email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

อ่านแบบไม่ต้องการสาระมากครับ ต้องการแค่ความหื่นแต่มีสตอรี่นะ - สามารถติดตามเอ็มได้ในเพจ ไรท์เอ็ม หรือทวิตเตอร์ @heartfilia_emma ได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันมาก ๆ เลยะนะครับ

ชื่อตอน : Chapter 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 96.8k

ความคิดเห็น : 241

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 22:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 2
แบบอักษร

สองขาเรียวเดินไปตามบาทวิถีอย่างช้า ๆ เหมือนคนไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ใบหน้าใสนั้นกลับเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย เรื่องที่มักจะทำให้รู้สึกได้แบบนี้ก็คงจะไม่พ้นสิ่งที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต ถึงแม้ไม่ค่อยได้อ่านคอมเมนต์และเล่นโซเชียลให้น้อยลง แต่เมื่อเห็นสิ่งที่เพื่อนคนหนึ่งในคณะส่งอะไรบางอย่างมาให้ดูในแชตส่วนตัวก็พลอยทำให้เขารู้สึกเหนื่อยไปด้วย 

‘ทำไมต้องเอาไปลงด้วยอะ’  

 

 

สนใจป๊อปเปอร์ทัก @poppers_seek - 15h 

น้องส้มตำคนเดิมไง มีใครได้ลองน้องยังครับ เผ็ดจริงไหม?  

#นัดเย #ป๊อปเปอร์อังกฤษ #ชักว่าว 

(รูปส้มตำใส่เอวลอยและกางเกงขาสั้นอยู่บนเตียง)  

Reply 12 / Retweet 95 / Fav 180 

 

 

หลายครั้งที่มักจะโดดเอารูปเมื่อสมัยก่อน ๆ ไปลงในทวิตเตอร์โดยพวก แอคมืด แอคเค่อ แอคขายคลิป อะไรทำนองนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นแค่รูปของเขาในชุดที่ใส่แล้วสบายตัวก็เท่านั้น ทำไมต้องเซฟแล้วนำไปลงที่อื่นพร้อมแคปชั่นเสื่อม ๆ ด้วย 

แล้วที่แย่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาคือมีคนเอาคลิปหลุดของใครก็ไม่รู้ไปลงในโลกอินเทอร์เน็ตแล้วใส่แคปชั่นว่าเป็นเขากำลังมีอะไรกับผู้ชาย ยอมรับว่าผู้ชายในภาพที่เห็นแค่ท่อนล่างและส่วนนั้นมันคล้าย ๆ รูปร่างเขา แต่มองยังไงมันก็ไม่ใช่เขาอยู่ดี 

เขาขาวแล้วผิวเนียนกว่านั้นนะ!  

ที่สำคัญคือยังบริสุทธิ์! จะเสียซิงได้ต้องโดนของจริงป่ะไม่ใช่ดิลโด้!  

‘จะแรดจะร่านก็ซิงได้ถูกป่ะ’  

แต่เพราะยิ่งในคลิปไม่เห็นหน้าจึงยิ่งมีพวกหูเบาเชื่อได้ง่าย ๆ จากนั้นก็เริ่มมีคนแชร์ต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ มันอาจไม่ได้มีกระแสแบบเว่อร์ ๆ แต่กลับเป็นจุดที่ทำให้ชื่อเสียงในโลกโซเชียลของเขานั้นปนเปื้อนไปด้วยเรื่องเสื่อม ๆ  

เขาเบื่อ... 

แต่คงเพราะเกิดขึ้นหลายครั้งจนคิดว่าน่าจะห้ามไม่ได้แล้วจึงปล่อยเลยตามเลย ตั้งแต่เริ่มมีคนเกลียด มีคนเซฟรูปไปโพสต์ที่อื่นหรือแม้กระทั่งนำไปด่า ส้มตำจึงตัดสินใจปิดเป็นส่วนตัว ยอดตามจึงอยู่ที่หมื่นกว่า ๆ มาจนถึงปัจจุบัน ส่วนในเฟซก็ใช้เพื่อส่องอะไรเล่น ๆ แค่เท่านั้น 

ใช่ที่ส้มตำเคยให้คำปรึกษากับผู้ชายที่เข้าหาเพราะเรื่องเซ็กซ์ แต่นั่นเป็นเพราะร่างเล็กไม่รู้ว่ามันคือการทำให้ตัวเขาเองดูแย่ลง ถึงมากสุดจะแค่สัมผัสส่วนนั้นให้ผู้ชายแล้วชักให้ก็ตาม เขาอาจจะคิดว่ามันคือการช่วยเหลือ แต่หากคนอื่นรู้ก็คงมองว่าไม่ดี 

คิดว่าผู้ชายจะปิดปากเงียบหรือไง มันอาจจะนำไปเล่าต่อ ๆ กันให้เพื่อนฟังก็เป็นได้... 

‘ช่างเถอะ...’ เมื่อตัดสินใจจะปล่อยวางโทรศัพท์ในเคสน่ารัก ๆ จึงถูกสอดไว้ในถุงกางเกงก่อนใบหน้าสวยจะเงยขึ้นมองตรงแล้วสาวเท้าให้เร็วกว่าเดิม  

เขาไม่อยากเก็บมันมาใส่ใจหรอกนะ เคยโพสต์อธิบายในเฟซไปครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วว่าไม่ได้เป็นแบบนั้น หลายคนก็เหมือนจะเข้าใจ แต่กลับมีบางคอมเมนต์ด่าว่าตอแหลจนเขาต้องลบโพสต์ทิ้งไปเพราะรู้สึกเจ็บ 

ส้มตำจึงไม่คิดจะเรียกร้องความเห็นใจจากใครอีก... 

แต่ถามว่าเขามีชีวิตที่เศร้าหมองหรือไม่จากการโดนคนอื่นเกลียด?  

เปล่าเลย... เพราะเขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรขนาดนั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้มแข็งหรือปล่อยวางคงเพราะมีเพื่อนสนิทที่ชื่อปูน รายนั้นไม่แคร์อะไรเลยสักนิด กระแสด้านลบเยอะกว่าเขาเป็นเท่าตัว เห็นคนด่าก็คิดจะพุ่งเข้าไปมีเรื่องตลอด ต่างจากเขาที่บางทีทนไม่ได้ก็แค่ประชดหรือด่ากลับ ไม่ได้คิดจะใช้กำลังเลยสักนิด 

มือนุ่มกระชับกระเป๋าสะพายข้างใบสีดำบนบ่า หน้ามองตรงแล้วเดินเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่กลับมีบางคนพากันหันมามองเพราะรู้สึกหมั่นไส้ที่ชายหนุ่มคนนี้เดินมั่นเสียยิ่งกว่าผู้หญิง ส้มตำไม่ได้เดินบิดสะโพกหรือเชิดหน้าแต่อย่างใด เพียงแต่เดินเหมือนคนธรรมดาแล้วมีรังสีความมั่นหน้าแผ่ไปรอบ ๆ ก็เท่านั้น 

และมันดันไปเข้าตาพวกประสาทแดก 

“แรด…”  

ขวับ... 

“…” ทันทีที่ได้ยินเจ้าของเรือนร่างบางจึงหยุดชะงักแล้วหันไปมอง แหล่งกำเนิดเสียงมีผู้หญิงสองคนนั่งทำเป็นแสยะยิ้มหันหน้าหนีไปทางอื่น นั่นทำให้เขาถึงกับต้องสาวเท้าตรงไปหาเสียทันที 

“เมื่อกี้พวกเธอด่าเราเหรอ?” ตากลมยังคงฉายแววไร้อารมณ์ คนแถว ๆ นั้นจึงหันมามองเหมือนพร้อมชมการแสดงสดตบกันอย่างลุ้น ๆ  

“ถ้าใช่แล้วจะทำไมเหรอ?” แสยะยิ้มมองมาที่ส้มตำ 

“ก็เปล่า... แต่ฟังไว้นะชะนี เราไม่ได้แรดอย่างเดียวหรอกนะ เราร่านด้วย…”  

“…” ทั้งสองเปลี่ยนสีหน้าเป็นหมั่นไส้เมื่อได้ยิน ต่างกับส้มตำที่ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลย 

“แสดงว่ายิ่งทำให้หนักศีรษะของพวกเธอมากขึ้นสินะ ฮ่า ๆ ๆ” เอ่ยกลั้วหัวเราะเสร็จส้มตำจึงหันกลับไปเดินต่อปล่อยให้เธอทั้งสองมองตามหลังด้วยใบหน้าเหมือนอยากตบ และยิ่งเคืองมากกว่าเดิมเมื่อมองต่ำลงไปแล้วเห็นว่านิ้วกลางชี้ลงดินกำลังส่งมาให้พวกเธอ 

‘ประสาทแดก...’ ร่างเล็กเอ่ยในใจ 

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และมักจะเริ่มจากพวกผู้หญิงที่หมั่นไส้เขากับปูน ส่วนพวกผู้ชายนี่ไม่ต้องพูดถึง แซวด้วยคำลามก ๆ จนบางครั้งเขารู้สึกหงุดหงิด แต่ไม่ได้คิดจะด่าหรือต่อว่า บางทีแค่ประชดใส่หรือหันไปยิ้มให้แล้วเดินหนี 

ยิ่งเพื่อนเขาคือปูนเลยต้องเจออะไรแบบนี้อยู่บ่อย ๆ มันก็สรรหาแต่เรื่องให้เขาพลอยถูกว่าไปด้วยตลอด ก่อนหน้านี้ก็เห็นรีบไปไหนก็ไม่รู้ ส่วนเขามีนัดกับภูมิที่ห้องน้ำหลังเรียนเสร็จ เจ้าตัวได้โทรมาคุยแล้วเรียบร้อย แต่ไม่ยอมบอกรายละเอียด 

กึก… 

“…” ชายตรงหน้าที่เดินมาขวางทางทำให้เขาหยุดชะงักเล็กน้อย เงยขึ้นไปมองชัด ๆ จึงเห็นเป็นหนึ่งในเพื่อนของรุ่นพี่ที่เขาแอบชอบ เจ้าตัวกระตุกยิ้มส่งมาให้จนร่างบางขมวดคิ้ว 

“พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ” ใบหน้าคมระบายยิ้มพร้อมยกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อ ไม่คิดว่าเมื่ออยู่ใกล้ ๆ แล้วรุ่นน้องจะน่ารักน่ามองขนาดนี้ 

“ถามอะไรอะ”  

“น้องชื่ออะไรเหรอครับ?”  

“…” เมื่อได้ยินคิ้วสวยที่ขมวดจึงคลายออก 

“ถ้าไม่อยากบอก-”  

“ส้มตำ เบอร์โทรศูนย์เก้าหกเจ็ด-”  

“เดี๋ยว ๆ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ครับ พอดีมีคนฝากถาม ขอบใจนะ…” พูดจบก็รีบเดินออกไป ปล่อยให้ส้มตำมองตามหลังรุ่นพี่ด้วยความงง  

อะไรกัน…  

ทำไมต้องถามชื่อเขาด้วย?  

แล้วคนที่ฝากถามคือใคร?  

‘หรือพี่จะสงสัยในตัวของเราแล้ว เขาจะเกลียดเราด้วยหรือเปล่า! ?’  

“ชะ เชี่ย…”  

ขวับ!  

“อะ เอ่อ… โทษที” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะรีบออกตัวเดิน เผลอสบถดังไปเสียจนคนเดินผ่านมาหันมามอง  

จะไม่ให้สบถได้ไงกัน หากรุ่นพี่เข้ามาถามชื่อเพราะอยากรู้เรื่องราวของเขา บางทีทั้งกลุ่มนั้นอาจจะเกลียดเขาก็ได้หากนำชื่อไปถามต่อ ๆ กันแล้วรู้ว่าข่าวลือต่าง ๆ นานาของส้มตำคนนี้เป็นยังไง 

ไม่ได้นะ!  

กลุ่มนั้นมีพี่ไทเกอร์ 

ฮือออ… 

‘อย่าไปเชื่อข่าวลือนะพี่ไทเกอร์…” เอ่ยในใจก่อนอุปกรณ์สื่อสารในกระเป๋ากางเกงจะสั่น คงเป็นคนที่รอโทรมาชัวร์ และมันก็เป็นเหมือนที่เขาคิดไว้ ร่างสูงในชุดนักศึกษายืนรออยู่หน้าห้องน้ำเมื่อเห็นเขาจึงเลื่อนโทรศัพท์ลงแล้วกดวางสาย 

“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมต้องนัดเราด้วย?”  

“เราขอไม่อ้อมค้อมเลยนะ”  

“…” ขมวดคิ้ว 

“ชักว่าวให้หน่อย…”  

“…” ได้ยินใบหน้าใสจึงเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง 

“เราอยากว่ะส้ม…”  

“ทำไม-”  

“แค่ครั้งเดียวแล้วเราจะไม่ขออีกเลย” ร่างสูงเดินตรงมาเขย่ามือจนส้มตำจำต้องถอนหายใจด้วยความเพลีย ทำไมภูมิคนที่เขาคิดว่าน่าจะนิสัยดีที่สุดในกลุ่มผู้ชายที่เข้าหาถึงกลายเป็นคนแบบนี้ เพราะติดใจในการใช้มือของเขา 

หรือเพราะรู้สึกเงี่ยนจริง ๆ 

ตากลมมองใบหน้าหล่อที่แสดงอาการออดอ้อนออกมาอย่างเบื่อเหนื่อย แต่เขาจะปฏิเสธอะไรได้ ถ้าหากมันคือครั้งสุดท้ายที่จะได้สัมผัสส่วนนั้นแล้วภูมิจะไม่เข้ามายุ่งอีก เขาก็พร้อมทำแม้ต้องฝืนใจ ไม่ได้อยากปฏิเสธให้ร่างสูงทำหน้าหงอย ๆ จนตัวเองรู้สึกผิดหรอกนะ 

เฮ้อออ… 

“แค่ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย” เอ่ยจบมือนุ่มก็คว้าไปที่มือหนาแล้วลากคนตัวสูงเข้าไปในห้องน้ำต่อด้วยห้องส้วมก่อนจะล็อกประตูไว้ ส้มตำอาจทำเหมือนห้องน้ำว่างทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้มีผู้ชายยืนฉี่ที่โถอยู่สองคน แถมทั้งสองยังเห็นเขาลากผู้ชายเข้าห้องส้วมได้อย่างชัดเจน  

ชัดเจนเสียจนรู้ว่าคือส้มตำ… 

การกระทำที่แสนจะรวดเร็วปานสายฟ้าแลบของร่างบางทำให้ภูมิแอบแปลกใจอยู่ไม่น้อย ส้มตำนั่งลงมองเป้ากางเกงของเขาแล้วจัดการรูดซิปลงก่อนจะงัดท่อนเอ็นออกมาชักพลางเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหล่อด้วยสายตานิ่ง ๆ แต่นั่นมันกลับเต็มไปด้วยความเซ็กซี่เสียเหลือเกิน  

ทุกอย่างมันรู้สึกฟินจนไม่อยากหยุด แต่เขากลับเผลอปลดปล่อยออกมาได้ง่าย ๆ ในเวลาต่อมา ยังดีที่น้ำกามไม่กระเด็นไปถูกส่วนอื่นของส้มตำเว้นเสียแต่มือนุ่ม  

“สุดยอดว่ะ…” ภูมิเอ่ยพลางเอี้ยวตัวไปหยิบทิชชูมาทำความสะอาดลูกรักแล้วเก็บมันไว้ในกางเกง ส้มตำจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นมองชายตัวสูงที่ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะยื่นมือที่เลอะน้ำสีขุ่นไปให้ดูใกล้ ๆ  

“ลองชิม…”  

“หือ?”  

“เราบอกให้ลองชิม…”  

“จะบ้าเหรอวะ”  

“หึๆ” กระตุกยิ้มก่อนจะเลื่อนน้ำกามในมือมาเลียดูจนคนตัวสูงชะงักทำหน้าอึ้ง ที่เขาต้องลองชิมก็เพราะอยากจะรู้รสชาติไว้ไปดื่มด่ำกับของชายคนนั้น ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าเหมือนกับคิดรสชาติเล็กน้อย 

“ก็ไม่แย่นะ มันอาจจะฝาด ๆ หวาน ๆ ปนคาว ๆ แต่ก็ดี…” ส้มตำเอ่ยก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปล้างมือกับล้างปากตรงอ่าง ใบหน้าสวยหันไปมองชายสองคนที่ยืนมองมาด้วยใบหน้าอึ้ง ๆ ก่อนจะส่งยิ้มน่ารัก ๆ ไปให้ 

“มีอะไรเหรอ?” เลิกคิ้วถาม 

“อะ เอ่อเปล่า ๆ” ทั้งสองรีบปฏิเสธแล้วสาวเท้าเดินออกไปทันที 

“ส้มมีนัดกับใครต่อไหม?”  

“ไม่มีนะ ถึงมีก็ไม่ใช่เรื่องของภูมิ” ร่างบางตอบก่อนจะเดินออกไปจากห้องน้ำ 

หมับ… 

“เดี๋ยวก่อนดิส้ม”  

“ภูมิ… เรารู้ว่าภูมิคิดอะไรอยู่นะ อยากได้เราใช่ไหมถามจริง? แต่เราบอกแล้วไงว่าไม่”  

เขาไม่ต้องการใครนอกจากชายคนนั้น... 

“…” เมื่อได้รับคำตอบใบหน้าคมจึงเปลี่ยนเป็นผิดหวังขึ้นทันที 

“หน้าก็หล่อ หุ่นก็ดี มีคนตั้งเยอะที่อยากให้ภูมิเอาอะ เราขอตัวนะ” เอ่ยจบมือนุ่มก็สะบัดมือหนาออกก่อนจะเดินหนีทันที 

ทำไมต้องตามตื๊อเขาด้วย น่ารำคาญเสียจริง ๆ ที่ช่วยไปก็เพราะเห็นใจเฉย ๆ หรอก บอกแล้วไงว่าชอบช่วยเหลือ อีกอย่างเขาไม่ได้มีเวลาว่างทุก ๆ วันให้ภูมินัดมาช่วยสาวเจ้าโลกให้หรอกนะ ไม่ได้สนุกเลยกับการทำแบบนี้ให้ผู้ชายที่ไม่ได้รัก 

เขาไม่อยากให้ความหวังใคร… 

ไม่เลยสักนิด… 

เพราะเคยเจอกับตัวมาแล้วถึงได้รู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน การทำให้ใครสักคนตัดใจจากเราให้ได้เร็วที่สุดคือสิ่งที่ควรทำแล้วไม่ใช่เหรอ?  

ดีกว่ารู้ตัวอีกทีก็สายเกินไปแล้ว… 

ตั้งแต่เข้ามหา’ ลัยส้มตำเคยสัมผัสส่วนนั้นให้ผู้ชายอยู่สามคนด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือภูมิ ส่วนอีกสองคนคือตอนช่วงปีหนึ่งเทอมสอง หนึ่งคือคนคุยเก่าและผู้ชายคนแรกที่หลอกให้รักก่อนจะทำร้ายจิตใจ ไม่แปลกที่พี่โอจะห้ามไม่ให้ส้มตำยุ่งกับผู้ชายคนอื่นอีก 

ทั้งสองแค่คุยกันและร่างบางทำให้ได้มากสุดแค่ใช้มือ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้นเนื่องจากเกิดความขัดแย้งขึ้นเสียก่อน… 

อีกคนคือรุ่นพี่ในคณะ คงเพราะเขาถูกบังคับให้ดื่มจนเมาไม่ได้สติแล้วถูกรุ่นพี่อุ้มไปจะทำเรื่องอย่างว่า โชคดีที่ปูนมาเห็นเข้าเสียก่อน ไม่รู้ว่าเรื่องตอนนั้นเป็นยังไง แต่เมื่อถามปูนจึงได้รับคำตอบว่ามือเขากำสิ่งนั้นของรุ่นพี่อยู่ และตอนนี้เจ้าตัวได้จบออกไปแล้ว 

ส่วนผู้ชายอีกไม่กี่คนก็แค่ปรึกษาเขาเรื่องเซ็กซ์เท่านั้น 

ไม่รู้ว่าเข้ามาหาเพราะหวังทำสิ่งใด 

แต่เขาไม่ได้คิดจะเล่นด้วย… 

 

 

ณ ลานนั่งใต้ตึกคณะหนึ่ง~ 

“มึงบอกน้องเขาชื่อส้มตำเหรอวะ? หึ ๆ กูว่าเปลี่ยนชื่อเป็นส้มเฉย ๆ ดีกว่าว่ะ เอาไว้ให้กูตำเองดีกว่า...” ไทเกอร์กระตุกยิ้มบอกเพื่อนในกลุ่มด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ อยู่ดี ๆ เขาดันอยากลองรุ่นน้องขึ้นเฉยเลย แต่นั่นมันกลับทำให้ทั้งสามทำหน้างง  

เพื่อนคนนี้น่ะเหรออยากลองผู้ชายด้วยกัน?  

“มึงคิดอะไรอยู่กันแน่วะไทเกอร์? ” เนมถามด้วยใบหน้าไม่ต่างไปจากตอนเห็นข้อสอบ 

คิดอะไร?  

“...” มีเหตุผลอยู่ไม่กี่อย่างหรอกนะที่ใครสักคนจะแอบมอง คิดว่าเขาไม่รู้หรือไงว่าต้องการอะไร คงเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่อยากได้เขาแล้วทิ้งแค่นั้นแหละ แล้วจะเป็นไรไปหากเขาจะลองเอาใครสักคนแล้วไม่สนใจความสัมพันธ์ดูบ้าง  

เขาไม่โง่ให้ใครหลอกอีกหรอกนะ 

แค่รุ่นน้องผู้ชายที่สนใจเขาไม่ได้เสียหายอะไรอยู่แล้วนี่นา 

น้ำแตกก็แยกทาง… 

“ไอ้ไทเกอร์”  

“...” เจ้าของชื่อพร้อมเพื่อนอีกสองคนหันไปเลิกคิ้วมองลีโอ 

“กูไม่รู้จะให้คำปรึกษามึงยังไง ส่วนมึงจะคุยกับใครอันนี้กูไม่เกี่ยงนะเพราะมันเป็นสิทธิ์ของมึง กูไม่แคร์ด้วยว่าน้องเขาจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วข่าวลือตามที่ไอ้เนมมันเล่าเป็นเรื่องจริงไหม แต่กูอยากให้มึงคิดดี ๆ ถ้ามึงจะจริงจังเหมือนกับทุก ๆ คนที่ผ่านมาแล้วกลายเป็นว่าวันหนึ่งมึงอกหัก มึงจะรับได้จริง ๆ ใช่ไหมวะ?”  

เมื่อได้ยินใบหน้าคมจึงหันหนีไปทางอื่น ไม่ใช่ไม่อยากฟัง แต่เพราะเพื่อนเขามันพูดถูกทุกอย่าง ประโยคที่ลีโอเอ่ยมันช่างจริงจังเสียจนเพื่อนอีกสองคนพูดอะไรไม่ออก นอกจากหันไปมองที่ไทเกอร์ 

“อือ... กูเข้าใจ...”  

“กูแค่บอกในฐานะเพื่อน ส่วนมึงจะเอายังไงต่อก็แล้วแต่ ยังไงก็เพื่อนกันว่ะ” บอกอีกครั้งพลางลุกขึ้นสะพายกระเป๋าไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง มืออีกข้างสอดใส่ถุงกางเกงแล้วยักคิ้วให้เนมกับปิง 

“ขอบใจมึงมาก ๆ” อย่างน้อยเพื่อนก็เป็นห่วง 

“เออ ๆ กูกลับก่อนนะ ต้องไปรับน้องว่ะ” เอ่ยก่อนจะเดินออกไปปล่อยให้เพื่อนทั้งสามมองตามหลัง แล้วค่อย ๆ หันกลับมามองหน้ากัน 

“สัดทำไมหล่อจังวะ เหมาะกับอดีตเดือนคณะสุดละเพื่อนกู” ปิงพูดปนขำส่วนไทเกอร์ได้แต่ส่ายหน้าไปมา เอาจริง ๆ กลุ่มเขาแต่ละคนหน้าตาไม่ใช่เล่น ๆ เลยสักนิด  

แซ่บทั้งกลุ่ม... 

“กูก็จะกลับแล้วนะ อย่าลืมงานนะพวกมึง ส่วนมึงก็สู้ ๆ เว้ย กูเชียร์นะ ถ้าสาว ๆ มันไม่โอเคก็ลองน้องส้มตำไปเลยเพื่อน!” ไม่เห็นจะเสียหายอะไรเลยถ้ารุ่นน้องมันเด็ดเหมือนข่าวลือจริง ๆ เป็นเขาคงไม่พลาด แต่เพราะมีเมียแล้วจึงหมดสิทธิ์สนใครอื่น 

หรือแค่คิดก็ผิดแล้วว่ะ?  

บ้า! เขารักเมียคนเดียวเว้ย!  

“มึงก็ยุมันจังเลยไอ้สัด” ปิงผลักสีข้างเพื่อนที่เอาแต่ยืนขำ ไทเกอร์เห็นจึงกระตุกยิ้ม เขาเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรกับคำพูดของเนม แต่จริง ๆ แล้วมันกลับมีผลต่อการตัดสินใจ 

ถึงแม้จะตัดสินใจไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วก็ตาม... 

“เออกูไปละ ไปรับคุณเมียก่อน” เนมบอกลาก่อนจะเดินไปตาม ๆ หลังลีโอ เหลือเจ้าของเรือนร่างสูงไว้สองคน 

“มองใกล้ ๆ น้องมันน่ารักฉิบหายเลยว่ะ ขาวจนกูอยากเห็นส่วนอื่น ละแม่งจะให้เบอร์กูด้วยนะเว้ย มองด้วยสายตาทำไมกูไม่เชื่อว่าน้องมันจะมีข่าวลือแบบนั้นเลยวะ เหมือนเด็กน่ารัก ๆ คนหนึ่ง”  

“เออหรือแรดเหมือนข่าวลือจริง ๆ วะ” ปิงเอ่ยขึ้นเสริม แต่ไทเกอร์กลับรู้สึกไม่แปลกใจเลยสักนิดที่รุ่นน้องจะตามแอบมองเขาบ่อย ๆ แท้จริงแล้วก็คงเหมือนคนอื่น ๆ ที่อยากได้เขานั่นแหละ 

ไม่ดิ… 

จะไม่เหมือนคนอื่นก็ตรงที่เอาแต่แอบมองนี่แหละ ทำไมไม่กล้าเข้าหา เพราะคิดว่าเขาไม่สนใจผู้ชายหรือไง ใช่ที่ไทเกอร์ไม่ได้สนใจเพศเดียวกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขารับไม่ได้ ที่สำคัญคือไม่ได้ปิดใจที่จะลอง หากกับผู้หญิงมันไม่เวิร์กจริง ๆ ก็คงต้องลองกับผู้ชายด้วยกันสักครั้ง 

รุ่นน้องมันจะเด็ดแค่ไหนเชียววะ... 

เผ็ดเหมือนชื่อหรือเปล่าน้องส้มตำ... 

“กูว่ามึงอย่ายุ่งกับน้องมันดีไหมวะ”  

“ทำไม?” ไทเกอร์ขมวดคิ้วเอ่ยเสียทันควัน 

“ไม่รู้ดิ… แต่ปกติที่มึงคบก็มีแต่ผู้หญิงไม่ใช่หรือไง อยู่ดี ๆ จะลองเอาเด็กผู้ชายแบบนี้เหรอ? ไอ้เนมกับลีโอมันอาจพูดแบบนั้น แต่สำหรับกูคิดว่ามันแปลก ๆ นะ น้องมันก็เหมือนไม่ใช่คนใส ๆ ด้วยว่ะ ขนาดกูยังตัดสินไม่ได้ผ่านสายตาเลย” จริง ๆ แล้วเขากลัวว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันจะไม่ได้คิดเล่น ๆ  

หน้าตาระดับมันกลับโดนนอกใจเป็นเพราะอะไรเขาก็ไม่รู้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือไทเกอร์มักจะหลงใครได้ง่าย ๆ ทุกครั้งที่บอกแค่จะลองคุยผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนทุก ๆ ครั้งคือหลงรัก สุดท้ายก็เจ็บมาให้พวกเขาเห็น ไม่แปลกเลยที่ลีโอจะพูดแบบนั้นทั้ง ๆ ที่ปกติรายนั้นไม่เคยแสดงความคิดเห็นอะไรเลย 

เขามีแฟนแล้ว เนมก็มีแล้ว ลีโอก็มีคนคุยลับ ๆ แต่ละคนไม่ได้เดือดร้อนเรื่องความรักเลยสักครั้ง 

มีก็แต่ไทเกอร์นี่แหละ... 

“แค่ข่าวลือยังไม่มีใครบอกว่ามันเป็นเรื่องจริงไหมวะ มึงอย่าเชื่ออะไรในอินเทอร์เน็ตดีกว่าว่ะ”  

“มึงแค่อยากลองจริง ๆ ใช่ไหม เพราะล่าสุดที่พูดแบบนี้ก็ติดเขาจนเสียใจไปเมื่อวานจำไม่ได้เหรอวะ?”  

“สัดปิง... กูรู้ว่ามึงคิดอะไรอยู่ เมื่อวานกูเสียใจเหมือนกับคนก่อน ๆ จริงเหรอวะ?”  

“...” เมื่อได้ยินปิงจึงขมวดคิ้ว ลองนึก ๆ ดูแล้วจะว่าไปก็ใช่เหมือนที่เพื่อนมันพูด ทำไมเลิกกันเมื่อวานมันถึงไม่ได้เสียใจเว่อร์ ๆ เมื่อครั้งก่อน ๆ วะ 

“กูทำใจตั้งแต่นอนด้วยกันละสัด มองออกสุดเท่าที่กูเคยคบมาละ กับคนเก่า ๆ ที่กูเจ็บเพราะกูคิดว่าเขารักกูไง แต่ตอนนี้กูมองออกแล้ว”  

“เออไอ้คนเก่ง เพื่อนมันก็ห่วงมึงทุกคนไหมวะ แล้วกูขอถามครั้งสุดท้าย ขอคำยืนยันจากมึงจริง ๆ”  

“อะไร?” เลิกคิ้วพร้อมรับฟัง 

“กับน้องส้มตำเนี่ยมึงจะเอาไง?”  

“กูตัดสินใจแล้วว่าแค่จะลองเฉย ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร” เอ่ยพลางหันไปมองทางอื่น 

ไม่รู้ดิ…  

แค่อยากลองเฉย ๆ  

นี่ก็เทอมสุดท้ายในรั้วมหา’ ลัยแล้วด้วย ก่อนจบก็อยากลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง เขากลับมาคิดแล้วว่าคงจะคบใครได้ไม่นาน งั้นแค่เอาแก้เสี้ยนไปก่อนก็แล้วกัน ถ้าจะสานสัมพันธ์คงเสี่ยงเจ็บ ทำเหมือนที่คิดไว้ตอนแรกและจำคำพูดของเพื่อนไว้ 

‘หือ?’ ตาคมหันกลับไปจ้องพุ่มไม้ที่ลากสายตาผ่านเมื่อกี้พร้อมขมวดคิ้ว 

“เออแค่ลอง กูจะรอดูว่าแค่ลองของมึงเป็นยังไง”  

“…” เงียบ... 

“ได้ยินไหมสัด” เพื่อนที่นั่งตรงหน้าเอาแต่หันไปมองนอกตึกเหมือนไม่สนใจจนปิงต้องขมวดคิ้ว 

“เออได้ยิน…” เมื่อกี้เขาเห็นใครแอบมองแต่ทำเป็นไม่สนใจก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้เลยหันไปมองอีกครั้ง แต่มันกลับหลบไปแล้ว พุ่มไม้ยังคงสั่นทำให้รู้ว่าต้องใช่คนแน่ ๆ และยิ่งคิดว่าเป็นรุ่นน้องคนนั้นยิ่งทำให้เขานึกสนุกขึ้นมาได้ 

“แล้วมึงมองอะไร?”  

“เปล่า ๆ” ถึงจะปฏิเสธไปแบบนั้นแต่ร่างสูงกลับยังหันไปมองรอบ ๆ ทั้งสองนั่งคุยกันเรื่องไร้สาระไปต่าง ๆ นานา ก่อนปิงจะขอกลับ ทำให้เหลือร่างสูงเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ 

สายตาคมกวาดไปมองรอบ ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังพุ่มไม้ข้างนอก ยังไงวันนี้เขาต้องจับตัวให้ได้ ที่รู้ว่ายังอยู่เพราะตลอดเวลาคุยกับเพื่อนเขาก็หันไปมองตลอด จะปล่อยให้หนีไปได้ไง อยากลองจับมาคุยกันสักครั้ง ไม่รู้เหรอว่าเมื่อกี้เขากำลังเครียดเรื่องของมัน 

สองขายาวสาวตรงไปแหวกพุ่มไม้ออกอย่างลุ้น ๆ แต่กลับไม่เห็นใครสักคน ไทเกอร์ขมวดคิ้วยืนเท้าสะเอวมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดแล้วไม่แปลกใจที่การมองเห็นจะยากขึ้น ปกติจะกลับมืดกว่านี้เพราะต้องอยู่เล่นบาส แต่เพราะต่างคนต่างเริ่มไม่มีเวลาจึงได้งดเล่นไปเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน 

‘หนีไปแล้วเหรอวะ?’ เอ่ยในใจก่อนจะเดินอ้อมไปดูยังอีกฝั่งและยังคงไร้วี่แววของแมวดื้อ ตาคมเหลือบไปเห็นอะไรขาว ๆ อยู่หลังพุ่มไม้อีกจุดก่อนจะขมวดคิ้วพร้อมกับเดินตรงไปดูอย่างระมัดระวัง 

พรึบ!  

“เฮ้ย…” ก่อนจะเห็นใครคนหนึ่งลุกขึ้นแล้ววิ่งหนี ตาคมจึงเบิกโพลงพร้อมกับสองขายาสาววิ่งตามเสียทันควัน ใครคนนั้นมันกลับไปซ่อนยังอีกฝั่ง แต่คงรู้ว่าจะไม่รอดแล้วสินะถึงเลือกจะเผยตัวแล้ววิ่งหนี 

หมับ!  

“อ๊ะ!” ทันทีที่มือหนาคว้าเข้าที่แขนขาวแล้วออกแรงดึง เรือนร่างบางจึงถลาชนร่างแกร่งเข้าอย่างจัง ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันทันทีที่รู้ว่าเป็นชายหนุ่มที่แอบชอบ ใบหน้าคมขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีที่เห็นว่าเป็นคนที่คิดไว้จริง ๆ นั่นคือรุ่นน้องผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่ชอบแอบมองเขาบ่อย ๆ  

“แอบมองกูทำไม?”  

“ปะ เปล่านะ ส้มไม่ได้แอบมอง…”  

“คิดว่ากูโง่เหรอวะ มึงตามแอบมองกูมากี่เดือนแล้ว”  

“มะ ไม่ใช่จริง ๆ นะ ส้มแค่หา-”  

กึก… 

“โอ๊ย…” แรงบีบที่ต้นแขนทำให้ส้มตำเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บ นั่นทำให้เขารู้ในทันทีว่ารุ่นพี่คนนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้อ่อนโยนแต่อย่างใด แต่พอได้ใกล้ชิดหัวใจดวงน้อยกลับสั่นไหวคล้ายจะระเบิด  

เขาไม่สามารถสบสายตาคมได้นานเลยจริง ๆ จำต้องหลุบตาหลบตลอดเลย มือนุ่มข้างที่ไม่ถูกจับกำเสื้อตรงอกแกร่งไว้แน่น 

“กูถามว่ามึงแอบมองกูทำไม?”  

“พี่ปล่อยก่อนมันเจ็บ”  

“…”  

“นะ นะส้มเจ็บ…”  

กึก… 

“…” สายตาอ้อน ๆ พร้อมน้ำเสียงเชิงขอร้องทำให้ไทเกอร์แอบชะงักไปไม่น้อย ใบหน้าหวานที่มองตอนแรกก็คิดว่าน้องมันน่ารัก แต่พอเจอประโยคเมื่อกี้เข้าไปเขาถึงกับทำอะไรไม่ถูก ริมฝีปากบางสีสวยจนน่าสัมผัส ใบหน้าใสอยู่ระดับอกของเขา พร้อมทั้งกลิ่นหอมที่จำได้ขึ้นใจ 

จำได้ขึ้นใจตั้งแต่เมื่อคืนวาน... 

ก่อนจะคิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านี้ ไทเกอร์จึงได้รีบสลัดความคิดทิ้งแล้วผละรุ่นน้องออก ร่างบางจึงรีบเลื่อนมือมาจับข้อมือที่ขึ้นเป็นรอยบีบสีแดง ตาคมมองรุ่นน้องตัวเล็กด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ก่อนตากลมจะเงยขึ้นมามองเขาเหมือนจะร้องไห้ 

“ตอบได้หรือยัง?” สองแขนหนากอดอกถามย้ำ 

“ส้มไม่ได้แอบมองจริง ๆ นะ” ได้ยินไทเกอร์ยิ่งเบื่อหน่าย ยกมือขึ้นเสยผมเหมือนเริ่มทนคนปากแข็งไม่ไหว น้องมันยังสู้ปฏิเสธเขาอีกเหรอวะ ตอนเล่นบาสก็ทำมาเป็นนั่งมองทำไมจะไม่รู้ แล้วเมื่อกี้ยิ่งชัดเจน 

“ส้มตำ… ชื่อส้มตำใช่ไหม?”  

“…” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันพลางมองคนตัวสูงด้วยความรู้สึกหนักใจ ทำไมพอเป็นคนนี้เขาถึงไม่กล้าคุยด้วย ทำไมไม่มั่นใจอะไรเลยจริง ๆ ใจสั่นไม่หยุดเลย… 

“แอบมองกูบ่อย ๆ ทำไมจะไม่รู้ แล้วยังจะพยายามปฏิเสธทั้ง ๆ ที่จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้เหรอวะ?” เจ้าของใบหน้าหล่อถามเหมือนอยากขย้ำคนตรงหน้าเสียให้รู้แล้วรู้รอด 

“พี่ใช่ไหมที่ให้คนมาถามชื่อส้ม… ที่จริงไม่ต้องสนใจก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”  

“ก็มึงแอบมองกูป่ะวะ จะรู้ได้ไงว่าไม่ได้คิดจะลอบทำร้ายหรือตามสืบเรื่องไปให้คู่อริ” เห็นแบบนี้ก็ใช่ว่าเขาไม่เคยจะมีเรื่องกับใครซะที่ไหน คนที่ไม่ถูกหน้ากันก็มีเยอะ 

“มองส้มแล้วพี่คิดว่าเหมือนคนแบบนั้นเหรอ”  

“แสดงว่ายอมรับแล้วว่าแอบมอง”  

“ส้มจะกลับห้องไปทำงาน…”  

หมับ… 

“ใครอนุญาต?” มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนบางไว้ทันทีที่รุ่นน้องจะหันหลังเดินหนี  

ตอนแรกที่อยู่ห่างแต่รุ่นพี่กลับดึงเขาเข้ามาใกล้ชิดอีกแล้ว รอบ ๆ ก็เริ่มมืดแล้วด้วย อยู่กับผู้ชายคนนี้เขาร่านไม่ขึ้นเลยจริง ๆ ควรอยากมีอะไรด้วยไม่ใช่เหรอ ทำไมกลับทำอะไรไม่ถูก หรือต้องได้พี่ไทเกอร์เป็นผัวก่อน?  

เดี๋ยวนะ… ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นเขาควรเอาเรื่องนี้ให้รอดก่อนดีไหม 

“พี่ไทเกอร์”  

“…” มองใบหน้าใสที่พยายามทำให้ตัวเองดูน่ากลัว 

“ถ้าพี่ยังไม่ปล่อย ส้มจะโทรบอกให้ผัวส้มมาช่วย…” ได้ยินคิ้วดกจึงขมวดเข้าหากันก่อนจะกระตุกยิ้ม 

“หึ หน้าอย่างมึงเหรอมีผัว…”  

กึก… 

“อะ อะไรของพี่! ส้มดูไม่ดีถึงขั้นมีผัวไม่ได้เลยเหรอ! ?” ความมั่นใจถึงกับลดฮวบเมื่อได้ยิน 

“ถ้ามีผัวป่านนี้มึงคงถูกจับได้แล้วว่าเมียชอบมาแอบมองผู้ชายคนอื่น โกหกไม่เนียนก็อย่าดีกว่าว่ะ”  

“อะ ไอ้พี่บ้า! ปล่อยส้มนะ!” ร่างบางด่าพลางดันร่างสูงออก คนแถวนั้นที่ยังหลงเหลืออยู่เริ่มพากันหันมามองจนไทเกอร์รู้สึกไม่ดี 

“ถ้าไม่เงียบมึงเจ็บตัวแน่…” เอ่ยเสียงเรียบ 

“…” ได้ยินส้มตำจึงหุบปากก้มหน้าลง เขาคิดว่ารุ่นพี่คนนี้จะนิสัยดีกว่านี้แล้วซะอีก คิดว่าหากพี่ไทเกอร์ได้เจอเขาจริง ๆ จะต้องคิดว่าเขาน่ารัก น่าทะนุถนอม ยิ่งในระดับใกล้ชิดขนาดนี้พร้อมกับแสงสว่างของหลอดไฟ ทำให้การมองเห็นชัดกว่าเมื่อวานเสียอีก เขาดูไม่มีเสน่ห์เลยเหรอ 

“สารภาพมา”  

“คือ…”  

“รีบพูด”  

กึก… 

“โอ๊ย! พี่จะบีบทำไมเนี่ย ก็ส้มชอบพะ-”  

“…”  

“เอ่อ…” ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นทันที ถึงแม้ยังพูดไม่สุดประโยคแต่คนตัวสูงกลับแอบชะงักเล็กน้อย 

“ชอบกู?”  

“…” เม้มปากหันหน้าหนี... 

“ก็เลยตามแอบมอง?”  

“ปล่อย… ส้มจะกลับห้อง” คนหมดหนทางสู้เปลี่ยนเรื่องด้วยใบหน้าอยากร้องไห้ หมดกันความลับ แถมยังหมดกันว่าที่ผัว ดูจากคำพูดและการกระทำของรุ่นพี่ก็พอจะรู้แล้วว่าไม่ชอบเขา แล้วที่ปูนมันบอกว่าเขาดูดีนี่คือมันหลอกเหรอวะ แสดงว่าพี่ไทเกอร์ไม่สนใจผู้ชายจริง ๆ สินะ 

“…” มือหนาค่อย ๆ คลายแรงบีบออกจนในที่สุดก็ปล่อยรุ่นน้องในที่สุด สายตาคมมองรุ่นน้องตรงหน้าแล้วเอาแต่เงียบเพราะไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี  

น้องมันแอบชอบเขา?  

“รังเกียจใช่ไหมที่มีคนแบบนี้แอบชอบ?” เอ่ยด้วยความเสียใจ 

“…” เงียบ... 

“ไหน ๆ ก็ไม่สมหวังแล้วส้มก็ขอพูดเลยแล้วกัน เหนื่อยนะที่แต่ละวันต้องตามแอบมองพี่เหมือนโรคจิต เห็นพี่อกหักเพราะผู้หญิงพวกนั้นก็รู้สึกโกรธแทน อยากจะไปด่าให้ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ธุระเลยสักนิด” เอ่ยด้วยความเสียใจปนโมโห 

“จะหาผู้ชายคนอื่นมาเป็นแฟนก็ได้แต่ส้มกลับไม่ทำ เพื่อนมันยังบอกเลยว่าส้มโง่ที่ไม่ยอมหยุดเรื่องของพี่ แต่วันนี้ไหน ๆ ก็ผิดหวังแล้วก็ขอบอกเลยเถอะว่าผิดหวังจริง ๆ”  

“...” ฮะ?  

“เชอะ! คิดว่าจะดีกว่านี้แล้วซะอีก เมื่อวานตอนรุ่นพี่ที่ชื่อปลื้มใจเขาด่าพี่ก็น่าจะจริงแบบนั้นนั่นแหละ!” ตาคมมองรุ่นน้องตรงหน้าที่เปลี่ยนเป็นด่าเขาด้วยสายตานิ่ง ๆ ความโกรธเริ่มผุดขึ้นทันทีที่น้องมันบอกว่าผิดหวังทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ให้มันมาหวังอะไรด้วยเลยซ้ำ 

“…” ทั้งสองจ้องหน้ากันตาไม่กะพริบ บริเวณโดยรอบเริ่มไม่มีใครแถมยังมืดลงเสียจนแสงไฟสว่างขึ้นกว่าเดิม 

“หึ... ผิดหวังเหรอวะ?” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดขึ้นบนใบหน้าหล่อจนร่างบางขมวดคิ้ว ยิ่งพี่ไทเกอร์ค่อย ๆ ขยับเข้าหาส้มตำยิ่งรู้สึกใจไม่ดี 

“ชะ ใช่ผิดหวัง…”  

“งั้นไหน ๆ ก็ผิดหวังแล้ว กูคงต้องทำให้มึงผิดหวังขึ้นกว่าเดิมแล้วว่ะ”  

หมับ!  

“อ๊ะ!” มือบางถูกกระชากให้เดินตามไปยังที่จอดรถอย่างขัดไม่ได้ พยายามสะบัดพยายามด่ารุ่นพี่ก็ไม่ปล่อย 

“พะ พี่ไทเกอร์หยุดก่อน! ส้มแค่ล้อเล่นนะ ไม่ได้คิดจะด่าพี่จริง ๆ สักหน่อย” ได้ยินคนที่เพิ่งหยิบรีโมตกุญแจมาเปิดรถจึงหันกลับไปมอง ดีนะที่เขาเอาของมาไว้ก่อนไปนั่งคุยกับเพื่อน 

“จริง ๆ นะ” อ้อน... 

“ตอแหลว่ะ…”  

กึก… 

‘อะ ไอ้ชั่ว!’ ด่าในใจด้วยความโมโห เกิดมายังไม่เคยโดนผู้ชายด่าว่าตอแหลเลยสักครั้ง พอโดนแล้วรู้สึกเจ็บเหลือเกินแม่จ๋า... 

“พี่จะพาส้มไปไหน?”  

“ไปคุยกันที่ห้อง…”  

“ห้องไหน? ส้มต้องกลับไปทำงานนะ” ที่จริงคืออยากบอกผู้ชายให้เอารถออกเลย 

“ขึ้นรถ…” ประตูข้างถูกเปิดขึ้นจนใบหน้าหวานหันไปมอง พี่ไทเกอร์กำลังคิดจะทำบ้าอะไรกันแน่  

คุยเหรอ? คุยเรื่องอะไร ก็เขาสารภาพไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง ถึงจะผิดหวังแต่พอได้อยู่กับรุ่นพี่สองต่อสองเขากลับมีอาการใจสั่นขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้  

เอ๊ะทำไมยังร่าน!?  

เมื่อส้มตำขึ้นไปบนรถเจ้าของเรือนร่างสูงจึงอ้อมไปขึ้นยังอีกฝั่ง จากนั้นรถก็ค่อย ๆ ขับออกไป… 

“พี่จะข่มขืนส้มเหมือนในนิยายเหรอ?” ได้ยินไทเกอร์จึงหันไปขมวดคิ้วเล็กน้อย 

“ถ้าพี่จะมีอะไรกันกับส้ม ส้มขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าส้มยังซิง อีกอย่างคือยังเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ไม่ครบหลักสูตร”  

“…” ประโยคที่ออกจากปากคนนั่งข้าง ๆ ทำให้ไทเกอร์ยิ่งไปไม่เป็น น้องมันกล้าพูดออกมาตรง ๆ แบบนี้เลยเหรอวะ ใบหน้าใสแสดงสีหน้าไม่มั่นใจในตัวเองจนเขางง มันควรกังวลเรื่องอื่นไม่ใช่หรือไงวะ 

“หึ… เดี๋ยวก็ครบหลักสูตร”  

“ดีใจอะจะเสียซิงละ”  

“มึงก็ตรงเกินไป”  

“พี่ไม่โกรธส้มแล้วเหรอ?”  

“…” เออว่ะ... ทำไมสถานการณ์เปลี่ยน 

“อื้ออ... ได้มานั่งกับคนที่แอบชอบทำให้รู้สึกเหมือนฝันอยู่เลยอะ” ใบหน้าคมหันมาขมวดคิ้วเหมือนไม่เชื่อสายตาอีกครั้ง 

“ไม่กลัวแล้วเหรอวะ?”  

“กลัวไรอะ?” เลิกคิ้วถาม 

“…”  

“อ่อ… พี่ไม่เหมือนที่จินตนาการไว้เลยแอบผิดหวังนิดหน่อย แต่ที่ด่าไปเมื่อกี้ไม่จริงนะ เพราะส้มหงุดหงิดเฉย ๆ แต่ตอนนี้ใจเย็นลงละ” ยิ่งฟังไทเกอร์ยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากัน 

“ผิดหวังยังไง กูน่ากลัว?” ถามแต่ตายังคงมองถนน 

“อื้ม… ใช้ความรุนแรงด้วยอะ”  

“เขาเรียกขู่”  

“ยังไงก็ช่าง คืนนี้พี่ต้องมีอะไรกันกับส้มนะ!”  

“…”  

“ส้มไม่อยากช่วยตัวเองอีกแล้วอะ”  

“…” อึ้ง… 

“แงงง… ตื่นเต้น!”  

‘เชี่ยเอ๊ย… กูพาตัวอะไรมาวะเนี่ย’ เจ้าของใบหน้าหล่อได้แต่เอ่ยในใจ เขาคิดผิดหรือถูกที่ให้มันมาด้วยวะ 

 

 

ไรท์เอ็ม 

ขออภัยที่เมื่อวานไม่ได้ลงนะครับ เอ็มยุ่งกับหลายเรื่องจริงๆ แต่แวะมาลงให้แล้วครับ อีบุ๊กก็ไม่มีวี่แววว่าสำนักพิมพ์จะลงให้เลย ขอบคุณที่ติดตามนะครับ 

แท็ก #น้องส้มตำกาม 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

ความคิดเห็น