นิยายเรื่องนี้เปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ :)

บทที่ 49 ไม่เคยได้รู้

ชื่อตอน : บทที่ 49 ไม่เคยได้รู้

คำค้น : ฌาน กิ่งแก้ว ร้าย ยั่ว อ่อย มาเฟีย นางเอก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2562 11:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 49 ไม่เคยได้รู้
แบบอักษร

#

บทที่ 49

ไม่เคยได้รู้


                “นี่ถ้าไม่ใช่พราะกลัวว่าแม่นางเอกนั่นจะต้องตกเป็นข่าว แกก็คงไม่ยอมเจอกับฉันแบบส่วนตัวใช่ไหมฮะ!”


                เสียงตวาดที่ด้านนอกห้องทำให้กิ่งแก้วสะดุ้งตื่น เธอลุกพรวดจนเกิดอาการหัวหมุนขึ้นมา ไม่ทันที่จะได้หายมึนก็ได้ยินเสียงตะโกนด้านนอกดังขึ้นอีก


                เธอไม่กล้าที่จะโผล่ออกไปโดยที่รู้ว่าด้านนอกมีสถานการณ์อันร้อนระอุแน่นอน ได้แต่แอบฟังอยู่ภายในห้องนอนที่วิ่งไปกดล็อกไว้


                ที่ผ่านมาเธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน


                ช่วงแรกอาจมีบ้างที่ฌานมักจะคุยเรื่องงานในพื้นที่ส่วนตัวของห้องทำงานในเพนท์เฮ้าส์ แต่พักหลังนั้นเขาสั่งห้ามคนของตัวเองอย่างเด็ดขาดไม่ให้เข้ามาเพราะเนื่องจากว่าเธออาศัยอยู่ด้วย


                แม้แต่ป้าแม่บ้านก็ยังมาเพียงสามครั้งต่ออาทิตย์เท่านั้น


                แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอตกใจกับเสียงที่ไม่รู้จักซึ่งกำลังตะคอกตวาดอยู่ด้านนอกได้อย่างไรกัน


                “ตอบมาสิวะว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่! แกไปมีข่าวกับยัยเด็กนั่นได้ยังไงกัน!”


                “เบาๆหน่อย จะตะโกนทำไม?”


                เสียงนั้นเป็นของฌานไม่ผิดแน่! เขาพูดด้วยความเบื่อหน่ายและค่อนข้างที่จะเบา เธอเลยจำเป็นต้องแนบหูติดกับประตู


แล้วอีกคนที่คุยอยู่กับเขาคือใครกัน บ้าจริง! ประตูนี่น่าจะมีช่องให้เธอเห็น


                “นี่แกกล้าสั่งพ่องั้นหรอฮะไอ้ฌาน!”


                พ่อ?...นายวัธนา!

                นัยน์ตาหวานซึ้งของคนที่แอบฟังถึงกับเบิกกว้าง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้


                “ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าแกคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงได้ไปมีข่าวกับยัยเด็กนั่น นั่นมันลูกของไอ้ทรงพล! แกไม่รู้หรือไง!”


                “รู้...”


                “รู้แล้วไปยุ่งเกี่ยวได้ยังไงฮะ!?”


                ความเกรี้ยวกราดในน้ำเสียงพาให้กิ่งแก้วสะดุ้งอีกครั้ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันพร้อมเหงื่อที่เริ่มชื้นเปียก สถานการณ์ดูไม่ดีและน่าหวาดหวั่น


                “นี่แกลืมไปแล้วหรือยังไงว่าบ้านนั้นมันทำอะไรกับเราไว้!”


                “...”


                “ครอบครัวนั้นมันพรากแม่ไปจากแกนะ!”


                อีกฝ่ายตะโกนเกรี้ยวกราดเสียงดังแฝงไปด้วยความแค้น


                “คนที่ทำคือนายทรงพลคนเดียว”


                “อ่อ ที่พูดนี่หมายความว่าโดนนังเด็กนั่นเป่าหูมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม? เพราะอย่างนี้ตาแกถึงได้เป็นกังวลว่าจะหลงเมียจนไม่คิดจะกลับไป!”


                เหมือนมีความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงเขาตอบกลับ


“ไม่ใช่ธุระที่พ่อต้องกังวล”


“มันใช่สิ! เป็นธุระของฉันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะตอนนี้ตาแก่นั่นให้ฉันมาตามแกกลับยิกๆ บอกว่าฉันต้องพาแกกลับไปให้ได้"


“นั่นเป็นเรื่องของพ่อ”


“ไอ้ฌาน!”เสียงนั้นตะโกนดังขึ้นอีก “แกต้องกลับไปฝรั่งเศสเดี๋ยวนี้ หมดเวลาที่แกจะเที่ยวเล่นอยู่แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก!”


กลับไป...ฝรั่งเศส

คิ้วเรียวสวยของกิ่งแก้วขมวดมุ่นเข้าหากัน ไม่เข้าใจกับประโยคนั้น กลับไปฝรั่งเศส...กลับไปในความหมายนั้นคืออะไร ทำไมที่นี่ถึงไม่ใช่ที่ของเค้า?


แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยได้รู้มาก่อน...


หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองหลงลืมวิธีการหายใจแบบง่ายๆ ยืนนิ่งอื้ออึงอยู่กับที่ กลัวว่าหากส่งเสียงออกมาเพียงนิดแล้วจะได้ยินอะไรไม่ครบถ้วน


“แกต้องกลับไป ไม่มีเหตุผลอะไรที่แกต้องอยู่ที่นี่!”



กริ๊ก...

เมื่อแน่ใจว่าพายุอารมณ์ที่ด้านนอกเริ่มสงบลงแล้ว กิ่งแก้วก็ตัดสินใจออกมานอกห้อง สิ่งแรกที่เห็นคือชายหนุ่มในชุดสูทหรูหรานั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ข้างกันนั้นมีแก้วทรงสูงที่รินแอลกอฮอล์ไว้


“กิ่ง...”


น้ำเสียงเบาหวิวของเขาเรียกชื่อของเธอเมื่อหันมาสังเกตเห็น


หญิงสาวขยับตัวหลบสายตา รู้สึกเก้กังไปหมด ทั้งที่คิดว่าจะเข้มแข็งแต่พอเห็นเขาแล้ว...เธอก็อ่อนแอ รู้สึกถึงปลายจมูกที่แสบตาพร้อมกับขอบตาร้อนผ่าว


“มานี่...คนดี”


เธอยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ยอมเข้าไปใกล้เขา


น้ำเสียงอ่อนโยนนั่นเรียกเธออีกครั้ง...”มาหาพี่”


“ที่เขาพูด...หมายความว่ายังไงกันคะ?”


ชัดเจนว่าเขาในที่นี้หมายถึงใคร มีรอยยิ้มที่มุมปากของฌาน


“เรื่องอะไร...”


“เรื่องที่เขาบอกว่าคุณ...บอกว่าพี่ฌานต้องกลับฝรั่งเศส”


เหมือนเขาไม่ได้ร้อนใจอะไร นอกจากพยักหน้าและจิบแก้วด้านหน้า รสชาติขมฝาดไม่ได้ทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปสักนิด


เขาเพียงตอบรับในลำคอว่า...”อืม”


“แล้วทำไมพี่ถึงไม่บอกกิ่ง?”


“ก็คิดว่าจะบอก แต่เธอดันรู้ก่อน”เขายักไหล่ ราบกับไม่สำคัญมากนัก


เพราะแบบนั้นเธอเลยเข้าไปใกล้เขา รู้สึกว่าลำคอแห้งผากไปหมด มีอาการสั่นเล็กน้อยในตอนที่เปิดปากพูดออกไป...


“ที่เขาบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ หมายความถึง...คุณจะไม่กลับมาที่นี่หรือเปล่าคะ?”


ไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงก็เริ่มสั่นเครือขึ้นไต่ระดับ


“ก็...ใช่”


สุดท้ายแล้วน้ำตาที่กองอยู่ตรงกระบอกตาก็ไหลกลิ้งเผาะลงมา ฌานถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ลุกขึ้นจากเก้าอี้สตูเพื่อตรงมาหาเธอ นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆที่ผิวแก้มกันน้ำหยดใสให้เหือดแห้ง


“ไม่ร้อง...”


คนที่ได้รับการปลอบยิ่งสะอื้นฮัก เงยหน้ามองเขาทั้งที่น้ำตายังคลอหน่วย


“ตะ...แต่ว่าพี่...พี่ฌานจะไม่กลับมาแล้ว”


“เพราะแบบนี้ฉันเลยไม่อยากบอกเธอไงเล่า”ปลายนิ้วเกลี่ยหยดน้ำตาที่ยิ่งไหลริน “คิดว่าจะอยู่ที่นี่ได้นานกว่านี้ แต่ก็...ไม่ไหวจริงๆ อำนาจของตามีมากเกินไป เห็นทีว่าฉันคงต้องกลับไปที่นั่น”


“...”


“ฉันก็เลยอยากถามเธอว่า...ไปด้วยกันไหม?”




.


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว