Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : THE HEARTLESS : 05

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.7k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2563 18:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
THE HEARTLESS : 05
แบบอักษร

 

อื้ออออ 

 

ฉันครางในลำคอพลางบิดร่างกายไปมาอยู่บนที่นอน กะพริบตาถี่เพื่อปรับให้เข้ากับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามา ยกมือขึ้นบีบขมับตัวเองเบาๆเพื่อบรรเทาความปวด ทำไมปวดหัวขนาดนี้นะ...ฉันดื่มไปมากแค่ไหนกันเนี่ย แต่ฉันก็ตื่นขึ้นเต็มตาทันทีเมื่อภาพที่เห็นมันพร่ามัวไปหมด ดีดตัวลุกขึ้นนั่งขยี้ตาตัวเองด้วยความตกใจ ไม่ได้นะ ทำไมเป็นแบบนี้หล่ะ 

ฉันนั่งกะพริบตาอยู่บนที่นอนสักพักก่อนมันจะกลับมามองชัดเป็นปกติ ลมหายใจถูกพ่นออกมาอย่างโล่งอก วันนี้ฉันต้องไปโรงพยาบาลหนิ สิบโมง!! ตายแล้ววว...ฉันรีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนวิ่งเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำอย่างไว ฉันมีนัดกับหมอตอนเก้าโมงครึ่งแต่นี้มันสิบโมงกว่าแล้ว โอ้ยยย...ไม่น่าดื่มเยอะเลยฉัน ว่าแต่เมื่อคืนฉันกลับมายังไงนะ เพลินมาส่งแหละมั่ง ช่างมันเหอะ... 

.... 

โอ๊ะ...หัวฉันไปกระแทกอะไรมาเนี่ย ซี๊ดดด...เจ็บชะมัด ฉันซู๊ดปากนิ่วหน้าทันทีเมื่อยกมือขึ้นแตะรอยแดงตรงหน้าผากที่เห็นเด่นชัดผ่านกระจกเงาบานใหญ่ เหมือนมันจะปูดออกมาหน่อยๆด้วย ช่างมันก่อน ตอนนี้ฉันต้องรีบแล้ว 

ฉันคว้ากระเป๋าสะพายใบโปรด กุญแจรถและคีย์การ์ด...คีย์การ์ดอยู่ไหน ฉันเอาไว้ไหนเนี่ย โอ้ยยย...อยากจะบ้าตาย ฉันวิ่งรื้อหาคีย์การ์ดรอบห้องด้วยความยากลำบากเพราะภาพการมองเห็นของฉันเดี๋ยวก็ชัดเดี๋ยวก็มัวอยู่แบบนั้น ผลมาจากการดื่มเมื่อคืนแน่ๆ เอาไงดี...เอาไงดี ไปก่อนก็ได้วะ เดี๋ยวค่อยมาทำใหม่ 

มือเล็กดึงประตูเปิดอย่างรีบร้อนแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีร่างสูงของผู้ชายยืนอยู่หน้าประตู ฉันกะพริบตาถี่พร้อมกับหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างพินิจแล้วก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจเหมือนคนตรงหน้าคือ 

“ธะ...ธาม เอ้ย! รุ่นพี่” 

“ถ้ามันลำบาก ก็เรียกเหมือนเดิมเหอะ” เสียงทุ้มตอบกลับมาพร้อมกับยื่นบัตรอะไรสักอย่างมาให้ ฉันเงยหน้ามองคนตัวสูงแบบงงๆ ก่อนภาพตรงหน้าจะชัดขึ้นและเห็นว่าคิ้วหนาขมวดเป็นปมจ้องหน้าฉันอย่างสงสัย 

“โรสรีบอ่ะธาม เดี๋ยวกลับมาค่อยคุยกันนะ” ฉันรีบเอ่ยขึ้นแบบปัดๆ พร้อมกับดึงประตูปิดและเร่งฝีเท้าไปที่ลิฟต์แต่ก้าวออกมาได้แค่สองก้าวเท่านั้น ร่างฉันก็ถูกกระชากให้หันกลับไปหาเขาจนตัวปลิวเข้าชนกับแผงอกแกร่งอย่างจัง 

“รีบไปไหน” ธามถามขึ้นเสียงเข้มด้วยสายตาที่คาดคั้นแบบสุดๆ แล้วเขาเป็นอะไรเนี่ย อยู่ๆก็มายุ่งกับฉันทั้งๆที่เมื่อคืนเขาปฏิเสธอย่างไม่ไยดี ผีเข้าหรอ? แต่ตอนนี้ฉันต้องหยุดคิดเรื่องนั้นไว้ก่อน 

“ธุระด่วน ไปก่อนนะ” ฉันตอบกลับไปแบบร้อนรนพลางพยายามแกะมือหนาให้หลุดออกจากแขนเล็ก แต่เขาไม่ยอมปล่อย แถมยังออกแรงลากฉันไปเข้าลิฟต์ที่ประตูเปิดออกเพราะมีคนขึ้นมาพอดี ฉันที่ยังงงๆอยู่กับการกระทำของเขาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน รู้ตัวอีกทีคือมาอยู่ในลิฟต์ที่ประตูกำลังจะปิดเรียบร้อยแล้ว 

มือหนาคายออกแล้วเปลี่ยนมาจับมือฉันไว้แทน ทั้งๆที่ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากเขาสักคำแต่ทำไมใจฉันเต้นแรงแบบนี้หล่ะ หน้าเห่อร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ เขาเป็นอะไรไป ไม่สบาย ไข้ขึ้น หรือสมองกระทบกระเทือน เมนไม่มาหรือเปล่า เห้ย! เขาจะมีเมนได้ไง สติ...สติ รังศิตา! 

“เป็นอะไร ทำไมเหงื่อออกเยอะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียกสติฉันกลับมาอยู่กับตัวก่อนจะรู้สึกถึงความเปียกชื้นในฝ่ามือที่ถูกเขากุมไว้ ฉันรีบดึงมือออกมาป้ายเช็ดกับมืออีกข้างและจับกันไว้แน่นทันที ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ลมหายใจติดขัดไปหมด ใจก็กระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมา 

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดฉันก็รีบสาวเท้าออกมาโดยไม่สนใจว่าคนข้างในตอนนี้จะทำหน้ายังไง ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรหรือเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ฉันแค่งงและปรับตัวไม่ทัน ง่ายๆก็คือช๊อคนั่นแหละ และตอนนี้ฉันมีอีกอย่างที่สำคัญกว่า 

 

อ่ะ// 

 

แขนฉันถูกกระชากอย่างแรงจนเสียงหลักเซกลับมาชนเข้ากับแผงอกแกร่งของผู้กระทำก่อนที่ขาจะก้าวพ้นประตูหน้าคอนโด และฉันรู้ได้ในทันทีว่าใครเป็นคนทำโดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง กว่าฉันจะตั้งสติได้ร่างฉันก็ลอยลิ่วขึ้นสู่อากาศพร้อมกับมือเล็กที่โอบรอบคอเขาอย่างถือวิสาสะเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวกันตัวเองจะล้วงสู่พื้น 

“ธะ...ธาม จะทำอะไร ปล่อยโรสนะ” ฉันโวยวายพลางดิ้นคลุกอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของธาม แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจสักนิดแถมยังเริ่งฝีเท้าไปที่ลานจอดรถก่อนจะมาหยุดที่รถสปอร์ตคันหรูสีขาวสะอาดตา ค่อยๆว่างฉันลงยืนบนพื้นและใช้แขนข้างนึงล็อกตัวฉันไว้ มืออีกข้างดึงประตูรถเปิดออกพร้อมกับดันร่างฉันเข้าไปนั่งบนเบาะ 

“จะมาทำอะไรตามใจตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะธาม เราไม่รู้จักกันไม่ใช่หรอ” ฉันต่อว่าคนตรงหน้าปะปนไปด้วยความตัดพ้อน้อยใจหน่อยๆ เขาเพิ่งบอกเองว่าฉันตายจากเขาไปนานแล้วหนิ และไอ้ที่ทำอยู่นี้มันคืออะไรล่ะ ฉันไม่ได้สนุกด้วยหรอกนะ อยากทำให้ฉันเจ็บจนตายเลยรึไงกัน 

“จะไปโรงพยาบาลใช่ไหม เดี๋ยวไปส่ง” เขาเอ่ยขึ้นโทนเสียงอ่อนโยนกว่าปกติ แบบที่ฉันเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาเจอกัน เขาไม่โดนตัวไหนมา ไม่สบาย? หรือผีเข้า? แต่เดี๋ยวนะ...ทำไมเขารู้ว่าฉันจะไปโรงพยาบาล 

“ระ...รู้ได้ไง” ซองเอกสารของโรงพยาบาลถูกชูขึ้นต่อหน้าฉัน ตาหวานเบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยความตกใจรีบดึงซองเอกสารมาจากมือเขาแล้วยัดใส่กระเป๋าสะพายรูดซิปปิดอย่างดี โอ้ย...ฉันทำหล่นตอนไหนเนี่ย เขายังไม่ได้เปิดอ่านมันใช่ไหม 

“เป็นอะไร” ธามเลิกคิ้วถามพลางมุดช่วงบนเข้ามาในรถแล้วค่อยๆโน้มตัวลงมาหาฉันที่ตอนนี้ดันหลังจนติดเบาะแน่นชิดสนิทแบบอากาศก็ผ่านไม่ได้ แบบนี้มันไม่ดีต่อใจฉันเลยนะ ถึงเราจะเคยเป็นแฟนกัน แต่มันก้นานมากแล้วที่เราไม่ได้ใกล้กันแบบนี้และตอนนั้นเขาก็ไม่ได้หล่อลากดินขนาดนี้รึเปล่า ใบหน้าคมได้รูป คิ้วหนาเข้มดกดำ จมูกที่เชิดขึ้นเป็นสัน ดวงตาคมที่กราดเกรี้ยวนั่นยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้เขาขึ้นไปเป็นเท่าทวีคูณ และใจฉันก็โคตรเต้นแรงจนจะช๊อคตายอยู่แล้วเนี่ย 

“แค่ไปเอายาเฉยๆ ยาแก้แพ้หน่ะ” ฉันตอบกลับด้วยการคุมเสียงให้เป็นปกติมากที่สุดพลางยกมือเล็กสองข้างดันแผงอกแกร่งไว้ก่อนที่เขาจะเข้ามาใกล้กว่านี้แล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ฉันไม่ตัวเองเลยนี้มันอะไรกัน ตอนนั้นทำไมไม่เห็นเขิลแบบนี้ 

เสียงหัวเราะถูกเค้นออกมาจากลำคอก่อนเขาจะดึงสายเบลล์มาคาดให้ฉัน ดึงตัวเองออกจากรถและดันปิดประตูปิดทันที เดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ สักพักรถก็เคลื่อนออกจากคอนโดไปตามเส้นทางที่ฉันก็ไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ 

 

 

 

Tanin Talk 

 

 

@โรงพยาบาล 

 

พอมาถึงโรสก็ยื่นเอกสารซองนั่นให้ประชาสัมพันธ์ด้านหน้า ก่อนจะได้เข้าพบหมอโดยไม่ต้องรอคิว เอกสารในซองนั่นมันคืออะไรวะ ผมรู้แต่ว่ามันส่งมาจากเมกา 

“เดี๋ยวๆ ไม่ต้องเข้าไป รออยู่นี้แหละ แป๊บเดียว” โรสหันมาดันร่างผมที่กำลังเดินตามเธอมาจนจะถึงห้องหมออยู่แล้ว พอเธอทำแบบนั้น พยาบาลก็เข้ามาขวางผมให้ออกไปนั่งรอข้างนอกตามคำสั่งเธอทันที แต่พอผมเห็นว่าหมอที่อยู่ในห้องเป็นใคร รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นโดยอัตโนมัติและยอมออกไปรอข้างนอกแต่โดยดี 

ผมเดินวนไปวนมาอยู่ด้านนอกตั้งนานสองนานไหนบอกแป๊บเดียวไงวะ แค่มาเอายาเฉยๆ จำเป็นต้องนานขนาดนี้ ยัยขี้แยของผมเป็นอะไรหรือเปล่าวะ เมื่อตอนเปิดประตูมาเจอผมก็ทีนึงแหละ เธอเพ่งมองอยู่ตั้งพักใหญ่ถึงรู้ว่าเป็นผม แถมยังงงอีกตอนผมยื่นคีย์การ์ดคืนให้เธอ เหมือนเธอมองไม่ชัดอย่างงั้นแหละ แต่โรสไม่ได้สายตาสั่นหนิ จะไม่เห็นได้ไง 

สักพักประตูก็ถูกเปิดออกผมก็รีบเดินเลี่ยงไปหลบอีกทาง ก่อนที่โรสจะเดินออกมาจากห้องและตรงไปยังเคาน์เตอร์ด้านหน้าเพื่อรอรับยาทันที ผมอาศัยจังหวะนั้นเข้าไปในห้องที่เธอเดินออกมาเมื่อกี้ 

“เฮีย” ผมเรียกมันพร้อมเอามือวางบนลงบนโต๊ะทั้งสองข้าง เฮียหมอสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับพ่นคำด่าใส่ผม 

“สัสเอ้ย! ตกใจหมด” 

“ผู้หญิงคนเมื่อกี้ เธอเป็นอะไร” ผมเข้าเรื่องทันทีแบบไม่รอให้เสียเวลา เฮียหมอหรี่ตามองหน้าผมอย่างจับผิดและต่อมเผือกของมันก็ทนไม่ไหวหลุดออกมาจนได้ 

“มึงเป็นอะไรกับเธอ” 

“มันใช่เวลาไหมวะ” ผมสวนกลับมันทันควันทันที เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องถาม แต่คือมันยังไม่ใช่ตอนนี้ไหม 

“ถ้างั้นกูคงบอกไม่ได้” คำตอบของเฮียหมอบันดาลโทสะในตัวผมได้มากเลยทีเดียว ตีความหมายได้สองอย่างคือมันกวนตีนผมกับอีกอย่างคือมีอะไรปิดบังผม 

“อย่ากวนตีน” 

“กูเป็นหมอ จรรยาบรรณของหมอ คือไม่สามารถเปิดเผยเรื่องของคนไข้กับคนอื่นได้ เก็ทไหม” 

 

ปึงงงง 

 

“แต่มึงต้องบอกกู!!” ผมตบโต๊ะอย่างแรงพลางตวาดออกเสียงลั่นจนมีพยายามเปิดประตูเข้ามาดู แต่ไอ้เฮียหมอยกมือไล่ให้ออกไป แล้วเอ่ยบอกผมอย่างใจเย็น 

“ไอ้ธามใจเย็นดิวะ มึงเคยเป็นคนใจเย็นกว่านี้นี่หว่า ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่ออารมณ์มึงมากเลยนะ กูชักจะอยากรู้แล้วดิ เธอเป็นใครกันแน่” 

สิ้นเสียงไอ้เฮียหมอผมก็ยิ่งอยู่ไม่ติด ยืดยืนเต็มความสูง เอามือขึ้นเท้าเอวข้างนึงอีกข้างนึงยกขึ้นยีผมตัวเองอย่างหงุดหงิด หมุนวนไปมาเหมือนหาที่ระบายไม่ได้ ใช่โรสมีอิทธิพลต่ออารมณ์ผมมากจริงๆ และตอนนี้ผมก็อยากรู้มากๆด้วยว่าเธอมีอะไรปิดบังผมอยู่กันแน่ เธอกำลังเผชิญอยู่กับอะไร เธอเป็นอะไรถึงต้องมาหาหมอแบบนี้ ไอ้ห่านี่ก็อีกตัว จะมารักจรรยาบรรณอะไรตอนนี้ แต่ก็ว่ามันไม่ได้หรอก มันเป็นหมอหนิ...แต่เดี๋ยวนะ คนอื่นบอกไม่ได้งั้นหรอ แต่ผมไม่ใช่คนอื่น 

“โรสเป็นแฟนกู” 

 

 

 

 

 

 

#15/01/62 

#อ้าวอิธามขี้ตู่ แฟนกูเต็มปาก ได้ข่าวว่าเพิ่งบอกว่าเธอตายไปแล้วไม่ใช่หรอ 

#ว่าแต่รู้กันยังทำไม่โรสหายไป เม้นบอกหน่อยยย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว