สวัสดีนักอ่านทุกคนที่เข้ามานะค้า เรื่องนี้เราแต่งไว้คลายเครียดจากเรื่องเก่าเน้อ ออกแนวแฟนตาซีนิดๆ ชอบไม่ชอบเม้นต์บอกได้น้าาา^^

บทที่ 19 : จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

ชื่อตอน : บทที่ 19 : จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

คำค้น : Bts kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.9k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2563 02:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 : จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
แบบอักษร

 

​บทที่ 19 

​จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง 

 

​เสียงฝีเท้าย่ำบนพื้นเย็นเยียบท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่า ร่างบางยังคงนอนสลบไสลภายในอ้อมกอดของปีศาจหนุ่ม ดวงดารานับล้านส่องแสงพร่างพราวบนท้องฟ้าอันมืดสนิท ม่านเมฆเริ่มคลายออกจากดวงจันทร์เช่นเดียวกับความโกรธของเขาที่ค่อยๆลดลง ยามนี้ปีศาจหนุ่มกำลังอารมณ์ดี 

ได้รู้ว่าหลังจากนี้จะได้อยู่กับแทฮยองแค่สองคน ก็ไม่มีอะไรน่ายินดีเท่านี้อีกแล้วล่ะ 

จองกุกอุ้มคนรักให้เข้ามาในถ้ำมืดสลัวแห่งหนึ่ง ค่อยๆวางอีกฝ่ายลงบนพื้นหินเย็นเฉียบอย่างอ่อนโยน ดูท่าพวกเขาต้องพักแรมที่นี่ไปก่อน ถ้าให้เดินทางต่อก็เกรงว่าร่างบางจะหนาวเอา หนำซ้ำยังไม่ดีต่อการเจริญเติบโตของไข่ในท้องอีกด้วย 

เขาใช้เท้าเขี่ยกิ้งกือสีขาวตัวโตเพื่อไม่ให้มันขึ้นไปไต่แทฮยอง ในถ้ำนี้น่าจะมีแมลงเยอะพอดู เขาจึงตัดสินใจนั่งลงแล้วอุ้มร่างบางให้มานั่งบนตัก โอบกอดไว้แนบแน่นหวังไล่ความหนาวเหน็บออกไป คนหลับก็ซุกศีรษะเข้าหาความอบอุ่นอัตโนมัติ 

จองกุกมองท้องของแทฮยองอยู่นาน นานมากๆ จนกระทั่งเขาเอื้อมมือออกไปลูบมันเบาๆด้วยความรู้สึกเศร้าหมอง เป็นความผิดของเขาสินะที่ทำให้มนุษย์ตัวเล็กๆอย่างแทฮยองต้องมาเผชิญเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ 

ความจริงแล้ว เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มขึ้นจากตรงนี้ต่างหาก... 

 

​18 ปี ก่อนหน้านี้ 

 

เชื่อว่าคุณแม่ทุกคนต้องรักและหวงแหนลูกเป็นธรรมดา ขนาดให้ตายยังตายแทนได้ แต่ผู้หญิงคนนี้คือกรณียกเว้น... 

หญิงสาวตัวผอมแห้งหอบอุ้มผ้าที่ปั้นเป็นกระจุกเข้ามาในสถานที่รกร้างแห่งหนึ่ง ก่อนที่หล่อนจะวางห่อผ้าก้อนกลมๆนั้นไว้บนลานขยะ สิ่งมีชีวิตเล็กๆในห่อผ้าผืนขาวเริ่มขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกขาดอากาศหายใจ ทารกน้อยผู้มีรอยสักบนต้นคอถูกวางลงในถุงดำเหม็นๆให้รวมกับขยะอื่น 

คุณแม่ใจร้ายมัดปากถุงอย่างไร้ความลังเล หล่อนไม่เสียใจเลยสักนิดที่ทำแบบนี้ ไม่ใช่ว่าหล่อนเด็กเกินไปหรือยังไม่พร้อมจะมีลูก แต่เพราะความกลัวจากการที่รู้ว่าตัวเองมีลูกเป็นตัวประหลาดนั้นครอบงำจิตใจ สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่เคยมีอยู่จึงถูกลบไปเสียหมด 

การกระทำทั้งหมดของหญิงสาวจะไม่ได้รับการอภัยจากพระเจ้า หล่อนจะไม่มีวันได้ขึ้นสวรรค์ จองกุกรู้เรื่องนี้ดี เขามองหล่อนเดินออกไปจากสถานที่แห่งนั้น ขณะที่ตัวเขาหลบซ่อนอยู่ในพุ่มไม้เตี้ยๆพุ่มหนึ่งไม่ไกลจากตรงนั้นเท่าไรนัก แน่นอนว่าอยู่ในร่างงูแบบนี้ทำให้หล่อนไม่มีทางสังเกตเห็น 

เขาค่อยๆเลื้อยออกมาเพื่อตรงไปยังถุงดำถุงนั้น โดยมีงูหางกระดิ่งสีขาวเลื้อยตามอยู่ข้างหลัง 

​"ไอ้กุก มึงจะทำอะไร" 

​พญาจงอางดำไม่ตอบ กลับแปลงกายเป็นบุรุษรูปหล่อที่น่าจะมีอายุสักยี่สิบปีต้นๆ เขาแกะปากถุงดำออกก่อนมองเข้าไปในนั้น 

"อุแว้! แว้!" 

นั่นแหละ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกตกหลุมรัก 

"โธ่ เด็กน้อยผู้น่าสงสาร" จองกุกอุ้มทารกน้อยขึ้นมาไว้แนบอก ผิวยังแดงๆอยู่เลย ท่าทางจะถูกทิ้งทันทีที่คลอดออกมาสินะ "มามะ มาหาพี่กุกนะ" 

"มึงคิดว่ามึงทำอะไรอยู่" ยุนกิแปลงกายเป็นมนุษย์ก่อนเดินเข้ามาเตือนสติเพื่อนสนิท 

"เลี้ยงเด็ก" 

ยุนกิอ้าปากค้างเหมือนจะด่า แต่ก็กลืนคำหยาบนั้นลงไปและพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็นแทน "มึงทำแบบนั้นไม่ได้ไอ้กุก มันเป็นเรื่องต้องห้าม เราไม่ควรข้องแวะกับพวกมนุษย์ โดยเฉพาะ..." ยุนกิตัดจบดื้อๆ ตาก็มองทารกน้อยที่ถูกร่างสูงจับโอ๋อยู่ "มึงรู้ไหมว่าเด็กคนนี้เป็นใคร" 

"รู้" 

"ถ้ามึงยังยุ่งกับเด็กคนนี้ รับรองว่าไอ้งูผู้ดีนั่นไม่ปล่อยมึงไว้แน่" 

"ดูสิ เด็กคนนี้เป็นผู้ชายล่ะ" จองกุกตาวาวหลังจากรู้เพศของทารกน้อย 

"มึงไม่ได้ฟังที่กูพูดเลยไอ้กุก!" 

จองกุกไม่สนคำบ่นของเพื่อนตัวขาวแต่อย่างใด เขาง่วนอยู่กับการโอ๋ปลอบเจ้าตัวเล็กที่ร้องไห้โยเยไม่หยุด 

"ชู่ว... ไม่ร้องนะเด็กดี" ร่างสูงจับเขย่าทารกเบาๆแบบปลอบประโลม แต่คนในอ้อมแขนก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดร้อง "หิวงั้นเหรอ ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้ให้นมสินะ" 

"อุแว้!" 

จองกุกกัดนิ้วชี้ตัวเองจนเลือดออก ก่อนยัดนิ้วข้างนั้นเข้าไปในโพรงจิ๋ว ทารกน้อยตัวแดงก่ำดูดนิ้วจ๊วบๆอย่างหิวโหย เหงือกที่ยังไม่มีฟันสักซี่กับปากนุ่มนิ่มทำให้จองกุกรู้สึกจั๊กจี๋ 

"ไอ้กุก มึง..." ยุนกิแทบไม่อยากเชื่อว่าจะได้เห็นสายตาเอ็นดูจากราชาผู้โหดเหี้ยม แล้วรอยยิ้มแบบนั้น กับแววตาแบบนั้นมัน... "นี่มึง รักเด็กคนนี้แล้วเหรอ" 

คนฟังปรายมองครู่หนึ่งก่อนกลับไปสนใจทารกต่อ 

"มึงทำแบบนั้นไม่ได้ กุก เด็กคนนี้มีเจ้าของแล้ว" 

"กูไม่สน" รอยยิ้มอบอุ่นในคราแรกได้เจือหายไป "คนเราจะรักกันมันไม่เกี่ยวกับคนบนฟ้าหรอก มันขึ้นอยู่กับหัวใจของคนสองคนต่างหาก" 

คนตัวขาวยืนกินใบ้นานเป็นนาที เพื่อนของเขาจะทำแบบนั้นจริงๆเหรอ "แต่ก่อนอื่น ต้องหาที่อยู่ให้เด็กคนนี้ก่อนนะ" 

ได้ฟังดังนั้น จองกุกก็เริ่มออกตัวเดินไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

ในวันฝนพรำ ซิสเตอร์คนหนึ่งเดินออกมาเปิดประตูทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะ แต่พอเปิดบานประตูกลับต้องฉงนใจเมื่อไม่เห็นเจ้าของเสียงเคาะนั้น กลับมีกล่องกระดาษกล่องหนึ่งวางตรงหน้าประตูแทน 

"โอ ตายแล้ว... นี่มัน" หล่อนอุ้มทารกน้อยจากลังกระดาษนั้นขึ้นมาแนบอกไว้ นิ้วเรียวเกลี่ยแก้มย่นๆตามประสาผิวเด็กแรกเกิดเพื่อปัดใบไม้ออก "ใครกันน้า ช่างใจร้ายได้ลงคอ" ท่าทางหล่อนคงต้องจ้างแม่นมสักคนมาไว้ที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วสินะ 

จองกุกกับยุนกิในร่างงูมองตามซิสเตอร์ที่หายเข้าไปในตัวบ้าน คนตัวขาวถอนใจพลางเลื้อยออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ 

​"พอใจมึงยัง?" 

 

​"อืม พอใจแล้ว" 

 

​"แล้วมึงจะเอาไงต่อ" 

 

​"ก็รอดูไปก่อน ยังไม่ถึงเวลาที่กูกับเด็กคนนั้นจะเจอกัน" 

 

แต่อีกไม่นานหรอก 

​3 ปีผ่านไป... 

 

เด็กตัวกลมผิวสีน้ำผึ้งกำลังนั่งจุ้มปุ๊กบนผืนทรายกับเด็กรุ่นพี่คนหนึ่ง แทฮยองเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้เมื่อไม่เห็นแก้วพลาสติกรูปกระต่ายของตัวเอง แล้วทีนี้จะตักทรายใส่อะไรล่ะ 

แบคฮยอนที่เห็นก็เอ่ยถามอย่างสงสัย "เป็นไรหยอ แตฮยอง" 

"ฮึก... เจ้าบันนี่ของแตหายอ่ะ" หยาดน้ำตาเริ่มกลิ้งลงมาบนแก้มกลมสีระเรื่อ แบคฮยอนจึงยื่นแก้วของตัวเองให้น้อง 

"อาวของพี่ปายใช้ก่อนนะ" 

แทฮยองเหลือบมองแก้วรูปน้องหมี "ไม่อาวอ่ะ หมีไม่เห็นน่ายักเท่ากาต่ายเยย" 

เมื่อเห็นว่าน้องแทเริ่มสะอื้นอีกรอบ แต่เด็กวัยสี่ขวบอย่างแบคฮยอนก็ปลอบใครไม่เป็น เขาจึงมองไปรอบๆเพื่อหาอะไรมาหยุดอาการร้องไห้ของคนน้อง 

"นี่ๆ แตแต ปายเล่นม้าหมุนกับเพื่อนกันเตอะ!" 

แทฮยองหยุดสะอื้นนิดหนึ่งพลางมองตามปลายนิ้วชี้ป้อมๆของคนพี่ "อื้ม! ปายสิ แตอยากเล่นม้าหมุน" 

และแล้วสองเด็กน้อยที่หน้าตาคล้ายกันราวกับแกะก็เดินจับมือไปยังม้าหมุน ซึ่งมีเด็กรุ่นเดียวกันและใกล้เคียงกำลังเล่นอยู่ แถมมันเหลือที่ว่างตั้งสองที่ พวกเขาต้องได้เล่นแน่ๆเลย! 

"พวกเธอๆ เยาขอเล่นด้วยหน่อยจิ" แบคฮยอนอาสาถามแทนแทฮยอง เพราะเขาไม่ได้มีนิสัยติดขี้อายเหมือนอีกฝ่าย 

"มาสิ ยังเหลือที่ว่างอยู่นะ!" เด็กชายที่น่าจะโตที่สุดในกลุ่มพูดขึ้น ดูเผินๆอาจโตกว่าแบคฮยอนหนึ่งปี 

"เย้! ขอบใจนะ" พี่แบคกระโดดขึ้นไปนั่งบนที่ว่าง แต่พอแทฮยองจะปีนขึ้นไปนั่งด้วยกลับถูกผลักออก 

ตุบ! 

"โอ๊ย!" ร่างกลมล้มไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น และตามประสาเด็กถ้าถูกทำให้เจ็บแบบนี้ ก็มีแค่ร้องไห้ลูกเดียว "ฮึก ทำไมเยาเล่นด้วยไม่ด้าย" 

"ออกไปเลยนะ! พวกเราไม่เล่นกับเจ้าสาวงูหรอก" เด็กหญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้น ตามด้วยเด็กชายคนเดิม 

"ใช่ เดี๋ยวนายก็เสกงูออกมาไล่กัดพวกเราอีก" 

"ฮึก เค้าทำด้ายตี้ไหน... แตแตเสกงูไม่เป็น" มือเล็กบางๆยกขึ้นมาปาดจนขอบตาแดงเถือก 

"ออกไปซะ! พวกเราไม่อยากเล่นกับนาย" 

"ออกไปๆ! ไม่เอางู!!" 

"ไปให้พ้นเลยนะ ไอ้ตัวประหลาด!" 

"ฮึก ฮือ..." เมื่อถูกขับไล่ไสส่ง เด็กน้อยแทฮยองก็ได้แต่ลุกขึ้นแล้ววิ่งแจ้นออกไป แบคฮยอนก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กอย่างอึ้งๆ 

ร่างกลมเดินเช็ดน้ำตามานั่งอยู่ตรงใต้ร่มไม้ สายลมเย็นๆพัดคลอเหมือนกับจะปลอบใจ แต่เด็กน้อยยังคงไม่หยุดสะอื้นฮักง่ายๆ 

"ทำไมทุกคนต้องเกลียดแต ฮึก แตแตไม่เข้าใจ..." 

จองกุกในร่างงูคอยแอบมองอยู่ในพุ่มไม้ใหญ่ เขาทนเห็นน้ำตาอีกฝ่ายไม่ได้จึงแปลงกายเป็นเด็กชายให้อายุเท่ากันกับแทฮยอง เท้าเล็กๆในร้องเท้าผ้าใบสีแดงก้าวฉับๆเข้ามาหาอย่างเงียบเชียบ 

ร่างกลมหยุดสะอื้นพลางมองผ้าเช็ดหน้าที่ยื่นมาให้ 

"เช็ดซะ" เสียงเล็กใสดังออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม แทฮยองมองเด็กชายหน้ากระต่ายตากลมโตสลับกับผ้าเช็ดหน้า "เราไม่ชอบเห็นนายร้องไห้" 

ร่างกลมรับผ้าผืนนั้นอย่างไร้เดียงสา เด็กวัยสามขวบอย่างเขายังไม่รู้จักคำว่าเกรงใจ 

"ขอบคุณนะ..." และเอ่ยขอบคุณตามที่ผู้ใหญ่ได้สอนไว้เมื่อมีคนยื่นของให้ 

จองกุกทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ "นายร้องไห้ทำไมเหรอ" 

แทฮยองสั่งน้ำมูกจนผ้าเช็ดหน้าเปียกเยิ้ม แต่จองกุกก็ไม่ได้ว่าอะไร "คือเยา... ไปขอเล่นม้าหมุน แต่ไม่มีใครอยากให้เยาเล่นด้วย" 

คนฟังพยักหน้าอย่างเข้าใจ ซึ่งนั่นไม่ใช่การกระทำของเด็กวัยสามขวบ 

"นายชื่ออาไยอ่ะ?" แทฮยองขยุ้มผ้าเช็ดหน้าเป็นก้อนไว้บนตัก 

"เราชื่อจองกุก" 

"จะ.. จกุก" ร่างกลมพยายามพูดตาม แต่ชื่ออีกฝ่ายออกเสียงยากเหลือเกิน 

จองกุกส่ายหน้าและเริ่มพูดช้าๆ "จอง-กุก!" 

"จกุก... จกุก... กุก..." 

เด็กชายหลุดหัวเราะจนเห็นฟันกระต่าย "เรียกว่าจกุกก็ได้ แล้วแต่นายเลย" 

แทฮยองหันมาพูดทวนชื่ออีกฝ่ายซ้ำๆกับตัวเองเหมือนกันลืม 

"แล้วนายล่ะ ชื่ออะไร" 

คนถูกถามเอามือแปะอกตัวเองก่อนตอบเสียงเจื้อยแจ้ว "เยาชื่อแตฮยอง!" 

จองกุกยิ้มบางอย่างนึกเอ็นดู "ยินดีที่ได้รู้จักนะแทฮยอง" 

ร่างกลมไม่สงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดชัดแจ๋ว เพราะคิดว่าจกุกคงเป็นเด็กที่โตกว่า 

"นายมาจากไหนหยอ ตะมายเยาไม่เคยเห็นนายที่บ้านเด็กกำป๊าเยยอ่ะ?" 

จองกุกนิ่งเงียบเพราะใช้เวลาในการตีความที่อีกคนพูด "เราอยู่แถวๆนี้แหละ แต่เราแอบเข้ามา" 

แทฮยองทำตาโต "แอบ? มันม่ายดีนะ ซิสเตอร์บอกว่าทามแบบนั้นมันม่ายดี" 

เด็กชายยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่มีใครมาสนเราสักหน่อย อีกอย่างเดี๋ยวเราก็กลับแล้วล่ะ" 

แทฮยองไม่รู้จะตอบยังไงเพราะประโยคของอีกฝ่ายมันดูผู้ใหญ่เกินไป จึงยากที่เด็กน้อยจะเข้าใจ "อ่ะ นี่ ผ้า" 

"นายเก็บไว้เถอะ เรามีตั้งหลายผืน" 

"....." แทฮยองนิ่งไปสักพักก่อนยัดผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋ากางเกงอย่างไม่คิดอะไร 

"จะไปไหน?" จองกุกลุกขึ้นตามอีกคน 

"จาปายเดิน... เล่น" 

"เดินเล่นเหรอ แถวนี้มีอะไรให้เดินเล่นด้วยเหรอ" ถึงจะพูดยังงั้นแต่ก็เดินตามมา 

"มีสิ ตรงสวนนั่นไง" เขาชี้ไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ไกล จองกุกมองตามและเดาว่ามันคงเป็นสวนดอกกุหลาบ 

เมื่อพวกเขาเดินมาถึง แทฮยองก็ตรงดิ่งไปหาดอกกุหลาบสีขาว เขาลูบมันก่อนสูดความหอมตามประสาเด็กอยากรู้ 

"เยาเคยขอซิสเตอร์ แต่ซิสเตอร์ม่ายให้" 

"แทฮยองอยากได้เหรอ?" 

ร่างกลมพยักหน้า แต่มือกลับเผลอไปสัมผัสหนามของมันเข้า "ย๊าห์! เจ็บ..." 

"เป็นอะไร!?" จองกุกรีบเข้ามาดูอาการ ก็เห็นว่านิ้วของอีกฝ่ายเลือดออก 

"ฮึก คุณดอกไม้ใจย้าย..." 

โธ่ โดนหนามทิ่มสินะ จองกุกสั่นส่ายศีรษะก่อนจับมือเล็กมาดู เป็นแผลจุดน้อยๆนิดเดียว แต่เลือดที่ออกมาคงทำให้แทฮยองตกใจมากเกินไปหน่อย 

"ฮือ แตไม่ชอบเลือดเยยอ่ะ..." 

จองกุกมองแผลนิ่งๆก่อนคลี่ยิ้มกว้าง "เดี๋ยวเราช่วยนะ" 

"ช่วยยังไง?" 

"หลับตาก่อนสิ" 

ถึงแม้จะสงสัย แต่แทฮยองเป็นคนเชื่อฟังง่ายจึงยอมหลับตาลง เขารู้สึกได้ว่ามีลมอุ่นๆเป่ารดใส่นิ้วข้างนั้น 

"โอม... เพี้ยง!" 

ฟู่ 

"ทีนี้ลืมตาได้แล้วล่ะ" 

สิ้นคำอนุญาต เปลือกตาใสก็ค่อยๆยกตัวขึ้นมา แทฮยองเบิกตาโตเมื่อเห็นว่าไม่มีแผลอยู่บนนิ้วตัวเองแล้ว สุดยอดเลย ซิสเตอร์เคยทำให้เขานะ แต่มันไม่ได้หายเป็นปลิดทิ้งแบบนี้ แถมมันไม่ได้หายเจ็บด้วย 

"จกุกทำได้ไง..." 

"หึ ความลับ" จองกุกหลับตาข้างหนึ่งพร้อมเอานิ้วชี้แตะปาก แทฮยองเห็นก็ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปใหญ่ ตาคนนี้แปลกดีจริงๆ 

"แทฮยองจ๊ะ" ซิสเตอร์ชอนซาเดินยิ้มหวานเข้ามาหา "ทำอะไรอยู่เหรอ" 

ร่างกลมยิ้มรับจนตาหยี "เล่นกับเพื่อนฮะ!" 

หล่อนเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ "เพื่อนเหรอ เขาอยู่ไหนล่ะ?" 

"ก็นี่งะ---" พอหันไปก็ไม่เห็นจองกุกแล้ว อ้าว หายไปไหนของเขานะ เมื่อกี้ยังยืนอยู่ตรงนี้อยู่เลย "คือ..." 

ชอนซาหัวเราะคิกคักกับจินตนาการของเด็ก "เอาเถอะจ้ะ ฉันมีข่าวดีจะมาบอกหนู" 

แทแทเอียงคอทำตาโตแป๋ว "ข่าวดี?" 

"ใช่จ้ะ มีคนใจดีมารับหนูไปเลี้ยงแล้ว" 

"จริงหยอฮะ! ไชโย้~!!!" 

หล่อนยิ้มเอ็นดู เดินเข้าไปจับมือของเด็กน้อยที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ "พี่แบคก็จะได้ไปกับหนูด้วยนะ คุณซอกจินเห็นว่าพวกหนูหน้าตาเหมือนกันเลยถูกอกถูกใจใหญ่เลย ดีไหมจ๊ะที่หนูจะได้ไปกับพี่แบค" 

เด็กน้อยพยักหน้ารัวๆ "ดีฮะ ดีๆๆๆๆ!" 

"งั้นก็ไปกันเถอะ ไปพบกับคุณซอกจินกัน อยู่กับเขาก็ทำตัวดีๆเข้าไว้นะ รู้ไหม" 

แทฮยองเดินลั้ลลาขณะที่มือข้างหนึ่งถูกจูง จองกุกที่กำลังซ่อนตัวอยู่หลังศาลาอมยิ้มให้กับภาพนั้น พลางหวังว่าคุณซอกจินจะเลี้ยงดูอีกฝ่ายให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี 

"มึงอยู่ในร่างนี้ก็น่ารักดีนะ" ยุนกิเดินเข้ามายีหัวกลมๆอย่างหยอกล้อ จองกุกรีบปัดมือหนาออกก่อนรีบคืนร่างเป็นชายหนุ่ม 

"ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเด็กคนนั้นช่างสั้นจังเลย" 

"ไม่เอาน่า เดี๋ยวก็ได้เจอกันไม่ใช่เหรอ" คนตัวขาวมองตามแผ่นหลังเล็กของแทฮยองที่ห่างออกไปไกลลิบ "ถึงกูจะไม่ห้ามมึงแล้ว แต่ใช่ว่าจะมีโอกาสที่แทฮยองเป็นของมึงนะ" 

จู่ๆริมฝีปากบางก็เผยยิ้มร้าย "ใช่ไง เพราะงั้นกูถึงต้องกำจัดไอ้งูตัวนั้นให้พ้นๆซะ..." 

​To be continued 

 

​____________________________ 

 

ยัยแทกับพี่แบคน่าย้ากกกก>< จองกุกในตอนนี้ดูกลายเป็นพ่อพระเลยอ่ะ แต่ก็มาร้ายเอาตอนจบ5555 หลังจากนี้นางก็จะไปฆ่าเทพงูละ 

ตอนหน้าแทแทจะฟื้นแล้ว มาลุ้นกันว่านางจะรู้สึกยังไงที่รู้ว่าจองกุกคืองู และก็นัมจุนกับครอบครัวยังไม่ตายนะ เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วง 

ความคิดเห็น