ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อบพายชิ้นที่ 12

ชื่อตอน : อบพายชิ้นที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 211

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2562 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อบพายชิ้นที่ 12
แบบอักษร

อบพายชิ้นที่ 12

“นายจะพาฉันไปไหน” ตอนนี้พวกเขาอยู่ในรถ ซึ่งไวน์ไม่รู้ว่าอีกคนจะพาตัวเองไปไหน เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนพบรักมาหาเขาที่บ้านและไม่พูดพล่ามทำเพลงก็ลากเขาออกมา

ตอนนั้นเขากำลังมึนๆ อยู่ก็บ้ายอมตามออกมาด้วยง่ายๆ อาจจะเป็นเพราะไม่คิดว่าจะเป็นพบรักที่มาหา รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนรถซะแล้ว

“เดี๋ยวถึงก็รู้ครับ”

“แล้ว...”เพราะท่าทางนิ่งๆ ของอีกคน ไวน์เลยไม่กล้าถามอะไรอีกทั้งที่มีคำถามค้างอยู่ในใจตั้งมากมาย บรรยากาศในรถตอนนี้ค่อนข้างอึดอัด เด็กยักษ์แปลกไป จากที่เคยพูดมาก ชอบเปลืองรอยยิ้ม วันนี้กลับเงียบขรึมดูเป็นคนละคน

ไวน์นั่งเงียบๆ แอบสังเกตอีกฝ่ายไปด้วย ไม่เจอกันแค่อาทิตย์เดียวดูเหมือนจะดำขึ้นมานิดหน่อย แถมยังมีหนวดขึ้น ทำให้หน้าดูเถื่อนมากกว่าเดิมหลายเท่า แต่ที่เห็นชัดคือแววตาของพบรักนั้นเปลี่ยนไป มันดูไม่สดใส

“มีอะไรครับ”

“เอ่อ...” เขาชักจะรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทางเย่อหยิ่งของอีกคน เห็นแล้วขัดใจทั้งที่เป็นแค่ไอ้เด็กยักษ์แท้ๆ “นายมีรถยนต์ด้วยเหรอ”

บ้าเอ้ย! ทั้งที่ไม่ได้จะถามแบบนี้สักหน่อย!

สายตาของคนตัวโตก็ทำให้ไวน์ไม่กล้าเอ่ยในสิ่งที่คิด จริงๆ แล้วเขาอยากจะรู้ว่าพบรักยังโกรธเรื่องวันนั้นอยู่ไหม ไม่สิเขาต่างหากที่สมควรจะเป็นฝ่ายโกรธ แต่เขาเองก็พูดแรงไปด้วย

โอ๊ย! สับสน

“ครับ”

“ละ แล้วทำไมถึงไม่เคยเห็น”

“ไม่อยากขับ เปลืองน้ำมัน”

“เหรอ” ตอนนี้ไวน์ไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างแรง จากที่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของใคร คิดอะไรก็พูดออกมาแบบนั้น กลับไม่กล้าเอ่ยถามคนข้างๆ เลย

“มีอะไรจะถามผมรึเปล่า” พบรักหันมาถามแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองถนนเหมือนเดิม

“ก็เปล่า นายดำขึ้นนะ”

“อืม ช่วงนี้ผมตากแดดเยอะไปหน่อย”

“เหรอ” ไม่รู้จะพูดอะไรต่อแหะ

“ดูหล่อขึ้นใช่ไหมล่ะ” อีกคนพูดพลางยิ้มน้อยๆ “งานลอยกระทงของมหา’ลัยไวน์ได้ถือป้ายคณะใช่ไหม?”

“อืม”

“ไม่อยากให้ถือเลย...” พบรักพูดพึมพำเบาๆ ทำให้เขาไม่ได้ยินที่เจ้าตัวพูด

“อะไรนะ?”

“....” อีกคนเงียบไม่ยอมตอบ ร่างโปร่งขมวดคิ้วมุ่น เริ่มจะหงุดหงิดไม่รู้ตอนนี้พวกเขาเป็นอะไรกัน มันอึดอัดและอธิบายไม่ถูก

ไวน์ตัดปัญหาด้วยการแสร้งทำเป็นมองออกไปนอกรถมันเสียเลย พบรักขับรถออกมาจากตัวกรุงเทพฯ แล้ว แต่เขาไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหน ไวน์เหม่อมองไปเรื่อยๆ จนเผลอหลับไป...

“ถึงแล้วครับ” เสียงของพบรักปลุกให้ไวน์ตื่นขึ้นมาจากนิทรา เขาได้ยินเสียงคลื่นดังแว่วๆ ตาหวานมองไปนอกรถเห็นหาดทรายสีขาวนวลที่มีน้ำทะเลสีฟ้าคราม แสงอาทิตย์สีส้มทำให้รู้ว่ามันใกล้เวลาจะกลับสู้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่

เขาหลับไปนานพอสมควรสินะ

“ทำไมถึงมาทะเล?”

“อยากมา” เด็กยักษ์ตอบสั้นๆ ก่อนจะเปิดประตูรถออกไปข้างนอก ที่นี่คือที่เดิมกับตอนที่พวกเขามาครั้งก่อน ไวน์คิดว่าตอนนี้มันสวยกว่าตอนกลางคืนมากๆ ร่างโปร่งลุกออกจากรถตามอีกคนไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อย

“ทำไมถึงมาที่นี่”

“ผม...” คนตัวสูงเงียบไป สายตาทอดมองไปยังทะเลเบื้องหน้า มันเป็นสายตาที่ไวน์มองไม่ออกว่าพบรักกำลังคิดอะไรอยู่ “คิดถึง”

“???”

“ผมคิดถึง...ไวน์”

หมับ

รวดเร็วพอๆ กับคำพูดตัวของเขาจมเข้าไปอยู่ในอกแกร่ง พบรักกอดไวน์แน่น ตอนแรกไวน์จะโวยวาย แต่พอนึกดูอีกทีเขาก็ปล่อยให้อีกคนกอด อาจจะเป็นเพราะลึกๆ ลงไป เขาเองก็รู้สึกแบบเดียวกับพบรัก

“ผมขอโทษที่วันนั้นทำตัวงี่เง่า”

“อะ อืม...ฉันก็อารมณ์ร้อนไปหน่อย” ไวน์รู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่ก็โล่งใจที่พวกเขาปรับความเข้าใจกันได้แบบนี้

“งั้นแปลว่าหายโกรธผมแล้วใช่ไหม” คนตัวโตผละออก มือทั้งสองข้างเลื่อนมาจับมือเขา สีหน้าของพบรักดูตื่นเต้นและดีใจจนเห็นได้ชัด มันดูคล้ายลูกหมาที่ได้ของเล่นต่างจากตอนที่อยู่ในรถลิบลับ

“...คราวหลังก็อย่าทำตัวไร้เหตุผลแบบนั้นอีกแล้วกัน”

“ก็คนมันหึง”

“นะ นาย” ไวน์อ้าปากเหวอ

“ผมหึงไวน์รู้รึเปล่า”

“เอ่อ..” พูดตรงเกินไปแล้ว ไวน์หลบสายตาพบรัก ก็อีกฝ่ายเล่นจ้องเขาเขม็งแบบนั้น

“เป็นแฟนกับผมนะครับ”

“...” ไวน์เงียบเพราะกำลังตกใจ รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของหน้าอกข้างซ้าย พยายามทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เขาชอบหมอนี่มันคือความจริงหรือเปล่า

“...”

“ฉัน...” ไวน์ไม่ใช่เด็กๆ ที่จะต้องปากแข็ง แต่เขายังไม่รู้ว่าตอนนี้ความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองเป็นอย่างไร

ยอมรับว่าสับสน ซึ่งความรู้สึกนี้คงแสดงออกผ่านสายตา

“...”

“ฉันยังให้คำตอบไม่ได้”

“งั้นเหรอ” คนตัวสูงพึมพำเบาๆ สีหน้าดูเหงาหงอยราวกับลูกหมา

ไวน์ถอนหายใจแรงๆ อย่างคิดไม่ตก เขาไม่ได้รังเกียจหรอกนะ การที่มีเด็กยักษ์เข้ามาอยู่รอบกาย มาคอยเกาะติดแบบนี้ เพียงแค่สับสนเท่านั้น

“สรุปว่าผมอกหักสินะ”

“เอ่อ...” จะให้พูดยังไงดีล่ะ

“ไม่ชอบผมสินะครับ”

“คือ..”

“เฮ้อ ผมคงหวัง...”

“เดี๋ยวสิ! ตัวก็โตทำไมขี้น้อยใจชะมัด” ไวน์คว้ามืออีกคนเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะหันหลังให้ คนอะไรตัดพ้อเก่งที่หนึ่ง ดูหน้างอๆ นี้สิ “ตอนนี้ฉัน...ฉันกำลังสับสนให้เวลาฉันหน่อยไม่ได้รึไง”

“แสดงว่าไวน์ไม่ได้รังเกียจความรู้สึกที่ผมมีให้ใช่ไหม” สายตาวิบวับนี่มันอะไรกัน!

“อือ”

“ขอบคุณครับ” จากที่เคยสลดก็เปลี่ยนเป็นร่าเริงราวกับว่าอาการเหงาหงอยก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น ไวน์ละหมั่นไส้คนอารมณ์แปรปรวนนัก

“แล้วนี่จะไปไหนต่อ”

“ไวน์อยากไปไหนล่ะ”

“แล้วแต่สินายพาฉันออกมานะ”

“อืม... ” พบรักหยุดคิดก่อนจะหยิบมือถือมากดๆ “แถวนี้มีตลาดนัดคล้ายๆ ถนนคนเดิน เราแวะไปเดินก่อนกลับไหมครับ”

“ก็ได้” ไวน์ก็อยากจะเดินดูของกินเหมือนกัน ชักจะเริ่มหิวหน่อยๆเพราะวันนี้ทานแค่ข้าวเช้าไปมื้อเดียว ส่วนมากถนนคนเดินที่นี่จะขายของจำพวกของที่ระลึกเสื้อเพ้นสีต่างๆ ส่วนอาหารก็เป็นพวกขนมของทะเล เขาซื้อปลาหมึกย่างมาไม้นึง อาหารทะเลที่นี่ค่อนข้างสด พร้อมกับน้ำจิ้มรสแซ่บ

ตลอดทางเดินอีกคนก็เนียนจับมือ ไวน์ไม่ได้โวยวายอะไรเพราะเห็นว่านานๆ ทีปล่อยให้ก็ได้

“หิวน้ำ”

“งั้นรอแปบนึง” ทั้งคู่แวะนั่งพักขาตรงใต้ต้นมะพร้าว

ช่วงเย็นๆ แบบนี้ค่อนข้างร้อน ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังจะตกดินหายลงไปในทะเลเสียครึ่งดวงแล้ว พบรักเดินกลับมาพร้อมกับมะพร้าวสูกหนึ่ง

“เดี๋ยวเดินดูของต่ออีกสักพักค่อยกลับเนาะ”

“อืม”

“พรุ่งนี้ไวน์ซ้อมเดินใช่ปะ”

“ใช่” ไวน์ตอบสั้นๆ พลางดูดน้ำมะพร้าว

“งั้นผมไปรับนะครับ” พบรักอาสา

“แล้วนายไม่มีธุระที่ไหนเหรอ”

“ก็ส่งไวน์ที่มอเสร็จ ผมไปซ้อมดนตรีต่อ พอดีวงพวกผมได้ขึ้นร้องตอนเปิดงาน ไว้ว่างๆ ไปดูผมซ้อมมั่งนะ”

“ได้สิ”

“หน้าแดงหมดแล้ว” พบรักว่าก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ไวน์ การเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ของเด็กยักษ์ทำให้อีกคนใจเต้น

“แวะดูเคสมือถือแปบนึงสิ”

“จะซื้อเหรอ”

“อืม”

ไวน์เห็นร้านหนึ่งผ่านตา คิดว่าจะขากลับจะแวะสักหน่อย เพราะเห็นว่ามันสวยดี เคสมือถือพวกนี้คนขายออกแบบและทำเอง เป็นงานแฮนด์เมด จึงค่อนข้างมีเอกลักษณ์ ราคาก็ย่อเยาไม่แพงมาก

“โทรศัพท์รุ่นอะไรครับ” คนขายท่าทางติสๆ หน่อย ละมือจากการเพ้นเคสโทรศัพท์อยู่ ลุกขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ไอโฟนเจ็ดครับ”

“แต้วๆ ขายของหน่อย ไอ7”

“แถวนี้เลยจ้า” ผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามา ก่อนจะเอาลายใหม่ออกมาให้เลือกอีก ไวน์มองอยู่นาน ลายสวยๆ เยอะจนตัดสินใจไม่ได้ สุดท้ายเขาก็เลือกได้ในที่สุดเป็นเคสสีดำเพ้นท์รูปขนนกแบบเท่ๆเอาไว้

“เอาลายเหมือนกันอีกอันนึงครับ”

“จะเอาเหรอ” เขาหันไปถามพบรัก

“ครับ จะได้คู่กันไง” ร่างสูงตอบพลางยิ้มแป้น จนคนขายพากันยิ้มตาม

ไวน์ละหมั่นไส้ พอเปิดโอกาสให้หน่อยละได้ใจใหญ่เลย แต่เขาก็ไม่ได้ค้านอะไร

“กลับเลยไหม” หลังจากเดินเที่ยวจนสุดทางแล้วทั้งสองเริ่มจะเมื่อยขา ไวน์จึงเอ่ยชวนกลับ คงไม่ได้ค้างคืนเนื่องจากมีงานที่ค้างรออยู่

“อืม กลับเลยก็ได้เดี๋ยวค่ำที่บ้านไวน์จะหาว่าพาลูกเขามาเที่ยวกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ”

“เวอร์ละ” ไวน์ยกมือขึ้นหมายจะเขกหัวไอ้คนพูดไปเรื่อยสักทีสองที  แต่พบรักดันรวบเอามือที่หมายจะประทุร้ายตนไปกุมแล้วดึงเดินไปที่รถ

ไวน์มองถามแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าตัวเองจะมาตกหลุมรักชอบคนที่ตัวโตแบบนี้ได้ ทั้งที่ตอนแรกไม่ชอบหน้าสุดๆ แต่เพราะความใจดีและความจริงใจของพบรักมันทำให้เขายอมลองให้โอกาส

หวังว่าเขาคงจะไม่ผิดหวังอีกครั้งหรอกนะ

ขากลับภายในรถไม่มีใครพูดอะไรอีก มีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ แต่บรรยากาศก็ไม่ได้อึดอัดเหมือนตอนขามา

ไวน์แอบชำเลืองไปทางคนขับก็เห็นตั้งหน้าตั้งตาขับรถ ทว่ามุมปากยกยิ้มนิดๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวอารมณ์ดีแค่ไหน

“คิดอะไรอยู่”

“ผม...อยากให้ถนนมันยาวไปจนถึงต่างประเทศเลย”

“ยังไง”

“ก็อยากอยู่กับไวน์นานๆ นี่”

“บ้าไปแล้วรึไง” ถึงปากจะว่าอีกคนแต่เอาจริงๆ มันก็เขินเหมือนกันนะ

“หึหึ ก็มันจริง…”

“จิ๊ ตั้งใจขับรถไปเลยไป มือเนี่ยปล่อยได้แล้ว”

“ก็อยากจับ”

“มันอันตราย”

“ผมขับช้าๆ”

“จิ๊”

ตลอดทางกลับบ้านวันนี้มีเสียงทั้งสองถกเถียงกัน เคล้าไปกับเสียงหัวเราะและรอยยิ้มคลอไปกับเสียงเพลงที่เปิดไปด้วย

จะว่าไป...มันก็มีความสุขดีนะ

“แกต้องหมั้นกับเขา!”

“ไม่ หนูไม่อยากหมั้น!”

หลังจากไปส่งไวน์เสร็จ เขากลับมาถึงบ้านขณะที่เดินผ่านบ้านใหญ่พบรักได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังแว่วมา ฟังแล้วคงเป็นน้องหญิงกับคุณหญิงโฉมฉวีแน่นอน ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะมนุษย์ป้าคนนี้ชอบบังคับลูกตัวเอง

ตอนเด็กๆ น้องหญิงมักจะหนีมาเล่นกับเขาเสมอ น้องไม่ชอบเล่นกับพวกลูกๆ ขอบเพื่อนแม่ตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะเด็กพวกนั้นถูกเลี้ยงดูมาด้วยเงินปลูกฝังให้ดูถูกคนที่มีฐานะด้อยกว่าตัวเอง และที่สำคัญใส่หน้ากากเข้าสังคมตั้งแต่เล็ก

พบรักสงสารน้อง เพราะเธอถูกกดดันมาโดยตลอด เขาละอยากจะผ่าดูหัวใจของคุณหญิงโฉมฉวีจริงๆ ว่าทำด้วยอะไร ถึงได้ใจดำกับลูกแท้ๆ ได้ขนาดนี้

“แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวมันดูน่ากลัวยิ่งกว่าแม่มดในการ์ตูนที่พบรักเคยดูตอนเด็กๆ เสียอีก ตอนนี้น้องหญิงคล้ายกับจะตัวเล็กลงเรื่อยๆ ใบหน้าน่ารักเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา

“คุณแม่...”

“จำเอาไว้” สิ้นคำสั่งคุณหญิงโฉมฉวีก็สะบัดตัวเดินจากไป ทิ้งให้ลูกสาวปล่อยโฮกลางบ้าน แย่างไม่มีใครสนใจ เพราะอำนาจภายในบ้านเป็นของคุณผู้หญิงใหญ่

“น้องหญิง” ร่างสูงทนไม่ไหวจึงเดินเข้าไปหาน้องสาว ทันทีที่น้องเห็นเขาก็รีบวิ่งเข้ามากอด

“ฮึก พี่รัก”

“ไม่ร้องไห้นะคะ” พบรักยกมือลูบหัวทุยเบาๆ คนตัวเล็กยิ่งกอดพี่ชายแน่น

“คุณแม่จะให้หญิงหมั้นกับใครก็ไม่รู้”

“ไม่เป็นไรนะ น้องต้องเข้มแข็งเอาไว้นะ”

“หญิงไม่อยากหมั้นกับเขา” เธอบอกพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ทำไมครับ”

“หญิง...” เด็กสาวมีท่าทีอึกอักเหมือนมีเรื่องจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมา

พบนักเข้าใจว่าการที่ต้องหมั้นกับคนที่ไม่เคยเจอหน้ามาก่อนมันคงไม่มีความสุขอยู่แล้ว

“น้องเคยเจอเขาหรือยัง”

“ยังค่ะ”

“อืม...เอางี้ดีกว่าน้องลองเปิดใจก่อน เจอเขาแล้วดูว่าเขานิสัยเป็นยังไงถ้าเขาไม่ดีหรือน้องไม่ชอบจริงๆ พี่จะช่วย” เขาพยายาหาทางออกที่พอจะช่วยน้องสาวได้ แต่ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการปลอบให้น้องหยุดร้องไห้และพูดให้สบายใจเท่านั้น

“จริงๆนะคะ พี่รักจะช่วยหญิงจริงๆ ใช่ไหม”

“...ครับ” เขาเห็นแววตาของน้องที่มองมาอย่างมีความหวัง เขาค่อนข้างลำบากใจ แต่ไม่อาจนิ่งดูดายได้ พบรักรักน้องสาวคนนี้เหมือนพี่น้องที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันจริงๆ แม้ความจริงจะเป็นแค่น้องสาวต่างมารดาก็ตาม

ความคิดเห็น