อัพทุกวันอาทิตย์ ฝากติดตามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตอนที่ 6 ทาสพันธนาการ (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ทาสพันธนาการ (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 287

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2562 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ทาสพันธนาการ (100%)
แบบอักษร

เป็นเวลาหลายชั่วยามแล้ว ที่ตะเกียงในห้องทำงานของชินอ๋องถูกเติมน้ำมันตะเกียงขึ้นอีกครั้ง ด้วยความที่ชินอ๋องเองไม่อยากอยู่ในความมืด การหลุดพ้นจากความตายมาครั้งหนึ่ง ในสถานที่ที่มืดดำเคว้งคว้างไร้การสิ้นสุด ทำให้เขากลัวความมืดไปโดยปริยาย

เงาสองร่างใต้แสงตะเกียงที่สว่างจ้า มีใบหน้าผู้หนึ่งที่เดือดดาลแทบจะกินเลือดกินเนื้อคนตรงหน้าได้ กับอีกหนึ่งชีวิต ที่พยายามทำใจให้สงบนิ่ง แต่มิวายสองมือของชินอ๋องกลับมีเหงื่อออกให้ชุ่มเต็มไปหมด

ความผิดที่เขาเริ่มก่อ มันอาจจะเป็นความเห็นแก่ตัว เพราะสวรรค์ให้ชีวิตใหม่มาแล้ว ยังนำชีวิตที่มีค่านั้นมาวางยาพิษเพื่อควบคุมผู้อื่นอีก

“ข้าเคยบอกเจ้า ว่ามาที่นี่เพื่อให้เจ้าถอนพิษเหมันต์ออกจากน้องสาวข้า” ติงจื่อเฉิงกอดอกหงายหลังยกเท้าขึ้นไขว่ห้างบนโต๊ะ กล่าวขึ้นมาโดยไม่มองหน้าผู้ก่อเหตุแม้แต่น้อย

“อือ”

เสียงอันอู้อี้ของชายผิวขาวที่เบาจนแทบไม่ได้ยินนั้น ยอมรับความผิดแต่โดยดี

“แล้วเจ้ายังนำมันมาควบคุมข้าอีก”

ติงจื่อเฉิงกล่าวย้ำ ฟันขาวเรียงตัวเงาวับในความมืด ริมฝีปากถูกเม้มกัดจนเป็นรอย เพราะเขาพยายามข่มใจให้ไม่อาละวาดในตอนนี้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นรองอยู่

“ก็บอกแล้วว่าอย่าฆ่าข้า”

ชินอ๋องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เหงื่อเริ่มซึมไปทั่วใบหน้าและลำคอ คอยผวาตั้งรับเพื่อเตรียมตัวหลบหลีกหากชายตรงหน้า เกิดอาละวาดขึ้นมาอีกครั้ง

เสียงเคาะบนโต๊ะไม้ดังขึ้นช้าๆแล้วเร่งจังหวะขึ้น เขาอารมณ์เสียแล้วเสียอีก แต่พอเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของชายตรงหน้า ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้

“แล้วเจ้าจะเอาอย่างไร..? ข้าแค่ต้องการให้เจ้าถอนพิษข้าและน้องสาว แล้วพวกเราจะจากไปโดยไม่แตะต้องเจ้าแม้แต่เส้นผม” ชายผิวเข้มพ่นลมหายใจร้อนออกมาเฮือกใหญ่ ยินยอมพยายามเจรจาอีกครั้งหนึ่ง

“พูดง่ายแต่ทำยาก ใครจะรู้ว่าเจ้าจะไม่ทำร้ายข้าอีก”

“เอะเจ้านี่ เซ้าซี้ถามย้ำเช่นผู้หญิง น่าโมโหนัก”

ติงจื่อเฉิงยืนขึ้นชี้หน้าชินอ๋องอย่างหมดความอดทน สองเท้าค่อยๆสาวเท้าเข้าหาตัวการที่ทำให้้เขาขาดสติ มืออันแข็งแรงที่ราวกับจะบีบก้อนหินให้แหลกคามือได้ในพริบตา ตรงเข้าที่คอชินอ๋องอย่างรวดเร็ว

“ข้าไม่ควรเจรจากับคนชั่วช้าสารเลวอย่างเจ้าเลย ชินอ๋อง”

“อ๊อกๆๆ !!!”

ร่างชินอ๋องลอยขึ้นด้วยความดิ้นรน เขาไร้แรงขัดขืนใดใด สองมือที่คว้ามือเอาไว้ปล่อยลงด้านข้างลำตัว เสมือนจะยอมพ่ายแพ้ให้แด่มัจจุราชที่อยู่ด้านหน้า

แต่สิ่งที่ทำให้ติงจื่ิอเฉิงประหลาดใจมากกว่านั้น คือรอยยิ้มมุมปากที่เย้ยหยันขึ้นของชินอ๋อง

“จะตายอยู่แล้วจะยิ้มทำไม”

“ข้าตายไปก็ถือว่าหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว แต่เจ้าสิ จะอยู่ก็เหมือนตายจะตายก็ไม่ได้”

“นี่เจ้า !!” มือของติงจื่อเฉิงที่กำลังจะออกแรงเพิ่มขึ้นหยุดชะงักลง

เขาเข้าใจความหมายในคำพูดของชินอ๋องดี น้องสาวที่เป็นดั่งครอบครัวคนสุดท้ายที่เขามี เขาไม่อาจเสียนางไปได้ หากฆ่าตัวการตรงหน้าไปแล้วยาถอนพิษนั้น คงไม่มีวันที่จะได้มา ถึงแม้ตัวเขาจะยอมตาย แต่เขาไม่มีวันที่จะยอมให้น้องสาวเขาเป็นอะไรไปเด็ดขาด

ชินอ๋องปรายตาเล็กน้อย พอเห็นท่าทีที่โอนอ่อนลง ก็รีบใช้คำหว่านล้อมให้เขายอมจำนนแต่โดยดี

“ข้าให้สัญญาตราบใดที่เจ้าให้ความคุ้มครองแด่ข้า ข้าจะเสาะหาสมุนไพรมาปรุงยาถอนพิษแด่เจ้าและน้องสาว”

ปึง !!

ด้วยแรงเหวี่ยงของติงจื่อเฉิง ทำให้ชินอ๋องลงไปนอนกองอยู่กับพื้น ถึงแม้ครอบครัวของเฉินรุ่ยอิง จะไม่ได้ร่ำรวยเฉกเช่นตระกูลขุนนางทั่วไป

แต่กับบุตรสาวคนเดียวของตระกูล พวกเขาก็เลี้ยงดูฟูมฟักมาเป็นอย่างดี พอเติบใหญ่ได้แต่งงาน สามีของนางก็ดูแลไม่เคยห่าง แต่เพียงไม่กี่วันที่ได้พบเจอคนป่าเถื่อนเช่นเขา ทั้งร่างกายจิตใจต่างบอบช้ำไม่มีชิ้นดี

“อ้ากกกก”

ร่างสูงของเขาทรุดลงกับพื้น ด้วยใบหน้าแดงก่ำเส้นเลือดปูดโปนไปทั่วใบหน้าและลำคอ

“ร้อน ข้าร้อน”

“เจ้าคนถ่อย เจ้าเป็นอะไร” ชินอ๋องพยายามลุกขึ้นมาหาตัวติงจื่อเฉิง ที่กำลังดิ้นทุรนทุรายกับพื้น

“ยา..เอายามาให้ข้าเดี๋ยวนี้”

สิ้นเสียงตวาดเขา ชินอ๋องก็นึกได้ว่า นี่เป็นเวลาเที่ยงคืนเสียแล้ว ‘เขาต้องการยาบรรเทาพิษ’

ก่อนที่เหวินจวี้จะบาดเจ็บ เขาได้มอบยาบรรเทาพิษที่นำมาจากห้องยาไว้ให้ชินอ๋อง เขาจึงนำมาป้อนให้ติงจื่ิอเฉิงอย่างรวดเร็ว

เพียงเวลาไม่ถึงก้านธูปก็ทำให้คนตัวใหญ่เช่นเขาสยบได้ถึงเพียงนี้ แล้วถ้าหากเป็นบรรดาเหล่าสนมที่ชินอ๋องไม่พอใจงดให้ยาบรรเทาพิษแล้วนั้น พวกนางจะเป็นเช่นไร..?

“เจ้ามันงูพิษชัดๆ ชินอ๋อง”

“ข้าเพิ่งช่วยเจ้านะ ทำไมมาว่าข้าละ”

“แต่เจ้าวางยาข้า ยังจะมาทวงบุญคุณ เจ้างูพิษ เจ้าคนหน้าด้าน”

ติงจื่อเฉิงที่กำลังหมดลงด้วยความร้อน มีเพียงเสียงที่ยังสามารถต่อปากต่อคำกับชินอ๋องได้

“คนถ่อยอย่างเจ้าอยากด่าอะไรก็ด่าไป รู้เพียงเจ้าจะฆ่าข้าไม่ได้ก็แค่นั้น มานี่ลุกขึ้น”

“ถอยไป”

เขาสะบัดแขนปฏิเสธการช่วยเหลือของชินอ๋อง แล้วรีบเดินกระแทกเท้าด้วยความโมโห แต่พอนึกได้บางสิ่งก็รีบวกกลับมา กระชากขวดยาจากมือชินอ๋องแล้วจากไป

......

ต่อ


แสงตะเกียงส่วนใหญ่ที่ดับลง ช่วยพาใจที่กำลังว้าวุ่นให้คลายความตึงเครียด ร่างชินอ๋องสวมอาภรณ์สีเขียวพลิกตัวคว่ำลงบนที่นอน

มือเรียวยาวยื่นไปในความมืดแตะโคมไฟที่อยู่ข้างเตียงออก เผยให้เห็นเทียนสีขาวที่ตั้งอยู่ ปลายนิ้วเขาล้อเปลวเทียนเบาๆ แม้จะพยายามเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่ยามเวลาที่อยู่คนเดียว ชินอ๋องก็อดที่จะเปราะบางไม่ได้ ทำให้เสียงสะอื้นดังขึ้นในความมืดสลัว

แม้จะเคยคิดไว้ว่า ‘ความตาย’ คือสิ่งที่น่ากลัว เพราะต้องพลัดพรากจากผู้เป็นที่รัก

แต่ตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือการมีชีวิตรอดอยู่ต่อ โดยที่เหมือนต้องคำสาปเสียมากกว่า ความอ่อนแอที่ถาโถมเล่นงานทำให้เขานึกถึงยามที่เป็น ‘เฉินรุ่ยอิง’ อย่างช่วยไม่ได้

“เฮ้อ”

เสียงถอนหายใจที่ดังลั่น ราวกับตั้งใจพ่นลมออกมา ทำให้ชินอ๋องสะดุ้ง

ร่างสูงกำยำยืนกอดอกเดินด้วยท่าทียียวน กับใบหน้าที่พร้อมจะกวนประสาทได้ทุกเมื่อ ออกมาจากความมืด แล้วล้มตัวลงนอนข้างๆชินอ๋อง

สัญชาตญาณระวังภัยทำให้ชินอ๋องถอยหนีลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มที่อมยิ้มของติงจื่อเฉิงแสยะปากยิ้ม แล้วตวัดหางตาไปทางเก้าอี้ไม้ตัวยาว

ชินอ๋องไม่ได้กล่าวโต้เถียงอะไรแล้วยอมเดินไปนอนแต่โดยดี สัญญาที่ประทับตราเอาไว้ก่อนหน้าคือเกราะป้องกันติงจื่อเฉิงเป็นอย่างดี เมื่อภารกิจของชินอ๋องสิ้นลง ร่างและวิญญาณจะตกเป็นของเขาทันที

สิ่งที่พันธนาการเขาทั้งสองดูหยุ่งเหยิงคาบเกี่ยว ยากที่จะคำนวณได้ว่าใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบมากกว่ากัน

‘คนถ่อยอย่างเขาต้องรักษาสัญญาเพื่อน้องสาว’

‘งูพิษที่ลอบกัดต้องรักษาสัญญาเพื่อยืดชีวิตตัวเองจากนักฆ่า’

ความคิดในใจของทั้งสอง เผยออกจากแววตาที่ต่างคนต่างมองเพดานอย่างล่องลอยแล้วหลับไป

....

ความคิดเห็น