ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 9 ลวนลามต้องเจอดี

ชื่อตอน : chapter 9 ลวนลามต้องเจอดี

คำค้น : เพลิงรักอสุรา ละอองอาย NC Nc nc มาเฟีย นักศึกษา โคแก่กินหญ้าอ่อน โหด ดุ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2562 23:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 9 ลวนลามต้องเจอดี
แบบอักษร

หลังจากกลับจากเลือกซื้อของตกแต่งร้านให้นาย เก่งก็ไปซื้ออาหารสดเข้าร้านสำหรับทำอาหารในคืนนี้


ชายหนุ่มเป็นคนรอบคอบทุกระเบียดนิ้ว เขารู้จักใช้จ่ายจึงทำให้ร้ายรับที่ได้สูงกว่ารายจ่ายที่ใช้ อีกทั้งยังบริหารจัดการร้านได้โดยที่เจ้าของไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง เพราะเหตุผลนี้กระมั้งที่ทำให้เขารับตำแหน่งผู้จัดการร้านนานกว่าคนก่อนๆ


เพราะเก่งไม่เคยผลาดเรื่องการทำงาน เตโชจึงไม่เขี่ยเขาทิ้งแม้จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาก็ตาม


ระหว่างเดินซื้อของ ชายหนุ่มก็อดจะระแวงหลังอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ เพราะคนของนายที่มาพร้อมกับเขาวันนี้ ตามติดทุกฝีก้าว ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นพยาธิในลำไส้ของกันเลยทีเดียว


“กินอะไรหน่อยไหม?” เก่งถามชายชุดดำที่เดินตามหลังตนมาตลอดเวลา


ทว่าสิ่งที่ได้กลับเป็นความเฉยเมย คนผู้นั้นไม่แม้แต่จะตอบ แค่หันมามองเก่งเขาก็ยังไม่ทำ!


เก่งจึงเลิกคิดที่จะพาชายคนนี้ไปเลี้ยงข้าว หลังจากซื้อของเสร็จก็พากันเข้าร้านทันที ทว่ายังไม่ทันที่รถของพวกเขาจะจอดสนิทดี ร่างของสตรีสองคนก็เข้ามาประชิดตัวรถและเคาะกระจกอย่างบ้าคลั่ง


เก่งตกใจที่จู่ๆก็มีคนเข้ามาเคาะกระจกอย่างไร้มารยาท ทว่าเมื่อมองดูผู้หญิงสองคนที่ผมเผ้ารุงรังเหมือนอย่างไปคลุกวงในกับใครมา กลับพบว่าหล่อนคือจิ๊บและจ๋า สองสาวเสริฟของร้านนั้นเอง


“มีอะไรกัน มาเคาะรถทำไมละเนี้ย” เก่งบ่นสองสาวทันทีที่ก้าวขาลงจากรถ สายตาก็อดจะประเมินดูสภาพอันยุ่งเหยิงของคนทั้งสองไม่ได้ หากมองให้ดีก็จะเห็นว่าพวกเธอผมสั้นลงจากเดิมราวกลับถูกตัดโดยช่างผมคุณภาพแย่ อีกทั้งยังทำลอนหยิกที่ดูยุ่งเหยิงเป็นรังหนู


“พี่เก่ง หนูมาลาออก” จิ๊บบอกพร้อมกับจับแขนเก่งเขย่าไปด้วย


 “หนูด้วย หนูจะลาออก” จ๋าเองก็จับแขนอีกข้างของเขาเขย่าอีกแรง


“ได้ยังไงละ มาบอกตอนนี้พี่จะหาคนแทนได้ยังไง” เก่งหันไปตำหนิสองพนักงานที่หลงลืมระเบียบ ว่าหากจะลาออกจะต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน


“แต่หนูต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัดนะพี่เก่ง” จิ๊บชี้มือชี้ไม้อธิบายอย่างร้อนรน


“ใช่ๆ หนูก็ต้องกลับบ้านอะพี่เก่ง ญาติผู้ใหญ่เสียไม่มีคนดูแลสวนลำไย หนูต้องกลับไปดูแลพ่อกับแม่อีกนะพี่” ฝั่งจ๋านั้นแทบจะชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อขอลาออก


ฝั่งเก่งที่ได้ฟังก็เอาแต่ส่ายหน้า พวกหล่อนพยายามทำถึงขนาดนี้ ต่อให้เขาไม่อนุญาตก็เกรงว่าจะเปลี่ยนความคิดของพวกหล่อนไม่ได้อยู่ดี ดีไม่ดีอาจจะหนีไปแบบไม่บอกไม่กล่าวก็ได้


“เข้าไปคุยกันในร้านก่อนเถอะ ตรงนี้ร้อน” เก่งบอกพลางก้าวขาจะเดินเข้าร้าน


“มะ...ไม่เป็นไรพี่ พวกหนูไม่ร้อน” ทั้งสองคนโบกมือไปมาและปฏิเสธพร้อมกันอย่างน่าอัศจรรย์ใจ


เก่งได้แต่มองท่าทางของพวกเธอด้วยความประหลาดใจ สาวเสริฟทั้งสองคนนี้ปกติจะมีจริตจะก้านและไม่เคยปล่อยให้ตัวเองโทรมจนมองไม่ได้เช่นนี้ หากมองให้ดีจะเห็นว่าใต้ขอบตาล่างนั้นมีร่องรอยของมาสคาร่าที่เปลอะเปื้อนอยู่เล็กน้อย ราวกลับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างไรอย่างนั้น


“พี่ให้ออกได้ แต่อย่างน้อยต้องอยูช่วยที่ร้านอีกหนึ่งอาทิตย์ ไม่งั้นเงินเดือนรอบสุดท้ายคงให้ไม่ได้” ผู้จัดการร้านยื่นคำขาดเท่าที่เขาพอจะทำได้ เวลาหนึ่งอาทิตย์กับการหาพนักงานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ยังดีกว่าร้านขาดคนตั้งแต่วันนี้ ไม่อย่างนั้นเจ้านายหูตาไวของเขาก็จะหาเรื่องมาเล่นงานเขาได้อีก


สองสาวแลกสายตากันอยู่ครู่หนึ่ง เก่งไม่รู้ว่าพวกหล่อนไปเจออะไรมาทำไมถึงได้หวาดกลัวราวกลับหนูขี้โรค ยิ่งพอเห็นชายชุดดำที่ออกจากรถมาทีหลังหล่อนยิ่งขยับตัวหนีเหมือนเขาเป็นผีสางก็ไม่ปาน


“แค่สามวันไม่ได้เหรอพี่” จิ๊บออกปากต่อรอง


“แล้วพี่จะหาคนมาแทนทันได้ยังไง” เก่งบอกปัดอย่างถนอมน้ำใจ


“แค่หาคนมาแทนพวกหนูก็ออกเลยได้ใช่ไหมพี่เก่ง” จ๋าขยับเข้ามาประชิดตัวเก่งพลางจับแขนเขย่าอีกครั้ง


ชายหนุ่มเห็นท่าทีของหญิงสาวดูอยากจะออกเสียตอนนี้เดี๋ยวนี้ก็ยิ่งสงสัย ทว่าจนใจที่พวกหล่อนไม่ยอมบอก เขาเองก็ไม่ใช่ตนช่างซักไซ้ หากอีกฝ่ายไม่คิดจะพูดก็ป่วยการณ์จะคาดคั้น


“ถ้าหาได้อะนะ” เก่งยอมลงให้ในที่สุด เพราะคิดดูแล้วไม่ว่าอย่างไรทั้งสองคนก็ไม่ยอมทำงานต่อเป็นแน่ หากให้พวกหล่อนหาคนงานมาให้น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า


ท้งสองคนตกลงจะหาคนงานมาให้เพื่อแลกกับการลาออกแบบปัจจุบันทันด่วน ทิ้งปริศนาให้ผู้คนในร้านสงสัย ว่าเหตุใดหนอคนที่อยู่ร้านมาเกือบปีและดูไม่มีทีท่าจะไปที่อื่นอย่างสองคนนั้น ทำไมถึงได้มาลาออกอย่างกะทันหันเช่นนี้


แต่ถึงจะอยากรู้แค่ไหนก็ไม่มีวันได้รู้ เพราะทันทีที่หาคนมาแนะนำให้ผู้จัดการร้านในตอนเย็นได้ สองสาวก็หายเข้ากลีบเมฆอย่างไร้ร่องรอย


ถึงเก่งจะหนักใจกับการกระทำของลูกน้อง ทว่าก็ยังรู้สึกว่าการออกไปของพวกเธอนั้นยังมีประโยชน์อยู่บ้าง เพราะเมื่อคนเก่าออก อย่างน้อยๆตำแหน่งประจำก็จะว่าง และเขาก็สามารถจะมอบตำแหน่งนี้ให้กับมิวได้


เย็นวันนั้นมิวเข้ามาที่ร้านด้วยชุดนักเรียน เด็กสาวสวมใส่ยูนิฟอร์มช่วยเน้นให้เห็นเรือนร่างสูงระหงของเธอ เอวบางนั้นหากใช้สองมือประคองก็สามารถกำรอบได้อย่างไม่ยากเย็น เรือนผมเงางามถูกรวบขึ้นมักเป็นทรงหางม้าอยู่ด้านหลัง ช่วยเน้นให้ใบหน้ารูปไข่ของเธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้น


พวกนักดนตรีที่เข้ามาเช็คเสียงในร้านต่างพากันมองตามคอแทบเคล็ด บ้างก็ส่งเสียงแซวอย่างออกนอกหน้า ทว่าเด็กสาวกลับไม่สนใจ ทำเพียงยิ้มตอบน้อยๆเหมือนทุกที เก่งที่ได้เห็นดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด


“สัมภาษณ์เป็นไงบ้าง” ผู้จัดการร้านเอ่ยทักเด็กสาว


“ก็ดีค่ะ” มิวตอบยิ้มๆ ไม่มีแววกังวลใจอยู่ในสายตาคู่นั้นแม้แต่น้อย


“วันนี้ดูแลโซนกลางนะ” เก่งบอกก่อนจะหันไปจัดการรายการเครื่องดื่มที่ต้องสั่งเข้าร้านในสัปดาห์นี้


“แต่โซนกลางของพี่จ๋าไม่ใช่เหรอคะ?” มิวถามด้วยความสงสัย


โซนกลางที่ว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ของทางร้าน เพราะอยู่หน้าเวทีจึงทำให้ลูกค้าหนาตากว่าทุกจุดของร้าน เมื่อมีลูกค้าอยู่มากนั่นก็แสดงว่ามีทิปเยอะ เด็กเสริฟทุกคนต่างใฝ่ฝันอยากจะดูแลโซนนี้กันทั้งนั้น แต่จนใจที่จ๋ายึกครองเอาไว้ประหนึ่งหมาหวงก้าง


“จ๋าออกแล้ว” เก่งบอกโดยที่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับรายการเครื่องดื่ม


“อ้าว...” มิวทำได้เพียงร้องออกมาอย่างประหลาดใจหนึ่งคำ ทว่าเมื่อเห็นว่าเก่งดูยุ่งๆตนจึงไม่ได้เซ้าซี้และเดินไปเปลี่ยนชุดหลังร้าน


คืนนี้คนค่อนข้างมากเพราะเป็นวันศุกร์ ทั้งนักศึกษาและกลุ่มวัยทำงานต่างพากันมาปลดปล่อยความเครียดที่ได้รับมาตลอดสัปดาห์ ออเดอร์เหล้าเบียร์ออกอย่างเทน้ำทิ้ง อาหารก็ไม่ได้ต่างไปจากกันมาก เม็ดเงินเดินสะพัดเข้าร้านเหมือนน้ำป่าที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ


มิวหัวหมุนอยู่กับโต๊ะหน้าเวที กลุ่มชายทำงานที่ดูจะมีอายุนิดๆสั่งทั้งเหล้าและอาหารอย่างมือเติบ ทำให้เธอต้องเดินรับออเดอร์ที่โต๊ะนี้หลายครั้ง และสัมผัสได้ถึงสายตาที่ดูละลาบละล้วงของชายทั้งโต๊ะที่มองมาทางเธอ


“น้องทำงานที่นี่นานรึยัง?” ชายคนหนึ่งตะโกนแข่งกับเสียงเพลงเพื่อถามสาวเสริฟหน้าสวยที่กำลังรอรับออเดอร์


“สักพักแล้วค่ะ พี่จะรับอะไรเพิ่มบ้างนะคะ” มิวยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า


“แต่พี่มาบ่อยนะ เพิ่งเคยเห็นน้องครั้งแรก” ชายคนนั้นยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก อีกทั้งยังไม่ยอมสั่งออเดอร์


“ปกติหนูอยู่ด้านนอกค่ะ” มิวจำต้องพูดคุยกับลูกค้าอย่างเสียไม่ได้


“ถ้าว่าละ ไม่อย่างนั้นพี่คงไม่พลาดคนสวยๆอย่างนี้แน่นอน” ถ่อยคำที่ดูรุกล้ำของเขาทำให้มิวเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว


เสียงดนตรีด้านหน้าเวทีนั้นชัดเจนกว่าใครเพื่อน อีกทั้งทุกคนกำลังสนุกกับเสียงเพลงและความมัวเมา ไม่มีใครรู้ว่าที่ตรงนี้กำลังมีการล่วงละเมิดเกิดขึ้น


ทันทีที่มิวถอยหลังออกไป วงแขนของชายคนนั้นก็เอื้อมออกมาโอบเอวของหล่อนเอาไว้และพยายามจะดึงให้ร่างของมิวเข้าไปประชิดตัว


“ปล่อยนะคะ” เด็กสาวร้องบอกด้วยน้ำเสียงที่ยังมีไม่ตรี ทว่าก็ไม่ยินยอมเข้าสู่อ้อมกอดของชายคนนั้โดยง่าย


“อย่าเล่นตัวน่า พี่ให้สามพันเลยก็ได้” ไม่พูดเปล่า ชายคนนั้นยังยกนิ้วขึ้นมาให้มิวเห็นต่อหน้าอีกด้วย


เด็กสาวรู้สึกทั้งอายทั้งโกรธ นอกจากเขาจะไร้มารยาทแล้วยังทำตัวหน้าเกลียดได้อย่างหน้าไม่อาย มิวขบฟันกรามแน่นก่อนจะขยับเข้าไปชิดชายคนนั้นเล็กน้อย


ใบหน้าของชายคนนั้นระบายยิ้มออกมาอย่างพึงใจ ด้วยคิดว่าสาวงามตรงหน้าตกลงราคาที่สามพันกับเขาเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่ทันสังเกตว่าเจ้าหล่อนกำลังยกขาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเบี่ยงไปด้านหลังแล้วกระแทกส้นเข็มลงบนฝ่าเท้าของชายร่างใหญ่ที่อยู่โต๊ะข้างๆเต็มแรง


“เฮ้ยอะไรวะ!” ชายร่างใหญ่คนนั้นร้องลั่นก่อนจะหันมาทางโต๊ะที่มิวยืนอยู่อย่างเดือนดาล


หญิงสาวอาศัยจังหวะนั้นแทรกตัวหนีออกไปจากวงแขนของคนผู้นั้น อาศัยความมืดและมวลมนุษย์ที่กำลังโยกย้ายกันไปมาราวกับกองทัพมด เร้นกายหลบออกไปจากโต๊ะที่กำลังมีปัญหาครุกรุ่น


ไม่นานนักก็เกิดการวางมวยกันอย่างเอาเรื่อง นักเต้นคนอื่นๆค่อยๆขยับตัวออกจากโต๊ะหน้าสองโต๊ะที่กำลังต่อยตีกันอย่างไม่คิดชีวิต มิวมองเห็นว่าชายคนที่เสนอราคาสามพันบาทให้เธอโดนตะบันหน้าเสียจนเลือดกบปาก ก็อดจะยกยิ้มขึ้นน้อยๆอย่างพอใจไม่ได้


ถึงเธอจะมองว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ดี แต่อีกเสียงในใจกลับบอกว่า ‘เธอทำถูกแล้ว เขาสมควรแล้ว’


ระหว่างที่มิวกำลังชื่นชมผลงานของตนอยู่นั้น ก็มีชายร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาประชิดด้านหลังเธออย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง พอหันกลับไปก็พบว่าหน้าของเขาช่างคุ้นตา เหมือนกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน


“นายต้องการพบเธอ” ชายคนนั้นกระซิบห่างๆอย่างรักษาระยะ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งดันหลังมิวให้เดินไปตามทิศทางที่เขาต้องการ


ใช่แล้ว เป็นเขาไม่ผิดแน่ เขาคือคนที่เธอเห็นในคืนนั้น ตอนที่เธอเป็นลมนั้นไม่ใช่ว่าจะหมดสติยาวเสียทีเดียว หล่อนตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงถกเถียงเรื่อง ‘ที่นั่งบนรถ’ และจำหน้าของคนผู้นี้ได้แม่น


เขาคือคนที่อุ้มร่างของเธอไปนั่งที่เบาะหลัง เบาะที่มี ‘ชายโรคจิต’ คนนั้นนั่งอยู่!


*********************************************************************************************************************************************


วันนี้มาไม่ครบโควต้าต้องขออภัย พอดีไรท์โดนพี่ลากตัวไปโน่นนี่มาทั้งวัน พอถึงห้องก็หลับยาวจนสองทุ่มกว่า 


ตอนหน้ารับรองว่าเด็ด เผ็ดพริดสิบเม็ดแน่นอน หุหุ


คืนนี้ฝันดีราตรีสาวาทนะค่าาา รักแหละ

ความคิดเห็น