ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เพราะนายคือของฉัน : 11

ชื่อตอน : เพราะนายคือของฉัน : 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2562 14:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพราะนายคือของฉัน : 11
แบบอักษร

เพราะนายคือของฉัน [ll] : 11




(โช)


เขาว่ากันว่า คนทำผิดมักจะมีอาการบางอย่างที่ต่างจากเดิม ซึ่งแน่นอนว่าคนข้างๆ ผมกำลังเป็น หลังจากกลอยกลับมาตอนค่ำด้วยกลิ่นเหม็นควันจากการย่างหมู ผมก็คืนโทรศัพท์ให้ น้องมองหน้าผมแวบหนึ่งก่อนรีบเดินเข้าห้องนอน ปากบอกจะอาบน้ำ แต่ผมว่า น่าจะมีอะไรมากกว่านั้น 


ระหว่างรอคนอาบน้ำ ผมก็นั่งดูหนังไปเรื่อยๆ ไม่ได้รีบ ไม่ได้คาดคั้นอะไรน้อง เพราะรู้ดีถึงนิสัยการไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อนกับเรื่องของตัวเอง แต่บางทีน้องก็ควรรู้ ว่าผมพร้อมเดือดร้อนกับทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเล็กเท่าขี้มดไปจนถึงขี้ปลาวาฬ 


และแล้วคนอาบน้ำก็ค่อยๆ เดินอ้อยอิ่งออกมาด้วยเสื้อกล้ามของผมกับบ็อกเซอร์เน่าๆ ที่ผมเคยเอาทิ้ง แต่เจ้าตัวก็ยังไปคุ้ยกลับมาซัก กลอยเดินมาล้มตัวนั่งข้างๆ พลางขยับมาจนชิด ดวงตากลมช้อนมองดูออดอ้อนอย่างผิดปกติ สงสัยจะเห็นข้อความที่ผมพิมพ์ตอบไอ้เด็กนั่นแน่ ทำตัวแบบนี้


“อะไร?” ลองถามดู ไอ้เด็กนั่งข้างยิ้มแป้นโชว์เศษผักติดซอกฟัน “ผัก”


“พี่โชอะ” กลอยหน้างอก่อนวิ่งไปส่องกระจก 


สงสัยร้านนั้นจะอร่อยจริง


“กินเหล้ามากี่แก้ว?” 


“สามแก้ว” กลอยชูนิ้ว โชว์ยิ้มยิงฟันไร้ผัก “พี่โชกินข้าวหรือยัง” 


“พี่เวฟข้าวกล่องกินแล้ว” กลอยไถลตัวนั่งเอาแก้มป่องถูแขนผมคล้ายกับอ้อน “แน่ใจว่าสามแก้ว?” 


“จริงๆ กลอยไม่โกหกอยู่แล้ว” พูดไปทำตาใสมองหน้าผม “เดี๋ยวกลอยอุ่นเกี๊ยวหมูให้ไหม”   “กินหมูฉีดยามาหรือเปล่า อ้อนพี่ขนาดนี้” เด็กขี้อ้อนไม่ยอมมองหน้า เอาแต่ถูแก้มที่ต้นแขนผมไปมา “หรือมีอะไรจะถาม?” ลองถามดู คราวนี้กลอยเริ่มมีปฏิกิริยานิดๆ ตาโตๆ ที่ผมชอบมองช้อนขึ้นมา “มีอะไรอยากจะบอก หรืออยากจะถามพี่ไหม” จ้องหน้ากดดันไปนิดๆ “ว่าไง” 


“หิวจัง อุ่นเกี๊ยวกินดีกว่า” ว่าแล้วก็ลุกหนีไปเฉย ให้มันได้อย่างนี้สิน่า 


ผมส่ายหน้าอย่างเนือยๆ มองร่างอวบหาหม้อ หาเกี๊ยวในตู้เย็น ก่อนแสงหน้าจอโทรศัพท์ผมจะสว่างเมื่อมีข้อความเข้าจากคนที่ผมกำลังรอ


‘กูนัดไอ้เบนแล้ว เจอพรุ่งนี้ที่มหาลัยเลย’ 


ไอ้เบนที่ไอ้ซันว่า คือเพื่อนคณะรุ่นเดียวกับผมเอง จากข้อมูลที่ผมสืบมา ไอ้เด็กที่ชื่อไบร์ทเป็นน้องของเพื่อนผม ซึ่งนั่นก็คือเบน ไอ้ซันเลยติดต่อไปหา ถามไถ่กันมาหลายวัน เนื่องด้วยไอ้เบนไปทำงานต่างจังหวัด ดังนั้นต้องใช้เวลาอยู่หลายวันพวกผมถึงจะไปเจอไอ้เด็กที่มายุ่งกับกลอยได้ ใจจริงผมอยากไปตั้งแต่วันแรกที่รู้ แต่ไอ้เบนขอร้องไว้ คงกลัวว่าผมจะไปกระทืบน้องมันมั้ง 


ผมไม่ได้เลวขนาดนั้นสักหน่อย จะกระทืบใครก็มีเหตุผลตลอด 



‘มึงมารับกูด้วย’ ตอบไป ไอ้ซันส่งสติ๊กเกอร์โอเคกลับมา 


“นั่นแน่ แอบคุยกับใคร มีกิ๊กเหรอ” เสียงลอยมาพร้อมกลิ่นหอมๆ ของเกี๊ยวน้ำ กลอยทำตาเล็ก ตาน้อยจนผมอยากมอบฝ่าเท้าเป็นการตอบแทน มันกวนผมอยู่ 


“คุยไอ้ซัน” 


“พี่กิ๊กกับพี่ซันแล้วเหรอ พี่จอมรู้ป่ะ” 


การตอบของผมคือการอัดเสียงแล้วส่งผ่านไลน์ไปให้ไอ้ซัน อีกฝั่งตอบมาเป็นคำพูดเช่นกันว่า ‘ไอ้ควาย’ แน่นอนว่าเป็นไอ้จอมที่ตอบแบบนี้


“กลอยล่ะ แอบมีกิ๊กหรือเปล่า” ถามเข้าประเด็นจนคนตักเกี๊ยวเข้าปากชะงัก “มี หรือไม่มี”


“ไม่มี!” เสียงสูงมาก “พี่โชก็รู้ ว่ากลอยรักปีศาจคนเดียว เทวดาหน้าหล่อที่ไหนก็สู้ไม่ได้” ไม่ว่าเปล่า ยังยื่นเกี๊ยวมาจ่อที่ปากผม “คนอื่น แค่หางตากลอยยังไม่แลเลย...อ้ำ”


“กวนตีน” ไม่ได้ด่าเพราะคำพูด แต่ด่าเพราะผมอ้าปากจะงับเกี๊ยว แต่คนป้อนดันวกเอาเข้าปากตัวเองเฉย 


“เอ๊า ชอบกินลมเหรอ...” พูดทั้งที่เกี๊ยวเต็มปากเลยสำลัก อยากสมน้ำหน้าแต่ก็ทำไม่ลง ได้แต่ลูบหลังตบหลังให้หยุดไอ “เกือบตาย”


“นรกยังไม่ต้องการต่างหาก” 


“โห ปีศาจแรงว่ะ”


ผมถลึงตาใส่ หลังจากถูกหน้าผากเหม่งๆ พุ่งมาชน 


“ไหนบอกอุ่นเกี๊ยวให้พี่ไง” เอาไปกินเองเฉยจนต้องแย่งกินบ้าง แม้ผมจะกินข้าวแล้วก็เถอะ พอได้กลิ่นหอมๆ ลอยเข้าจมูก ท้องก็ร้องอยู่เหมือนกัน “กลอย ขอพี่กินคำหนึ่ง กลอยครับ”


“เต้นเต่างอยให้ดูก่อน ถึงจะให้กิน” 


“งั้นไปอุ่นเองก็ได้” 


