สวัสดีนักอ่านทุกคนที่เข้ามานะค้า เรื่องนี้เราแต่งไว้คลายเครียดจากเรื่องเก่าเน้อ ออกแนวแฟนตาซีนิดๆ ชอบไม่ชอบเม้นต์บอกได้น้าาา^^

บทที่ 22 : ใกล้คลอด

ชื่อตอน : บทที่ 22 : ใกล้คลอด

คำค้น : Bts kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.8k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2562 19:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22 : ใกล้คลอด
แบบอักษร

​บทที่ 22

​ใกล้คลอด



"นัมจุน มานี่หน่อยสิ"

คนถูกเรียกละสายตาจากเอกสารกองโตไปหาภรรยาสุดที่รัก ซอกจินกระหยิ่มยิ้มและพานัมจุนออกไปคุยกันที่โถงทางเดิน

"มีอะไรเหรอ"

มือบางของซอกจินเอื้อมไปจับมือหนาของอีกคนไว้ "ยัยแทกลับมาแล้วนะ"

ตาคมเบิกลานกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ เป็นไปได้ยังไง มันเป็นเรื่องยากและแทบเป็นไปไม่ได้ที่แทฮยองจะกลับมาบ้าน "จริงเหรอ! ได้ยังไง คุณไม่ได้หลอกผมใช่ไหม!?"

ซอกจินส่ายหน้าเพื่อยืนกรานคำพูด "ฉันพูดจริงๆ แทแทของเราปลอดภัยและกลับมาที่บ้านแล้ว"

นัมจุนกลืนน้ำลายเอื้อก ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรดี

"ฉันก็งงเหมือนกันที่ปีศาจตนนั้นไม่ทำอะไรเขา แต่ก็ต้องขอบคุณพระเจ้าที่คุ้มครองเขา ไม่สิ... เราควรขอบคุณปีศาจตนนั้นมากกว่า"

นัมจุนย่นคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย "แต่---"

คุณนายคิมนำนิ้วเรียวไปปิดปากสามี "ฉันรู้ว่าคุณจะพูดอะไร มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว นัมจุน ฉันลองคิดๆดูแล้วว่า... ปีศาจตนนั้นอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิด"

"....."

"ใช่ ฉันกำลังพูดให้คุณยอมรับในตัวปีศาจตนนั้น ถึงแม้เขาจะทำให้ลูกแทของเราท้อง แต่เขาก็รักแทมากจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ยอมปล่อยแทให้กลับบ้านและไว้ชีวิตพวกเราหรอก จริงไหม"

ซอกจินพูดถูก ความจริงพวกเขาต้องขอบคุณในความเมตตาของปีศาจตนนั้นด้วยซ้ำ ถ้าในคืนนั้นพวกเขาถูกงูฉกตาย คงไม่มีชีวิตรอดกลับมาจนถึงทุกวันนี้ 

สายตาของนัมจุนมีแววโอนอ่อนลง เขานับถือในความมีเหตุผลและจิตใจดีของภรรยา

"และท่าทางยัยแทจะรักและห่วงเด็กในท้องมากด้วย นั่นยืนยันแล้วว่ายัยแทกับปีศาจตนนั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เรายังไม่รู้ ฉันไม่อยากขัดขวางความรักของพวกเขา เพราะงั้นนัมจุน..."

มือหนาทั้งสองถูกมือบางกอบกุมไว้

"อย่าคิดที่จะเอาเด็กออกเลยนะ พวกเขาเองก็มีชีวิต... พระผู้เป็นเจ้าสอนให้เรารักคนอื่นเหมือนที่เรารักตัวเอง พวกเราก็ควรยอมรับพวกเขา และไว้วางใจให้ดูแลยัยแท"

อะไรนะ นี่หมายความว่าเขาจะมีลูกเขยเป็น... เป็น... เป็นงูงั้นเหรอ!? ตลกตายล่ะ

"หึ จิน..."

"ฉันรู้ว่ามันบ้า แต่ว่าฉันไม่อยากให้ยัยแทต้องเจ็บอีกแล้ว เราเป็นพ่อแม่นะนัมจุน และพ่อแม่ทุกคนล้วนอยากเห็นลูกของตัวเองมีความสุข มีชีวิตที่เป็นของตัวเองและได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก"

"....."

"พระเจ้าไม่ได้ห้ามให้มนุษย์รักกับปีศาจ เพราะพระองค์รู้ดีว่าทั้งสองต่างก็มี​หัวใจ​"

อา... ภรรยาของเขาเป็นแม่พระอีกแล้ว ให้ตายเถอะ นี่มันบ้าที่สุดเลย


​มนุษย์ กับ ปีศาจ เนี่ยนะ?


"ขอร้องล่ะนัมจุน" ซอกจินส่งสายตาอ้อนวอนพลางบีบมือหนาแรงขึ้น

นัมจุนถอนหายใจยาวพรืด มันช่างตัดสินใจยากเหลือเกิน

"ได้โปรด..."

ดวงตาสวยหวานสั่นไหวและยิ่งทอประกาย อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกมุ่งมั่นที่เจ้าตัวมีหรืออาจเป็นน้ำตาที่เริ่มไหลก็ได้ และนัมจุนก็ไม่ปฏิเสธที่จะยอมแพ้ให้กับสายตานี้ เขาไม่อาจขัดใจภรรยาได้จริงๆ

"ก็ได้..."

นั่นเป็นคำตอบที่ซอกจินรอคอย เขารีบโผเข้ากอดและซุกหน้ากับอกแกร่ง

"ขอบคุณ... ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ"

นัมจุนกอดตอบพลางลูบกลุ่มผมนุ่ม "ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ เพราะคุณทำให้ผมตาสว่าง"


และเปิดใจยอมรับสิ่งที่เป็นตัวอันตรายอย่างจองกุก


"ก่อนกลับบ้าน... เราไปซื้อเค้กสักชิ้นกันดีไหม ถือว่าต้อนรับการกลับมาของยัยแท" 

นัมจุนพยักหน้าเห็นดีเห็นงาม "อืม ก็ดี งั้นเอารสช็อกโกแลตดีไหม ลูกน่าจะชอบ"

"เอาสิ และก็... ซื้อผ้าอ้อมกับเสื้อตัวเล็กๆให้เด็กๆด้วยนะ"

นั่นสินะ พวกเขาต้องเตรียมตัวเลี้ยงหลานด้วยนี่ "และก็ของเล่น"

"จริงด้วย ฉันลืมไปเลย!"

ในระหว่างที่สองสามีภรรยากำลังตื่นเต้นกับการจะได้เลี้ยงหลาน พวกเขาไม่รู้เลยว่าภายในห้องพักครูนั้น มีใครคนหนึ่งกำลังลอบเฝ้ามองพวกเขาอยู่ 

แววตาอันโหดเหี้ยมและรอยยิ้มที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าปีศาจ มือที่เหี่ยวย่นไปตามอายุขัยของนาบีคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดเบอร์

"ผอ.แจจิน เรามีคนทรยศอยู่หนึ่งราย"




ไกลออกไปจากหมู่บ้าน ภูเขาน้อยใหญ่ที่เรียงตัวกันซับซ้อน มีสถานที่ลับจุดหนึ่งซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดได้ย่างกรายเข้าไป หุบเหวลึกชันอันเย็นยะเยือกและมืดสนิทราวกับทางลงสู่นรก จองกุกในร่างงูกำลังเลื้อยเข้ามาถึงปากเหว ในที่สุดการเดินทางอันยาวไกลก็สิ้นสุดลง


มันเป็นสถานที่ที่เขาตั้งใจจะพาแทฮยองมาด้วยในตอนแรก 


จงอางดำหันหน้าหนีจากลมเย็นๆที่พัดออกมาจากก้นเหว เขาเลื้อยไปทางต้นไม้ใหญ่ที่รูปร่างประหลาดและน่ากลัวแปลกๆ ลำต้นคดงอมีสีเทาซีดเซียวไม่ต่างจากต้นไม้ที่ยืนต้นตายอย่างโดดเดี่ยว ใบไม้แห้งสีเหลืองปลิวจากกิ่งก้านผอมๆใบแล้วใบเล่า รากอันซับซ้อนและใหญ่โตของมันแผ่ขยายไปจนถึงปากเหว 

ดวงอาทิตย์คล้อยลงต่ำสู่เส้นขอบฟ้า ทุกอย่างเริ่มกลายเป็นสีดำซึ่งตัดกับท้องฟ้าสีส้มแสบตา จองกุกเลื้อยเข้าไปในโพรงลับที่อยู่ใต้รากต้นไม้ต้นนั้น มันอับชื้นเต็มไปด้วยกลิ่นดิน อากาศข้างในก็เย็นเฉียบราวกับอยู่ในฤดูหนาว 

แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขา ลำตัวเรียวสีดำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเลื้อยเข้าไปในโพรงมืดๆที่ดูท่าจะลึกหลายเมตร ผ่านไปไม่นานตัวเขาก็มาโผล่ในสถานที่หนึ่งซึ่งดูเหมือนเป็นถ้ำเล็กๆ แสงสว่างอันน้อยนิดจากดวงอาทิตย์ส่องลอดเข้ามาจากฝั่งขวา ทำให้รู้ว่าถ้ำนี้เชื่อมต่อกับเหวแห่งนั้น และปากถ้ำที่เปิดรับแสงตะวันก็มีปฏิมากรรมกับเสาผุพังที่คล้ายเป็นอารยธรรมเก่าแก่ และคนสร้างต้องไม่ใช่มนุษย์แน่นอน

จองกุกหันหน้าออกมาจากจุดนั้นไปยังประตูใหญ่ที่อยู่ทางฝั่งซ้าย ลายสลักของมันเน้นความอ่อนช้อยของเถาวัลย์ เขาคืนร่างเป็นคนอีกครั้งก่อนเดินตรงดิ่งไปยังประตูบานนั้นเหมือนคุ้นเคยเป็นอย่างดี และรู้ว่ามันจะนำเขาไปสู่สถานที่ใด 

บานประตูถูกผลักออกจนเกิดเสียงก้องไปทั่วทางเดิน ข้างในนี้มีเทียนติดผนังทั้งสองฝั่งจึงพอให้ความสว่างได้บ้าง ส่วนผนังกับเพดานก็ยังคงเป็นหินเก่าๆไม่ได้ตกแต่งหรือเสริมให้มันมีทรงสี่เหลี่ยมแต่อย่างใด เรียกได้ว่าโพรงถ้ำดีๆนี่เอง ตรงสุดทางนั้นมีประตูบานหนึ่งรอเขาอยู่

ขายาวสาวเท้าไปตามทางเดินจนกระทั่งหยุดอยู่หน้าประตู จองกุกเปิดมันออกและแทรกตัวเข้าไป เมื่อมองไปรอบๆก็รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในอีกโลก ที่นี่กว้างขวางและดูเหมือนเป็นห้องโถงของพระราชวัง เกือบทุกอย่างสร้างด้วยทองคำ สถาปัตย์ออกไปทางสไตล์ยุโรปในยุคเรอแนสซองส์ โคมระย้าคริสตัลบนเพดานส่องประกายวิบวับเหมือนต้อนรับการกลับมาของเขา 

"เจ้าเป็นใคร"

ในที่สุดก็มีหลักฐานว่าที่นี่มีสิ่งมีชีวิต ชายหนุ่มคนหนึ่งในเครื่องแบบทหารโทนสีแดงขาวเดินเข้ามา ตรงเอวเขามีดาบเหน็บไว้อยู่หนึ่งเล่ม

แต่เมื่อชายคนนั้นได้เห็นใบหน้าที่ค่อยๆหันมา เขาก็รีบคุกเข่าและก้มหัวให้เพื่อแสดงความเคารพ

"ทรงกลับมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่เรียกให้กระหม่อมไปรับ"

จองกุกยิ้มพลางเดินไปตบไหล่ให้ชายคนนั้นลุกขึ้น เขาไม่อยากให้องครักษ์คนสนิทต้องมาพิธีรีตรอง

"ไม่เป็นไรหรอก มาร์ค เจ้าไม่จำเป็นต้องถ่อไปรับข้า ข้ามาที่นี่แค่ครู่เดียวเดี๋ยวก็กลับ"

มาร์ค​ค่อยๆหยัดกายขึ้นกระทั่งยืนเต็มความสูง เหรียญยศบนหน้าอกส่องแสงตามการขยับ ขับให้องครักษ์หนุ่มดูสง่างาม

"องค์ราชินีทรงรอพระองค์อยู่ที่น้ำตก พระนางกริ้วที่พระองค์เสด็จมาช้า"

ก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้จริงๆนั่นแหละ "ขอบใจที่บอก ข้าจะรีบไปหานางเดี๋ยวนี้แหละ"

มาร์คก้มหัวให้หนึ่งครั้งก่อนขอตัวไปประจำจุดเดิม ส่วนจองกุกก็เปิดประตูบานอื่นเพื่อเดินทางไปเข้าพบใครบางคน

"ยินดีต้อนรับกลับเพคะฝ่าบาท"

"ยินดีต้อนรับกลับพ่ะย่ะค่ะ"

จองกุกพยักหน้าให้เหล่าคนรับใช้และทหารที่หยุดทักเขา ขายาวเร่งฝีเท้ากระทั่งเดินออกมายังนอกพระราชวังสำเร็จ ภาพของตึกรามบ้านช่องที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตาจึงปรากฏสู่สายตาเขา มีสะพานพาดผ่านแม่น้ำสีมรกตให้ประชากรได้ข้าม รถม้าวิ่งผ่านบนถนนเส้นเล็กคันแล้วคันเล่า แสงจากเสาไฟตามข้างทางได้ส่องขึ้นไปถึงเพดานถ้ำซึ่งลานไปด้วยหินย้อย นี่แหละบ้านของเขา บ้านที่เขาจากมาเกือบหลายเดือน หรือคุณจะเรียกว่า​เมืองงูก็ได้นะ เพราะทุกคนที่นี่ล้วนเป็นงูทั้งนั้น

แต่จองกุกไม่อยากใช้รถม้าเพราะไม่ได้ติดสบาย อีกอย่างที่น้ำตกนั้นก็ไม่ได้ไกล ว่าแล้วร่างสูงก็เดินจ้ำอ้าวออกไปนอกเขตพระราชวัง เดินไปตามทางถนนที่สร้างด้วยหินเรื่อยๆ ตลอดทางก็มีคนคอยทำความเคารพเขาไม่ขาดสาย บางคนจัดดอกไม้หน้าร้านอยู่ก็ยังต้องวางกระถางแล้วคุกเข่าให้เขา ประชาชนทุกคนเคารพและรักจองกุก และจองกุกเองก็รักประชาชนเช่นกัน

ออกมาจากตัวเมืองก็มุ่งหน้าสู่ถ้ำอีกฟากที่ไร้ความศรีวิลัย นอกเมืองนี้ก็เป็นถ้ำมืดๆธรรมดา มีหินงอกหินย้อยอยู่ตลอดทางตามประสา 

แสงสว่างจากปลายทางได้นำเขาให้มาโผล่ยังสถานที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง ที่นี่คือเขตเมืองเก่า ตามทางจึงดูซอมซ่อและเต็มไปด้วยมอสสีเขียวอี๋ๆ บ้านเรือนก็ทรุดโทรมแถมถูกคลุมด้วยเถาวัลย์ ไร้ประชากรไร้สิ่งมีชีวิต แสงตะวันจากเบื้องบนก็ช่างริบหรี่ ยิ่งขับให้สถานที่แห่งนี้ดูน่าขนลุก 

จองกุกรู้ดีว่าแม่ของเขารออยู่ที่ไหน เขารุดหน้าไปยังถ้ำอีกฟากหนึ่ง จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงปากสะพานที่เชื่อมไปยังบัลลังก์หิน บัลลังก์นั้นตั้งโด่อยู่กลางถ้ำโดยรอบๆคือหุบเหวที่ลึกลงไปไม่มีสิ้นสุด บนเพดานถ้ำก็มีปากเปิดเพื่อรับแสงอาทิตย์รวมถึงน้ำตกน้อยใหญ่ได้ไหลลงมา 

เขาเดินไปตามทางสะพานกระทั่งมาถึงบัลลังก์หินอันโบราณ ก่อนจะคุกเข่าอย่างนอบน้อม

"ลูกมาถึงแล้ว ท่านแม่"

ทันใดนั้นงูจงอางยักษ์สีขาวก็โผล่ขึ้นมาจากหลังแท่นบัลลังก์ ลำตัวยาวเกิน 10 เมตร ตัวหนาใหญ่เกินสองคนโอบ ใบหน้าของจองกุกก็ยังมีขนาดไม่ถึงหนึ่งในสามของศีรษะมัน

นางพญางูขาวยื่นหน้าเข้ามาหา ดวงตาสีแดงเพลิงจดจ้องเขาอย่างขุ่นเคือง 

"เจ้ามันช่างโง่เขลา ฆ่าพวกเดียวกันเองเพียงเพื่อมนุษย์ไร้ค่าคนหนึ่ง"

นางอ้าปากและขู่ฟ่ออย่างไม่พอใจ แต่จองกุกหาได้พรั่นพรึงแต่อย่างใด 

"มันเป็นสิทธิของลูก ท่านแม่ ลูกทำเพื่อปกป้องเด็กในท้อง" ตาสีอำพันของเขาก็ลุกโชนอย่างไม่ยอมแพ้ จนนางพญายิ่งอารมณ์เดือดปุดๆ

นางเลื้อยขึ้นมาอยู่เหนือบัลลังก์ ทำให้ตัวนางที่สูงอยู่แล้วยิ่งสูงเข้าไปใหญ่ และในสภาพแผ่พังพานนี้ทำให้นางยิ่งดูน่าเกรงขามสมเป็นนางพญาแห่งอสรพิษ

​"แม่ไม่มีวันยอมรับลูกนอกสมรส แล้วเจ้ารู้ตัวรึไม่ว่ากำลังฝ่าฝืนข้อห้ามอยู่"

​"ลูกรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไร โปรดอย่าบอกให้ลูกเลิกยุ่งกับเด็กคนนั้นเลย ไม่ว่าท่านจะลงโทษหรือหาคู่หมั้นให้ ลูกก็ไม่มีทางหยุดรักเขาอยู่ดี"

​"ฟ่อ! ข้าน่าจะลงมือฆ่าเด็กคนนั้นด้วยตัวเอง"

​จองกุกคิ้วกระตุกกับคำกล่าวนั้น

​"หรือเจ้าจะยอมละทิ้งความสุขเพื่อให้มนุษย์นั่นได้มีชีวิตรอดก็เลือกเอา"

​ปีศาจหนุ่มกัดฟันกรอด มือกำหมัดแน่นอย่างจนตรอก




"เออ ยูค เย็นนี้เจ้าว่างรึเปล่า" ยุนกิถามขณะเดินมาซื้อน้ำปั่นตรงหน้าโรงเรียนให้จีมิน

ยูคยอมรับเงินทอนก่อนหันมาเลิกคิ้วสงสัย "ว่าง ทำไมเหรอ?"

"ก็ไอ้กุกมันไปหาแม่แล้วทิ้งแทฮยองไว้คนเดียวที่บ้าน เจ้าช่วยไปดูแลเขาหน่อยสิ ข้ากลัวว่าแทฮยองจะซุ่มซ่ามหกล้มตกบันไดเอา"

"หึ ได้สิ งั้นเดี๋ยวไปตอนนี้เลยละกัน"

"ขอบใจเจ้ามาก ไม่ใช่อะไรหรอก ขืนเมียมันเป็นอะไรขึ้นมาเดี๋ยวก็มาโทษข้าอีก"

"โอเคๆ ข้าจะดูแลเขาอย่างดีเลย"




แปล๊บ

"!?" 

แทฮยองสะดุ้งพร้อมละจากหนังสือการ์ตูนในมือ เขาตกใจที่จู่ๆก็รู้สึกเหมือนช่องทางปริขาดทีละนิด มือเรียวจับท้องดูก็ปรากฏว่ามันแข็งตึงกว่าครั้งที่ผ่านๆมา 


​คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

เขานั่งอ่านการ์ตูนบนโซฟาต่อไปอย่างไม่คิดอะไรมาก ตอนนี้เวลาบ่ายสี่โมงกว่าๆ น่าจะใกล้ได้เวลากลับของพี่แบคกับแม่จินแล้ว 

แต่ด้วยความหิว เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นและพาร่างตัวเองไปยังห้องครัว มือเรียวเปิดประตูตู้เย็นจนไอหนาวปะทะหน้า แทฮยองเลือกของกินในนั้นกระทั่งได้ช็อกโกแลตแท่งหนึ่ง 

แปล๊บ

เขาสะดุ้งอีกครั้งเพราะความรู้สึกเดิมกลับมา แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรเดี๋ยวก็หายจึงยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจต่อ ก่อนเริ่มแกะซองและนำเศษขยะไปทิ้ง 

"โอ๊ย!" คราวนี้มันหนักกว่าเดิมเมื่ออาการปวดท้องตามมาด้วย แทฮยองงอตัวพร้อมกับกุมท้องแข็งๆของตัวเองไว้ ก่อนที่ความเจ็บนั้นจะเริ่มลามไปถึงกระดูกสันหลัง 

"!!!" ถึงกับเผลอทำช็อกโกแลตหล่นพื้นเพราะรู้สึกเปียกแฉะตรงช่องทางที่ขยับขยายกว้างขึ้น เขาหนีบขาและพยายามกลั้นไม่ให้สิ่งนั้นไหลออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ 

แหมะ...

"ฮึก เจ็บจัง..." เขาทรมานจากอาการเจ็บท้องจนไม่กล้าขยับไปไหน เพราะยิ่งขยับเขาก็ยิ่งปวดเข้าไปใหญ่ 


​นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครก็ได้ช่วยที

"ฮือออ พี่กุกอยู่ไหน... ฮึก แทกลัว"

น้ำตาสายใหญ่ไหลอาบแก้มเช่นเดียวกับมูกเลือดที่เริ่มไหลออกจากช่องทาง แทฮยองตกใจและอ่อนแอเกินกว่าจะเดินไปร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน หรือเดินไปหยิบโทรศัพท์โทรเรียกรถพยาบาล 

"ฮือ... เจ็บ" ร่างบางกุมท้องไว้แน่นพร้อมพยายามก้าวขาเดินเท่าที่ทำได้ และเพราะการกระทำแบบนี้ทำให้น้ำคร่ำสีใสไหลพรวดออกมาจนเปรอะพื้นทีละหยด

แหมะ... แหมะ...

"ฮึก ใครก็ได้ช่วยด้วย... พี่กุก ฮึก เมื่อไรพี่จะมา" 

ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว มันเลอะขาเขาเหมือนฉี่ราดเลย แทฮยองตัดสินใจเดินกระโผลกกระเผลกไปทางห้องนั่งเล่นเพื่อโทรเรียกรถพยาบาล แต่เดินยังไม่ถึงไหนก็มีเสียงกระแทกประตูหน้าบ้านขึ้นเสียก่อน

ปัง!!! ปัง!!!

ด้วยความตกใจระคนตื่นกลัว แทฮยองถอยรนไปชิดกับบันไดอย่างอัตโนมัติ พลางคิดว่าใครกันที่กล้าทำรุนแรงแบบนั้น ถ้าเป็นแม่จินกับพี่แบคก็ไม่น่าใช่ ส่วนพ่อนัมก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลยเพราะปกติกลับค่ำมืดตลอด 

"ออกแรงอีกสิเจ้าทึ่ม!"

ปัง!!!

ชัดเลย มีใครบางคนกำลังงัดบ้านของเขาอยู่ และเสียงกระแทกก็ยิ่งดังหนักขึ้นจนประตูบ้านใกล้จะพังเต็มที แทฮยองตกใจและไม่อาจตั้งสติ จึงรีบกระเสือกกระสนอุ้มท้องขึ้นไปยังชั้นสองทำให้น้ำคร่ำหยดไปตามทางเดิน

โครม!!!

เสียงฝีเท้านับสิบกระจายอยู่ตามจุดต่างๆของบ้านเหมือนหาอะไรสักอย่าง อีกไม่นานพวกมันต้องขึ้นมาบนชั้นสองแน่ ร่างบางรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเพื่อตรงไปยังห้องนอน พอถึงก็กระชากประตูก่อนปิดเบาๆแบบไร้เสียง มือสั่นๆกดล็อกลูกบิดพลางใส่กลอนอย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระทึกจนสติเขาแตกกระเจิง ต้องทำอะไรสักอย่าง เขาต้องหาที่ซ่อนเหมาะแก่การคลอด 

เขาเลือกซ่อนตัวที่ใต้เตียง ตู้เสื้อผ้าก็มีนะ แต่โอกาสที่จะถูกค้นมันมีมากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นใต้เตียงจึงเป็นตัวช่วยเพียงหนึ่งเดียวของเขา

ร่างบางตะแคงตัวเข้าไปอย่างทุลักทุเล เพราะท้องโตๆทำให้การสอดตัวนั้นเป็นไปได้ยาก 

"หาเจอรึยัง" เสียงใหญ่ๆของชายคนหนึ่งดังขึ้น

"ยังเลย" 

"เห้ย ดูนี่" ชายในชุดคลุมสีดำทะมึนอีกคนเรียกทั้งสองให้หันไปดูน้ำสีใสที่หยดอยู่ตามพื้น


พวกเขาเดินตามรอยนั้นกระทั่งถึงชั้นสอง


เสียงฝีเท้าหนักๆหลายคู่ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แทฮยองนอนตัวลีบอยู่ใต้เตียงขณะที่ประตูห้องนอนถูกกระแทกหลายครั้ง

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

"ฮึก..." เขาสะอื้นและใจหายทุกครั้งตามเสียงประตู เมื่อไรพี่กุกจะมา ในเวลาแบบนี้ทำไมเขาต้องถูกทิ้งด้วย

โครม!!!

มือเรียวรีบอุดปากกลั้นเสียงสะอื้นทันทีที่บานประตูกระแทกเปิด แทฮยองน้ำตาคลอพลางกระถดตัวหนีให้ลับสายตายิ่งขึ้น ขณะที่น้ำคร่ำยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มคนชุดดำซึ่งน่าจะมีมากกว่าห้าคนเดินทั่วห้องนอนของเขา ข้าวของต่างๆถูกรื้อค้น แม้แต่ตู้เสื้อผ้าก็ยังไม่เว้น 

"ไม่เจอเลย"

"งั้นออกไปดูห้องอื่นต่อ"

เสียงฝีเท้าเริ่มทยอยออกจากห้อง แทฮยองถอนหายใจเบาๆอย่างนึกโล่งอก สายตาของเขามองตามรองเท้าหนังที่ก้าวผ่านพ้นประตู 


แต่มีคนหนึ่งก้มลงมาใต้เตียงและกระชากแขนเขา


"อ๊ะ!!!"




​To be continued

​___________________________

เอ็งจะฉลาดเกินไปละอีคนสุดท้ายนี่ โอ๊ยยยยยยยย จองกุกโว้ยยยยยยยยย กลับมาสักที เมียเอ็งถูกลักพาตัวแล้วนะโว้ยยยยย บักกุก!!!!!


ความคิดเห็น