email-icon Twitter-icon

ติดตามฉบับเต็มกันได้แล้วนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER 6 ใจร้าย

คำค้น : จอมวายร้ายกับคุณชายแก้มแดง,Dangerousboy,นิยายวาย,นิยายY,Yaoi,กันต์ธีร์รพีภัทร,NC,NC18+,เคะ,เมะ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2563 15:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 6 ใจร้าย
แบบอักษร

CHAPTER 6 

ใจร้าย 

... 

 

 

 

 

 

หน้าตึกคณะเศรษฐศาสตร์ช่วงเช้า กลุ่มเพื่อนสนิทมักจะมานั่งกินอาหารก่อน เข้าเรียนประจำ 

พรึ่บ 

กันต์ธีร์นั่งลงข้างเพื่อนร่างใหญ่ ใบหน้านิ่งดูก็รู้วันนี้อารมณ์ไม่ดี 

“มาซะเช้าเลย” ปกติอึ้งมาเช้าเพราะต้องไปส่งแฟนที่มหาลัยวิทยาลัยก่อน แต่กันต์ธีร์สิ ปกติก็ไม่ได้มาเช้าแบบนี้ 

“อืม” เสียงทักเพื่อนแค่นั้นของกันต์ธีร์ 

“เมื่อไหร่มึงจะอารมณ์ดีได้ทั้งอาทิตย์วะ” สามวันดีสี่วันอารมณ์เสีย มักมีอาการเมื่อโดนขัดใจ หรือไม่ก็ทะเลาะกับพ่อ แม้จะชินกับหน้าตาเหวี่ยงของเพื่อน แต่อึ้งก็อดที่จะบ่นไม่ได้ 

“เฮ้ย..! ใครเสร็จแล้วขอลอกหน่อย” ปรามมาถึงก็ลุกลี้ลุกลนขอลอกการบ้านเหมือนเดิม จนเพื่อนๆ ก็ชิน 

“เอาของกูไหม” อึ้งยื่นให้ด้วยความหวังดี แต่ดูเหมือนความหวังดีนี้ปรามจะไม่ต้องการ ทั้งยังโบกมือและส่ายหน้าให้อึ้งรับรู้ 

“กูรอของไอ้โนดีกว่า แม่งทำถูกชัวร์” ปรามไม่เคยคิดจะเชื่อใจใคร มโนเท่านั้นที่ปรามพึ่งได้ ปรามขอลอกแค่คนที่เรียนเก่งเท่านั้น 

เพราะอึ้งเรียนไม่เก่งแบบมโน ที่เข้าเรียนที่นี่ได้ก็บารมีจากเงินของพ่อ ไม่ต่างจากกันต์ธีร์ 

“กัน มึงเป็นไรอีกแล้ววะ” ปรามอดถามไม่ได้ หน้าตาออกจะชัดเจนขนาดนี้ 

รุ่นพี่ว่ากูเป็นทศกัณฐ์ 

เหมือนยักษ์จริงด้วยว่ะ” แล้วปรามก็หัวเราะออกมา “ใครทำมึง เมื่อวานมึงอยู่กับรพีก็ยังดีๆ อยู่เลย” ปรามถามซ้ำ แม้จะปากเสีย สอดรู้สอดเห็น แต่ก็เป็นห่วงเพื่อนมาก และมักช่วยเหลือกันต์ธีร์ทุกอย่างแบบเต็มใจ ตรงนี้ที่กันต์ธีร์รู้ดีและไว้ใจเล่าทุกเรื่องให้ฟัง ปรามจึงเป็นเพื่อนคนเดียวที่รู้แทบจะทุกเรื่องของกันต์ธีร์ 

กูไม่รู้ กูไม่พอใจ กูสับสน กูเป็นไรวะ ???” นายหน้ายักษ์ขมวดคิ้วสงสัย แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกันแน่ 

“แต่กูรู้ มึงไม่ได้สับสน มึงไม่ได้เป็นไรทั้งนั้น เพียงแต่มึงไม่กล้ายอมรับ 

“มึงหมายความว่าไง” แม้เพื่อนจะพยายามชี้ทาง กันต์ธีร์ก็ยังไม่เข้าใจ 

“มึงดูไอ้ป้องกับอันดาสิ ไม่เห็นมันจะต้องคิดอะไรมาก ไอ้ป้องมันตามจีบอันดาตั้งแต่เกรดเจ็ด กว่าอันดาจะยอมรับก็เข้ามหา’ลัย มันยังทำมาแล้วเลย มึงก็เห็นอยู่”  

กูเป็นผู้ชาย 

“นี่มันสมัยไหนแล้ว” ปรามพูดพร้อมมองหน้า จังหวะที่อึ้งก็ยังอึ้งกับเรื่องนี้อยู่ หากแต่ขอนั่งฟังเฉยๆ ดีกว่า เพราะอึ้งก็ไม่เคยคิดว่าคนอย่างกันต์ธีร์จะสับสนเรื่องนี้  

“ใครจะรับได้ว่ะ” เป็นอีกครั้งที่กันต์ธีร์ดูไม่เป็นตัวของตัวเอง 

กันต์ธีร์ดูไม่กล้าหาญและไม่เด็ดขาดเหมือนก่อน นิสัยไม่มั่นใจหรืออ่อนไหวขนาดนี้ กันต์ธีร์ไม่เคยเป็น 

ถ้าตัวมึงเองยังรับไม่ได้ แล้วมึงจะหวังให้ใครมารับได้วะ” ปรามพูดหนักแน่นเขาพยายามจะบอกเพื่อน ไม่ว่าเพื่อนจะชอบเพศไหนเขาก็รับได้ ตอนนี้เป็นปรามซะอีกที่ดูจะกล้าคิด กล้าตัดสินใจมากกว่ากันต์ธีร์ 

นายหน้ายักษ์เงียบใช้ความคิด .. 

“พวกมึงเป็นเพื่อน กูรับเรื่องป้องกับอันดาได้ กูก็รับได้ถ้าแฟนมึงจะเป็นผู้ชาย” แววตาจริงจังของปราม พร้อมตบไหล่เพื่อนเบาๆ ทำให้กันต์ธีร์คลายคิ้วที่ตัวเองผูกไว้ 

แค่มีเพื่อนอย่างปราม แม้มันจะปากเสียและชอบแส่ขั้นสาระแน สู่รู้ไม่เข้าเรื่อง แต่คนอย่างมันก็จริงใจและรักเพื่อนมาก โดยเฉพาะไอ้โน มันจะห่วงมากกว่าผมซะอีก ว่าไปผมก็ห่วงไอ้โนไม่น้อย ผู้ชายอะไรวะอ่อนแอยังกับผู้หญิง กันต์ธีร์คิด 

 

เรื่องนี้ถูกนำมาคุยกันอีกครั้งหลังเลิกเรียนช่วงบ่าย 

“เป็นอะไร มึงทะเลาะกับรพีมาหรือไง” เพื่อนสาระแนถามขึ้น 

“เปล่า.. ไอ้คุณชายนั้น มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากูไม่พอใจมัน” 

“เล่าดิ๊ กูเริ่มอยากรู้ ก็เห็นรพีออกจะแคร์มึงขนาดนั้น” 

กูไม่รู้? กูไม่เข้าใจ? กูต้องทำยังไงวะ?” พูดวกไปวนมา เกิดอาการสับสน สื่อออกมาทางสายตา อาการแบบนี้ของกันต์ธีร์ทำให้เพื่อนรู้ทันที 

เฮ้อ.. 

เสียงถอนหายใจของปรามกับอึ้ง 

ก็มีคราวนี้แหละที่อึ้ง..มีการอ้ำอึ้ง.. ก็เพื่อนสายโหดผู้ไม่เคยคิดจะมองใครอย่างกันต์ธีร์ ก้องเกียรติกังวานไพศาล วันนี้เจอคนถูกใจแล้ว แต่ดันเป็นผู้ชาย ให้ตายเถอะ! 

“ดีเว้ย..” เสียงมโนดังมาแต่ไกลกว่าเจ้าตัวจะเดินมาถึงเสียอีก คนน่ารัก นิสัยดีมักทักทายเพื่อนทุกโต๊ะที่เดินผ่าน 

“มึงมานี่เลยไอ้โน เรื่องรักๆ อะไรแบบเนี่ย ต้องพึ่งทฤษฎีมโนเท่านั้น” ปรามพูดกับมโนแต่หันไปยิ้มล้อกันต์ธีร์ 

ซึ่งตอนนี้หน้ายักษ์กลายเป็นหน้าตูดเป็ดไปแล้ว “คนพันหน้า เดี๋ยวโหด.. เดี๋ยวหึง.. อะไรกันนักหนา” ปรามเองก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนอย่างไร 

ในเมื่อกันต์ธีร์ยังไม่ชัดเจนและไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น คงต้องให้คนฉลาดหลักแหลมอย่างเพื่อนสายมโนมาช่วยชี้หนทางทางออก 

“จัดมาเลยครับ” มโนผู้ทำท่าเป็นกูรู รู้และเข้าใจเรื่องรักเป็นอย่างถ่องแท้ แม้ว่าเรื่องของตัวเองก็ยังไม่ชัดเจนก็ตาม 

ผู้ชายชอบผู้ชายต้องทำยังไง” ปรามถามแทน เพราะถ้ารอคนหน้าตูดเป็ดถามเอง คงต้องรออีกเป็นปี 

“ต้องมั่นใจก่อนว่าชอบจริง แล้วก็ลุยเลยสิ” มโนตอบแบบมีหลักการ แล้วยังกอดอกเสริมบุคลิกให้ดูน่าเชื่อถืออีกด้วย 

“..ไม่ได้รู้สึกแปลก” คำถามของกันต์ธีร์ เพราะเขาสงสัยจริงเหรอที่เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็รับได้ 

“แปลกอะไร ก็จะรัก ไม่ได้มีข้อห้ามว่าผู้ชายจะรักผู้ชายไม่ได้นี่หน่า” หนุ่มแว่นทำท่าขยับแว่นให้ดูเป็นผู้รอบรู้อีกรอบ 

“แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าชอบไอ้คุณชายนั้นจริงๆ” อาการเริ่มสับสนนี้ของกันต์ธีร์ ทำให้อึ้ง ปรามและมโน สามเพื่อนสนิทมองหน้ากันแบบใช้ความคิด ??? 

“แล้วต้องเข้าชมรมทุกครั้งไหม” ปรามถาม เพราะกำลังคิดแผนทดสอบใจ 

“ต้องไปช่วยรุ่นพี่ทำงานที่ห้องสมุดทุกเย็น” กันต์ธีร์เริ่มคิดได้ว่าเขาต้องช่วยรุ่นพี่ที่ห้องสมุดทุกเย็นจากที่รพีแจ้งรุ่นพี่ไป หากแต่ตอนนี้แทนที่เขาจะไปอยู่ที่ห้องสมุดตามที่นัดกันไว้แล้ว เขายังอยู่ที่หน้าตึกคณะ 

พรึ่บ 

กันต์ธีร์ลุกขึ้นแล้วทำท่าจะวิ่งออกไป 

เดี๋ยวๆ ไอ้หน้าตูดเป็ด 

อุ๊บ..! 

หมับ 

ปรามรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ซึ่งเผลอเรียกเพื่อนเหมือนกับใบหน้าเจ้าตัวออกไป 

ปรามเป็นคนคิดไว ทำอะไรไว เลยเผลอตัวบ่อย แต่ปากเสียนี้ก็ไม่เคยทำให้กันต์ธีร์โกรธสักครั้ง  

ทำไมเรียกหน้าตูดเป็ดล่ะ” แทนที่จะจบแค่ปราม มโนดันพูดโพล่งขึ้นมาอีก 

ช่างรับ-ส่งกันเข้าขาซะจริงคู่นี้ อีกคนชอบสาระแนเป็นชีวิต ส่วนอีกคนก็พูดอะไรไม่เคยยับยั้ง ก่อเรื่องและสร้างปัญหาให้เพื่อนตามแก้ตลอด 

หน้ากันมันงอนเหมือนตูดเป็ดไง สรุปคือมันงอนรพี” อึ้งขอตอบคำถามนี้เองจะได้จบข้อสงสัย เพราะขืนปล่อยให้สองคนนี้พูดต่อมีหวังไอ้คนหน้าตูดเป็ดต้องกลายเป็นฆาตกรเพราะความโกรธแน่ๆ 

กันต์ธีร์นอกจากจะไม่โกรธ ยังไม่ได้จะสนใจฟังอะไรทั้งนั้น ก็มัวแต่นั่งเหม่อคิดอีกใจก็ยังไม่พอใจไอ้คุณชายนั้นอยู่ด้วย ไม่ใช่เพราะโกรธหรือเกลียดอะไร แต่ยังไม่อยาก เจอหน้ามันตอนนี้ แต่มันคือความรู้สึกอะไรกันแน่ นี่คือสิ่งที่กันต์ธีร์ก็อยากจะรู้ 

 

ในเวลาเดียวกันที่กันต์ธีร์อยากรู้ใจตัวเอง รพีก็อยากรู้เหมือนกันว่ากันต์ธีร์ไปไหน เพราะนี่ก็ถึงเวลานัดกันที่ห้องสมุดแล้ว 

“น้องรพี ด้านนี้ค้า” ลูกพีชกวักมือเรียกให้สุดหล่อมานั่งฝั่งตรงข้ามในห้องสมุด ซึ่งตรงตามเวลาที่นัดกันไว้ นิสัยรพีไม่เคยผิดนัด แล้วรพีก็มาถึงนานแล้วด้วยแต่เขายืนรอกันต์ธีร์อยู่ที่หน้าห้องสมุดต่างหาก 

“นี่ค่ะ พี่หาข้อมูลมาบ้างแล้ว พี่อยากให้น้องๆ ช่วยพี่คัดแยกออกมาเนอะว่าโครงการไหนน่าสนใจบ้าง” รุ่นพี่ปีสองบอกพร้อมยื่นกระดาษให้หลายแผ่น 

หนุ่มหน้าหวานปีหนึ่ง ตั้งใจคัดแยกตามลำดับกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผู้หญิงอีกสามคน 

“เกือบชั่วโมงแล้ว นายทศกัณฐ์ไม่มาเหรอค้า.. ทำไมถึงเป็นคนไม่ตรงต่อเวลาแบบนี้ล่ะ” ลูกพีชไม่พอใจเล็กๆ จนรพีต้องก้มมองนาฬิกาข้อมือ 

เกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว กันไปไหนนะ รพีแววตาเศร้าลงทันที 

ไม่ใช่เพราะกันต์ธีร์เป็นคนไม่ตรงต่อเวลาหรือไม่มีความรับผิดชอบหรอกนะแต่รพีคิดถึง รพีอยากจะเห็นหน้ากันต์ธีร์ รพีอยากจะคุย อยากจะเจอกันต์ธีร์ทุกวันเลยด้วยซ้ำ 

 

เมื่อวันนี้รพีไม่เจอกันต์ธีร์อย่างที่คาดหวังไว้แต่แรก นอกจากจะแอบเสียใจแล้วรพียังคิดมากเพราะหาทางติดต่อกันต์ธีร์ไม่ได้ เคยจะหาข้ออ้างเรื่องของเบอร์ติดต่อไว้ตั้งแต่วันไปรับงานแบนเนอร์แล้ว แต่ก็ไม่กล้า  

กันไปไหนกับเพื่อนหรือเปล่า หรือว่ากันลืม แล้วศุกร์นี้กันจะเข้าชมรมไหมนะ 

เมื่อรพีติดต่อกันต์ธีร์ไม่ได้ เขาได้แต่ตั้งคำถาม และเริ่มกระวนกระวายใจจนไม่มีสมาธิจะนั่งหาข้อมูลแล้วด้วยซ้ำ 

เกือบสองชั่วโมงที่ทุกคนตั้งใจกันหาข้อมูลในห้องสมุด หากแต่รพีเอาแต่คอยมองหน้าประตูห้องสมุดบ่อยครั้ง โดยแอบหวังว่าคนที่รอคอยวันนี้จะแวะมา 

“โอเคค่ะ วันนี้เราได้ข้อมูลกันพอสมควรแล้ว พวกพี่จะเอากลับไปทำกันต่อ ยังไงพี่ไลน์บอกน้องอีกทีนะคะ” รุ่นพี่ปีสองบอก ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน  

รพีกลับบ้านวันนี้ ด้วยจิตใจห่อเหี่ยว เขาอุตส่าห์คาดหวังว่าจะเจอกันต์ธีร์ 

แล้วทั้งสี่วัน กันต์ธีร์ก็ไม่ได้แวะมาเลย คงมีวันศุกร์เท่านั้นที่อาจจะเจออีกทีที่ตึกชมรม คนคิดมากแอบมีความหวัง 

 

วันศุกร์ที่รอคอย น่าจะดีใจที่ถึงวันนี้สักที ทว่ารพีผู้มีแววตาเศร้าได้แต่นั่งมองนาฬิกาข้อมืออยู่บ่อยครั้ง เพียงแค่สามสิบนาทีก็เลิกชมรม  

วันนี้ก็คงไม่เจออีก.. ห้าวันแล้วนะ มันนานมากเหมือนยังกับเป็นปี 

เมื่อเลิกชมรม รพีผู้มีแววตาเศร้าเขาเดินสะพายกระเป๋าเป้สีแดงที่มีหนังสือเรียนหลายเล่มออกมาหน้าตึกด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า เพราะวันนี้มีเรียนเต็มวันแล้วยังต้องมาเข้าชมรมจิตอาสาตอนสี่โมงเย็นอีก 

พลันสายตาก็เหลือบเห็นชายร่างคุ้นยืนคุยกับรุ่นพี่ที่ชื่อแพรวอยู่หน้าตึก 

“กัน!” รพีผู้มีแววตาเศร้าหลุดเรียกชื่อเขาออกมา ต้องบอกว่าแววตามีความหวังขึ้นมาทันที จากหลายวันที่รพีไม่เจอ รพีรู้ใจตัวเองทันทีว่าเขารู้สึกอย่างไรกับกันต์ธีร์ 

ตึกๆ 

รพีเร่งฝีเท้าเพื่อจะได้เดินไปให้ทันก่อนที่ชายร่างคุ้นจะเดินไปทางอื่น ก่อนที่คนแววตาเศร้าจะเดินไปถึง ชายร่างคุ้นก็หันหลังมาพอดี แสดงว่าชายร่างคุ้นคนนั้นเห็นรพีแล้ว 

“กัน!” เสียงเรียกแผ่วเบาซึ่งหลุดมาจากลำคออีกครั้ง ทว่าเสียงนี้ไม่ดังพอที่ใครจะได้ยินแม้แต่กันต์ธีร์  

กรึบ กรึบ กรึบ 

เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนหน้าตึกชมรม ด้วยความรีบเร่ง 

รพีรีบเดิน เพียงแค่จะรีบเข้าไปหา ทว่ากันต์ธีร์ก็แค่พยักหน้าให้จากระยะไกลแล้วยังหันหลังกลับไปคุยกับรุ่นพี่หน้าตาน่ารักคนนั้นต่อ ดูจะไม่ได้สนอกสนใจคนที่รีบเดินไปหาเลย 

กึก.. 

รพีชะลอฝีเท้าให้เดินช้าลงแล้วเบี่ยงหลบไปอีกทาง อาการเหมือนหมดเรี่ยวแรง จนอยากจะโยนกระเป๋าเป้ใบสีแดงทิ้ง เขารู้ดีว่าคงไม่เหมาะที่จะเข้าไปเสียมารยาทตอนกันต์ธีร์กับแพรวยืนคุยกันอยู่ 

 

ไม่นานคนหมดเรี่ยวแรงก็เดินถึงรถแวนคันหรูสีดำ ซึ่งคนขับจะมาจอดรอรับก่อนเวลาเลิกเรียนทุกวัน 

รพีก้าวขึ้นรถพร้อมวางกระเป๋าเป้ใบสีแดงไว้ข้างลำตัวอย่างอ่อนล้า ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่มีน้ำหนัก “ผมอยากไปหาแม่ครับ” อาการก้มหน้าหมดแรง คงไม่ได้มาจากการเรียนเต็มวันและต้องมาเข้าชมรมต่อเป็นแน่ 

ทุกครั้งที่รพีเหนื่อยทั้งเรื่องเรียนหรือกลุ้มใจเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เขาเลือกที่จะอยู่ใกล้แม่และพี่สาว ถึงแม้จะไม่เคยเล่าเรื่องที่ตัวเองกังวลหรือไม่สบายใจให้ฟังก็ตาม 

แล้วคืนนี้เขาจึงก็เลือกที่จะค้างที่โรงแรมกับแม่ ไม่ได้ตามพี่สาวและหลานชายกลับมานอนบ้าน 

 

ด้วยความไม่สบายใจ ทำให้รพีนอนไม่หลับ อาการตื่นเช้ามาเรียนวันนี้เลย  ยิ่งทำให้ดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด  

“สวัสดีรพี ทำไมวันนี้มาเช้าจังเลย” น้ำเสียงสดใสยามเช้าทักทายเพื่อนซึ่งนั่งอยู่หน้าตึกคณะอักษรศาสตร์ 

เขตแดน หรือ เขต เพื่อนสนิทหน้าตาจัดว่าหล่อ ทั้งสูงและขาว คนนี้ซึ่งที่บ้านรพีเห็นบ่อย เพราะมักไปส่งรพีที่โรงแรม ทั้งยังแวะไปกินข้าวกับแม่และพี่สาวของรพีบ่อย 

เขตแดนยังเป็นขวัญใจรภัทร หลานชายของรพีด้วย ก็ด้วยนิสัยสุภาพแล้วยังเป็นเพื่อนเล่นต่างวัยที่ดูจะเข้าใจรภัทรไม่ต่างจากรพี 

“สวัสดีครับเขต” เสียงเบาของรพี อาการยังดูเหมือนคนนอนไม่เต็มอิ่ม เพราะยังมีอาการงัวเงียให้เห็น 

“กินอะไรไหม เดี๋ยวเราเดินไปซื้อให้” เขตแดนเพื่อนชายหน้าตาดีถามด้วยความเป็นห่วง หากแต่มีแค่อาการส่ายหน้าของรพีเท่านั้น 

“สวัสดีรพี ทำไมวันนี้มาเช้าจังเลย” เสียงสุภาพของเพื่อนชายหน้าตาดีอีกคน 

“สวัสดีครับขุน” รพีเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนขุนพลจะนั่งลงข้างรพี แค่นั่งแต่ไม่ได้ชวนรพีพูดคุยแต่อย่างใด เขากลับเปิดหนังสือปรัชญาขึ้นอ่าน 

ขุนพล หรือ ขุน เพื่อนสนิทหน้าตาจัดว่าหล่ออีกคน จะไม่หล่อได้อย่างไรเมื่อขุนพล แฝดพี่ หน้าเหมือนเขตแดน แฝดน้อง ยังกับแกะ ด้วยความหล่อของทั้งคู่ เขาจึงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของมหาวิทยาลัย ไม่เพียงแค่หล่อโดยเฉพาะขุนพลยังเรียนเก่งมาก ระดับมันสมองขั้นหัวกะทิ แล้วยังเป็นถึงลูกชายนายทหารชั้นนายพล ผู้นำระดับประเทศ ด้วยนามสกุลดัง 

“นายไม่กินอะไรเหรอขุน เมื่อเช้ารีบขับรถออกมา นายก็ยังไม่ได้ดื่มนมเลย” คำถามของแฝดน้อง ทั้งที่ปากก็ยังเคี้ยวจนแก้มตุ๋ย 

“ไม่หิว” ขุนพลตอบนิ่งๆ แค่นั้น 

“นี่นายสองคนเป็นไรกัน อีกคนก็นิ่งอยู่ล่ะ อีกคนก็ยังจะเงียบอีก ให้คนพูดมากอย่างเราคุยคนเดียวก็ได้เหรอ” เขตแดนกินไปพูดไป นี่คือความสามารถพิเศษ 

“นายรีบกิน ฉันต้องไปห้องสมุด” ขุนพลพูดด้วยมาดนิ่งเช่นเคย 

“ได้ๆ รอแป๊บ” ด้วยรีบยัดข้าวเข้าปาก ใช่เวลาไม่นานก่อนจะลุกตามรพีและแฝดพี่เข้าห้องสมุดในช่วงเช้า 

 

ห้องสมุดช่วงเช้ามีนักศึกษาไม่มาก บรรยากาศยิ่งเงียบ 

“วันนี่ดูเงียบไปนะ รพีเป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงและแววตามีแต่ความเป็นห่วง 