“ล้อเล่น ใครจะไปใจร้ายกับพี่โชที่แสนหล่อเหลาขนาดนี้ได้” ว่าแล้วกลอยก็ตักเกี๊ยวเข้าปาก ก่อนคายลงมาไว้ที่ช้อน “อะ คำหนึ่ง”


“ถ้าจะขนาดนี้ เคี้ยวให้พี่เลยไหม”


“อ๋อ ได้ๆ”


“ประชด”


ผมมองหน้าคนรักที่หัวเราะงอหงาย รู้ว่ากลอยคงเดาออก ว่าผมคงเห็นทุกข้อความหมดแล้ว แต่ที่ยังไม่กล้าถาม เพราะกลัวว่าผมจะเค้นเรื่องราวจนเรื่องบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ เอาเถอะ รอให้ผมไปเจอไอ้เด็กนั่นก่อนแล้วค่อยว่ากัน

“ใครวะ บ่นอ้วนอยากลดน้ำหนัก กินหรือยัดวะ” ตอนเข้าห้องมาแรกๆ ยังบ่นว่าท้องจะแตกเพราะหมูย่างอยู่เลย 


“ก็พี่โชบอกเองว่าชอบกลอยมีพุง แล้วจะลดไปทำไม จริงมะ”


“เออ”


กลายเป็นผมผิดซะงั้น อะไรวะ แต่ก็เอาเถอะ ถึงกลอยจะเป็นยังไง ผมก็ชอบอยู่ดี มีคนเดียวในโลกขนาดนี้นี่นะ


“พี่โชๆ”


“อะไร?”


“ขอตดได้ป่ะ”


ไม่ทันได้ตอบ ก็มาทั้งเสียงและกลิ่นจนผมต้องลุกหนีเข้าห้อง ต้นเหตุกลิ่นนั่งขำสนุกใหญ่ 


...ขอคืนคำที่บอกเมื่อกี้ได้ไหมครับ????





***



ผมออกมาทำงานเฉกเช่นทุกวัน เพียงแต่วันนี้ผมทำแค่ครึ่งเช้า เพราะครึ่งบ่ายผมมีนัด พอนาฬิกาผนังบอกเวลาใกล้เที่ยง คนที่นัดก็มานั่งยิ้มอยู่ตรงหน้า ยังดีที่มันไม่พาไอ้จอมมาด้วย 


“มึงทำยังไงไอ้จอมถึงยอมอยู่ห้องวะ” ถามหลังจากปิดแฟ้มสุดท้าย ตอนผมไปคุยที่ห้องมันคราวนั้น ไอ้จอมร่ำๆ ว่าจะเกาะไปด้วยให้ได้ 


“กูก็แค่บอกดีๆ เหมือนทุกครั้งนั่นแหละ” ไอ้ซันตอบอย่างสบายๆ แต่ภายใต้รอยยิ้มมุมปากนั่น มันแฝงถึงความโหดเอาไว้ ขนาดผมที่กลอยเรียกปีศาจอยู่ทุกวี่วัน ไอ้จอมยังไม่กลัว แต่มันกลับสยบให้ไอ้ซันที่กลอยเรียกเทพบุตร 


แค่นี้ก็รู้แล้วว่ากลอยเรียกผิด 


“ก็ดี ขืนมันมาด้วย กลัวว่าเรื่องจะไปจบที่โรงพักเหมือนทุกที” พูดไป มือก็เก็บของไป ไอ้ซันขำออกมาอย่างเห็นด้วย “แล้วไอ้เบนล่ะ”


“มันบอกเจอที่มหาลัยเลย ว่าแต่ น้องกลอยล่ะ มึงได้บอกไหมว่าจะไป” 


“ไม่ได้บอก”


“แล้วน้องมันไม่สงสัยเหรอวะ เรื่องข้อความ...”


“กูว่าคงรู้ตัวแล้ว แต่ไม่ยอมคุย” 


“น้องมันคงกลัวมึงเอาระเบิดไปลงคณะเหมือนคราวก่อนๆ” 


“กูไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น”


“ใช่ เพราะมึงมันอำมหิต เลือดเย็น” 


“พูดถึงตัวมึงเองหรือเปล่า”


“เออ ไอ้คนดี ไอ้ตีนเบา”


“กูรู้ไม่ต้องชม”


“มึงติดกลอยมาแล้วล่ะแบบนี้ มุ้งมิ้งสัด”


ขอบคุณคำชมเพื่อนด้วยการถีบปลีน่องมันไปที ไอ้ซันหัวเราะเสียงดังทำเอาคนหันมามอง ก่อนจะรีบโปรยยิ้มใส่บรรดาพนักงานบริษัทพ่อผม แน่นอนว่าเสน่ห์เหลือร้ายของมันทำคนหลงได้อยู่แล้ว หากเป็นเมื่อก่อน อ่อยแบบนี้คงได้เบอร์ไปสักคนสองคน แต่พอมีไอ้จอม กลับทิ้งลายไว้เฉย... 


เราสองคนใช้เวลาบนท้องถนนยามเที่ยงอยู่นานกว่าจะถึง ไอ้ซันวนรถไปที่ตึกคณะสถาปัตย์โดยที่ผมไม่ต้องบอกทาง ก็เพราะมันเคยมีคนควงอยู่คณะนี้มาก่อน ไอ้นี่ฟาดเรียบทุกที่จริงๆ 


“จะลงไปก่อน หรือรอไอ้เบน?” ซันถามขณะดับเครื่องยนต์ ผมมองผ่านกระจกหน้าต่างไปใต้ตึกที่มีนักศึกษาเดินให้ควั่ก “เดี๋ยวกูโทรหาไอ้เบนก่อน” 


ระหว่างซันโทรหาคนที่นัด ผมก็เริ่มมองหาคนที่อยากเจอโดยการเอารูปที่แอบเซฟมาเทียบ แต่ก็ไม่เห็น จนไอ้ซันสะกิดถึงได้หันไปมอง


“ไอ้เบนว่าไง?”


“อีกสองแยกไฟแดง” 


“งั้นลงไปก่อน” พูดเสร็จผมก็เปิดประตูลงไป ไอ้ซันบ่นบ้าบอแต่ก็ยอมลงตามมา “กูว่าไปหาก่อน ไม่ต้องรอหรอก”


“ใจเย็นสิวะ ไหนมึงบอกใจเย็นเป็นพ่อพระแล้วไง” 


“ถ้ากูใจร้อนอย่างเมื่อก่อน ไอ้เด็กนั่น คงโดนตีนกูตั้งแต่วันแรกแล้ว” 


“เออๆ กูเชื่อ” 


ผมเดินนำหน้าเพื่อนสนิทขึ้นไปใต้ตึกโดยไม่ได้สนใจสายตาของบรรดานักศึกษาของที่นี่ เพราะมัวแต่มองหาคนที่ตามหา อยู่ไหนวะ 


“อ่าวพี่?” เสียงทักที่ทำให้ผมละสายตาจากตรงหน้าหันไปมอง “สวัสดีครับ” 


“สัก? เพื่อนของกลอย?” ถามอย่างไม่แน่ใจ ไอ้เด็กตรงหน้ารีบพยักหน้าลงรัวๆ “กลอยอยู่ที่นี่เหรอ” ไม่รู้ทำไมเสียงถึงแข็งขึ้นมา ผมกวาดตามองเผื่อจะเจอ หากคำตอบจากเพื่อนกลอยทำให้ผมถอนหายใจออกมา 


“ไม่อยู่ครับ ผมมาคนเดียว ว่าแต่ พวกพี่มาหากลอยเหรอ?” 


“รู้จักคนที่ชื่อไบร์ทไหม” ผมเลือกที่จะถามในสิ่งที่ตั้งใจมา สักทำตาเลิ่กลักมองผมสลับกับไอ้ซัน “เห็นไปด้วยกันเมื่อวานนี่” ผมเห็นเพราะเสียงเตือนคนแท็กรูปดังจากมือถือของกลอยที่อยู่กับผมทั้งวัน 


“พี่...มีอะไรกับมันหรือเปล่า” น้ำเสียงที่ถามดูเบาลง สักมองซ้ายมองขวา “ถ้าให้ผมเดา เพราะมันยุ่งกับไอ้กลอยใช่ไหม” 


“อืม” ตอบเรียบๆ จนสักตบมือตัวเองเสียงดัง “พาไปหาหน่อย”


“ผมก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน” ไอ้ซันแทบเซหลังจากได้ยิน ก่อนจะตั้งหลักได้ก็ช่วยกันมองหา “เดี๋ยวผมลองถามให้” 


ว่าแล้วร่างใหญ่ๆ ของเพื่อนกลอยก็เดินเข้าไปหากลุ่มนักศึกษาที่นั่งอยู่ไม่ไกล ดูเหมือนกลุ่มนั้นจะคอยหันมามองผมกับไอ้ซันเป็นระยะอยู่แล้ว 


“ไอ้เบนกำลังวนหาที่จอด” ซันกระซิบเบาๆ ผมได้แต่พยักหน้า 


“ไอ้ไบร์ทอยู่ตรงสวนน่ะพี่ เดี๋ยวผมพาไป” 


“ขอบใจ”


“ไม่รอไอ้เบนเหรอวะ” ทันทีที่จะก้าวขา ไอ้ซันก็รีบดึงแขนพลางถาม ผมส่ายหน้าช้าๆ เป็นคำตอบให้เพื่อนไป “ใจร้อนสัด”


“จะได้จบไวไง มึงชอบไม่ใช่เหรอ”


“เออ”


ผมเดินตามเพื่อนกลอยไปที่ๆ ไอ้เด็กนั่นอยู่ คนรอบข้างมองอย่างสงสัยและยิ่งสงสัยหนักเข้าไปเมื่อผมเดินนำหน้าไปหาเป้าหมายที่นั่งในวงล้อมของกลุ่มคน 


“ขอคุยหน่อย” แม้ไม่ได้ออกชื่อ แต่เจ้าตัวก็น่าจะรู้ เพราะสายตาของผมจ้องไปที่คนๆ เดียว ไอ้เด็กไบร์ทเม้มริมฝีปากพลางพยักหน้าลง ก่อนคนที่นั่งด้วยจะรีบลุกขึ้นยืนทำท่าหาเรื่อง 


“มึงมีไรวะไอ้ไบร์ท แล้วพวกนี้ใคร” 


“นั่นดิ่ หาเรื่องเพื่อนกูถึงถิ่นแบบนี้ อยากตายเหรอวะ”


ก่อนจะมีคนโวยวายมากไปกว่านั้น ไอ้เด็กไบร์ทก็ยกมือห้ามเพื่อน


“ไม่เป็นไรพวกมึง กูจัดการเอง ไปคุยที่ไหนดีครับ” 


“ตรงไหนก็ได้” 


ไอ้เด็กไบร์ทพยักหน้า ก่อนเดินนำพวกผมผ่านทางเชื่อมตึกเข้าไปด้านใน สถานที่ที่มันพามา แทบไม่มีใครเดินผ่าน อาจเพราะเป็นมุมตึกแคบๆ 


“ตรงนี้ได้ใช่ไหมครับพี่?” 


น้ำเสียงดูปกติ แต่สายตามันโคตรท้าทายผมว่ะ


“สำหรับกู ตรงไหนก็ได้”   


 “ใจเย็นไอ้โช” 


มือไอ้ซันวางแปะที่ไหล่ของผม แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่าไอ้เด็กตรงหน้ากำลังจ้องผมเขม็ง 


“พี่คือคนที่ตอบข้อความผมผ่านเฟซบุ๊กพี่กลอยใช่ไหม”


“เออ”


“โคตรไร้มารยาท” 


“ไอ้!” 


ถ้าไอ้ซันกับไอ้สักเพื่อนกลอยไม่จับผมไว้ละก็ ไอ้เด็กปากดีนี่คงได้สักแผล 


“ไอ้ไบร์ท มึงก็รู้ว่าเพื่อนกูมีผัว เอ๊ย มีแฟนอยู่แล้ว จะไปยุ่งกับมันทำส้นตีนอะไรวะ” 


“ผมก็ไม่ได้ยุ่งกับพี่กลอยนี่ครับ” ไอ้ไบร์ทละสายตาจากผมไปจ้องคนที่ถาม ตอบเสร็จก็เสตามองมาทางผมตามเดิม “ผมก็แค่คุยตามประสาพี่น้อง”


“พี่น้องพ่อมึงสิ” กำลังจะอ้าปาก แต่เพื่อนกลอยดันโพล่งออกไปก่อน “ไอ้กลอยไม่ได้เล่นด้วยเลย มึงอย่าทำให้เพื่อนกูเดือดร้อน” 


“ผมก็ไม่เห็นว่า การที่ผมไปยุ่ง พี่กลอยจะเดือดร้อน” 


“กลอยไม่เดือดร้อน แต่กูนี่แหละ เดือดเอง” ผมตัดบท “กูเคยเตือนมึงในข้อความแล้วว่าให้เลิกยุ่ง เลิกติดต่อกับกลอย แต่มึงก็ยังทำ มึงต้องการอะไร?”


“ผมไม่ได้ต้องการอะไร ผมก็แค่ชอบพี่กลอยเฉยๆ” 


“ชอบเฉยๆ ของมึงนี่เป็นยังไง” ผมสะบัดตัวออกจากการจับของเพื่อน พลางเดินไปจ้องหน้ากับไอ้ไบร์ทตรงๆ “ไหนมึงลองบอกกูหน่อย ว่าชอบเฉยๆ ของมึง มันเป็นยังไง” 


“ก็ชอบแบบ...” เงียบครับ ไอ้เด็กตรงหน้าเม้มริมฝีปากตัวเอง สายตาเริ่มกรอกไปมาคล้ายกำลังคิดหาเหตุผลมาตอบผม “ชอบก็คือชอบป่ะวะพี่”


“มึงชอบ แต่กูไม่ชอบไง กูไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับคนของกู ไม่ชอบให้หมาตัวไหนมาตอดเล็ก ตอดน้อยขอความเห็นใจ ไม่ชอบให้หมาตัวไหนมาออดอ้อน รอคำว่าฝันดีทุกคืน กูไม่ชอบแม้แต่ให้หมาตัวไหนมาแตะตัวคนของกู” ผมบอกช้าๆ และชัดเจนทุกประโยค


“พี่กลอยเป็นคน ไม่ใช่สิ่งของ พี่จะมาห้ามคนอื่นไม่ให้เข้าใกล้แบบนี้ได้ยังไง เป็นแค่แฟน ไม่ใช่เจ้าชีวิต” 


“ไอ้เชี่ย!” เสียงอุทานของไอ้ซัน หลังจากผมพุ่งเข้าคว้าคอเสื้อไอ้ไบร์ทจนหลังของเด็กนี่ กระแทกเข้ากับผนังตึก “ไอ้โชใจเย็น” 


“กูเตือนมึงดีๆ มึงไม่ชอบเหรอวะ” แม้เสียงเตือนของซันจะลอยผ่านเข้าหูมา แต่ร่างกายกับสมองของผมกลับไม่ทำตาม ก็จะให้ทำตามได้ยังไง ในเมื่อคนตรงหน้ามันวอนหาเรื่องขนาดนี้


“จะรุมกูเหรอวะ” 


ผมแสยะยิ้มทันทีที่ไอ้เด็กตรงหน้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเอง แบบนี้สิวะ ถึงจะสนุกหน่อย 


“กูไม่รุมมึงหรอก เพราะแค่กูคนเดียว มึงก็ตายคาตีนกูอยู่แล้ว” ผมเพิ่มแรงแขนที่กดลำคอให้เด็กนี่ลงไปจนหน้ามันเริ่มเบ้ ไม่ได้ตั้งใจจะรุนแรง เพราะผมมาเพื่อเตือนเฉยๆ “อย่ายุ่งกับเมียกูอีก! เพราะถ้ามึงยังไม่ฟัง มึงจะได้รู้จักตัวตนจริงๆ ของกู” 


“ไอ้โช! ไอ้ไบร์ท” เสียงโวยวายตรงทางเดิน ก่อนเจ้าของเสียงจะรีบวิ่งเข้ามาผลักตัวผมออก พลางลูบหลังน้องชายตัวเองที่มีอาการไอ จากการที่ผมใช้แขนกดคอ “ไอ้เหี้ย กูวิ่งตามหาจนเหนื่อย” 


“ช้ากว่านี้ น้องมึงคงกลายเป็นซากไอ้ห่า” ผมเหล่ตามองไอ้ซันที่เพิ่งเก็บมือถือตัวเอง คงเป็นคนโทรเรียกไอ้เบนสินะ “กลับเถอะกูว่า อยู่นานกว่านี้เดี๋ยวเรื่องจะบานปลายนะมึง” 


“ผมก็เห็นด้วยนะพี่” ไอ้สักเพื่อนกลอยรีบออกความเห็น เมื่อกี้ยังทำหูตาตั้งอยู่เลย 


“เตือนน้องมึงด้วย ก่อนที่กูจะมาเตือนเป็นครั้งที่สอง” ผมจ้องหน้าคนที่มองผมอย่างวาวโรจน์ ก่อนเสไปมองไอ้เบน “มึงน่าจะรู้ ว่ากูเลวได้มากแค่ไหน” 


“เออๆ กูรู้ กูจะเตือนมันเอง” 


“ทำไมพี่ต้องยอมมันด้วยวะ” 


“หุบปากเลยมึง ทำกูเดือดร้อนต้องรีบมาหา เชี่ยเอ๊ย กูจะเตือนน้องกูเอง” 


“โชคดี” 


ผมเดินนำออกมาก่อน ได้ยินไอ้ซันบอกทิ้งท้ายซึ่งไม่รู้ว่าบอกใคร แน่นอนคงบอกไอ้เบน หวังว่าผมคงไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก ระหว่างเดินผ่านใต้ตึก สายตาเหลือบไปเห็นร่างผู้หญิงตัวอวบอ้วนที่เคยเจออยู่บ่อยๆ 


“อะไรวะ” คงเพราะผมหยุดเดิน ไอ้ซันเลยยื่นหน้ามาถามด้วยความสงสัย 


“คนนั้นชื่ออะไรนะ” หันไปถามไอ้สักแทน คนถูกถามมองตามนิ้วชี้ของผม ก่อนกระพริบตาปริบๆ “เพื่อนคณะมึงใช่ไหม”


“ใช่พี่ มันชื่ออีเข็ม เป็นแฟนคลับพี่กับไอ้กลอยไง” 


“เหรอ...” 


“ทำไมวะ” ไอ้ซันโพล่งถาม คงอยากมีส่วนร่วม 


“พี่มีอะไรกับอีเข็มเหรอครับ” 


“อยากคุยอะไรด้วยหน่อย ไปเรียกให้หน่อยได้ไหม จะรอที่ลานจอดรถ” 


“อีเข็มเหรอครับ?”


“อืม”


“อ่า ครับๆ”


ผมมองตามหลังเพื่อนกลอยไปจนไอ้ซันแตะไหล่ถึงได้หันกลับมา 


“มึงนี่นะ”


ไม่ได้ตอบเพื่อน แต่ก้าวขาเดินเพื่อไปที่รถ ผมไม่ได้อยากดุหรือหาเรื่องผู้หญิงหรอกนะครับ แค่อยากคุยด้วยดีๆ ก็เท่านั้น ก็ผมไม่ใช่คนใจร้ายสักหน่อย รอไม่นานคนที่ผมอยากคุยก็มา ตอนแรกก็ยิ้มแย้มปกติ แต่ผมคงทำหน้านิ่งเกินไป รอยยิ้มที่ส่งมาให้เลยค่อยๆ เจื่อนลง


“พี่โชมีอะไรจะคุยกับเข็มเหรอคะ?” 


“น้องรู้จักคนชื่อไบร์ทไหม” ถามอย่างตรงประเด็นที่สุด ไม่อยากอ้อมค้อมเสียเวลา 


“รู้จักค่ะ ทำไมเหรอคะ หรือพี่โชก็รู้จัก?” ท่าทางของเด็กสาวตรงหน้าดูตื่นเต้น


“ครับ รู้จัก” ผมเหยียดยิ้มส่งคืนให้นิดๆ ก่อนคนถูกส่งยิ้มจะรีบเม้มริมฝีปากพลางก้มหน้า “รู้จักจากข้อความในเฟซบุ๊กของกลอย”


“ข้อความในเฟซ...”


“น้องรู้จักคนชื่อไบร์ทก่อน หรือกลอยรู้จักก่อนเหรอครับ?” ไอ้ซันคงเห็นผมเสียงแข็งเกินไปเลยรีบโพล่งขัดขึ้น 


“เข็มรู้จักก่อนค่ะ...” 


“ก็เลยพาไปหากลอย อย่างนั้นใช่ไหม” พยายามถามอย่างสุภาพและใช้น้ำเสียงนิ่งที่สุด เด็กตรงหน้าเริ่มมีน้ำใสๆ คลอที่ตา ไอ้ซันเลยตบไหล่ผมเบาๆ เชิงเตือน “น้องเป็นคนติดต่อกลอยให้เด็กคณะนี้ รวมถึงเรื่องร้านหมูกระทะเมื่อวานด้วยใช่ไหม” ถามเสร็จ เข็มก็หันไปมองเพื่อนตัวเองที่สะดุ้งโหยง “สักไม่ได้อยากบอก แต่พี่สั่งเอง” 


“เรื่องร้านเมื่อวาน เข็มแค่จะไปกินแล้วเจอน้องไบร์ท ก็เลยลองชวน เข็มก็ไม่รู้ ว่าน้องเขาจะไปด้วย...” 


“พี่ต้องเชื่อแบบนี้ใช่ไหม?” 


“คือเข็ม...”


“เอาเถอะ พี่จะจบเรื่องไว้แค่นี้ เพราะพี่ถือว่า เตือนน้องแล้ว โตขนาดนี้คงคิดเองได้ ว่าเรื่องไหนควรทำ เรื่องไหนไม่ควร น้องอาจสนุก แต่พี่...ไม่สนุกด้วย!” พูดจบผมก็แทรกตัวเข้าไปนั่งในรถทันที เหลือแค่ไอ้ซันที่ยังยิ้มส่งให้พร้อมประโยคปลอบ


“อย่าคิดมากนะน้อง ไอ้โชก็งี้แหละ เรื่องกลอยแม้จะเล็กน้อย แต่ก็ใหญ่สำหรับมัน ต่อไปจะทำอะไรก็คิดเยอะๆ หน่อยก็แล้วกันนะ อย่างที่เพื่อนพี่บอก มันไม่สนุกด้วย” 


“เข็มขอโทษค่ะ ต่อไปเข็มจะไม่ทำอีก”


“ดีแล้ว มีเรียนต่อไม่ใช่เหรอ ไปเถอะ” 


พูดจบไอ้ซันก็กลับขึ้นมาบนรถแล้วออกตัวโดยที่ผมไม่ได้หันกลับไปมองด้านหลัง ก็อย่างที่ไอ้ซันว่าไว้ เรื่องเล็กของกลอย เป็นเรื่องใหญ่ของผมเสมอ แต่เจ้าตัวดันไม่ยอมเข้าใจ กลัวผมจะมีปัญหา กลัวนั่นนี่ตลอด


...ถ้าผมกลัว ผมคงไม่ใช่ ‘โช’ อย่างทุกวันนี้หรอก 




...TBC



กราบขอโทษสักล้านๆ ครั้งค่า ที่หายหัวไปนานนม ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ เลยจริงๆ (ก้มกราบ) จะพยายามไม่หายอีกแล้วค่า ToT


ปล. ตอนที่ 11 นี้คือพี่โชโหมดคนดี ใจเย็นและพ่อพระที่สุด >w<


แล้วพบกันตอนหน้าค่า

ความคิดเห็น