facebook-icon

เมื่อรู้ว่าคนรักที่คบกันมาถึงสามปีเป็น 'มาเฟีย' ลีนาจึงเลือกจะหนีจากเขา แต่หนีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นเสียที...

ชื่อตอน : 03-9 อับอาย

คำค้น : หนีรักทวงใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 21:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-9 อับอาย
แบบอักษร

​“ขอโทษนะครับ”

ลีนาลองเรียกดู และทุกคนก็หันมาจ้องมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง พวกเขาน่าะได้รับคำสั่งมาว่า ‘เฝ้าดูจนกว่าเขาจะกลับเข้าห้องไปอย่างปลอดภัย หรือหาทุกอย่างที่เขาต้องการมาให้ได้ หรืออาจจะอย่าปล่อยให้เขาหนีไปได้ หากทำไม่ได้ล่ะก็...’

ลีนาเอียงหัวไปข้างๆ

“…ผมหิวข้าวอะครับ”

อันนี้เป็นเรื่องจริง เขาหิว เมื่อวานเขามีอะไรกับเบ็นอย่างเต็มที่ ลีนาคิดว่ามันจะเป็นเซ็กซ์ครั้งสุดท้ายเลยกัดคอและข่วนหลังอีกฝ่ายไปอย่างสุดแรง หากถามว่าประมาณไหน หากนับดูก็คงประมาณที่เขามั่นใจว่าตลอดระยะเวลาสามปีไม่เคยมีอะไรกันแบบนี้ ยังดีที่สะโพก กระดูกเชิงกราน และระหว่างขาของเขาไม่มีที่ไหนไม่เจ็บ แต่มีเพียงอารมณ์เท่านั้นที่สดชื่นขึ้นมา เหมือนกับการมีอะไรกันอย่างรุนแรงเพื่อการจากลา

ลีนาสูดหายใจเข้าอย่างสง่าผ่าเผย ถ้าบอกว่าหิวก็ให้บอกล่ะก็นะ เบ็นบอกแบบนั้นก่อนจะออกไป และคนที่เขาเห็นก็มีเพียงชายหนุ่มใส่สูทพวกนี้เท่านั้น หากไม่บอกคนพวกนี้แล้วจะให้ไปบอกใครกัน

“บอกเมนูที่อยากกินมา”

ชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เขาที่สุดพูดขึ้นมา

“ห้ามสั่งอะไรจุกจิก”

“แต่เบ็นบอกว่าให้สั่งอะไรก็ได้ที่อยากกินไม่ใช่เหรอครับ”

การตอบโต้ห้วนๆ ของลีนาทำให้ชายหนุ่มเหล่านั้นจ้องเขม็งและกระแอมออกมาด้วยความประหม่า อาจเป็นเพราะคำตอบตรงๆ ของลีนาก็ได้ ในตอนนี้มันแสดงให้เห็นชัดเจนถึงความรักของเบ็นที่มีต่อลีนา ภายในหัวของเขากำลังตีกันยุ่งเหยิง และความร้อนที่แก้มยังไม่หายไปจนทำให้แก้มนั้นแดงเหมือนลูกพีช อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถปกปิดบรรยากาศที่พิเศษของลีนาไว้ได้

หากไม่ใช่เหตุผลนั้นก็คงเพราะลีนางดงามจนละสายตาไปไม่ได้ ผมสีส้มที่ยาวปิดใบหูลงมาเล็กน้อย ดวงตาสีเขียวมรกตทั้งสอง ตรงกลางนัยน์ตาสีดำที่ล้อมรอบไปด้วยสีเขียวเข้มราวกับมีพลังที่จะสามารถทำให้คนที่สบตาลุ่มหลงได้ อีกทั้งยังมีจมูกโด่งที่ปลายจมูกเชิดขึ้นและริมฝีปากสีชมพูสวยอีก

ลีนาที่จ้องมองชายหนุ่มนิ่งๆ ทำให้อีกคนหน้าแดงขึ้นจนต้องกระแอมไอออกมา

“ถ้าอะไรก็ได้... ซื้อเฟตูชิเน่ ลากู พาสต้าจากร้านคาโบลีน่าที่อยู่ในเมืองมาให้หน่อยนะครับ ปกติเขาไม่ขายแบบใส่กล่องกลับบ้าน แต่ผมอยากกินจริงๆ นะ อ่า แล้วก็ก่อนหน้านั้นถ้าผมได้กินบลูซึเกต้าด้วยจะดีมากเลย ของที่ขายในร้านขนมปังในซอยตรงตลาดนั้นอร่อยหมดเลยครับ อืม อะไรอีกนะ... แต่เท่านั้นคงอิ่มแล้วล่ะครับ”

“…”

“ไหนๆ ก็ออกไปแล้วถ้าซื้อกาโนลี่มาด้วยก็ดีนะครับ รู้จักร้านบีเฟร่าไดนิ่งใช่ไหมครับ อยู่ชั้นสามที่มันอยู่ตรงแผงลอยข้างหน้านั้นครับ อร่อยมากเลย แต่ไม่รู้ว่าวันนี้จะเปิดไหม ส่วนกาแฟผมจะดื่มอันที่มีอยู่แล้วกันครับ ถึงผมจะลงไปดื่มเองได้ แต่ว่า... ผมก็อยู่ในสภาพแบบที่เห็นนี่”

ลีนาที่ไม่แม้แต่จะก้าวออกจากห้องสักก้าวเดียวยกข้อมือโชว์ให้ดู ทั้งหมดนั้นอยู่ในสิ่งที่เบ็นกำหนดไว้และ นี่ก็เป็นหลักฐานว่าเขาเชื่อฟัง และไม่ได้เถียงพวกผู้ชายที่ถูกสั่งให้ยืนเฝ้าไว้สักนิด

เขาคิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นแล้ว ลีนาจึงถอยหลังและค่อยๆ ปิดประตู เขาถอนหายใจและนั่งลงกับพื้น คิดอะไรถึงพูดออกไปไม่หยุดแบบนั้นกันนะ ลองคิดดูอีกสักนิดมันก็น่าตลกดี นี่เขากำลังสั่งอาหารกับมาเฟียอยู่งั้นเหรอ เขาน่ะนะ

ลีนาลองคิดดูอีกครั้ง มาเฟียข้างนอกนั่นคือลูกน้องของเบ็นที่ถูกสั่งให้จับตาดูเขา เขาสามารถออกคำสั่งกับพวกนั้นได้เหมือนกันเวลาอยากจะได้อะไร เพียงแค่ลีนาไม่หนีไปก็จะทำอะไรก็ได้อยู่ในนี้ หรือแม้แต่ถ้าเขาบอกว่าอยากจะซื้อร้านที่อยู่ในกลางปาเรลาโม่ ไม่แน่ว่าพวกเขาก็คงเอาสัญญามาให้เลยก็ได้ แต่มันก็คงจะเกินจริงไปหน่อย

อย่างไรก็ตามก็คงสรุปได้ว่าเขาจะต้องหนีไปตอนที่เบ็นกำลังเดินทางออกจากซีซิเลียเท่านั้น ลีนาจะลองดูสถานการณ์ต่ออีกหน่อย เขาต้องใช้เวลาในการเช็คว่าข้อสันนิษฐานของตัวเองถูกต้องไหม

ในคืนวันนั้นเอง ลีนามั่นใจว่าข้อสันนิษฐานที่เขาตั้งไว้ถูกต้องทั้งหมด มาเฟียพวกนั้นไม่สามารถขัดคำสั่งของเขาได้ ไม่ว่าจะบอกให้พาเขาไปข้างนอก หรืออะไรก็ตามนอกจากที่จะบอกให้เข้ามาในห้อง และมีอะไรกับตัวเองเท่านั้น พวกเขาก็จะทำให้ทั้งหมด

นี่คืออำนาจงั้นเหรอ ลีนาตกอยู่ในห้วงความคิดอย่างจริงจัง ภาพของมาเฟียที่ค่อยๆ ยอมรับคนอเมริกันธรรมดาที่มาอาศัยอยู่ในอิตาลีแบบเขาค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เรื่องที่ไม่เคยจินตนาการมาตลอดชีวิตกำลังกลายเป็นความจริง เพราะว่าเบ็น หรือ ‘คาโปริโอเน่’ บอสของพวกเขาทั้งหมด เบ็นคือบอสของพวกเขาเลยทำให้พวกนั้นไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับลีนาที่เป็นคนรักของเบ็นด้วย

ดีล่ะ ถ้าแบบนั้นก็น่าจะหาทางออกไปได้

สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดเอามากๆ เขาถูกจับใส่กุญแจมืออยู่ และมีมาเฟียห้าคนเฝ้าอยู่ด้านนอกแถมหน้าต่างทุกบานถูกปิดหมด ในสถานการณ์แบบนี้เปอร์เซ็นต์ของคนธรรมดาที่จะหนีมาเฟียไปจนถึงสนามบินนั้นมีเท่าไหร่กัน

น้อยนิด ช่างน้อยนิดเหลือเกิน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นศูนย์เปอร์เซ็น หากให้พูดใหม่ก็คงมีประมาณศูนย์จุดแปดเปอร์เซ็นได้

ลีนาวางแผนไว้แล้ว และจะค่อยๆ เริ่มทำตามแผนในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาสั่งอาหารจากร้านอาหารที่เบ็นเป็นลูกค้าประจำมาอย่างมากมาย ไหนๆ ก็กินคนเดียวไม่หมดแล้ว เขาจะกล่อมให้มาเฟียพวกนั้นมากินด้วยกัน แต่ว่ามาเฟียที่ยึดมันในหลักการนั้นก็ไม่หลงกลการยั่วยุของลีนา แม้ลีนาจะไม่รู้ แต่พวกเขาถูกสั่งมาว่า ‘ห้ามพูดอะไรนอกเหนือจากสถานการณ์พิเศษเท่านั้น’

รอยยิ้มของสาวงามเป็นเล่ห์เหลี่ยมที่ไม่ว่าจะเป็นใคร หรืออยู่ที่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานได้ เป็นวิธีที่พวกเขาไม่มีทางรู้ ลีนาเลยพยายามที่จะยิ้มบ่อยๆ และใช้ชีวิตราวกับไม่มีความคิดที่จะหนีไปเพื่อให้คนเหล่านั้นตายใจ ปกติแล้วเขาจะแกล้งหลับ เมื่อถึงเวลาก็ทานข้าวแล้วจะต้องกินของว่างและขนมหวาน โดยเฉพาะกาโนลี่รสน้ำผึ้ง ต่อให้กลับอเมริกาไปเขาก็คงจะไม่ลืมรสชาตินี้ และลีนาที่ประทับใจมากจริงๆ นั้นก็จัดการมันหมดทั้งห้าส่วน

ในที่สุดก็เป็นเวลาห้าโมงเย็น เป็นเวลาที่เขาจะเริ่มแผนได้ เวลาอาหารเย็นที่มาถึงทำให้ลีนาต้องกลั้นน้ำตาทิ้งอาหารเกือบทั้งหมดลงถังขยะไป

เขาเรียกหนึ่งในคนเหล่านั้นเข้ามาเก็บจานราวกับได้ทานอาหารไปแล้ว และขึ้นไปนอนบนเตียงหลังจากแปรงฟัน หลังจากมาเฟียคนที่เข้ามาเช็กเขาและปิดไฟให้ออกไปแล้วนั้น สถานการณ์ทุกอย่างก็เรียบร้อย

เวลาผ่านไปประมาณสามสิบนาที ลีนาก็เริ่มแผนแรกด้วยการเปิดกล่องปฐมพยาบาลออกมา จากเมื่อวานที่เขาเช็กไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ในกล่องปฐมพยาบาลนั้นมียาพิเศษอื่นๆ อยู่ด้วย

ลีนาเคยได้รับใบรับรองการจัดการยา แต่มันต่างจากเภสัชกร แม้ว่าจะเป็นประกาศนียบัตรที่ไม่ว่าใครก็มีได้ก็ตาม แต่ลีนาศึกษามาทั้งหมดแม้กระทั่งในส่วนที่ไม่ได้ออกสอบ

เขาแกะแคปซูลยาออกแล้วโกยผงข้างในมารวมกัน ยาที่มีฤทธิ์ตรงข้ามกัน หากกินเข้าไปแน่นอนว่าการตอบสนองของร่างกายจะเป็นอาการอาเจียนหรือไข้ขึ้น

หากพูดก็คือเป็นการแกล้งป่วยดีๆ นี่เอง

หลังจากลีนารวมผงยาเรียบร้อยแล้วก็ถือทิชชู่ด้วยความระมัดระวัง เขาเทยาทั้งหมดเข้าไปในลำคอแล้วตามลงไปด้วยบรั่นดีของเบ็น แอลกอฮอล์จะช่วยให้ยาดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดได้เร็วขึ้น ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่รอเท่านั้น ลีนาภาวนาอย่างจริงใจให้การตอบสนองออกมาตามที่เขาคิด

และครั้งนี้พระเจ้าก็คงจะไม่ทอดทิ้งเขา ลีนาที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นมาพร้อมอาการคลื่นไส้อาเจียน มาแล้วสินะ ลีนาถลาไปยังประตูตามสัญชาติญาณและเริ่มเคาะประตูอย่างบ้าคลั่ง ถึงเวลาที่เขาจะต้องแสดงละครแล้ว

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!”

พวกมาเฟียที่ตกใจก็ตามเข้ามา ด้วยนิสัยบุ่มบ่ามของผู้ชายจึงเปิดประตูห้องเข้ามาในทันที และสิ่งที่ปรากฎต่อสายตาคือใบหน้าซีดเซียวของลีนาที่กำลังรอคอยอยู่ ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตากำลังจ้องมองไปยังพวกเขา ก่อนจะอาเจียนออกมาตรงหน้า

“คลื่นไส้... เหมือนจะ... ตายเลย...”

และลีนาก็อาเจียนออกมาอีกครั้งหนึ่ง พวกมาเฟียรู้ตัวว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วจึงเริ่มรีบเร่ง ลีนาป่วยงั้นเหรอ ไม่มีอาการมาก่อนหน้านั้นเลย แม้จะไม่รู้สาเหตุแต่หากเป็นเพราะอาหารที่พวกเขานำมาให้ก็ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก เบ็นจะต้องให้พวกเขาชดใช้ที่ไม่สามารถดูแลลีนาให้ดีได้

ซึ่งถ้าหากพวกเขารับผิดชอบได้ไม่หมดล่ะก็... เขาไม่อยากจะคิดถึงตอนต่อไป เพียงแค่นึกถึงใบหน้าเย็นชาของเบ็นสีหน้าของพวกมาเฟียก็ซีดลง

“ได้โปรด... ได้... โปรด...”

ใบหน้าที่ซีดลงนั้นฝั่งนี้ก็ไม่แพ้กัน เหล่ามาเฟียที่เห็นน้ำตาของลีนาไหลลงมามากมายก็วิตกกังวลกันจริงๆ ต้องพาไปโรงพยาบาลไหมนะ ให้กินยาก็คงจะไม่ได้ ในตอนที่กำลังคิดลีนาก็กำลังอาเจียนอยู่ ถ้าหากปล่อยไว้แบบนี้น่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ

“โรงพยาบาล... พาผม...ไป...โรงพยาบาล”

เป็นการแสดงที่ใช้ทั้งจิตวิญญาณและร่างกาย ลีนาไม่คิดว่าการซ้อมการแสดงหุ่นเชิดเพื่อให้เด็กๆ ดูจะมีประโยชน์กับเรื่องแบบนี้ น้ำตาที่ไหลไม่หยุดนั้นพูดแทนความรู้สึกของเขา และแน่นอนว่ามันเป็นการหลอกลวง

พวกมาเฟียที่กระซิบกันเองเบาๆ อยู่พักหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปที่ตรงกันแล้วว่า อย่างแรกจะต้องช่วยชีวิตลีนาไว้ก่อน แม้ว่าการที่เขาอาจจะหนีไปนั้นจะเป็นปัญหา แต่ถ้าปล่อยลีนาไว้แบบนี้แล้วเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมา พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะจัดการขั้นสุดท้ายได้

ความคิดเห็น