เขตแดนสังเกตเห็นความแปลกไปของรพี นอกจากเขตแดนจะสนิทกับรพีมากกว่าขุนพลแล้ว เขายังเป็นเพื่อนปรับทุกข์ให้รพีเรื่องพ่ออีกด้วย 

หากแต่รพีไม่ได้ตอบอะไรแค่ยิ้มให้ แต่ยิ้มนี้เขตแดนรู้ดีว่ามันคือการฝืน 

“นายเป็นอะไร นายต้องบอกเรานะ เราเป็นห่วง” 

คำพูดจริงใจจากเขตแดน ทำให้รพีมองหน้าเพื่อนหน้าตาดีทั้งสองคน ด้วยรู้สึกดีว่าวันนี้เขายังมีขุนพลและเขตแดนอยู่เคียงข้าง ยังคอยถามไถ่เป็นห่วง ต่างจากกันต์ธีร์ นอกจากจะไม่แสดงออกว่าอยากจะเป็นเพื่อนแล้วยังใจร้ายอีก 

รพีเงยหน้ามองเพื่อนใจดีทั้งสอง แล้วก็หยิบหนังสือที่ขุนพลส่งมาให้เปิดอ่าน เพื่อช่วยหาข้อมูลทำรายงาน ในขณะที่เขตแดนยังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ  

ส่วนขุนพลนั้นตั้งใจหาข้อมูลเตรียมทำรายงานกลุ่มอย่างตั้งใจ รพีพยายามจะช่วย หากแต่วันนี้รพีรู้สึกเหนื่อยล้า จึงช่วยขุนพลไม่ได้มาก 

รพีนั่งมองขุนพลและเขตแดน เขาทั้งคู่เหมือนกันมาก ถ้าใครไม่รู้จักก็คงแยกลำบากว่าใครเป็นใคร ทั้งหน้าตา ทรงผม การแต่งกายที่ออกจะดูดีเหมือนกัน คงมีแต่อีกคนพูดเยอะ พูดเก่ง แต่กับอีกคนนอกจากจะไม่ค่อยพูดแล้ว ยังไม่ค่อยแสดงความรู้สึก นิสัยตรงนี้ของขุนพลที่ทำให้รพีคิดว่ากันต์ธีร์ 

เมื่อออกจากห้องสมุดช่วงเช้า รพีกับเพื่อนชายอีกสองคนก็เข้าเรียน ทั้งวันรพีดูจะไม่ค่อยมีสมาธิในการเรียนสักเท่าไหร่ ก่อนจะเข้าห้องสมุดอีกครั้งในช่วงเย็น 

 

เลิกเรียนวันละเกือบชั่วโมง รพีจะมานั่งช่วยหาข้อมูลเพื่อทำโครงการค่ายอาสากับลูกพีชและรุ่นพี่ผู้หญิงปีสองอีกคน รวมทั้งเพื่อนสาวปีหนึ่งอีกสามคน 

วันนี้ก็เช่นกัน ยังคงเป็นวันที่รพีคอยเฝ้ามองไปที่ประตูกระจกเลื่อนอัตโนมัติ เพียงหวังว่าจะมีหนุ่มมาดนิ่งที่เขารอคอยแวะมาบ้าง 

“ขอบคุณมากนะ” รุ่นพี่ขอบใจรุ่นน้องที่เสียสละมาช่วยงานชมรมทุกวัน 

“รพีไปทานข้าวกับพี่นะค้า” ลูกพีชเกาะแขน ไม่เคยเว้นจังหวะเฝ้าหาโอกาสอยู่ใกล้หนุ่มหน้าหวานตลอดเวลา แม้หลายวันมานี้ลูกพีชพอจะสังเกตเห็นว่ารพีดูหงอย ไม่ร่าเริงเช่นก่อน 

“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมมีรายงานส่งพรุ่งนี้ ต้องรีบกลับไปทำ” ถ้อยคำสุภาพเช่นเคย 

เหตุผลที่แท้จริงของรพี เขาไม่อยากไปไหน เขาอยากจะไปหาแม่มากกว่า 

 

ตึกๆ 

แล้วจังหวะที่รพีและเพื่อนเดินออกจากประตูห้องสมุด 

“ไงจ๊ะลูกพีช ได้ข้อมูลพร้อมยัง” 

รุ่นพี่ปีสองชื่อแพรว คนนี้รพีจำได้แม่น นอกจากใบหน้าที่จัดว่าน่ารักแล้ว นิสัยยังดูน่ารักมากด้วย แบบนี้คงมีผู้ชายตามจีบกันเยอะ รพีคิดแบบนั้น 

“ได้สิ.. แล้วขอเธอล่ะ โอเคไหม” 

ทั้งลูกพีชและแพรวต่างยืนคุยกันอีกสักพักใหญ่ ต้องบอกว่าถ้าเป็นเรื่องชมรมหรือการออกค่ายทั้งคู่จะให้ความสำคัญมาก 

“นี่ก็ได้น้องกันนี่แหละมาช่วย งานถึงเสร็จเร็ว ไม่งั้นไม่จบแน่งานนี้ ขอบคุณนะจ๊ะที่อุตส่าห์ให้ยืมตัว” 

บทสนทนาของทั้งคู่ ทำไมรพีรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก  

รพีไม่ได้สนใจหรอกว่า แพรวกำลังทำโครงการอาสาอะไรอยู่ หากแต่เรื่องที่รพีสนใจ ทำไมกันต์ธีร์ หนุ่มมาดนิ่งที่เขารอคอยมาเกือบสองอาทิตย์ต้องมายืนเคียงข้างกับรุ่นพี่ในวันนี้ 

จังหวะรพีเงยหน้าสบตากันต์ธีร์เพียงครู่เดียว เขาก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตากลั้นความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ เวลาเพียงแค่ครู่เดียวที่เขายืน อยู่ตรงนี้ แต่ทำไมมันช่างดูเนิ่นนาน 

ความรู้สึกสับสนปนกับความรู้สึกผิดหวังเสียใจของรพี ทำให้เขาไม่อยากจะยืนตรงนี้แม้แต่นาทีเดียว 

รพีรู้สึกไม่ต่างอะไรกับปุยนุ่นขาว ซึ่งตอนนี้ตัวเบาจนอยากจะปลิวไปให้ใกล้จากตรงนี้ 

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” น้ำเสียงแผ่วเบา ทั้งยังก้มหน้า 

รพีบอกลูกพีช อาจจะดูเสียมารยาทเพราะเขาไม่คิดจะบอกใครอีก ก่อนรีบหันหลังก้าวเท้าออกมา 

รพีเดินเร็ว แม้จะอยากวิ่งทว่ากลับไม่มีแรง ด้วยเขาอยากไปให้พ้นจากตรงนั้น 

ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก 

ไม่นานรพีก็ก้าวขึ้นรถแวนคันหรู ซึ่งจอดรอรับกลับบ้านทุกวัน  

รพีวางกระเป๋าใบสีแดงบนเบาะหนังข้างลำตัว ด้วยดวงตาสิ้นหวัง ทั้งยังเงยหน้าขึ้นกะพริบตา กลั้นความรู้สึกที่อยากจะปลดปล่อยมันออกมา สักพักเขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ผมอยากไปหาแม่ครับ”  

แม่ พี่สาว หลานชาย คือความสุขของรพีที่แท้จริง  

 

 

 

... 

 

 

TALK : ( 

รพี ทำไมต้องไปรู้สึกดีกับนายหน้ายักษ์ด้วยนะ 

แล้วทำไม? กันต์ธีร์ต้อง 

ใจร้าย 

ขนาดนี้ > < 

แม้ระพีจะรู้สึกแย่แค่ไหน 

เจ้ากระเป๋าใบแดง จะถูกวางไว้ข้างตัว 

'อย่าเบามือ' 

ไรต์ฝากดูแลกระเป๋าใบสีแดงใบนี้ด้วย 

มันบอบบางเหมือนเจ้าของ 

แล้วตอนนี้เพื่อนๆ กันต์ธีร์ และเพื่อนของรพี เปิดตัวหมดแล้วนะคะ ฝากติดตามความน่ารักของพวกเขาด้วย 

ต้องบอกว่า พระเอก นายเอก กันทุกคน แต่ใครจะคู่กับใครน้าาาาา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว