ขอบคุณที่กดเข้ามานะคะ

Part 3 : ตามมาทำไม?

ชื่อตอน : Part 3 : ตามมาทำไม?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ค. 2564 11:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Part 3 : ตามมาทำไม?
แบบอักษร

 

“พี่ทศ...มีอะไรจะคุยทิพย์หรือคะ?” ทิพย์ ทิพย์มณี หรือ ทิฟฟานี่ หรือ ทิฟนี่ ที่ใครๆ ก็รู้จักจีบปากจีบคอถามพี่ชายที่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ข้างๆ

"ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้เธอไม่ได้เข้าเรียนเลยใช่มั้ย?" เสียงทุ้มต่ำถามด้วยความไม่พอใจ

"คะ..ใครบอกพี่คะ?"

"ใครก็ช่าง! เธอมีหน้าที่ตอบคำถามฉัน ไม่ใช่มาถามกลับ" ชายหนุ่มดุจนทิฟฟานี่หน้าเจื่อนลง

"ชะ..ช่วงนี้ ทะ..ทิพย์มีธุระนิดหน่อย"

“ไร้สาระ นักศึกษาอย่างเธอจะมีธุระอะไรนอกจากเรียนหนังสือ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองหน้าน้องสาวตัวดี "เธอไปตามเฝ้าผู้ชายอีกแล้วใช่มั้ย?" ดวงตาคมจ้องอย่างคาดคั้นจนหญิงสาวต้องพูดความจริงกับเขา

“แต่คนนี้ทิพย์รักจริงนะคะ” หญิงสาวพยายามใช้ความเป็นน้องอ้อนพี่ชายที่แสนเย็นชาของเธอ

“คราวก่อนเธอก็พูดแบบนี้” ชายหนุ่มยังคาดคั้นเธอต่อ เมื่อคำตอบฟังดูไม่มีเหตุผล

“แต่คนนี้ไม่เหมือนกันนะคะ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้หล่ออย่างกับเจ้าชาย ผิวหน้าเงี้ย..ทั้งขาว..ทั้งใส..ตาก็กลมโตมีเสน่ห์ พอเขามองมาแต่ละทีทิพย์นี่แทบจะละลาย ไหนจะริมฝีปากแดงฉ่ำนั่นอีก ถ้าได้จูบสักทีนึงถึงตายก็ยอม” ทิฟฟานี่ พร่ำเพ้อตาลอยถึงภีมพลอย่างมีความสุข ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอาน้องสาวตัวเองที่เอาแต่วิ่งตามผู้ชาย แต่ครั้งนี้ดูท่าจะอาการหนักกว่าทุกครั้ง เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยเพ้อถึงใครขนาดนี้ มาก่อน

ทศ หรือทศกัณฐ์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่ารับกับใบหน้าหล่อที่แฝงไปด้วยความเย็นชา โดยเฉพาะสายตาที่นิ่งสะกดผู้คนที่พบเจอให้ยำเกรง เขาเป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าให้ใครเห็นเหมือนกับชื่อของเขา ทศกัณฐ์เป็นผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และมีหน้าที่ดูแลน้องสาวที่ไม่ได้เรื่องที่มีอายุห่างกันถึงแปดปีแทนพ่อแม่ที่ทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ

“เธอหยุดเพ้อเจ้อและตั้งใจเรียนได้แล้ว” เขาดุน้องสาวอีกครั้ง

“พี่ทศ..คนนี้ทิพย์จริงจังนะคะ ทิพย์ขอร้องนะคะ ขอแค่ทิพย์ชวนเขาไปเดทด้วยสักครั้งก็พอแล้ว ทิพย์มั่นใจว่าเขาต้องตกหลุมรักทิพย์แน่ๆ” หญิงสาวเชื่อมั่นอย่างนั้น แต่ปัญหาของเธอก็คือภีมพลไม่สนใจเธอสักนิดเดียว

“ไร้สาระ!” ทศกัณฐ์พูดด้วยความไม่เข้าใจ ถ้าแค่อยากเดทก็ไปบอกเขาตรงๆ สิ ทำไมต้องโดดเรียนไปนั่งเฝ้าด้วย

“ก็ผู้ชายรอบๆ ตัวทิพย์ไม่มีใครดีเท่าพี่ภีมเลยสักคนนี่คะ มีแต่คนไม่ได้เรื่อง พี่ภีมน่ะนะ..นอกจากจะหล่อแล้วการเรียนก็ดีกีฬาก็เก่ง ฐานะชาติตระกูลก็ไม่เป็นรองใคร” ทิพย์มณีทำท่าปลื้มอกปลื้มใจทุกครั้งที่พูดถึงภีมพล ต่างกับผู้ชายคนอื่นที่เธอเคยมาเล่าให้ทศกัณฐ์ฟัง 

"ดีแค่ไหนฉันไม่สนเธอต้องเลิกไปตามเฝ้าเขาและกลับไปตั้งใจเรียนได้แล้ว" ชายหนุ่มออกคำสั่งแต่ทิพย์มณีสวนกลับมาอย่างไม่เชื่อฟังแทน

"ไม่ค่ะ..ทิพย์ไม่เลิก! ถ้าทิพย์ไม่ได้เดทกับพี่ภีม ทิพย์ก็ก็จะไม่ไปเรียนเด็ดขาด” เธอขู่พี่ชายอย่างกล้าๆ กลัวๆ จนเขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอด้วยแววตาดุดันเรียกชื่อเสียงกร้าวจนหญิงสาวสะดุ้งแต่ยังทำใจกล้าต่อรองเขา

"ทิพย์มณี!"

"พะ..พี่ทศ มะ..ไม่ต้องมาดุ ยังไงทิพย์ก็ต้องจีบพี่ภีมให้ได้"

"ทำไมเธอเป็นผู้หญิงแบบนี้นะ" ทศกัณฑ์รู้สึกผิดหวังกับนิสัยของน้องสาวแท้ๆ ของตนที่ถูกพ่อแม่ตามใจจนเสียคนและส่งมาให้เขาดูแลแทน เพราะทิพย์มณีกลัวเขาที่สุด "และถ้าเขายอมเดทกับเธอแล้ว เธอจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะชอบเธอ?"

"ทะ..ทิพย์มั่นใจว่ายังไงพี่ภีมก็ต้องชอบทิพย์ค่ะ"

"แล้วถ้าเขาไม่ชอบเธอละ?"

"ไม่มีทางหรอกค่ะ ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกกล้าปฏิเสธทิพย์หรอกค่ะ" ทิพย์มณีมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง

"ถ้าอย่างนั้นเรามาพนันกัน ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ชอบเธอ เธอต้องกลับมาเรียนเหมือนเดิม ตกลงมั้ย" ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอให้น้องสาวที่ตอบรับอย่างไม่มีลังเล

"ตกลงค่ะ แต่ถ้าพี่ภีมชอบทิพย์ พี่ทศต้องอนุญาตให้เราคบกันนะคะ" เพราะที่ผ่านมา ทศกัณฐ์จะหาเรื่องกดดันบรรดาแฟนหนุ่มของเธอจนต้องเลิกกัน แต่แท้จริงแล้วเธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่าที่โดนบอกเลิกเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวเธอเองต่างหากไม่ใช่เพราะพี่ชายสักนิด

“ได้!” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ ตอนนี้ตัวเขาเองก็เริ่มอยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ชายที่ทำให้น้องสาวหลงนักหลงหนานั้นจะหล่อขนาดไหน เพราะที่ผ่านมาทิพย์มณีไม่เคยพร่ำเพ้อถึงผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อน

“จริงนะคะพี่ทศ ทิพย์รักพี่ทศที่สุดเลยค่ะ” หญิงสาวดีใจจนลืมตัวโผเข้ากอดคอพี่ชายที่นั่งนิ่งทำหน้าเอือมระอาอย่างที่สุด

 

 

ภีมพล:

 

“น้ำเปล่าขวดนึงครับ”

“12 บาทค่ะ”

ผมวางขวดน้ำดื่มบนเคาน์เตอร์คิดเงิน หยิบแบงค์ยี่สิบส่งให้แคชเชียร์ในร้านมินิมาร์ทเพื่อชำระเงินค่าสินค้าก่อนหยิบขวดน้ำดื่มขึ้นมาเปิดระหว่างรอเงินทอน

แกร๊ก!

“อ๊ะ! ขอโทษครับ” ผมออกแรงบิดฝาขวดมากไปหน่อยทำให้น้ำกระเด็นออกมาเปียกเสื้อกีฬา ผมขยับตัวหลบน้ำทำให้เซไปชนกับคนข้างหลังที่เอื้อมมือมาจับบ่าผมไว้พอดี

ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาเรียวเฉียบคมดูนิ่งไม่สั่นไหว จมูกโด่งสวยได้รูปรับกับริมฝีปากสีชมพูของเขา ดูจากเสื้อผ้าราคาแพงและสไตล์การแต่งตัวจัดว่าเป็นคนรสนิยมดีเลยทีเดียว ผมลืมตัวจ้องหน้าเขาในระยะประชิดอย่างพิจารณา ก่อนจะดึงสติกลับมา

“ปล่อย! นี่คุณจะตามผมไปถึงเมื่อไหร่กัน?!” ผมสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเขา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกัน เขาตามไซโคผมมาเกือบอาทิตย์นึงแล้ว

“ผมถามคุณไม่ได้ยินหรือไง?!”

“.....”

เงียบสนิท..ไม่มีคำตอบใดๆ ออกจากริมฝีปากได้รูปของเขานอกจากดวงตาสีดำสนิทที่จ้องมองผม

“กวนตีน!” ผมพูดใส่หน้าเขาอย่างหงุดหงิดก่อนคว้าขวดน้ำดื่มเดินกระแทกไหล่หนาออกออกมานอกมินิมาร์ทด้วยความโมโห

“เดี๋ยวค่ะคุณ เงินทอนค่ะ” แคชเชียร์สาวในร้านมินิมาร์ทตะโกนเรียกผมไล่หลัง ร่างสูงสง่าเอื้อมมือไปคว้าเหรียญเงินทอนในมือของแคชเชียร์ เขาสาวเท้ายาวๆ ก้าวตามผมออกมาหน้าร้าน

หมับ!

“เฮ้ยย..คุณจะทำอะไรน่ะ?!” ฝ่ามือใหญ่คว้าหมับเข้าที่เอวจนผมสะดุ้ง เขาดึงตัวผมจนปลิวไปกระแทกอกหนาที่มีเสื้อผ้าสวมบดบังอยู่ แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แน่นและแข็งแกร่งภายใต้ร่มผ้านั้น

เพียงพริบตาเดียวฝ่ามือใหญ่ก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นของผม ปลายนิ้วเรียวขยับลูบไล้ต้นขาจนผมขนลุก กริ๊ง! เสียงเศษเหรียญกระทบกันอยู่ภายในกระเป๋ากางเกง ผมหันกลับไปจ้องหน้าเขาที่ใช้สองมือผลักหลังผมออกจากอกพอดี แต่ก็ยังไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากเขาเหมือนเคย นอกจากหางตาที่มองผมมาแว้บหนึ่งก่อนเดินจากไป

ให้ตายสิ! ไอ้ผู้ชายคนนี้เขาต้องการอะไรจากผมกันแน่นะ

 

 

สนามบาส :

 

“เฮ้ยไอ้ภีม ช่วงนี้ไอ้วินมันหายไปไหนวะ กูไม่เห็นมันมาหลายวันแล้ว” รุ่นพี่ที่สนามบาสถามถึงธาวินขณะที่กำลังส่งลูกบาสไปข้างหน้ากับภีมพลที่วิ่งตามขึ้นไปด้วย

“ช่วงนี้มันงานยุ่งครับ” ชายหนุ่มตอบรุ่นพี่ที่รับบอลมาส่งต่อให้เขาเพื่อชู้ตทำแต้ม ซึ่งแท้จริงแล้วธาวินไปทำธุระกับครอบครัวที่ต่างประเทศหลายวันกว่าจะกลับ

“มิน่าละ น้องผู้หญิงคนสวยถึงหายไปแต่มีผู้ชายตัวใหญ่ๆ มายืนจ้องมึงแทน ฮ่าๆๆ” รุ่นพี่แซวภีมพลที่แอบเหลือบไปมองผู้ชายตัวใหญ่ที่ยืนสะดุดตาอยู่ข้างๆ ลานเต้นแอโรบิก

“จะบ้าหรอพี่! มองผมที่ไหนกัน เขาคงมารอคนอื่นมั้ง” ภีมพลพูดกับรุ่นพี่ที่เล่นบาสอยู่ด้วยกัน แต่บังเอิญสายตาเหลือบไปสบกับคนตัวใหญ่พอดีจึงรีบผลุบกลับมา เขาโดนจ้องตลอดทุกการเคลื่อนไหวจนเกร็งไปทั้งตัวทำให้ไม่มีสมาธิเล่นต่อ

“ผมขอพักก่อนนะพี่วันนี้เหนื่อยๆ ยังไงไม่รู้” ภีมพลส่งลูกบาสคืนให้รุ่นพี่ก่อนไปยืนพักเหนื่อยอยู่ริมสนาม เขาเปิดกระเป๋าเป้หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อบนใบหน้า ดวงตากลมจ้องคนตัวใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามครู่หนึ่ง ก่อนเบือนหน้าไปทางลานเต้นแอโรบิกที่เปิดเพลงเสียงดังเพื่อผ่อนคลายอารมณ์

“ไอ้ภีม! ระวัง!”

ลูกบาสที่ไร้ทิศทางพุ่งตรงไปทางเขาอย่างรวดเร็วและแรง ความแรงของลูกบาสถ้าโดนเข้าคงทำให้เขาล้มทั้งยืนได้เหมือนกัน ภีมพลที่กำลังยืนเหม่อดูลานเต้นอยู่ทำให้ไม่ทันได้ระวังตัว หลังสิ้นเสียงเรียกชื่อเขายกท่อนแขนขึ้นเพื่อปิดบังใบหน้าตัวเองไว้ตามสัญชาติญาณ

ควับ!!

ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนจ้องเขาอยู่วิ่งฝ่าสนามมาจากฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ด้วยช่วงขาที่ยาวกว่าคนทั่วไปทำให้เขาไปถึงตัวภีมพลได้อย่างทันท่วงที ท่อนแขนแกร่งกระชากแขนเรียวที่มีกล้ามเนื้อน้อยๆ ดึงออกจากทิศทางของลูกบาสเข้ามากอดไว้แนบอกท่ามกลางความตกตะลึงของคนในสนามและตามด้วยเสียงร้องแซวจนใบหน้าที่ขาวซีดด้วยความตกใจกลายเป็นแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธปนกันไป

“ปล่อยซิวะ!!” ภีมพลผลักอกคนตัวสูงออกอย่างแรง เขาไม่เคยรู้สึกเสียหน้าเท่านี้มาก่อน

“......”

ผู้หวังดีไม่พูดอะไร ดวงตาเฉียบคมยังจ้องเขาอยู่นิ่งๆ

“บ้าชิบ!” ภีมสบถใส่หน้า นอกจากจะไม่ขอบคุณที่เข้ามาช่วยแล้วเขายังอยากด่าชายหนุ่มด้วยซ้ำไป วิธีการช่วยแบบแมนๆ มีตั้งเยอะแยะไปแต่ดันเสือกมากอดเขาได้ อย่างนี้สู้โดนลูกบาสกระแทกหัวล้มไปเลยยังดีกว่า มือเรียวรีบก้มคว้าเก็บผ้าขนหนูที่ตกบนพื้นใส่กระเป้สะพายบ่าก้าวเท้าเดินกระแทกไหล่คนตัวใหญ่ออกจากสนามโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเขาสักนิด

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น