facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Regain Control : Part 1 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2562 13:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Regain Control : Part 1 [100%]
แบบอักษร

1


“ได้เรื่องอะไรบ้างหรือยัง” 

มาคัสเอ่ยถามลูอิสขณะนั่งอยู่บนรถยนต์ส่วนตัว เนื่องจากเขาออกมาจากเพนท์เฮาส์ตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะตั้งใจจะเข้าไปดูความเรียบร้อยที่โกดังด้วยตัวเอง ความร้อนใจทำให้อยากส่งมอบของเสียวันนี้ เพียงแต่ไม่อยากผิดนัดกับลูกค้าที่นัดกันไว้เสียดิบดี จึงต้องไปตรวจดูอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“ยังครับ” คำตอบที่ได้รับช่างน่าผิดหวังจนมาคัสถอนหายใจออกมา หรือว่าเขาจะต้องส่งลูอิสลงไปเองจริงๆ กันนะ

“ถ้าพรุ่งนี้ส่งมอบของเรียบร้อยแล้วหมอนั่นยังไม่กลับมา นายลงไปจัดการเรื่องนี้ซะ”

“ครับ”                                                                 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหม่อมองออกไปด้านนอกอย่างใช้ความคิด เขาไม่อยากสร้างความกังวลให้กับลูกค้าด้วยการเลื่อนเวลานัด เพราะการเปลี่ยนแผนย่อมหมายถึงปัญหา ดังนั้นเขาจะให้ลูกค้ารู้สึกไม่ปลอดภัยยามสั่งของกับเขาไม่ได้ ทุกอย่างจึงจำเป็นต้องทำตามแผนเดิม

ไม่นานก็มาถึงพื้นที่ว่างเปล่าห่างไกลที่มาคัสใช้เป็นโกดังเก็บคลังอาวุธล็อตใหญ่ที่เขาเตรียมส่งให้ลูกค้าในวันพรุ่งนี้ กำลังคนของเขากระจายตัวซุ่มอยู่โดยรอบเพิ่มเป็นสองเท่า และภายในเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด โดยไม่สะดุดตา เพราะถึงจะเป็นพื้นที่ห่างไกลแต่ก็ใช้ว่าไม่มีผู้คนสัญจรผ่าน

“มีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า”

“ไม่มีครับนาย ทุกอย่างสงบเรียบร้อยดีครับ”

”วันสองวันมานี้ มีรถยนต์ผ่านเส้นทางนี้เยอะขึ้นผิดปกติบ้างมั้ย”

“ไม่มีครับ ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งเงียบสนิท แทบไม่มีรถผ่าน”

ขอให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เถอะ “กล้องวงจรปิดทุกตัวยังใช้งานได้ปกติดีนะ”

“ครับ มีคนนั่งเฝ้าในห้องควบคุมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตามคำสั่งของนายครับ”

“ดี ฉันไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็อย่าให้รอดหูพ้นตาไปได้ พรุ่งนี้ฉันจะมาถึงที่นี่ก่อนเที่ยง เตรียมทุกอย่างให้พร้อมล่ะ”

”รับทราบครับ”

มาคัสส่งสัญญาณบอกให้ลูอิสไปเตรียมรถในขณะที่เขาเดินวนดูรอบๆ โกดังเพื่อเช็คความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเขายังคงต้องไปเจรจากับนักจัดหาอาวุธเถื่อนที่มาจากชายแดนเพื่อพบเขาอีก


ด้วยความที่มีหลายอย่างประเดประดังกันเข้ามาทำให้กว่ามาคัสจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่นมากแล้ว และก็เหมือนอย่างเคยเมื่อเขากลับมาไฟในห้องนั่งเล่นยังคงเปิดสว่างอยู่ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหลับอยู่บนนั้น

มาคัสยืนมองภาพนั้นนิ่งๆ มันเป็นภาพคุ้นตาที่เขามักจะเห็นเสมอเมื่อกลับมาถึงบ้าน แม้เจ้าตัวจะรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ลงไปยุ่งกับลูกสาวของลูกน้องคนสนิทที่ยอมสละชีวิตเพื่อตัวเอง 

...แต่มาคัสก็ยังคงเป็นมาคัส

“ปลุกให้ขึ้นไปนอนดีๆ ซะ” เขาสั่งลูอิสปลุกแอนเดรียเพื่อให้ขึ้นไปนอนบนห้อง ส่วนเขาตัวเองเดินผ่านมาโดยไม่ได้สนใจอะไรอีก  

ถ้าหากเขารู้ว่าการเข้าไปยุ่งกับแอนเดรียเพียงครั้งสองครั้งในช่วงเวลานั้นจะทำให้หญิงสาวสำคัญตัวผิดถึงขนาดนี้ เขาคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ในเมื่ออดีตมันแก้ไขไม่ได้ และเห็นแก่ความดีของพ่อเธอ หากหญิงสาวยังไม่ล้ำเส้นเขาจนเกินไปเขาจะทำเป็นมองไม่เห็นความเอาแต่ใจเล็กๆ ในบางครั้ง 

มาคัสไม่ชอบเรื่องปวดหัว เพราะฉะนั้นเขาจะไม่เก็บเรื่องพวกนี้มาใส่ใจ 

อาการเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดวันส่งผลให้ร่างโปร่งนอนหลับแทบจะทันทีที่สัมผัสเตียง


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูทำให้ดวงตาปิดสนิทไหวระริกก่อนจะเปิดออกช้าๆ ด้วยอาการมึนงง ในขณะที่เสียงเคาะประตูยังคงดังอย่างต่อเนื่อง มาคัสเหลือบมองไปทางหัวเตียงก็พบว่าเพิ่งจะเป็นเวลาเจ็ดโมงกว่าๆ เท่านั้น และในเวลาปกติลูกน้องจะไม่ขึ้นมารบกวนการนอนของเขา

อาการสังหรณ์ใจแปลกๆ ทำให้รีบลุกออกไปเปิดประตูด้วยความรวดเร็ว ก็พบว่าเป็นลูอิสที่ยืนตีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าประตู

“มีอะไร”

“เราเจอตัวอเล็กแล้วครับ”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันยุ่ง แน่นอนว่าการเจอตัวอเล็กแล้วย่อมเป็นเรื่องดี แต่ดีพอที่จะปลุกเขาขึ้นมาก่อนเวลาหรือเปล่า

“เกิดอะไรขึ้น”

“อเล็กถูกซ้อมสะบักสะบอม ตอนนี้ยังไม่ได้สติ และ...” ท่าทางเงียบหายไปนั้นช่างน่ากังวล

“และอะไร”

“นิ้วเท้าเขาหายไปสามนิ้วครับ”

“อะไรนะ!?”

สภาพแบบนี้ไม่ผิดแน่...

“ดูแล้วคงถูกจับไปรีดข้อมูลจริงๆ ครับนาย แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าคนพวกนั้นได้อะไรไปเท่าไหร่ คงต้องรอให้อเล็กได้สติขึ้นมาก่อนครับ”

“ไอ้เวรเอ๊ย!! ฝีมือของใคร”

“ไม่มีใครบอกรายละเอียดอะไรได้เลยครับ คนของเราพบเขาที่โกดังล้างในดีทรอยต์ แต่ไม่พบคนอื่นในละแวกนั้น”

ดีทรอยต์?

อเล็กไปทำบ้าอะไรที่นั่น บ้านหมอนั่นอยู่ที่มิชิแกน... อ้อ สวนเอเดน

“แล้วตอนนี้อเล็กอยู่ที่ไหน”

“เราพาตัวเขาไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วครับ”

“ดี งั้นนายไปเตรียมรถ ฉันจะไปดูอาการมัน”

“ครับนาย”

มาคัสรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยความรวดเร็ว เพราะวันนี้เขามีงานสำคัญ จำเป็นต้องไปถึงก่อนเวลานัดเพื่อเช็คความเรียบร้อย

ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาลที่อเล็กรักษาตัวอยู่ และด้วยเส้นสายที่เขามีทำให้อาการน่าสงสัยของอเล็กไม่ถึงหูตำรวจ อีกอย่างทางโรงพยาบาลเองก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรื่องยุ่งยากเช่นเดียวกัน

ผ้าก๊อซที่แปะอยู่ตามใบหน้าและพันรอบหัวบ่งบอกว่าอเล็กอาการสาหัสพอสมควร ไหนจะยังเท้าข้างขวาที่นิ้วหายไปถึงสามนิ้ว มาคัสกัดฟันกรอด ไม่ใช่เพราะเคียดแค้นแทนลูกน้อง แต่ใครก็ตามที่ทำแบบนี้นั่นเท่ากับหยามหน้าเขาด้วย สภาพถูกทรมานบ่งบอกว่าพวกมันต้องการบางอย่างจากคนของเขา

“หมอว่ายังไงบ้าง”

“อ่อนเพลียจากการเสียเลือดไปมาก ร่างกายบอบช้ำหลายส่วน แต่ยังดีที่สมองไม่บวม หมอเลยต้องให้ยานอนหลับเพื่อร่างกายจะได้พักผ่อนและฟื้นตัวเองครับ”

“จะตื่นเมื่อไหร่”

“ภายในวันนี้ แต่บอกเวลาแน่ชัดไม่ได้ครับ”

ให้มันได้อย่างนี้สิ!

จากที่นี่ไปถึงโกดังใช้เวลาสองชั่วโมง เขานัดลูกค้าไว้ตอนบ่ายโมงตรง ดังนั้นเขาต้องไปถึงก่อนเที่ยงเพื่อเช็คสินค้าครั้งสุดท้าย และตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงกว่าแล้ว

มาคัสมองร่างอเล็กอย่างชั่งใจ ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าคนของเขาบอกความลับอะไรกับศัตรูไปบ้าง แต่อีกใจหนึ่งก็นึกห่วงงานสำคัญที่เดิมพันด้วยมูลค่ามหาศาล ...และเขาเลือกอย่างหลัง

“ให้คนเฝ้าไว้ ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่รีบรายงานฉันทันที”

“ครับ”

หลังจากนั้นมาคัส ลูอิส และลูกน้องอีกหนึ่งคนที่ชื่อลุค ก็ออกเดินทางตรงไปยังโกดังเก็บสินค้าของพวกเขาทันที เวลาสองชั่วโมงบนรถมาคัสนึกถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้น และคิดหาทางหนีทีไล่เอาไว้ด้วย แม้ภาวนาให้งานวันนี้ไม่มีปัญหาอะไร แต่จะประมาทโดยไม่มีแผนสำรองไม่ได้เด็ดขาด

“สั่งคนของเราให้ถอนกำลังเหลือหนึ่งในสามเท่านั้นพอ ที่เหลือกลับไปให้หมด”

ลูอิสเหลือบมองสบตากับมาคัสทางกระจกมองหลังด้วยความไม่เข้าใจ

“เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด ฉันไม่อยากให้คนของเราถูกจับได้ จะให้ทางการสืบสาวเรื่องมาถึงฉันไม่ได้เด็ดขาด ให้คนลาดตระเวนแถวนั้นแล้วไม่พบอะไรผิดปกติไม่ใช่หรือไง”

“ครับ”

“โทรไปสั่งทางนั้นซะลุค” เพราะลูอิสเป็นคนขับรถอยู่ มาคัสจึงสั่งให้ลุคจัดการเรื่องนั้นแทน

“ครับนาย”

สองชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไป ทั้งสามคนก็มาถึงที่หมายในที่สุด คนของมาคัสจำนวนหนึ่งถอนกำลังตามสั่งคำของเขาออกไปแล้ว ที่นี่จึงมีเหลืออีกเพียงสี่ห้าคนเท่านั้น

มาคัสเดินไปตรวจเช็คสินค้าอีกเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดจึงเหลือเพียงรอเวลา

ไม่นานขบวนรถยนต์พร้อมรถบรรทุกอีกหนึ่งคันก็แล่นเข้ามาในพื้นที่ มาคัสรีบลุกขึ้นไปต้อนรับด้วยรอยยิ้มการค้าเหมือนอย่างเคย

“สวัสดีครับท่าน เดินทางไกลคงเหนื่อยแย่ เข้ามาพักด้านในก่อนดีกว่าครับ” มาคัสผายมือไปทางโกดังด้วยสายตาสื่อความหมายโดยไม่รีรออะไรอีกแล้ว เขาอยากรีบส่งมอบให้มันจบเร็วๆ 

ชายชรามองเข้าไปในโกดังเห็นกล่องลังขนาดต่างๆ มากมายเรียงรายกันอยู่อย่างพอใจ ก่อนจะส่งสัญญาณให้คนของเขาขับรถบรรทุกถอยเข้าไปในโกดังเพื่อข้นย้ายสินค้า

“ตรวจเช็คด้วย” ลูกค้าคนสำคัญเอ่ยสั่งลูกน้องที่เดินเข้าไป แม้ว่าเขาจะซื้อขายกับมาคัสเป็นเรื่องปกติ แต่ในวงการนี้ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร ทุกขั้นตอนต้องรอบคอบเสมอ

“ครับท่าน”

มาคัสส่งยิ้มให้ชายชราที่เดินเข้ามาและกอดทักทายโดยไม่ทันให้รู้ตัว ร่างโปร่งเกร็งขึ้นชั่วขณะเพราะนี่นับเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายถึงเนื้อถึงตัวเขาขนาดนี้

ไอ้แก่หื่นกามเอ๊ย...

แม้ในใจจะนึกไม่ชอบใจอย่างไร แต่ใบหน้าหล่อเหลาก็ไม่เคยขาดรอยยิ้ม 

“ฉันเอาไวน์ดีๆ มาด้วย ขึ้นไปนั่งดื่มรอเด็กๆ ทำงานบนรถฉันดีกว่า”

“แหม...ท่านช่างรู้ใจผมเสียจริงๆ เชิญนำไปเลยครับ”

ทั้งสองออกก้าวเดินไปพร้อมกัน แต่ก่อนที่มาคัสและลูกค้าคนสำคัญจะได้เดินไปไหนไกล เสียงไซเร็นของรถตำรวจหลายคันกลับแล่นเข้ามาในพื้นที่ด้วยความรวดเร็ว

“นายครับ! ตำรวจ!!!” ลูอิสที่ได้สติก่อนใครรีบเข้าประชิดตัวนายของตนด้วยความเป็นห่วง

“นี่มันอะไรกัน!!” มาคัสคำรามออกมาเสียงดังเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น เขารีบหันไปสั่งให้คนของเขากลับขึ้นรถและออกจากพื้นที่ในทันที ส่วนเขาหันกลับมาหาคู่ค้าที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับสติแตกกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว

“นี่มันอะไรกันครับ! ทำไมคนพวกนี้ถึงตามคุณมา!!?” จะไม่ให้คิดแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเขามาถึงตั้งแต่ชั่วโมงก่อนแล้วแต่กลับไม่เกิดอะไร แต่พอคนพวกนี้ยกโขยงมาก็พาพวกตำรวจมาด้วย “หรือว่าคุณหักหลังผม!”

“ฉันจะทำบ้าๆ แบบนั้นให้ตัวเองเดือดร้อนทำไม ฉันสิต้องถามนายว่าเป็นฝีมือของนายหรือเปล่า!”

“ไอ้บ้าเอ๊ย”

”นายครับ เราต้องรีบไป ก่อนที่ตำรวจพวกนั้นจะเห็นเรา พวกคุณก็ด้วยถ้าไม่อยากถูกเปิดโปงใบหน้านักบุญจอมปลอม!” ลูอิสดึงมาคัสมาด้านหลังก่อนจะตะโกนบอกไปทางลูกค้าของมาคัสโดยที่ในเวลานี้ไม่ได้คิดถึงความเคารพอะไรแล้ว เพราะความปลอดภัยของนายเขาสำคัญเป็นที่หนึ่ง

“แม่งเอ๊ย! แล้วของพวกนั้นล่ะ”

“ไปก่อนเถอะครับ”

มาคัสถูกดันเข้าไปในรถของเขาและขับออกไปจากที่นั่นด้วยทางรัดด้านหลังด้วยความรวดเร็ว หลุดพ้นออกมาได้เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด อารมณ์คุกรุ่นจนในอกแสบร้อนเป็นไฟ ในเมื่อเขายังไม่ได้เงินอีกครึ่งหนึ่งของสินค้าล็อตนี้! แม้เงินก้อนแรกที่ได้รับจะคืนทุนที่เขาลงไป แต่มันไม่คุ้มกับความยุ่งยากเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด มองยังไงก็ขาดทุน!!

“ฝีมือของไอ้พวกระยำที่ไหนวะ” มาคัสสบถขึ้นมาด้วยความหัวเสีย นี่นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาทำธุรกิจมา ที่ถูกพวกทางการตามกลิ่นได้

มาคัสไม่มีทางฝีมือตก!  

“ฝีมือของพวกนั้นหรือเปล่าครับนาย” ลุคที่ตามเขามาด้วยเอ่ยถามขึ้นพลางมองไปทางโกดัง ไม่รู้ว่าป่านนี้คนพวกนั้นจะหนีทันหรือเปล่า ในเมื่อยกโขยงกันมาเอิกเกริกขนาดนั้น

“ไม่น่าใช่ เพราะถ้าทำจริงๆ ก็เท่ากับว่าทำลายชื่อเสียงของตัวเอง มันจะจับตัวเองติดคุกทำไม” ลูอิสเสนอความคิดขึ้นมาบ้าง เมื่อไม่เห็นว่ามีใครตามมาแล้ว

“ไม่ใช่ว่าเบี้ยว ไม่อยากจ่ายเงินอีกครึ่งหนึ่งหรอกนะ” มาคัสขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดออกมา

“แต่ถ้าเขาทำแบบนี้เท่ากับว่าไม่ได้ทั้งของ แถมเสียเงินครึ่งแรกที่ให้เรามาด้วยแล้วนะครับ”

“มันต้องมีใครยื่นมือเข้ามาแทรกแซง” ในหัวพลันคิดถึงอเล็กที่นอนหมดสภาพอยู่ที่โรงพยาบาลขึ้นมาได้ “ลุค”

“ครับนาย”

“โทรไปเช็คกับคนที่โรงพยาบาลว่าอเล็กฟื้นหรือยัง” มันต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่

“โทรเดี๋ยวนี้ครับ”

คอยดูเถอะ ถ้าเขารู้ว่ามันคนนั้นเป็นใคร เขาจะใช้ทุกอำนาจที่มีล้มมันให้ได้เลยคอยดู!



TBC

>>>>

หูยยย ไม่รู้อำนาจใครจะแน่กว่ากัน

ฝากติดตามเอาใจช่วยคู่นี้ด้วยน้าา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว