สวัสดีนักอ่านทุกคนที่เข้ามานะค้า เรื่องนี้เราแต่งไว้คลายเครียดจากเรื่องเก่าเน้อ ออกแนวแฟนตาซีนิดๆ ชอบไม่ชอบเม้นต์บอกได้น้าาา^^

บทที่ 23 : บทสรุป [End]

ชื่อตอน : บทที่ 23 : บทสรุป [End]

คำค้น : Bts kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.4k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2562 10:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 : บทสรุป [End]
แบบอักษร

บบที่ 23

บทสรุป



ยูคยอมได้แต่ยืนนิ่งท่ามกลางข้าวของที่ระเกะระกะอยู่ตามพื้น ภายในบ้านมีร่องรอยของการถูกงัดแงะ และของเหลวสีใสที่มีเลือดปนจางๆหยดบนพื้นเป็นทางจนลากไปถึงบันได แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นคือแทฮยองหายตัวไป

"ฉิบ... หายแล้วไง"


ในขณะเดียวกันทางด้านของจองกุก เขายังคงถูกผู้เป็นแม่ไต่สวนความผิดอยู่ที่เดิม ดวงตาสีแดงเพลิงลุกโชนขึ้นราวกับจะเผาไหม้ทุกสิ่ง ซึ่งหากผู้ใดมองเข้าไปก็เป็นต้องเข่าอ่อนตามๆกัน แต่น่าแปลกที่มันใช้ไม่ได้ผลกับจองกุก อาจเป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวของนางไม่อาจสู้ความดื้อด้านของลูกชายก็เป็นได้

"ตกลงจะเอายังไง ลูกจะยอมกลับมาที่นี่หรืออยากเห็นศพมันกับลูกนอกสมรส"

จองกุกขบกรามแน่น ดวงตาสีอำพันวาวโรจน์อย่างกราดเกรี้ยว 

"ทำไมท่านแม่ต้องห้ามลูกไม่ให้รักกับเขาด้วย! กฏห้ามบ้าบออะไรกัน ปีศาจที่ให้กำเนิดลูกกับมนุษย์ก็มีถมไป!!"

จอมนางพญาเงียบไป แววตาสั่นไหวปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง 

"ไอรีนกับแม่ก็บอกไปแล้วไง ว่าเราไม่เหมือนพวกนั้น"

"แล้วมันต่างกันตรงไหน! บอกลูกสิ!"

"จองกุก!!!"

เสียงของยูคยอมที่ดังแทรกขึ้นมาได้เรียกความสนใจจากสองแม่ลูก

"มีอะไร ยูค"

คนถูกถามพักหอบก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น 

"แทฮยอง แฮ่ก... แทฮยองถูกพวกนั้น... พาตัวไปแล้ว"

ตาสีอำพันเบิกโพลงอย่างตกใจก่อนเปลี่ยนเป็นความกรุ่นโกรธ

"ใคร! พวกมันเป็นใคร!!!"

"จากกลิ่นที่ข้าสัมผัสได้ น่าจะเป็นพวกคลั่งศาสนาที่หาที่ตาย พวกมันรู้ว่าแทฮยองกลับมาและอยู่บ้านคนเดียว"

ได้ฟังดังนั้นก็ไม่รีรออะไรทั้งสิ้น จองกุกเร่งจ้ำอ้าวออกไปกับยูคยอม แต่เสียงรั้งของผู้เป็นมารดาได้ชะงักเขาไว้

"ลูกตั้งใจจะทำอะไร"

ใบหน้าถมึงทึงย้อนกลับไปมองนางอีกครั้ง "ลูกจะไปช่วยเขา"

นางพญางูส่งเสียงฟ่ออย่างไม่พอใจ

"ถ้าลูกไป เราสองคนตัดขาดกัน!!!"

จองกุกใจสั่นวูบแต่ก็กลับมาเข้มแข็งต่อ เขาเอาแต่ใจมากพอและรู้ว่าควรอยู่ข้างใครก่อน

"เอาที่ท่านแม่สบายใจ"

สองปีศาจหนุ่มรีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว ทิ้งให้จอมนางพญาจมดิ่งอยู่กับโทสะ

"แล้วลูกจะต้องเสียใจ"



"อ้าว อาจารย์นัมจุน ไม่ได้อยู่กับแทฮยองหรอกเหรอคะ?"

คำถามนั้นทำให้คนฟังต้องย่นคิ้ว ใบหน้าคมผละออกจากหน้าจอโน้ตบุ๊ก

"หมายความว่าไงครับ แทฮยองก็ต้องอยู่บ้านสิ"

อาจารย์สาวเลิกคิ้วสงสัย "ก็เห็นเขาบอกว่าจะมีการทำพิธีไล่ปีศาจให้เด็กคนนั้นแล้วหนิคะ"

นัมจุนพุ่งตัวไปเขย่าไหล่เล็กอย่างบีบคั้น

"ที่ไหน! เมื่อไร!!?"

"ขะ คือ..." 

"ตอบผมมา!!!" 

เสียงตะคอกทำให้อาจารย์สาวต้องรีบบอก "ตะ... ตรงสถานที่ทำพิธีเก่าค่ะ..."

นัมจุนได้ยินก็รีบคว้ากุญแจรถและวิ่งออกไปจากห้องทันที เขาต้องไปบอกซอกจินก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

เมื่อมาถึงห้องพยาบาลก็ผลักประตูเข้าไป จนซอกจินกับแบคฮยอนต่างสะดุ้งโหยงพร้อมเพรียงกัน

"กะ เกิดอะไรขึ้นนัมจุน... ทำไมทำหน้าแบบนั้น" คุณนายคิมวางปากกาลงก่อนผุดลุกเดินไปหา สีหน้าของอีกฝ่ายน่ากลัวจนเขาอดห่วงไม่ได้

"คือแทฮยอง... ถูกพาตัวไปแล้ว"

"อะไรนะ! ปะ... เป็นไปได้ยังไง!!?"

แบคฮยอนรีบลุกขึ้นมายืนฟังด้วย

"ผมก็ไม่รู้ แต่เรารีบไปกันเถอะ!"

มันชักจะเหิมเกริมเกินไปหน่อยแล้วไอ้พวกนั้น ปล่อยแทฮยองไว้คนเดียวหน่อยถึงกับบุกบ้านเขาเลยหรือ!




ข่าวที่ว่าจะทำพิธีขับไล่ปีศาจนั้นแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านอันแกอย่างรวดเร็ว ประชาชนไม่น้อยจึงรีบออกจากบ้านเพื่อไปรวมตัวกัน ณ สถานที่ทำพิธีลับแห่งหนึ่งในป่าหลังโบสถ์ ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต่างเป็นคริสเตียน เรื่องสำคัญแบบนี้ต้องเข้าไปร่วมอยู่แล้ว และพวกเขาเองก็อยากเห็นว่าที่เด็กผู้ชายที่ท้องกับงูด้วย

"ฮึก ปล่อยผม... ผมอยากกลับบ้าน" 

ร่างบางยังคงโอดครวญ ขณะถูกกลุ่มคนในเสื้อคลุมสีดำจับมัดกับเสาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน ใต้เท้าที่เขาเหยียบเป็นเศษไม้เล็กๆที่กองเป็นเนินสูงๆ ซึ่งน่าจะเอาไว้ใช้เป็นฟืน 

นาบีมองร่างเด็กชายตรงหน้าอย่างพึงพอใจ ช่วงเวลาที่หล่อนรอคอยมานานแสนนาน ในที่สุดก็มาถึง 

"อย่ากลัวไปเลยแทฮยอง เวลานี้เป็นช่วงที่ทุกคนจะจดจำเธอไปตลอด"

"ปล่อยผมไปเถอะ... ฮึก ขอร้อง..." ร่างบางอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงทรมาน ลูกของเขาจวนจะออกมาแล้ว

"เธอเป็นตัวแปรสำคัญนะเด็กน้อย หึ จงภาคภูมิใจในตัวเองหน่อยสิ" 

แทฮยองเบ้หน้าขณะที่ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาในลานพิธีอย่างเนืองแน่น "คุณพูดเรื่องอะไร..."

หล่อนแสยะยิ้ม ดวงตาวาววามอย่างเจ้าเล่ห์ "รอดูเอาเองละกัน"

จีมินกับโฮซอกเบียดแทรกตัวจนไปยืนอยู่ตรงหน้าสุด ใบหน้าหวานอาบนองด้วยน้ำตาร้อนผ่าว แบบนี้มันไล่ปีศาจที่ไหนล่ะ นี่มันเผาเด็กชัดๆ "แทฮยอง!!!"

คนถูกเรียกหันไปตามเสียง "ชิมชิม"

"ฮึก... ปล่อยเขานะ! คุณไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร!!" จีมินพยายามเข้าไปช่วยแทฮยอง แต่ก็ถูกโฮซอกรั้งแขนไว้เพราะไม่อยากให้เจ้าตัวทำอะไรบุ่มบ่าม 

และน่าฉงนยิ่งนักที่ไม่มีใครคิดห้ามนาบี ถึงแม้ว่าสิ่งที่กำลังกระทำอยู่มันจะเกินความเป็นมนุษย์ก็ตาม เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขามารวมตัวกันแบบนี้ยังไงล่ะ 


หมู่บ้านนี้เคยเผาหญิงสาวคนหนึ่งมาก่อน


นาบีไม่คิดตอบและละสายตาจากจีมินอย่างไม่สนใจ หล่อนรับคบเพลิงจากชายในชุดคลุมคนหนึ่งก่อนหันไปพูดกับประชาชน

"ถึงเวลาแล้ว ที่ปีศาจต้องถูกกำจัด!!!"

"เฮ!!!"

นาบีเหยียดยิ้ม "เราจะเผามัน เหมือนที่เราเคยเผาแม่ของมันมาก่อน"

"เผามัน! เผามันเลย!!!"

"เผาแม่มด!!!"

"ส่งปีศาจกลับนรก!!!"

"ฮึก... ช่วยด้วย..." ขณะที่ผู้คนตะโกนสาปแช่งกันอย่างเสียสติ แทฮยองก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังออกมาแทนน้ำคร่ำ

ปัง!!!

เสียงกระสุนปืนที่ถูกยิงขึ้นฟ้าเรียกสายตาผู้คนในลานพิธีจนความเงียบเข้าปกคลุม นัมจุนลดปืนลงและเล็งปากกระบอกไปที่นาบีแทน

"มึงปล่อยลูกกู!!!"

หล่อนยิ้มบาง ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อยเพราะไม่ได้เป็นฝ่ายเสียเปรียบ

"คุณควรเก็บมันจะดีกว่า ก่อนที่ครอบครัวคุณจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่"

แกรก

เสียงดันนกปืนจากข้างหลังทำให้นัมจุนเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ เขาเหลือบมองไปข้างหลังและเห็นชายในชุดคลุมสองคนกำลังเล็งปืนไปยังภรรยากับลูกชาย ส่วนอีกคนก็เล็งมาที่เขา

"รู้ถึงสถานการณ์รึยัง ถ้าคุณยิงฉัน รับรองว่าทั้งคุณและสองคนนั้นไม่มีทางรอด"

นัมจุนกำด้ามปืนไว้แน่นจนเหงื่อออก เขาไม่อยากยอมแพ้ แต่ถ้าเขายังฝืนต่อไปมีหวังทั้งครอบครัวได้กลายเป็นศพแน่นอน ไม่มีทางเลือกจึงต้องค่อยๆย่อเข่าและวางปืนลงกับพื้น

กลุ่มคนชุดดำที่เหลือจึงเข้ามากุมตัวนัมจุนและครอบครัวไว้ จีมินที่เห็นก็ยิ่งสะอึกสะอื้นจนโฮซอกต้องกอดปลอบ

ยุนกิมองภาพนั้นจากหลังต้นไม้ต้นหนึ่งไม่ไกลจากลานพิธีมากนัก ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่เขาแค่กำลังรอเวลา และลำพังตัวเขาคนเดียวไม่อาจทำได้

"ขอให้พระเจ้าได้ถือกำเนิดในท้องเธอ"

นาบีปรับน้ำเสียงอ่อนลงจนน่าแปลก ก่อนที่คบเพลิงในมือจะถูกนำไปจ่อกับกองฟืนใต้เท้าร่างบาง 

"แทฮยอง!!!"

