ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อบพายชิ้นที่ 11

ชื่อตอน : อบพายชิ้นที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 209

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2562 19:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อบพายชิ้นที่ 11
แบบอักษร

อบพายชิ้นที่ 11

ตกเย็นหลังปิดร้านพวกเขาทั้งสามก็มาถึงคอนโดที่ลัมพักอาศัยอยู่ โดยมีคิณณ์เป็นคนขับรถ พวกเขาใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน เพราะตัวคอนโดอยู่ในซอยซับซ้อน เนื่องจากคนที่พักอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือไม่ต้องการให้คนเข้ามาวุ่นวาย เท่าที่รู้จะมีแต่ดาราและนักธุรกิจซึ่งตอนนี้คงไม่น่าแปลกใจเลยที่สเตฟาโน่จะพาลัมมาอยู่ที่นี่ได้ ทันทีที่เดินเข้าไปภายในไวน์ก็ตรงไปยังล็อบบี้ทันที

พนักงานสาวยกมือไหว้กล่าวทักทายอย่างมีมารยาท ไวน์ล้วงเอานามบัตรของพี่ชายให้เธอ ไม่นานพวกเขาก็ได้รับอนุญาติให้ขึ้นไป ไวน์เดินกลับมาหาทั้งสองคนที่รออยู่

“ขึ้นไปกัน”

ทั้งสามขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นบนสุด ซึ่งมันค่อนข้างหรูหรามาก ก่อนจะมาหยุดอยู่ห้องๆหนึ่ง

“ห้องนี้” ไวน์ชี้ไปยังห้องที่สาม หลิวเป็นคนเคาะประตูแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ

แต่เขาคิดว่าลัมต้องอยู่ข้างในแน่นอน เพราะเขาถามพนักงาน เธอบอกว่ายังไม่เห็นลัมออกจากห้องตั้งแต่เมื่อคืน

“ไวน์ ใช่ห้องนี้จริง?” คิณณ์ดูเหมือนจะร้อนใจที่สุด เพราะพวกเขายืนรอมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีใครมาเปิดประตูสักที “อยู่ห้องหรือเปล่า”

“อยู่”

“หรือว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” หลิวเอ่ย เพราะมันเงียบจนผิดปกติ

“นั่นสิ”

ก็อกๆ

แกร๊ก...

ในที่สุดประตูก็เปิดออกมา พวกเขาเกือบจะลงไปแจ้งพนักงานแล้ว ใบหน้าน่ารักยื่นออกมาจากประตูก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนร่างเล็กในชุดนอนลายหมีจะขยับตามมาสภาพเหมือนพึ่งตื่นนอน ผมเพ่ายุ่งเหยิง สีหน้าแลดูยังไม่ตื่นเต็มที่ จนกนะทั่งเจ้าตัวมองเห็นว่ามีใครยืนอยู่นั่นแหละตาเล็กๆ ก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ

ไวน์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

อย่างน้อยลัมก็ปลอดภัยละนะ...

“ละ หลิว ไวน์ คิณณ์” หลังจากที่เจ้าตัวตั้งสติได้ ลัมเหมือนจะมีท่าทางแปลกไป ดูกังวลไม่ได้แสดงท่าทางตื่นเต้นที่ได้เจอพวกเขา มันสร้างความขัดใจให้แก่ไวน์เป็นอย่างมาก

“ก็ใช่น่ะสิ หรือนายคิดว่าใคร” หลิวเอ่ยเสียงเรียบนิ่งใบหน้าไม่ได้ยิ้มด้วย

“มาได้ไง แล้ว...แล้วร้าน

พูดถึงร้านสีหน้าลัมก็หมองไปเลย เหมือนลูกหมาที่ใบหูลู่ลง

“ร้านยังอยู่ ยังไม่ได้ขาย” คำตอบที่ได้ทำเอาร่างเล็กอึ้งไป “ขอเข้าไปนั่งข้างในได้ไหม”

“อะ...ได้สิ ฮะๆ” ลัมเหมือนได้สติรีบเปิดประตูออกกว้างเพื่อให้ทั้งสามเข้าไปด้านใน พวกเขาเดินเข้ามานั่งตรงโซฟา ยังไม่ได้มีใครเอ่ยอะไร

“หลิว” คนตัวเล็กเรียกเพื่อนสนิทด้วยใบหน้ารู้สึกผิดก้มหน้ามองมือตัวเองที่จับจนแน่น เป็นภาพเห็นแล้วก็นึกสงสาร ไม่มีใครโกรธเกลียดลัมลงหรอก อีกอย่างที่ลัมทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงทุกคน ไวน์คิดว่าหลิวคงจะเก๊กหน้าขรึมไปอย่างนั้นมากกว่า

“อะไร” น้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชามันทำให้คนตัวเล็กที่สุดหง่อยขึ้นอีกสิบระดับ ไวน์เห็นนะว่าแวบนึงหลิวหลุดยิ้มออกมา แต่เพราะลัมเอาแต่ก้มหน้าก้มตามองมือตัวเองจึงไม่ทันสังเกต กระทั่งได้ยินเสียงสะอื้นดังออกมาจากคนตัวเล็กสุดในห้องนั่นแหละ ทุกคนเลยเหวอและหยุดแกล้ง

“ขะ ขอโทษ ฮึก มะ ไม่ได้ตั้ง จะใจ” ลัมในตอนนี้ร้องไห้ออกมามันเป็นภาพที่น่าสงสารที่สุดในความคิดของไวน์ ใครที่เห็นแล้วยังใจแข็งอยู่เขาว่าคนนั้นคงไม่มีหัวใจแล้วล่ะ หลิวดึงตัวเพื่อนสนิทเข้าไปกอด ส่วนเขาก็โดนคิณณ์ลากเข้าไปร่วมด้วย

ทั้งสี่เลยกอดกันกลมดิกท่ามกลางเสียงร้องไห้ของคนตัวเล็กในห้อง ลัมพร่ำขอโทษเพื่อนและน้องๆ ยกใหญ่

“ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้โกรธ” หลิวบอกพลางลูบหัวเฮียลัมไปด้วย

“ก็แกทำเสียงเย็นชา”

“ก็สมควรไหมละ มีอะไรไม่มาปรึกษาทำอะไรเกินตัว”

“ก็...”

“ไม่ต้องมาเถียงเลย” หลิวทำเสียงดุจนลัมหน้าหมองลงไปอีก ไวน์ยิ้มให้กับภาพที่เห็น มันกลับมาแล้วล่ะบรรยากาศที่แสนอบอุ่น

“ก็ได้ ขอบใจพวกแกมากนะ ฮึก” ลัมบอกทั้งที่ยังสะอื้น “เฮียขอโทษที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยาก เฮียแค่ไม่อยากเห็น...ใครเป็นอะไรไปมากกว่านี้”

“ไม่เห็นมีใครเป็นอะไร” คิณณ์ว่า

พวกเขาตัวโตกว่าลัมตั้งเยอะจะมีใครมาทำอะไรได้ แต่ก็เข้าใจละนะเพราะคนสำคัญเลยพยายามปกป้องให้ได้ หากเป็นเขาก็คงทำแบบเดียวกัน

“กลับกันได้หรือยัง หรือจะค้างที่นี่” คิณณ์พูดขึ้นมาขณะที่ก้มมองดูดูนาฬิกาท่าทางจะรีบ

“อีกหน่อยแล้วกัน”

ก็อก ก็อก...

ขณะที่เขากำลังคุยกันอยู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา สักพักคิณณ์ที่อยู่ใกล้สุดก็เป็นคนลุกไปเปิดแต่ลัมก็ผุดลุกขึ้นเดินตัดหน้าไปอย่างรวดเร็ว สร้างความแปลกใจให้แก่พวกเขา

“เดี๋ยว! บักคิณณ์ไม่ต้องๆ เฮียไปเปิดเอง” ท่าทางของคนตัวเล็กส่อพิรุธจนมองออก พวกเขาทั้งสามเงยหน้าขึ้นสบตากันโดยอัตโนมัติ กำลังสงสัยว่าใครที่มาหาลัมเอาตอนนี้และที่เดาก็คิดว่า...

“คุณสเตฟ่าโน่” ต้องใช่แน่ๆ ลางสังหรณ์ของเขามันบอกแบบนั้น

“ทำไมถึงไม่ยอมเปิดประตูให้ผม” เสียงของคนด้านนอกเอ่ยถามทันทีที่ลัมเปิดประตู จากมุมที่พวกเขายืนอยู่สามารถเห็นคนด้านนอกได้ชัดเจนและแน่นอนว่าใช่สเตฟาโน่จริงๆ เพียงแต่ว่าฝ่ายนั้นไม่ได้สังเกตว่าไม่ได้มีแค่ลัมที่อยู่ในห้องนี้

“ผมเป็นห่วงคุณมากเลยรู้ไหม” คนด้านนอกพยายามจะคุย แต่ดูเหมือนลัมจะไม่ยอมตอบอะไร

“คือ...”

“เป็นอะไรงั้นเหรอ หรือยูไม่สบาย?”

“ไม่เป็นไร สบายดี...”

“เป็นสิ เป็นผู้เคราะห์ร้ายยังไงล่ะ” เสียงของคิณณ์ดังขัดขึ้น ทำให้ทุกคนสะดุ้ง คิณณ์ผุดลุกขึ้นและเดินตรงไปที่หน้าประตูผลักประตูเปิดประตูออกเสียกว้าง ไวน์กับหลิวก็รีบลุกเดินตามไป กลัวว่าคิณณ์จะอารมณ์ร้อนเผลอต่อยสเตฟาโน่เข้า

“อะไร เขาพูดเรื่องอะไรน่ะ” สีหน้าของอีกฝ่ายดูงุนงง

“รู้อยู่แก่ใจดี!”

“คิณณ์ พูดเรื่องอะไรน่ะ เฮียไม่เข้าใจ” ลัมเองก็เป็นอีกคนที่ไม่รู้ คนตัวเล็กมองพวกเขาทีละคนเพื่อหาคำตอบพอไม่มีใครพูดก็หันไปมองสเตฟาโน่

“คุณพูดเรื่องอะไร”

สเตฟาโน่เอ่ยถามท่าทางงุนงงเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถ้าหากเขาไม่รู้มาก่อนก็คงจะเชื่อว่าเจ้าตัวไม่มีส่วนรู้เห็นอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น “เรื่องอะไรกัน แล้วรู้อยู่แก่ใจอะไร”

“เรื่องอะไรดีล่ะ เรื่องของสเตฟาโน่คนที่มาซื้อร้านของเราดีไหม?”

สิ้นเสียงของคิณณ์ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ลัมมีท่าทางเหมือนคนตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน สายตาของคนตัวเล็กที่ที่สุดในห้องดูสับสนระคนเสียใจ

“ยูเอาอะไรมาพูด”

“อ่านดูสิแล้วคุณจะรู้ว่าพวกเราพูดเรื่องอะไร” ไวน์เป็นคนยื่นเอกสารให้ร่างสูง เจ้าตัวรับไปและรีบเปิดดูข้างในก่อนที่จะเงียบและมีสีหน้าแปลกใจระคนตื่นตระหนก

“มันไม่จริงใช่ไหม” ลัมเอ่ยสายตาที่มองร่างสูงสั่นระริก

“ผม...”

“ตอบมาสิ!”

“...” สเตฟาโน่เงียบไปและนั่นก็คงจะเป็นคำตอบ

“ไปซะ! ออกไป” คิณณ์ประกาศก้าวตะโกนไล่สเตฟาโน่ อีกฝ่ายมองมาที่ลัมเดาไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ ก่อนจะยอมเดินจากไปเงียบๆ

“ลัม” หลิวใช้มือแตะไหล่เล็กที่กำลังสั่น ก่อนที่คนตัวเล็กจะเงยหน้าขึ้นมาหยาดน้ำตามากมายได้ไหลริน หลิวรั้งร่างเพื่อนสนิทเข้ามาสู้อ้อมกอดก่อนที่คิณณ์และเขาจะเดินเข้าไปสวมกอด พวกเขาทั้งสี่กอดกันกลมปลอบโยนคนที่อ่อนแอที่สุดในตอนนี้

น้ำตาของลัมเป็นอะไรที่พวกเขาไม่อยากเห็นมากที่สุด ลัมไม่ใช่คนที่จะร้องไห้ง่ายๆ ตั้งแต่คบกันมาเกือบ15 ปีไวน์เห็นลัมร้องไห้อยู่แค่ครั้งเดียวคือตอนที่พ่อกับแม่จากไป

หลายวันต่อมา

“คุณไวน์ครับนี่คือเอกสารที่คุณโซจูฝากมาให้ครับ” เสียงของพี่หลงหรือเฟยหลงลูกน้องคนสนิทอีกครของโซจูซึ่งทำงานอยู่ในสาขาที่ไทย ยื่นซองสีน้ำตาลมาให้ มันก็คือข้อมูลของว่าที่คู่หมั้นของเขา

“ขอบคุณครับพี่หลง”

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับ คุณโซจูฝากมาด้วยครับว่าอาทิตย์หน้าจะไปกินข้าวที่บ้านฝ่ายนู้นเตรียมตัวด้วยนะครับ”

“ครับ” ไวน์ตอบรับพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ลูกน้องของพี่ชายเขาเดินจากไป ร่างสูงโปร่งมองซองสีน้ำตาลในมือลังเลว่าจะเปิดดูข้างในดีไหม เขาลำบากใจ ตอนนี้สับสนไปหมด ใจหนึ่งอยากจะยกเลิกข้อตกลงแต่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็จำใจหยิบขึ้นมาดูจะได้รู้ว่าผู้หญิงที่จะต้องรับมือนั้นเป็นคนแบบไหน

ยังเด็กอยู่เลย เธออายุแค่18 เอง ไวน์อ่านคร่าวๆ ไม่ได้สนใจรายละเอียดเท่าไหร่ จากรูปถ่ายเธอก็เป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่งและก็คงจะบ้านรวยและมีผลประโยชน์เอื้อต่อธุรกิจของพี่ชายเขานั่นแหละ

ก๊อกๆๆ

“ใครครับ?”

“ฉันเอง เพื่อนแกมาหาน่ะ” เสียงเบียร์ดังมาจากหน้าประตู

“เพื่อน?”

หรือว่าจะเป็น...

“พบรัก!”

ไวน์รีบลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ ทิ้งเอกสารในมือรีบเดินไปเปิดประตู เบียร์ถึงกับสะดุ้งมองหน้าน้องชายงงๆ คิดว่าไวน์จะรีบอะไรขนาดนั้น

พี่ชายของเขาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไวน์ก็เดินผ่านลงมาข้างล่างซะก่อน

แต่พอมาถึงคนที่มาหาเขากลับไม่ใช่ไอ่เด็กยักษ์อย่างที่คิดเอาไว้

“น้องไวน์”

“พี่เขม พี่ริท...”

“แหะๆ หวัดดีครับ” เขมชาติโบกมือทักทายพลางยิ้มเกร็งๆ ส่งมาให้

“ทำไมมองอย่างนั้น?” เรืองฤทธิ์เอ่ยถามคงจะเพราะไวน์จ้องมองรุ่นพี่ทั้งสองด้วยสายตาที่ผิดหวัง

เดี๋ยวนะ!

ผิดหวัง?

เขาท่าจะเป็นเอามาก เดินเข้าไปนั่งโซฟาตรงข้ามกับทั้งสองรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย เพราะไม่เคยมีใครมาหาเขาที่บ้าน “เปล่าครับ แล้วพวกพี่มีธุระอะไรหรือเปล่า”

“เอ่อ! เรื่องที่ตกลงกันไว้น่ะน้องไวน์ พอดีอีกสองวันจะถึงงานลอยกระทงแล้วพรุ่งนี้ตอนเย็นเราจะซ้อมเดินขบวนน่ะไวน์ว่างไปซ้อมไหม”

พอเขมชาติบอกเหตุผล ไวน์ก็จำได้ขึ้นมาทันที รู้สึกผิดหน่อยๆที่ต้องให้รุ่นพี่มาเตือนถึงบ้าน ความจริงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ถือป้ายคณะ

“ได้ครับ”

“ดีเลย งั้นพวกพี่กลับก่อนละกัน”

“กลับแล้วเหรอครับ” ไวน์ถามพี่รหัส ทั้งคู่แค่แวะมาบอกแค่นี้น่ะเหรอ

“อืม พอดีพาเขมมาซื้อของที่ห้างใกล้ๆ แล้วนึกขึ้นได้ว่าบ้านไวน์อยู่แถวนี้น่ะเลยแวะมา”

“อ๋อครับ”

“ครับ ยังพวกพี่ก็ขอตัวก่อนนะแล้วเจอกันที่มอมีอะไรก็ไลน์ไปบอกนะไวน์” พี่รหัสของเขาเอ่ยย้ำ

“ครับ”

“บ๊ายบายไวน์” พอเดินมาส่งทั้งสองหน้าบ้านรุ่นพี่ตัวเล็กก็โบกมือลา ก่อนที่ทั้งคู่จะขับรถออกไปจนลับสายตา ไวน์เดินกลับเข้ามาด้วยหัวใจที่แห้งเหี่ยว

“เป็นไร” เดินเข้ามาก็เจอกับพี่ชายตัวดีที่เดินลงมาจากชั้นสอง

“เปล่า”

“อกหักอีกรึไง”

“บ้าเหรอ” ไวน์มองหน้าพี่ชายนิ่งๆ เบียร์ก็มองน้องชายกลับ เพราะช่วงนี้ไวน์เครียดเลย ไม่ค่อยได้พักผ่อนหน้าเลยโทรมสภาพเลยเหมือนตอนที่เลิกกับแฟนคนก่อนใหม่ๆ

“แล้วนี่จะไปไหน” ไวน์ตั้งข้อสงสัยเมื่อมองพี่ชายตัวเองชัดๆ วันนี้เบียร์แต่งตัวดูดีเสื้อเรียบกริบ หน้าผมจัดระเบียบซะหล่อ ปกติจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวอย่างกับพวกโอตาคุ

“ไปข้างนอก นัดเพื่อนเอาไว้”

“พี่อิฐเหรอ” ไวน์หมายถึงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเบียร์ที่คบกันมาตั้งแต่มอปลาย เคยพามาที่บ้านบ่อยๆ เขาก็เลยมีโอกาสได้รู้จัก แต่ที่น่าแปลกคือแค่ไปหาเพื่อนทำไมต้องแต่งตัวซะดูดีขนาดนี้

“เปล่า เพื่อนใหม่” พี่ชายตัวเล็กของเขาตอบ แต่สายตาที่มองไปทางอื่นเนี่ยมันน่าสงสัย

หืม...

อีกอย่างเบียร์เนี่ยนะไปหาเพื่อนใหม่ คือพี่ชายเขาเนี่ยเป็นพวกโลกส่วนตัวสูง ด้วยการที่เป็นนักเขียนวันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอนพิมพ์นิยาย อ่านการ์ตูน ดูหนังฟังเพลงแทบจะไม่ไปไหน แล้วก็ที่เขาห่วงคือพวกเขาพี่น้อง 4 คนจะมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันสุดๆ คือเป็นพวกไม่ค่อยมีใครคบและเขาคิดว่ามันค่อนข้างแปลกที่พี่ชายเขาจะมีเพื่อนใหม่

“ใคร?”

“นายไม่รู้จักหรอกน่า...”

“ดูดีแล้วเหรอ” ไวน์ถามเพื่อความแน่ใจไม่ได้คิดจะกีดกันอะไรหรอกนะ แต่เพราะนามสกุลของเขามันดึงดูดให้คนเข้าหาและหวังประโยชน์ ในบรรดา 4 พี่น้อง เบียร์เป็นคนใจอ่อนไม่ค่อยทันคนเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีลูกตั้งแต่มอปลายแบบนี้หรอก

“อืมเขาไม่ใช่คนไม่ดีสบายใจได้...ไปละฝากซื้อไรไหม”

“ไม่ล่ะ” ไวน์หวังว่าอดีตจะช่วยให้เบียร์คิดได้มากกว่าแต่ก่อนมองดูพี่ชายที่นั่งรถออกไปแล้วนึกเป็นห่วง เขาเดินขึ้นมาบนห้องทิ้งตัวนอนลงบนเตียงแรงๆ

รู้สึกเหนื่อยจัง…

ก๊อกๆๆ

นอนยังไม่ทันหายเหนื่อยเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ไวน์สะบัดผ้าห่มออกจากตัวถอนหายใจยาวๆ

“ใครครับ”

“นมเองค่ะ” เขาขุดตัวเองให้ลุกออกมาจากเตียงเดินไปเปิดประตูให้นม

“มีเพื่อนมาหาค่ะ”

“เพื่อน?”

“คิทแคทเหรอครับ”

“ไม่ใช่นะคะ เห็นบอกว่ามาจากมหา’ลัยเดียวกับคุณหนู” คงจะเป็นรุ่นพี่ทั้งสอง มีอะไรอีกรึเปล่านะ ไวน์เก็บความสงสัยเอาไว้ เดินลงไปด้านล่างและสิ่งที่เห็นคือแผ่นหลังกว้างแสนคุ้นเคย

วินาทีนั้นหัวใจที่แห้งเหี่ยวมันก็พองโตและเต้นแรง

“พบรัก...”

ความคิดเห็น