facebook-icon

เมื่อรู้ว่าคนรักที่คบกันมาถึงสามปีเป็น 'มาเฟีย' ลีนาจึงเลือกจะหนีจากเขา แต่หนีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นเสียที...

ชื่อตอน : 03-10 อับอาย

คำค้น : หนีรักทวงใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-10 อับอาย
แบบอักษร

​“ได้โปรดเถอะครับ...”

ในที่สุดพวกมาเฟียก็ตัดสินใจที่จะปลดกุญแจมือที่ลีนาใส่ไว้ แต่เพราะพวกเขาก็ไม่มีกุญแจจึงต้องพังมันด้วยปืน (ในตอนนี้ลีนาแทบจะฉี่ราด)

หลังจากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วและง่ายดายกว่าที่เขาคิดมาก พวกมาเฟียพาเขาตรงไปยังโรงพยาบาลด้วยตัวเอง ลีนาที่ปกติดีทุกอย่างต่างจากในความคิดของพวกมาเฟียที่หน้าซีดกัน คิดแผนต่อไปตั้งแต่ถูกหามด้วยเปลสนามแล้ว

ในโรงพยาบาลมีคนมากมาย แต่ก็ยังคงมีมาเฟียหนึ่งคนอยู่ข้างๆ เขา เพราะไม่สามารถทิ้งลีนาให้อยู่ตัวคนเดียวได้

ถ้าแบบนี้ก็เป็นไปตามที่คาดไว้ ลีนาที่ไม่สามารถทำหน้าซีดเผือดต่อได้ ทำท่าทีราวกับจะเป็นลมและหันไปคว้าเสื้อกาวน์ของหมอที่อยู่ใกล้กว่ามาเฟียไว้ ตอนนั้นลีนาก็อ่านป้ายชื่อที่ติดอยู่บนกาวน์

“ด็อกเตอร์เกรย์นิโอ”

เขาพูดเสียงแผ่วเบา ในขนาดที่ว่าหากไม่ได้เรียกชื่อของเจ้าตัวก็คงจะไม่ได้ยินและเดินผ่านไป หมอก้มตัวลงมาและได้ยินคำพูดของลีนา ซึ่งพวกมาเฟียก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะการที่คนไข้จะบอกอาการของตัวเองกับหมอก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

“ผมจะพูดเร็วๆ นะครับ เพราะมันไม่มีเวลาแล้ว... ผมชื่อลีนา เมสัน เป็นคนอเมริกัน และคนพวกนั้นเป็นมาเฟียครับ ผมไม่มีเวลาจะอธิบายสถานการณ์ แต่ช่วยรับรู้ไว้นะครับว่าผมดวงไม่ดีเลยต้องมาพัวพันกับมาเฟียอยู่แบบนี้ ผมสาบานเลยว่าผมไม่ได้ติดยาหรือมีเรื่องอะไรผิดกฎหมายครับ แต่ถ้าหากหมอไม่เชื่อผมแล้วปล่อยผมไว้กับคนพวกนี้ ผมอาจจะถูกพบเป็นศพอยู่ที่บันไดบ้านของชาวตุรกีก็ได้นะครับ จริงๆ นะ”

ลีนาเล่าททุกอย่างให้หมอฟังโดยไม่ขาดตกบกพร่องด้วยภาษาอิตาเลียนที่คล่องแคล่วและสำเนียงที่ชัดเจน มาเฟีย แค่คำนั้นก็ทำให้คุณหมอหน้าซีดลงแล้ว เขาพูดเยอะไปหรือเปล่านะ คงไม่มีใครอยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์น่ากลัวแบบนี้หรอก ลีนากำมือลงบนกาวน์ของคุณหมอแน่นขึ้น

“ได้โปรด...ช่วยชีวิตผมด้วยนะครับ ผมไม่ได้อยากจะหนีใคร แต่ว่าถ้าหากผมถูกพบว่าตายแล้ว สถานทูตอเมริกาก็คงต้องตรวจสอบชีวิตผม ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะเจอว่าผมมาที่โรงพยาบาลนี้ด้วยนะครับ แล้วก็จะมาหาคุณหมอ... เพราะฉะนั้นให้ผมยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหมครับ”

เขาไม่รู้ว่านี่คือคำขอร้องหรือการข่มขู่ แต่ในตอนนั้นลีนาก็กำลังน้ำตาคลออยู่ การยืมโทรศัพท์สักครั้งนึงก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสินะ แต่มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถเอาโทรศัพท์ที่เบ็นให้ไว้ออกมาด้วยได้ เพราะมันสามารถใช้ตามจีพีเอสได้นี่นะ

“คุณหมอครับ ผมรู้ว่าตำรวจก็ทำอะไรพวกมาเฟียไม่ได้ ผมขอแค่จนกว่าจะถึงเวลาที่ผมออกจากโรงพยาบาลก็พอแล้วครับ ได้โปรดนะครับ คุณหมอ...”

ลีนาน้ำตาคลอ แม้เขาจะไม่มั่นใจมากนักแต่เขาก็คิดว่าการแสดงของเขาก็อยู่ในระดับมาตรฐาน น้ำตาของสาวงามมีประสิทธิภาพเท่ากับรอยยิ้ม คุณหมอไม่มีแรงปฏิเสธลีนาที่มาเกาะติด ประเทศที่มีข่าวลือว่ามีหนุ่มหล่อสาวงามมากมายแบบนี้ก็มีจุดอ่อนให้กับหนุ่มหล่อสาวงามเช่นกัน

หากเป็นการให้ยืมโทรศัพท์... ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากอะไร คุณหมอมองหาคนที่ถูกเรียกว่ามาเฟียและแอบยื่นโทรศัพท์ให้กับลีนา จากนั้นลีนาก็กดเบอร์ลงไปอย่างไม่ลังเล

แต่ปลายทางที่เขาโทรไป ไม่ใช่สถานีตำรวจ

“ผมเองครับ เบ็น”

-…ลีนาเหรอ

เสียงที่เขาคุ้นเคยรับสาย ลีนาที่ทำตามแผนก็รู้สึกหวาดเสียวในใจเป็นครั้งแรก

“ใช่แล้วครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่โรงพยาบาลดอลเช่นะครับ ให้ผมอธิบายไหมว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”

-…อะไรนะ ผมไม่ได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย

ต้องเป็นแบบนั้นสิ ในระหว่างที่มาโรงพยาบาลลีนาใช้น้ำตาในการเรียกร้องความสนใจจากพวกมาเฟีย ‘ขอร้องล่ะ อย่าบอกเรื่องนี้กับเบ็นเลยนะครับ มันจะเป็นเรื่องใหญ่เอานะ ผมไม่อยากจะให้เขาที่อยู่ไกลนั้นเป็นห่วง...’

“เซอร์เบียข่มขืนผม เขาพูดว่าอะไรคุณรู้บ้างไหมครับ ตอนที่คุณขังผมไว้เนี่ย ลูกน้องของคุณเข้ามาฉีกชุดนอนของคุณออกตอนที่ผมหลับ แล้วก็ข่มขืนผมโดยที่ผมไม่เต็มใจเลยด้วยซ้ำ! ได้ยินไหม ไอ้คนเลว!!”

เขาจำเป็นต้องแสดงแบบโอเวอร์แอ็กชั่นเล็กน้อย แม้ว่ามันจะเป็นคำโกหก แต่ลีนาก็พูดไม่หยุดและวางสายในทันที เสียงที่ดังมากของเขา ทำให้คุณหมอเกรย์นีโอมองเขาอย่างเหลือเชื่อ ลีนายิ้มให้กับคุณหมอราวกับจะบอกว่าไม่มีอะไร เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคุณหมอเลย

“ขอบคุณนะครับ ไหนๆ ก็เป็นบุญคุณแล้ว... ผมขอยืมสักสิบยูโรด้วยได้ไหมครับ”

หากเทียบกับสีหน้าไม่ไว้วางใจของเซอร์เบียที่อยู่ด้านหลังเขาแล้วล่ะก็

ลีนาแย่งเงินแล้วออกตัววิ่งทันทีที่คุณหมอหยิบธนบัตรออกมาจากกระเป๋า ช่วงเวลานั้นคนพวกนั้นจะต้องวิ่งตามเพื่อจับตัวเขา แต่โทรศัพท์ที่เคยอยู่ในมือของมาเฟียก็เริ่มดังขึ้น และแน่นอนว่าคนที่โทรเข้ามาคือเบ็น

พวกมาเฟียที่ได้รับการติดต่อจากเบ็นเริ่มเป็นกังวล ก่อนที่จะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า คำพูดของลีนาคือเรื่องโกหก ความบริสุทธิ์ของพวกเขาเป็นเรื่องจริง แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะอธิบายให้คาโปที่ไม่สามารถตรวจสอบเรื่องราวได้ในตอนนี้ให้เข้าใจได้อย่างไร

เขาวิ่งไปตามทางเดิน ส่วนพวกมาเฟียที่เหลือ))ขกำลังรอการติดต่ออยู่ที่ลานจอดรถ ทุกคนไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ามาในโรงพยาบาลเพราะการมีผู้ชายใส่สูทมากมาย มันจะกลายเป็นที่จับตามองได้ และลีนาก็เพ่งเล็งไปยังจุดนี้

ลีนาวิ่งออกมายังประตูฉุกเฉิน ตรงมายังประตูหน้า และขึ้นแท็กซี่คันสุดท้ายจากที่จอดอยู่สามคัน พร้อมทั้งตะโกนว่าให้ไปที่ไหนก็ได้ อย่างไรก็ตามหากเวลาผ่านไปเรื่องที่เขาโกหกจะต้องความแตกอย่างแน่นอน และในตอนนี้พวกมาเฟียอาจจะตามหาเขาอยู่ก็ได้

ก่อนอื่นลีนาลงจากแท็กซี่ตรงบริเวณสุดถนน หลังจากยื่นเงินให้ไปสิบยูโรก็ตรงไปยังบริเวณใกล้ๆ บ้าน ถามว่าเขาคิดจะกลับบ้านงั้นเหรอ ไม่มีทางเสียล่ะ ลีนาเดินเข้าไปหลังเห็นป้ายที่เขียนว่า ‘Albergo’ ที่นี่คือโรงแรม เขาไม่คาดคิดว่าจะได้กลับมายังที่ที่เคยอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากมาซีซิเลีย ช่วงก่อนที่เขาจะหาบ้านได้

“พอดีว่าผมทำกุญแจหายน่ะครับ... ให้ผมค้างสักคืนจะได้ไหม เดี๋ยวผมจะจ่ายค่าที่พักให้นะครับ เจนน่า ได้โปรดเถอะครับ”

วันนี้เขาอ้อนวอนไปหลายครั้ง ลีนามองหญิงชราด้วยสีหน้าน่าสงสาร ต่อให้เขาไม่อ้อนวอนแบบนี้ เจนน่าก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะปฏิเสธคำขอร้องได้หรอก เพื่อนบ้านที่รู้จักกันมานานจนไม่ต่างจากครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกันตอบรับคำขอของลีนาด้วยความยินดีเหมือนปกติ ซีซิเลียอาจจะเป็นเมืองที่เพื่อนบ้านสนิทสนมกันก็ได้ เขารู้สึกอีกครั้งและเดินขึ้นไปยังชั้นบน

เขามองเห็นสถานการณ์ของบ้านได้จากตรงนี้ ลีนาแง้มผ้าม่านดู และเมื่อพบว่าตัวเองได้มาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วก็ทรุดตัวนั่งลง

ชีวิตเหมือนกับละครไม่มีผิด

จนถึงตอนนี้เขาฝืนยิ้มไม่ออกแล้ว ลีนาใช้มือทั้งสองปิดหน้า คุกเข่าก้มหน้าลง เขาสบายใจแล้วแต่ฤทธิ์ของยานั้นยังไม่หายไป ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกวิงเวียน

เหนื่อย เหนื่อยจริงๆ เขารู้สึกสมเพชกับสภาพตัวเองที่เคยอยากเห็นแค่ในจอ นี่เขาทำอะไรผิดขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ หากมีความผิดก็คงมีแค่การเป็นคนรักกันเท่านั้น

นี่อาจจะเป็นการเตือนให้ทำความเข้าใจเรื่องทั้งหมดของพระเจ้าก็ได้ จริงๆ แล้วเบ็นที่เขารู้จักเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบมาก

อย่างไรก็ตามเขาอยากจะเลิกนึกถึงมันแล้ว หลังจากอาเจียนได้สักพักก็ต้องมาวิ่งหนีการไล่ล่าเหมือนในหนัง เหนื่อยไม่ใช่เล่นๆ เลย และลีนาก็หลับไปทั้งแบบนั้น

 

* * *

 

ลีนาตื่นขึ้นมาหลังจากนอนไปได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมง เขานอนไม่ได้หากไม่สบายใจอยู่ ลีนาลุกขึ้นมาตรงหน้าต่างและมองสำรวจบริเวณใกล้ๆ บ้าน โชคดีที่ไม่เห็นพวกมาเฟีย แต่ก็เป็นอะไรที่น่าแปลก เพราะเป็นทางที่จะต้องมาอย่างแน่นอนอยู่แล้ว

เบ็นจะยังคงตามหาเขาไหมนะ เขารู้สึกเป็นห่วงเซอร์เบียแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ลีนาลองคิดดูแล้ว... อีกฝ่ายน่าจะโดนตัดนิ้วเพราะเขาไหมนะ

ลีนาเงยหน้าขึ้นมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างอีกครั้ง รอบๆ บ้านยังคงไม่มีใคร

สี่ชั่วโมง แล้วก็สิบชั่วโมงผ่านไปลีนายิ่งลุกลี้ลุกลน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครกลับบ้าน เขาสูดหายใจลึกและลงไปยังชั้นล่าง จริงๆ แล้วเขามีเหตุผลที่จะต้องกลับไปที่บ้านหลังนั้น

พาสปอร์ต พาสปอร์ตเขายังอยู่ที่นั่น

และเขาจะออกมาทันทีที่หาพาสปอร์ตเจอ ลีนาไม่มีกุญแจจึงปีนหน้าต่างเข้าไปยังข้างใน เขารู้สึกขอบคุณนิสัยปิดประตูอย่างไม่ใส่ใจของตัวเองราวกับได้รับของขวัญ หลังจากเข้ามาได้อย่างยากลำบากตรงไปยังลิ้นชักที่เก็บพาสปอร์ต เป็นลิ้นชักที่เก็บรวมของสำคัญไว้ทั้งหมด และพาสปอร์ตก็น่าจะอยู่ในนั้นด้วย

เขากลัวว่าข้างนอกจะเห็นเลยไม่เปิดไฟ ภายในห้องจึงมืดมิด จนถึงตอนนี้ประตูหน้าบ้านก็ยังเงียบสงบ แม้ว่าเขาจะมีแผนที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย แต่พาสปอร์ตต้องมาก่อน ลีนาเริ่มรื้อลิ้นชักอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่เจอพาสปอร์ตในที่ที่ควรจะอยู่ สีหน้าของลีนาบูดเบี้ยว เป็นแบบนี้ไป... ไม่ได้

แต่ว่ามัน ‘เป็นไปได้’

“หาอันนี้อยู่หรือเปล่า ลีนา เมสัน”

พาสปอร์ตกลับอยู่ในมือชายหนุ่มที่ไม่แสดงตัวตนในความมืด

แต่ก็เป็นผู้ชายที่ฟังเพียงแค่เสียงก็ไม่มีทางที่จะไม่รู้ว่าเป็นใคร

มันอยู่ในมือของเบ็น

ความคิดเห็น