่มันฝืนกินไม่ลง

“ฉันไม่หิว”

“แต่แกผอมลงนะ เนี่ยน้ำหนักลดไปเท่าไหร่”

“น่า”

“ฮึย!” คิทส่งเสียงอย่างขัดใจ

“แล้วจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอ” แคทถาม

“แล้วจะให้ทำยังไงละแคท เราก็รู้ว่าพี่โซจูเป็นคนยังไง” เพื่อนทั้งสองของเขาค่อนข้างรู้ดีเลยล่ะ ว่าพี่ชายเป็นคนแบบไหน

“ฉันละอยากจะกรี๊ด”

“กรี๊ดสิ”

“ไม่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นแหละที่กรี๊ด”

“เหรออออ แล้ววันนี้น้องเขาไม่มาหารึไง”

“หืม” ไวน์เลิกคิ้วมองแคท น้องเขาที่ว่านี่คือใครงั้นเหรอ นี่เขาตกข่าวอะไรไปใช่ไหม

“น้องเนิ้งอะไรกันไม่มี๊”

“เสียงสูง”

“นี่ ไม่ต้องเลยตัวเองก็ใช่ย่อย” ทั้งสองเถียงกันงุ้งงิ้งๆ ดูๆ ไปก็เหมือนลูกแมว ทำให้ไวน์หลุดยิ้มได้ขึ้นมาบ้าง

“คิท แคท”

“หืม” เพื่อนตัวเล็กทั้งสองหยุดเถียงกันแล้วหันมามองเขา

“ฉันมีเรื่องจะให้ช่วย...”

ความคิดเห็น