ซอกจินใจจะขาดตายเมื่อไฟเริ่มลุกลามไปตามกองฟืน ส่วนจีมินก็แทบล้มทั้งยืน 

"ฮ่าๆๆๆ!!!"

ผู้คนหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่งและสะใจที่ปีศาจในท้องกำลังจะถูกเผา กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นต่อเนื่องจนเข้าจมูกแทฮยอง 

"แค่ก! แค่ก!" เขาก้มหน้าไอโขลกด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่บางสิ่งค่อยๆดันตัวออกมาจากช่องทาง ปรากฏไข่สีขาวใบหนึ่งกลิ้งตกลงมาบนกองฟืน


จนสุดท้ายไข่ใบนั้นก็ถูกไฟเผา


"ฮึก ม่ายยยยย!!!" 

กลุ่มเพลิงเริ่มลามเข้ามาใกล้เท้าบางเรื่อยๆ ครอบครัวคิมต่างร้องไห้ให้กับภาพนั้น แทฮยองกรีดร้องอย่างเจ็บปวดกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เขาพยายามอั้นไข่ใบที่สองไม่ให้ออกมาแม้จะต้องแลกกับความทรมาน

"ใกล้แล้ว อีกนิดเดียว..." ประกายเพลิงสะท้อนออกมาจากดวงตาของนาบี ยิ่งไฟเริ่มลามเข้าไปใกล้แทฮยองมากเท่าไร หล่อนก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างมากขึ้นเท่านั้น เหมือนไม่ต่างอะไรเลยจากคนโรคจิต แต่ผิดแล้ว หล่อนไม่ได้เป็นแม้แต่นิด 

แหมะ

ทว่าได้มีกลุ่มเมฆทมิฬเคลื่อนตัวเข้ามาจนบดบังแสงจันทร์ โฮซอกเอานิ้วแตะแก้มเมื่อมีน้ำหยดลงมาจากฟ้า แต่พอเห็นของเหลวที่อยู่บนปลายนิ้วก็เป็นต้องแปลกใจ

"เลือด?"

ทุกคนเริ่มสงสัยและตกใจกับหยดน้ำสีแดง 

"นี่มันอะไรกัน..."

นาบีก้มลงมองมือตัวเอง แทฮยองเงยหน้าขึ้นฟ้าจนโดนฝนเลือดสาดใส่ ทั้งร่างต่างเปียกปอน ท้องฟ้าถูกย้อมเป็นสีแดงสดเช่นเดียวกับต้นไม้และใบหญ้า กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณและอาจแผ่ขยายไปทั้งหมู่บ้านราวกับต้องคำสาป

ฝนเลือดที่เทกระหน่ำลงมาได้ดับไฟบนกองฟืน ยุนกิใช้โอกาสนี้วิ่งเข้าไปช่วยร่างบางที่นิ่งเงียบเหมือนกำลังช็อคอยู่

"กรี๊ดดด!!!"

ทันใดนั้นป่ารอบๆก็ถูกไฟลุกโชติอย่างไม่ทราบสาเหตุ และฝนเลือดเหล่านี้ก็ไม่อาจทำอะไรมันได้ ราวกับว่าเหตุการณ์เหนือธรรมชาตินี้เป็นฝีมือของพระเจ้า


แต่โชคร้ายหน่อย ที่มันไม่ใช่แบบนั้น


พญาจงอางดำเลื้อยออกมาจากป่าเพลิงโดยไร้รอยแผล เส้นทางที่เขาเลื้อยผ่านต่างมอบความตายให้แก่สิ่งมีชีวิตเล็กๆและต้นหญ้ากับดอกไม้แถวนั้น 

ชาวบ้านหนีตายหัวซุกหัวซุนไปทางโบสถ์ แต่จองกุกไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น กลุ่มไฟที่ไหม้อยู่ในป่าลามมาปิดทางออกของชาวบ้านไว้ 

"พ่อครับ แม่ครับ!" จีมินวิ่งไปหาครอบครัวโดยมีโฮซอกคอยวิ่งตามดูแลอยู่ข้างหลัง ส่วนพวกที่เฝ้านัมจุนอยู่ก็ตามไปปกป้องนาบี เมื่อได้จังหวะหนีครอบครัวคิมจึงย้ายร่างไปดูอาการของลูกชาย

"แทฮยอง นี่ฉันเองนะ ยังมีสติอยู่ไหม" 

ยุนกิถามขณะแกะเชือกให้เพราะเห็นว่าร่างบางตาลอยเหมือนไม่ได้สติ คงกำลังช็อคที่สูญเสียลูกอยู่

"ไม่เป็นไรนะ ฉันจะช่วยนายเอง"

"แทฮยอง ลูกเป็นยังไงบ้าง!?" นัมจุนกับครอบครัววิ่งมาถึงพอดี เขารับร่างของลูกชายต่อจากยุนกิ

"ชูก้า! ทางนี้!!!" ยูคยอมยืนโบกมือเรียกสหายกับครอบครัวคิมตรงจุดที่ไม่มีเพลิงคลอก 

"พวกคุณรีบไปทางนั้นซะ ผมจะไปหาจีมินก่อน" ยุนกิหันมาพูดกับครอบครัวคิมก่อนแยกตัวออกไปหาร่างเล็กที่ยังวิ่งหลงกับชาวบ้าน

นัมจุนอุ้มแทฮยองแและพาสมาชิกครอบครัวไปหายูคยอมที่ทางออก ส่วนยุนกิพอเห็นคนตัวเล็กกำลังยืนอยู่กับพ่อแม่และโฮซอกก็วิ่งเข้าไปหา

"จีม!"

"ยุนกิ!" กำลังจะเดินเข้าไปกอดแต่กลับถูกมือขาวลากให้ตามมา "เดี๋ยวสิ จะไปไหน!?"

"ออกไปจากที่นี่ไง" ยุนกิชี้ไปยังทางออกที่ครอบครัวคิมและยูคยอมกำลังวิ่งเข้าไป เมื่อเห็นดังนั้นทุกคนจึงวิ่งตามคนตัวขาวไป

ปังๆๆ!!!

เหล่าห่ากระสุนสาดใส่งูยักษ์ที่กำลังเลื้อยเข้ามา แต่ไม่มีลูกไหนฝังเข้าไปในร่างของมันเลย นาบีถอยรนขณะหลบอยู่หลังกลุ่มคนชุดดำ 

ปืนพกสิบกว่ากระบอกกราดยิงอีกครั้ง จองกุกกลายร่างเป็นคนอย่างรวดเร็วและต้านกระสุนเหล่านั้นด้วยม่านพลังที่มองไม่เห็น ก่อนบังคับมันให้พุ่งสะท้อนกลับไปฝังในกะโหลกของแต่ละคน 

"อ๊าก!!!"

เหล่าคนชุดดำต่างร่วงไปนอนตายกับพื้นจนเหลือแค่นาบีคนเดียว หล่อนรีบคุกเข่าอ้อนวอนด้วยเสียงสั่นเครือ

"ได้โปรดเถอะท่าน..."

จองกุกหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมมองด้วยสายตาเย็นชา 

"มึงอยากเผาเมียกูนักใช่ไหม"

"อ่ะ!" มือหนาพุ่งไปบีบลำคอก่อนยกร่างทั้งร่างให้ลอยเหนือพื้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว 

"เดี๋ยวกูสนองให้"


พูดจบ ร่างของนาบีก็ถูกไฟลุกท่วมเพียงพริบตา


พรึ่บ!

"กรี๊ดดดด!!!" เปลวไฟแผดเผาเนื้อหนังจนเห็นผิวแดงๆ ตามด้วยเส้นผมกับเครื่องใน เสียงกรีดร้องเงียบหายเมื่อทั้งร่างไหม้เกรียมกลายเป็นสีดำ

จองกุกเบนสายตาไปยังชาวบ้านที่จ้องมองเขาอย่างหวาดผวา เขาขว้างร่างไร้ชีวิตในมือลงพื้น ค่อยๆเดินไปหาคนเหล่านั้นพร้อมกับแววตาน่ากลัวดั่งมัจจุราช




ผู้อยู่รอดทั้งสิบคนต่างมุ่งหน้าไปขึ้นรถของตัวเอง ส่วนโฮซอกที่มาคนเดียวก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับ 

"แล้วพวกนายจะกลับไงเนี่ย" เขาถามเมื่อเห็นว่ายูคยอมยังคงยืนนิ่งอยู่

"พี่กลับไปเถอะครับ ผมหาทางกลับเองได้" ยูคยอมตอบแบบเลี่ยงๆ

"เอางั้นเหรอ แต่นายกลับกับฉันก็ได้นะ" 

โฮซอกยื่นข้อเสนอ แต่ก็โดนปฏิเสธ "ไม่เป็นไรจริงๆ"

"งั้นก็ตามใจนะ"

ครอบครัวปาร์ครีบขึ้นรถ จีมินเห็นยุนกิยังคงยืนมองตามอยู่ก็เดินออกไปคว้าแขน

"เอ่อ จีม..."

"ไม่ต้องพูดมาก ฉันไม่ทิ้งนายไว้คนเดียวหรอกนะ" 

ยุนกิได้แต่เดินตัวปลิวไปตามแรงฉุด "แต่ว่าบ้านฉัน---"

"เงียบ เดี๋ยวไปส่งเอง"

"....." ก็มันไม่ใช่ยังงั้นไง

ส่วนทางด้านของครอบครัวคิมก็ประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว นัมจุนจึงรีบออกรถอย่างรีบร้อนเพราะยังหวาดกลัวเรื่องเมื่อกี้ไม่หาย

"พี่แบค แทไม่ไหวแล้ว..."

"พ่อฮะ เร็วๆเข้าน้องจะคลอดแล้ว!"

ซอกจินหันไปดูลูกชายคนเล็กของบ้านที่อาการย่ำแย่เข้าขั้นวิกฤต สีหน้าบิดเบี้ยวและมือที่จิกท้องอยู่บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวมาถึงขีดจำกัดแล้ว นัมจุนได้ยินดังนั้นก็เหยียบคันเร่งมิด




"โอ๊ยยยย!!!"

"เร็วๆเข้าสิคุณ!"

"เดี๋ยวสิ ก็รีบหาอยู่นี่ไง!"

"รีบหน่อยสิฮะแม่! น้องไข่จะออกมาแล้ว!!"

แทฮยองนอนกุมท้องบนเตียงในห้องนอนขณะที่ซอกจินวิ่งหาผ้ามารองไข่ไว้ให้ ส่วนนัมจุนก็คลุมผ้าห่มปิดท่อนล่างของร่างบางไว้ ถึงเขาจะเป็นผู้ชายแต่ถ้าเห็นแบบนี้ก็แทบเป็นลมเหมือนกัน

"แทแทจับมือพี่ไว้" แบคฮยอนกุมมือเรียวของน้องไว้แน่นขณะนั่งบนขอบเตียง 

แทฮยองหน้าแดงก่ำ น้ำตาแห่งความกลัวคลออยู่เต็มหน่วย "พี่แบค ฮึก แทกลัว"

"เข้มแข็งไว้ พี่อยู่นี่แล้วนะ"

"แทแทผ่อนคลายไว้อย่าเครียด" ซอกจินบอกแทฮยองเพื่อที่การคลอดจะได้ดำเนินง่ายยิ่งขึ้น มันง่ายกว่าการคลอดเด็กก็จริงแต่ถ้าไข่หลายฟองแบบนี้ก็เจ็บทรมานเหมือนกัน

"ได้กี่ฟองแล้วจิน?" นัมจุนที่นั่งข้างแบคฮยอนหันไปถามภรรยา เพราะสีหน้าเหยเกของแทฮยองทำให้เขาลุ้นจนนั่งแทบไม่ติด

ซอกจินเงียบ ก้มลงนับไข่บนผ้าที่รองไว้อยู่ 

"7ฟอง"

ถึงจะพูดว่าเจ็ดฟองแต่หน้าท้องของยัยแทยังไม่ลดลงเลย นัมจุนจึงหันไปพูดให้กำลังใจ 

"แท สู้เขานะ ลูกต้องทำได้"

แทฮยองพยักหน้าก่อนพยายามเบ่งอีกครั้ง มีเมือกผสมเลือดไหลออกมาพร้อมไข่ใบโต ส่วนหน้าท้องของเขาก็เริ่มลดบ้างแล้ว

"ถึงไหนแล้วแม่ฮะ"

"อ่า... 12 ฟอง"

นัมจุนใจเต้นตึกตักเมื่อรู้ว่าเขาจะได้เลี้ยงหลานเป็นโหล 

"ฮ่าห์..." แทฮยองฟุบหน้ากับหมอน เหงื่อบนขมับเริ่มผุดพรายและไหลไปตามกรอบหน้า มันเหนื่อยเหลือเกิน เขาไม่มีแรงเบ่งแล้ว ปวดท้องก็ปวดแถมไข่ยังเยอะอีก 

แบคฮยอนยิ้มเมื่อท้องของน้องลดฮวบลง คงใกล้แล้วสินะ "แทแทอ่า แข็งใจไว้ ใกล้จะสำเร็จแล้วนะ"

ร่างบางปรือตาขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเริ่มเบ่งอีกครั้ง

"อื้ออออ!"

"อีกนิด... อีกนิดเดียว พยายามเข้าหน่อยแท" ซอกจินเหลือบมองพลางจัดไข่บนผ้าดีๆ "นัมจุน ฉันต้มน้ำไว้น่ะ ไปดูให้หน่อยสิ"

"อ้อ! อะ... โอเค" นัมจุนลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง 

"ได้กี่ฟองแล้วฮะ"

คำถามนั้นทำให้ซอกจินต้องคอยดูอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าร่างบางหยุดเบ่งมาได้สักพักแล้ว เขาจึงหอบผ้าถุงใหญ่ๆนั้นมาวางไว้ข้างๆยัยแท

"ยินดีด้วยลูกแท ทั้งหมด 18 ฟองล่ะ"

"18 ฟอง! เย้~ ผมจะได้เลี้ยงหลานแล้ววว"

แทฮยองได้ยินดังนั้นก็ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นไข่ทั้งสิบแปดฟองอยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆเผยยิ้ม ในที่สุดเขาก็ทำได้แล้วสินะ มันคุ้มค่ากับความเหนื่อยจริงๆ 


แต่เขายังทำใจไม่ได้ที่เสียลูกน้อยไปหนึ่งชีวิต


"มาแล้วๆ"

นัมจุนเดินถือถังน้ำขนาดพอดีกับผ้าผืนเล็กๆเข้ามาในห้อง ซอกจินรับมาก่อนจุ่มผ้ากับน้ำเพื่อเช็ดทำความสะอาดให้ร่างบาง

"พี่กุก..."

ทั้งนัมจุน แบคฮยอน และซอกจินต่างมองบุคคลที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ร่างของจองกุกไร้รอยขีดข่วนหรือเลือดที่คาดว่าควรจะมี แต่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำของเจ้าตัวยังคงสะอาดสะอ้าน กางเกงขายาวเองก็เช่นกัน

เมื่อการทำความสะอาดเสร็จแล้ว ทั้งสามจึงปลีกตัวออกไปเพื่อให้เวลากับทั้งสอง 

"แทแทอ่า เดี๋ยวแม่ทำข้าวต้มไว้ให้นะ"

ประตูห้องนอนปิดลง ร่างสูงของจองกุกเดินเข้ามานั่งบนขอบเตียง พัดพากลิ่นน้ำหอมสดชื่นที่ร่างบางชอบลอยเข้าจมูกจนลบกลิ่นเลือดก่อนหน้านี้ไปหมด

"แททำได้แล้วนะฮะ"

รอยยิ้มแต้มบนใบหน้าหล่อเหลา จองกุกลูบกลุ่มผมนุ่มก่อนฝากจูบบนหน้าผากมน 

"เก่งมากครับที่รัก ขอบคุณนะที่ให้ของขวัญที่พิเศษกับพี่" 

แทฮยองยิ้มพลางมองอีกฝ่ายใช้มือลูบไข่ใบโตเบาๆ "แทขอโทษ"

"?"

"เป็นเพราะแท... ลูกอีกคนก็เลย..."

"ชู่ว" จองกุกจรดนิ้วกับกลีบปากอิ่ม เขารู้ว่าแทฮยองยังเสียใจกับเรื่องนั้นไม่หาย "ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก พี่ผิดเองที่มาช้า"

นิ้วแกร่งปาดน้ำตาบนแก้มใส ก่อนจะเลื่อนไปซับเหงื่อตามจุดต่างๆบนใบหน้าสวยอย่างเต็มใจ สัมผัสบางเบาและความอ่อนโยนนั้นทำให้จิตใจของร่างบางคลายความสงบลงได้บ้าง แต่ภายในใจลึกๆก็ยังคงรู้สึกผิด ถึงจะดูเป็นความบกพร่องเล็กๆน้อยๆ ทว่าสำหรับแทฮยองนั้นไม่เลย เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะให้อภัยตัวเองได้หรือเปล่า ยิ่งให้ลืมก็ยิ่งทำไม่ได้


เขานี่มัน... เป็นแม่ที่แย่จริงๆเลย


แทฮยองลูบไข่สีขาวทั้งสิบแปดฟองอย่างเลื่อนลอย แววตาหม่นหมองแสดงออกถึงความรู้สึกผิด จองกุกที่คอยมองอยู่ก็คลี่ยิ้ม เขาถือวิสาสะจับมือเรียวข้างหนึ่งขึ้นมากอบกุมไว้

"แทแท"

"?"

ฝ่ามือหนาที่วางบนหลังมือค่อยๆเลื่อนออก ปรากฏแหวนเพชรวงหนึ่งที่สวมอยู่บนนิ้วนาง 

"พี่กุก..."

แทฮยองพูดอะไรไม่ออก รู้แค่ว่ามันดีใจและตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง

"แต่งงานกับพี่นะ"

น้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้มแดง ร่างบางรีบพยักหน้าตกลง เรียกได้ว่าเป็นคำที่หวานซึ้งที่สุดในชีวิต เขาพยุงตัวลุกขึ้นก่อนโผกอดร่างอุ่นๆไปเต็มแรง จองกุกกอดตอบแนบแน่นพร้อมกดจูบศีรษะของผู้เป็นที่รัก


ภาพบรรยากาศแห่งความสุขอยู่ในสายตาเจ้าเล่ห์ของงูสีดำตัวหนึ่ง มันหันหนีจากภาพนั้นแล้วเลื้อยออกจากขอบหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ




- ​End -

ทุกคนได้โปรดดด อย่าบีบคอไรท์T[]T ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่จบแบบแฮปปี้อ่ะ ฮือออ จบแบบนี้แหละสไตล์ไรท์ 5555 (ทำร้ายรีดแป๊บ)

สารภาพเลยว่าเรื่องนี้เขียนยากมากกกก ถึงไรท์จะมีประสบการณ์ในการแต่งเรื่องสยองขวัญมาก่อนแต่พอเจอเรื่องนี้เข้าไปคือแบบ... คือมันมีหลายรสแล้วเขียนยากอ่ะเข้าใจไหม555

แต่ยังไงก็ ขอบคุณรีดทุกคนที่ติดตามมาจนถึงตอนจบน้า ไรท์ปลาบปลื้มมากๆเลย ทีแรกก็ว่าจะแต่งเล่นๆ แต่กระแสตอบรับดีเกินคาด ต้องขอบคุณจริงๆ เพราะแรงสนับสนุนและความน่ารักของรีดทำให้ไรท์มีกำลังใจในการเขียน รักกกกกส์ ทุกโคนนน😗

ถ้างงอะไรเดี๋ยวจะมีเขียนเฉลยทีหลังนะ เรื่องนี้มีปมอีกเยอะ หุหุหุ

สุดท้ายนี้ อยากให้รีดเขียนความรู้สึกต่อฟิคเรื่องนี้ ชอบตัวละครตัวไหนไรงี้ จะคุ้มค่ากับความเหนื่อยของไรท์และจะขอบคุณเป็นอย่างสูงค่ะ5555 

*เดี๋ยวมาเม้าท์ต่อๆ ขอไรท์หลบตีนรีดแป๊บ😂


ความคิดเห็น