ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่กดเข้ามาอ่านนิยายของไรท์ ไรท์รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถมอบความสุขให้กับทุกคนได้ ติดตามนิยายเรื่องใหม่ๆของไรท์ได้เรื่อยๆเลยน๊าาา

ปอบ BM++ {ตัวที่ชอบกินเนื้อสดๆเลือดเยอะๆโดยเฉพาะพี่} PART TWO END

ชื่อตอน : ปอบ BM++ {ตัวที่ชอบกินเนื้อสดๆเลือดเยอะๆโดยเฉพาะพี่} PART TWO END

คำค้น : ปอบ,เสือ,สิงค์,ฬาวี,หมวยเล็ก,หมวยใหญ่

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2562 01:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปอบ BM++ {ตัวที่ชอบกินเนื้อสดๆเลือดเยอะๆโดยเฉพาะพี่} PART TWO END
แบบอักษร



{ตัวที่ชอบกินเนื้อสดๆเลือดเยอะๆโดยเฉพาะพี่} ปอบ BM++

ปึก!


“แน่ใจนะว่าพวกมึงเก็บของกันมาครบแล้ว กูไม่วนกลับมานะโว้ยย!” ผมถามหมวยเล็กและหมวยใหญ่เน้นย้ำ ที่ต้องถามเพราะมันสองคนชอบลืมนั้นลืมนี่บ่อย และคนที่ลำบากลำบนพวกมันกลับมาเอาก็เป็นผมไง เลยต้องถามดักทางมันไว้ก่อน


“มึงสบายใจได้น่า กูไม่มีทางลืมอะไรแน่นอน แล้วมึงละเล็กลืมอะไรไหม” คนเป็นพี่หันไปถามน้องซึ่งยืนอยู่ข้างๆกัน


“โนเว ฉันเช็คของตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่ลืมๆ” หมวยเล็กตอบกลับมาอย่างมั่นใจ


“งั้นก็ดี ไปกันเถอะเดี๋ยวจะไปถึงที่นั้นมืดค่ำ”


“ไปๆ หมวยเล็กมึงไปนั่งข้างหลังแล้วกัน”


“อ้าวได้ไงกัน  เค้าจะนั่งกับฬาวีอะ” คนเป็นน้องขัดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อพบว่าตัวเองได้ไปนั่งคนเดียวที่เบาะหลัง


“อย่าเรื่องมากน่า มึงเป็นน้องเพราะฉะนั้นต้องฟังคำสั่งพี่”


“ชิ เกิดห่างกันแค่วิสองวิเอง ก็ได้ๆ” ผมส่ายหน้าไปมาฟังทั้งสองพี่น้องเถียงกัน ปากก็พรางอมยิ้มขำกับการกระทำทั้งสอง


“ไปๆ ขึ้นรถได้..โอ้ย!” ผมหันไปปไล่สองคนข้างๆให้ขึ้นรถแต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขึ้นนั่ง อาการเจ็บท้องก็กำเริบขึ้นอีกแล้ว “มาปวดอไรตอนนี้เนี่ย” ผมกุมท้องเบ้หน้าอย่างทรมาน


“เฮ้ยย!..ไหวไหมมึง” หมวยเล็กที่อยู่ใกล้ผมรีบเข้ามาประคองผมไว้ทันที


“ไปเป็นไร..เดี๋ยวมันก็หาย” ผมผายมือบอกกับพวกมันว่าไม่เป็นไรมาก แค่เกิดอาการเจ็บท้องขึ้นมาอย่างรวดเร็วนิดหน่อย


“ทนๆหน่อยนะมึง..เดี๋ยวมึงก็จะชินเอง”หมวยใหญ่พูดให้กำลังใจ


“อือ ประจำเดือนมันมาได้ไม่นานหรอกเดี๋ยวมันก็หาย” ผมไม่ได้พูดตอบอะไร แค่พยักหน้ากลับไปเท่านั้น แล้วผมก็เดินอ้อมขึ้นไปฝั่งคนขับก่อนจะขับออกไป พวกเราทั้งสามกำลังจะเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดน่านเพื่อที่จะได้จัดทำโปรเจ็คกันส่งก่อนสอบไฟนอลที่กำลังจะมาถึงนี้ และเราก็ตกลงกันไว้ว่าจะไปวันนี้ ถ้าเกิดผมบอกไปว่าปวดท้องมากไปไม่ไหวงานที่จะทำมันก็จะไม่เสร็จตามกำหนดนะสิ แค่เรื่องเจ็บท้องมันไม่หนักเท่าติดFหรอก ต่อให้มีอุปสรรคมาขวางกั้นมากมายแค่นั้น ผมก็จะเดินข้ามผ่านมันไปให้ได้ฉะนั้นเรื่องประจำเดือนไม่ใช่ปัญหาของผมหรอก..มั้ง ก็นั้นแหละถึงตอนนี้มันจะปวดๆอยู่และเลือดก็ไหลไม่หยุดอะนะ


18:25น.

ผมขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของกำนันโดยที่พวกเราทั้งสามนั้นประสานงานไว้อาทิตย์ก่อนแล้ว บ้านของกำนันเป็นบ้านปูนขนาดกลางสองชั้น ซึ่งดูรวมๆภายนอก ผมก็ว่ามันโอเคเลยทีเดียว อาการที่นี่ครึ้มนิดหน่อยแต่ผมก็ว่ามันสดชื่นดี


“เอ้า! สวัสดีหนุ่มสาวลุงชื่อลุงสิงค์นะ มาถึงเร็วเหมือนกันนะเนี้ย ลุงนึกว่าจะมาถึงสองทุ้มสามทุ้มซะอีก” ลุงกำนันเดินออกมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พอพวกผมเห็นก็ยกมือไหว้ขึ้นทันที


“สวัสดีครับ ลุงสิงค์พวกเรารบกวนด้วยนะครับ” ผมกล่าวอย่างน้อมน้อบ


“รบกงรบกวนอะไรกัน มาๆเข้าไปกินน้ำกินท่ากันข้างในบ้านก่อน เดินทางมาตั้งไกล”


“ครับ/ค่ะ” ผมและสองพี่น้องยกมือขึ้นไหว้ลุงสิงค์อีกครั้งเป็นการขอบคุณ “ป๊า! ใครมา” เสียงทุ้มตะโกนออกมาจากข้างในตัวบ้านก่อนจะปรากฎร่างของเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ใบหน้าคมผิวสีแทนเดินมาหยุดยืนขนานข้างลุงสิงค์ และถ้าให้ผมเดา “ก็คงจะเป็นลูกขอลุงแก” ผมมองงสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่เท้าขึ้นไปข้างบน ก่อนจะสะดุ้งเมื่อสายตาผมปะทะเข้ากับเด็กตรงหน้า และผมรู้สึกว่าในดวงตาของเด็กนี่มันมีประกายจากสีดำเปลี่ยนเป็นสีแดงแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติ จ้องกันอยู่สักพักก็เป็นผมเองที่ต้องเสหน้าไปทางอื่นเพราะทนกับสายตาคู่นั้นไม่ไหว สายตาที่แพรวพราวระยิบระยับนั้นมันน่าดึงดูดอะไรอย่างนี้ ให้ตายเถอะ! หันไปมองเพื่อนสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆก็ต้องส่ายหน้าเอือมระอาเมื่อเห็นมันกำลังทำตาโตอ้าปากค้างทำหน้าโรคจิตมองเด็กตรงหน้าอยู่


“อ่า..เด็กๆ ลุงขอแนะนำลูกของลุงเอง เจ้านี่ชื่อเสือมีอะไรจะสอบถามหรือขาดเหลืออะไรบอกลูกลุงได้เลยนะ” ลุงสิงค์เอ่ยนะนำคนตรงหน้า หน้าตาของเจ้าเด็กนี่จะใช่ย่อย หล่อกว่าเดือนมหาลัยซะอีก แต่ถึงจะหล่อแค่ไหน แต่มันก็เป็นผู้ชาย ถ้าเกิดว่าลูกของลุงเป็นผู้หญิงนะก็ว่าไปอย่างผมจีบไปตั้งนานละ


“ครับ..” เด็กหนุ่มที่มีนามว่าเสือตอบกลับมาเพียงคำสั้นๆ ก่อนจะเหลือบหันมามองผมด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ผมกลับรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่เจ้าเล่ห์ยังไงชอบกล


“ไปเจ้าเสือ ไปช่วยพวกพี่เขายกของเข้าบ้าน  เดี๋ยวมันจะมืดค่ำกว่าเดิม”


“ครับ..”ผมเดินาเปิดฝากระโปรงรถด้านหลัง พรางมีเพื่อนผมและลูกของลุงเสือตามมาติดๆ ผมเอือมมือหมายจะคว้าเอากระเปาเป๋แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อแผ่นอกของใครบางคนแนบชิดเข้ากับแผ่นหลังของผมพร้อมกับเสียงลมหายใจรดต้นคอ


“อะ..” ผมร้องออกมาเมื่อหันกลับไปมองด้านหลังก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของเด็กหนุ่มอย่างใกล้ชิดริมฝีปากเกือบจะแตะกันพร้อมสายตาที่สอดประสานมาอย่างดูร้อนแรงไม่ปิดบังของอีกคน


“ผมช่วย..”เสียงทุ้มแหบตอบกลับมาสั้นดวงตาก็จ้องมาที่ผมไม่ละไปไหน ผมเพียงผละขยับตัวออกไปด้านข้างให้ห่างจากเขาพอประมาณ


“ไม่เป็นไร นายไปช่วยเพื่อนพี่ดีกว่าเดี๋ยวกระเป๋าพี่ พี่ถือเองได้” กระเป๋าเล็กของผมแค่นี้ไม่หนักหรอก ถ้าเทียบกับสองพี่น้องเพื่อนผม สองรายนั้นขนกระเป๋าใบใหญ่มาอย่างกับจะย้ายบ้านซะอีก


“เดี๋ยวถือให้” ผมหันกลับมามองเด็กตรงหน้าอีกครั้งเมื่อได้เห็นสีหน้ากับเสียงทุ้มต่ำๆบอกเป็นนัยๆว่าอย่าขัดคำสั่ง ผมทำได้เพียงพยักหน้าตอบกลับไป ถ้าเด็กมันพูดมาว่าอยากช่วยแล้วก็อย่ามากลับคำที่หลังก็แล้วกันกระเป๋าก็ไม่ใช่จะเบาๆ นี่มันกลับจะถือทั้งของผมและของเพื่อนผม ก็แล้วแต่มันอะนะ อย่ามาบ่นว่าหนักทีหลังแล้วกัน เมื่อเห็นว่าผมอนุญาติมันก็คว้ากระเป๋าเป๋ของผมที่ดูจะใบเล็กสุดไปสะพายไว้ข้างหลังก่อนกระเป๋าของเพื่อนผมจะถูกเจ้าเด็กร่างสูงหิ้วไปถือไม่ระคายเคืองว่ามันจะหนักอะไรแม้แต่นิด และเดินเข้าไปในบ้าน


“แฮ่ม..ไม่เบาเลยนะมึงเมื่อกี้อะ” หลังจากที่ไร้ร่างของเจ้าเด็กหนุ่ม หมวยใหญ่ก็เอ่ยปากล้อเลียนทันทีเมื่อเจ้าตัวได้เห็นอะไรเมื้อกี้


“ไม่เบาอะไรของมึงหมวยใหญ่” ผมตอบมันกลับไปอย่างไม่เข้าใจขมวดคิ้มเข้าหากันเป็นปม


“ก็เมื้อกี้ไง กูเห็นนะเมื้อกี้น้องเสือนะจ้องมึงอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อมึงเลยแหละ สายตาแพรวพราวหน้าตาก็หล่อลากไส้ หุ่นก็ดีด๊แต่ติดจะออกดูดุๆไปหน่อยอ่ะ” หมวยเล็กทำหน้าเพ้อพรางส่ายหน้าไปมาเหมือนกับคนสติไม่อยู่กับตัว ดูมันพูด ดูสองพี่น้องมันพูดครับ “จ้องจะกินอะไรของพวกมึงกัน”


“ไร้สาระ! น้องเขาไม่คิดปัญญาอ่อนเหมือนพวกมึงหรอก” ผมปัดปายเรื่องนิออกไป แต่ความรู้สึกมันกลับไม่หายไปจากผม มันเป็นความรู้สึกที่มีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ในตัวของเด็กนั่นเหมือนเผลอไปสบตาและจ้องตา “มันน่ากลัวสินดี”

“กูก็ขอให้มันเป็นอย่างที่มึงพูดก็แล้วกัน กูว่าน้องเขาดูหน้ากลัวยังไงชอบกลถึงจะหล่อเอาการก็เถอะ” หมวยใหญ่พูดพรางทำสีหน้าคิดหนัก


“เฮ้อ..ไม่มีอะไรหรอก เข้าไปข้างในได้แล้วให้ผู้ใหญ่รอนานมันไม่ดีรู้ไหม”ผมตัดปัญหาออกไปก่อนจะดันหลังมันทั้งสองให้เดินเข้าไปข้างในบ้าน อยู่ดีๆขนแขนก็ตั้งขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ผมหันไปมองป่ารอบๆมันดูเงียบสงัน บ้านคนก็แทบจะไม่มี


ผมเดินเข้ามาในบ้านมองสำรวจรอบๆซึ่งมันแตกต่างจากบ้านหลังอื่นๆมากในความคิดของผม ตัวนอกบ้านผมเห็นศาลตั้งอยู่สองที่ ถ้าเป็นบ้านคนอื่นมันน่าจะมีแค่ศาลเดียวข้างในบ้านก็เหมือนกัน มีหิ้งพระติดกับผนังอยู่ประมาณ3-4ที่


“ลุกสิงค์ค่ะ..ทำไมหิ้งพระเยอะจัง” หมวยเล็กถามอย่างสงสัยไม่ใช่แค่หมวยเล็กแต่เป็นผมด้วยดีที่เพื่อนผมมันถามไปก่อน

“ไม่ใช่หิ้งพระหรอกหนู..เขาเรียกว่าหิ้งบูชาผีหรือเซ้นไหว้ผีคนในหมู่บ้านนี้เขาจะนิยมเลี้ยงผีกันหนะ”


“ผะ..ผีหรอค่ะ”ผมอ้าปากค้างอย่างตกใจไม่ต่างจากเพื่อนสาวอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ 


“ฮ่าๆ อย่ากลัวไปเลยนะหนู มันก็เป็นของปู่ยาตายายนั้นแหละเหมือนกับที่เก็บกระดูกของคนตายอะไรอย่างนั้นแหละหนู” ผมพยักหน้าเข้าใจแต่ในใจก็รู้สึกกลัวนิดหน่อย


“ผมเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องให้แล้วนะครับ” ไม่นานร่างของเสือก็โผล่ออกมาจากข้างบนบ้านเดินลงมาบอกพวกผมว่าของทุกอย่างนำไปเก็บให้เรียบร้อยแล้ว


“ลุงลืมบอกไปนะว่าเหลือห้องพักอยู่แค่ห้องเดียว งั้นก็ให้หนูผู้หญิงนอนด้วยกันก็แล้วกันจะได้ไม่เบียด ส่วนหนูก็ไปนอนห้องตาเสือลูกลุงก็ได้” ว่าจบลุงสิงก็หันมามองข่าวร้ายกับผม ผมหันไปมองคนข้างๆลุงที่มองผมอยู่ พรางกลืนน้ำลายลงคอ

“เอ่อ..ไม่เป็นไรก็ได้ครับผมนอนกับเพื่อนก็ได้ครับไม่รบกวนน้องเสือหรอกครับ” ผมปฏิเสธกลับไปอย่างน้อมนอบยิ้มส่งไปให้ลุงอย่างเจื่อนๆ


“พี่นอนกับผม..” แต่เสียงคัดค้านก็ดังขึ้นมาขัดจนผมหันกลับไปมองเจ้าเด็กเสือไม่สบอารมณ์นิดหน่อย


“เอาอย่างที่ลุงบอกนั้นแหละลูก ที่นี้เข้าถือผู้ชายนอนกับผู้หญิงไม่ได้หากไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน มันผิดผี”


“แกก็ไปนอนกับน้องเสือสิ ฉันนอนกับยัยเล็กก็จะเบียดกันตายอยู่แล้ว” หมวยใหญ่พูด ผมหันไปทำเพียง


ถลึกตาใส่อย่างหมั่นใส้ พูดในใจอย่าให้ถึงทีกูนะพวกมึง ก่อนที่พวกมันทั้งสองจะกล่าวลาลุงสิงค์และเจ้าเด็กเสือขึ้นไปพักผ่อน ไปดีๆยังไม่พอมันยังหันกลับมาทำปากขมุบขมิบใส่ผมไม่ออกเสียงอีก


“โชคดีนะมึง..”

พอพวกมันจากไปผมก็หันกลับมามองสองพ่อลูกที่ยังยืนอยู่ก่อนจะส่งยิ้มกลับไปให้เหมือนทุกครั้ง



“งั้นลุงไปนอนก่อนนะลูก กับข้าวอยู่ในครัวถ้าเกิดหิวก็ไปตักมากินได้เลย อะ..มีอีกหนึ่งเรื่องที่ลุงลืมบอกลูกฝากไปบอกเพื่อนลูกด้วยนะว่าตอนกลางคืนดึกๆอย่าออกไปขะ..”


“ป๊า! ไปนอนได้แล้ว” ลุงสิงค์ยังพูดไม่ทันจบ เสียงทุ้มดังๆก็พูดออกมาจากอีกคน ผมหันไปขมวดคิ้วยุ่งใส่เจ้าเด็กเสือที่มาขัดผู้ใหญ่เขาคุยกัน และยังไม่ทันที่ผมจะได้หันไปคุยกับลุงสิงค์ก็พบว่าลุงนั้นได้เดินออกไปเข้าห้องอย่างรีบร้อน ผมสังเกตุเห็นว่าหน้าของลุงแกซีดๆไปเมื่อแกกำลังตื่นตระหนกกลัวบางอย่าง แต่ผมคิดได้ไม่นาน เสียงทุ้มก็ดังขึ้นมาขัดอีกครั้ง


“ขึ้นห้องเราเถอะครับพี่”ผมพยักหน้ากลับไปเดินตามร่างสูงไปอีกทางหนึ่งข้างหลังบ้านก่อนจะพบว่า มีอีกหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกับบ้านหลังนี้ ผมเดินตามอีกคนไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่บ้านอีกหลังก่อนที่เจ้าเสือจะเปิดประตูพาเข้าไปข้างใน ตอนนี้ใบหน้าของผมมันมีแต่เครื่องหมายคำถามผมนึกว่าแต่ห้องจะอยูติดกันกับเพื่อนๆผมซะอีก


“พี่ไปอาบน้ำเถอะ อย่าไปฟังพี่พ่อผมพูดเลยไม่มีอะไรหรอก”


“อืม..แล้วกระเป๋าพี่ละ” ผมมองหากระเป๋าของผมรอบๆห้องแต่ก็ไม่พบวี่แวว


“อยู่ในตู้ ผมแขวนให้เรียบร้อยแล้ว” ผมมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเดินเร็วๆไปเปิดตู้เสื้อผ้าก็เจอเสื้อผ้าของผมที่ถูกแขวนไว้กับเสื้อของเจ้าเด็กเสื้อปะปนกันไปอยู่


“จริงๆพี่ว่าไม่ต้องเอาออกแขวนก็ได้นะ พี่อยู่ที่นี้แค่สามวันเอง..”


“แล้วใครจะให้พี่อยู่แค่สามวัน” อีกฝ่ายพูดออกมาเสียงเบาจนผมแทบจะฟังไม่รู้เรื่องบวกกับเมื่อกี้ไม่ได้สนใจมัวแต่ดูเสื้อผ้าตัวเองอยู่


“เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ..” ผมหันกลับไปถามอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ใกล้ๆเตียงห่างจากผมอยู่พอสมควร


“ป่าวครับ พี่ไปอาบน้ำเถอะเดี๋ยวผมไปเตรียมกับข้าวไว้ให้พวกพี่ที่บ้านใหญ่ก่อน เสร็จแล้วก็ตามไปนะครับ” ผมพยักหน้ากลับไปเห็นว่าอีกคนทำหน้าอดกลั้นอะไรอยู่ก็ไม่รู้เหงื่อออกและไม่มองหน้าผมเหมือนทุกครั้ง เจ้าเสือก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที ส่วนผมก็ไม่ได้คิดอะไรพรางเดินเข้าห้องน้ำ


“บ้าชิบ..เลือดออกเยอะเลย” ผมมองเลือดตัวเองในผ้าอนามัยที่ไหลออกมาเยอะจนเต็มก่อนจะแกะถอดมันออกและชำระร่างกายทันทีเพราะตอนนี้ผมชักจะเพลียๆแล้วสิ ไม่ให้เพลียได้ไงเสียเลือดไปซะเยอะบวกกับการเดินทางมาตั้งไกล


หลังจากที่อาบน้ำและแต่วตัวเสร็จด้วยเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าที่ใส่สบายพอทุกอย่างเรียบร้อยผมก็เดินออกจากห้องไปที่อีกบ้าน “ไม่รู้ว่าจะแยกกันอยู่ทำไมในเมื่อก็อยู่กันแค่สองคนเท่านั้น”


ผมเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะอาหารก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเจ้าเสือพรางมองรอบๆโต๊ะไม่มีใครเลยนอกจากผมและเขา


“แล้วไหนเพื่อนพี่ละ..” ผมถามคนตรงหน้าออกไปพรางหยิบช้อนกับส้อมขึ้นเตรียมตัวจะรับประทานอาหาร ยอมรับเลยว่าตอนนี้ผมหิวมากจะกินเจ้าเด็กเสือได้ทั้งตัวอยู่แล้ว


“เพื่อนพี่บอกว่าทานไปเลยไม่ต้องรอ” เอ้! จริงหรอ ปกติสองพี่น้องนั้นกินเก่งจะตายพอถึงเวลาเรียกกินอาหารเมื่อไหร่จะวิ่งหางสะบัดก่อนคนอื่นซะอีก หรือเพราะเดินทางมาตั้งไกลบางทีพวกนั้นอาจจะเหนื่อยก็เลยไม่หิวมั้งแต่ชั่งเถอะ ผมเลิกคิดแล้วหันกลับมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ “เสร็จฉันละเจ้าน่าอร่อย” พึมพัมกับตัวเองเบาๆก่อนจะลงตักแกงตรงหน้าทันทีถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็นแกงอะไรแต่น่าตามันน่ากินเกินจะห้ามใจอะ กลิ่นก็หอม ฬาวีเคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่รู้เลยว่าเมนูในค่ำคืนนี้ต่างเต็มไปด้วยเนื้อคนและเสือก็ไม่ได้บอกเพื่อนของฬาวีอย่างที่เอ่ยออกไปเพราะเขาตั้งใจทำอาหารบนโต๊ะนี้เพื่อฬาวีแค่คนเดียวเท่านั้น


“อะ..แล้วนายไม่ทานข้าวหรอ” ผมตักอาหารกินเพลินจนลืมไปว่ามีใครอีกคนนั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยถามอีก่ายไปเพราะยังไม่เห็นเขาจะเตะอะไรสักอย่าง


“ยังไม่ถึงเวลาทานอาหารของผม” เมื่อผมได้ยินสิ่งที่อีกคนพูดมันยิ่งทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากันกว่าเดิม “ยังไม่ถึงเวลายังงั้นเหรอ คนที่นี้เขากินข้าวกันตอนไหนเนี๊ย” ผมบอกกับตัวเอง


“แล้วเมื่อไหร่จะถึงเวลาทานละ” ผมยังไม่หยุดถามผละจากจานข้าวเงยหน้าไปสบตาเข้ากับอีกคนที่กำลังจ้องผมอยู่นะตอนนี้ เหมือนทุกอย่างหยุดกระทันหันใบหน้าคมคายของอีกคนขยับเข้ามาใกล้ ผมตัวแข็งทือขยับไม่ได้ ใบหน้านั้นเลื่อนมาหยุดใกล้ๆผมก่อนจะเอ่ยออกมา


“ต้องรอได้รับอนุญาติก่อนถึงจะกินได้..”


“คนที่นี่เวลาเขาจะกินต้องขออนุญาติก่อนหรอ” ผมถามออกไป ผมไม่เคยได้ยินเลยว่ามีวัฒนธรรมแบบนี้ด้วยแต่ก็นั้นแหละสิ่งไหนที่ผมไม่รู้ก็ควรจะถามออกไปเผื่อทำอะไรผิดพลาดจะดูไม่ดี เจ้าเสือไม่ได้ตอบเพียงแค่พยักหน้ากลับมา


“งั้นนายกินเถอะ ฉันอนุญาติ” หลังจากที่ผมพูดจบในตาของเจ้าเสือก็เปลี่ยนสีแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมและเขาก็เคลื่อนตัวกลับไปนั่งดีๆพรางแสระยิ้มมุมปากจับช้อนขึ้นตักกินข้าวในจานตัวเอง ผมมองการกระทำของเขาครู่หนึงก่อนที่ตัวเองจะมาสนใจจานข้าวของตัวเองอีกครั้ง


“แล้วนายจะให้พี่นอนไหนอะ” ผมถามอีกคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงแล้วมองไปรอบๆเผื่อจะมีตรงไหนที่พอจะนอนได้บ้าง


“นอนที่เตียงกับผม”


“ไม่เป็นไรหรอก พี่กลัวว่านายจะนอนไม่สบายเดี๋ยวพี่นอนข้างล่างก็ได้” ผมบอกออกไปเตียงก็ใช่ว่ามันจะใหญ่แค่เจ้าเด็กเสือคนเดียวก็กินพื้นที่ตั้งเยอะแล้ว


“อย่าขัดผม!” แวบหนึ่งผมเห็นแววตาของเจ้าเด็กเสือมันเปลี่ยนไปกลายเป็นดุดัน ผมยื่นเม้มปากเข้าหากันอย่างไม่ทราบสาเหตุก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบกลับมาอีกครั้ง


“ข้างล่างยุ่งมันเยอะมานอนกับผมเนี๊ยแหละ” ผมคิดอยู่สักพักโดยที่อีกคนก็ยังมองอยู่ก่อนจะพยักหน้ากลับไปและเดินไปนั่งที่เตียงเลิกผ้าห่มก่อนและสอดตัวเข้านอน ผมหันไปอีกทางเมื่อยู่ดีๆหัวใจของผมก็เต้นแรงขึ้นข่มตาลงให้หลับ สักพักก็รู้สึกถึงไอร้อนของลมหายใจของอีกคนที่อยู่ใกล้ๆซอกคอด้านหลังของผม ผมตัวชาวาบพยายามไม่สนใจข่มตาลงกว่าเดิมก่อนจะเผลอหลับไปเพราะความเพลีย หลังจากที่อีกคนหลับไป เจ้าเสือก็ลุกขึ้นมองฬาวีด้วยสายตาคลั่งไคล้สยดสยองพรางเอือมมือไปเกลี่ยที่แก้มนุ่มๆเบาๆก่อนจะก้มลงสูดดมกลิ่นหอมบนผมช้าๆเลื่อนลงมาเรื่อยๆอยู่ที่แก้มไม่รอช้าลิ้นสากก็เตะลงข้างแก้มเลียขึ้นลงอย่างจาบจวง


“อ๊าา หอมเหลือเกิน อดใจรออีกนิดอีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึงเวลาของเราแล้ว..” เสือพูดจบ ร่างของเขาก้มลงตวัดลิ้นเลียไปช้าๆที่ตัวตาเลื่อนมาหาจมูกก่อนจะจูบเบาๆที่ริมฝีปากแล้วผละออกไปนอนที่ของตัวเอง



02:01น.


 ร่างของฬาวีพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่ายไม่สบายตัวประจำเดือนไหลออกไม่หยุดไม่กี่นาทีต่อมาร่างของฬาวีก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเสียงอกกระเพือมอย่างเหนื่อยเหงื่อไหลเต็ม ผมหันไปมองอีกคนที่นอนอยู่ข้างๆก็เห็นว่ากำลังหลับอยู่ ผมหันกลับมายกมือกุมขมับตัวเองเมื้อกี้ผมฝัน ฝันว่าตัวเองกำลังวิ่งหนีตัวอะไรอยู่ก็ไม่รู้มันน่ากลัวรอบๆตัวเป็นสีดำหมด ผมส่ายหน้าไปมาไล่มันออกไปจากหัวก่อนจะลุกออกจากเตียงเดินออกไปข้างนอกอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่เป็นการรบกวนของอีกคน ผมเดินออกมาข้างนอกบ้านมองออกไปรอบๆ “กลางคืนในคืนนี้สวยจังดาวเต็มท้องฟ้าเลยแถมวันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยมืดด้วย สดชื่นจัง” ผมหลับตาสูดอากาศเข้าในปอดอย่างผ่อนคลาย


อี๊ดด อี๊ดด

ขวับ!


ผมลืมตาอย่างรวดเร็วโฟกัสไปที่ทางเข้าป่าทางหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนลากอะไรหนักๆ ตรงนั้นมันเป็นป่าซึ่งมีป้ายเล็กปักเอาไว้มีสีแต้มด้วยสีแดงหมายถึงอะไรผมก็ไม่รู้ แต่ต่อมความอยากรู้มันทำให้ขาของผมมันก้าวเดินไปในทางเล็กๆที่รอบข้างมีแต่ป่า ผมเดินตามเสียงนั้นไปเรื่อยๆโดยไม่ได้รู้ตัวเองเลยว่าได้เดินเข้ามาในเขตหวงห้ามที่ซึ่งไม่มีใครกล้าเข้าไป ผมเดินมาหยุดตรงที่ไหนสักแห่งและเสียงนั้นเมื่อกี้ก็หายไปตอนนี้ผมเริ่มคิดได้แล้วว่าตัวเองกำลังจะตกอยู่ในอันตราย ผมไม่รู้ว่าทางไหนทางออก “ไอ้วีเอ่ยซวยแล้วไหมล่ะ” ผมตบหน้าผากตัวเองเบาๆยืนคล้ำเอวอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งข้างๆมีโขดหินอยู่ ผมเดินเข้าไปนั่งตรงนั้นก่อนจะมองไปรอบๆอีกครั้งอย่างหวาดกลัว “งั้นทำสัญลักษณ์ไว้ก็แล้วกัน” เผื่อเพื่อนผมมันออกตามหาจะได้รู้ว่าผมอยู่ตรงนี้ ผมลุกขึ้นยืนก้มหาก้อนหินเล็กก่อนจะเดินไปใกล้ต้นไม้แล้วแกะสลักเป็นรูปตัวเอ็กใหญ่ๆไว้



ตึกก ตึกก ตึกก


 ผมชะงักมือลงทันทีเมื่ออยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนทุบอะไรเสียงดังก่อนที่ผมจะมองไปที่พุ้มไม้ฝังหนึ่งมันเคลื่อนไหวและสั้นไปมาเหมือนมีอะไรอยู่ ผมเดินตรงไปที่ตรงนั้นช้าๆหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆพรางชะโงกหน้าไปมอง และทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คลาดคิดก็เกิดขึ้นผมเบิกตากว้างอ้าปากค้างเมื่อเห็นตัวอะไรก็ไม่รู้กำลังกัดกินเนื้อไก่ดิบๆพรางทุบไก่ตัวนั้นลงไปในโขกหินแข็งเล็กๆ ผมยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเดินถอยหลังออกมาช้าๆให้เบาที่สุดบอกตัวเองว่าอย่าใจร้อน แต่แล้วดวงผมมันซวยเมื่อตัวเองเผลอไปเหยียบกิ่งไม้เข้าจนเกิดเสียง หัวใจผมตกไปอยู่ตาตุ่มร่างของตัวอะไรไม่รู้โผล่หัวขึ้นมาจากพุ้มไม้ถือไก่ในมือที่เปื้อนไปด้วยเลือด


สายตากลมโตหันมาจดจ้องที่ผมแล้วยิ้มกว้างอย่างสยดสยองด้วยใบหน้าที่มีแต่เลือด ผมจ้องมันกลับไปหายใจเข้าออกอย่างแรงก่อนจะนับหนึ่งถึงสาม


นะ..หนึ่ง


สะ..สอง


สะ..สะ สาม


ผมรีบหันหลังออกตัววิ่งทันทีและผมก็รู้สึกว่ามันก็กำลังวิ่งไล่ตามผม น้ำตาผมไหลเป็นทางไม่นะผมกำลังจะโดนเจ้านั้นกินหรอไม่ อย่านะ! ผมหลับตาวิ่งในป่าอย่างไม่คิดชีวิตก่อนจะกลับไปมองข้างหลังก็เห็นไอ้ตัวนั้นกำลังวิ่งตามผมมาไม่หยุดใบหน้ามันก็ยิ้มกว้างไม่หุบ ก่อนที่ตัวมันจะวิ่งเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยผมด้วย


“ ฮืออ ช่วยด้วย โอ้ยย..” ร่างของผมล้มลงที่พื้นอย่างแรงเมื่อขาไปเกี่ยวกับกิ่งไม้ ผมประคองร่างของผมขึ้นด้วยความเหนื่อยหอบ มือที่ค้ำดินไว้สั่นไปมาน้ำตาคลอเบ้าก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลังก็ผวาทันทีเมื่อเจอเจ้าตัวนั้นจ้องมองมาที่ผมอย่างแนบชิดใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหลับตาลงอย่างข่มใจก่อนจะรู้สึกถึงความชื้นแฉะที่ข้างแก้มลิ้นสากของเจ้าตัวนั้นมันเลียที่แก้มของผมก่อนเลื่อนไปเลียอีกข้างอย่างช้าๆ


“อืออ..” ผมสะอื้นส่ายหน้าไปมาเบาๆ มันไล่เลียจากใบหน้าของผมลงมาต่ำกว่าเดิมก่อนที่มันจะก้มลงลากลิ้มเลียที่ซอกคือของผม ไม่ไหวแล้ว ผมไม่ไหวแล้ว! พูดจบผมก็สลบลงไปที่พื้นทันที “ผมอาจจะถึงฆาตแล้วก็ได้”


“อือ..อะ อ้า” ผมครางออกมาอย่างห้ามใจไม่ได้เมื่อรู้สึกถึงความเสียวตรงบริเวณด้านล่าง ผมหลี่ตาขึ้นมองปรับโฟกัสดวงตาให้ชัดเจนก็พบว่าตัวเองยังอยู่ในป่าอยู่ แต่สิ่งนั้นมันไม่สำคัญเท่ากับตอนนี้เสื้อผมหลุดลุ่ยหน้าอกเผยเด่นหล่าโชว์ท้องน้องข้างล่างเปลือยเปล่าและขาทั้งสองข้างของผมก็ถูกมือของใครไม่รู้ตรึงไว้จนไม่สามารถหุบเข้าได้ มันอ้าออกกลางอากาศผมดิ้นไปมาเมื่อรู้สึกว่าตัวเองอยู่บนโขกหินแต่ก็ต้องหมดแรงลงถึงสิ่งแปลกปลอมที่ชื้นแฉะไล้เลียที่บั่นท้ายของผม


“อะ อ้า ปะ ปล่อยนะ..” ผมดิ้นไปครางไปเมื่อลิ้นร้องๆแหย่เข้ามาที่ช่องด้านหลังของผมก่อนจะดูดเลียเลือดสีแดงที่บั้นท้ายของผม


“อย่าขัดผม!.” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาทำเอาผมชะงักเท้าค้างอาการเมื่อเสียงที่ได้ยินมันคุ้นๆเหมือนเสียง


“อ่ะ..นาย เสือปล่อยฉันนะ” ผมยึดแขนขึ้นนั่งก่อนที่ผมจะหุบขาลงอย่างอยากลำบาก ร่างของอีกคนเงยขึ้นมามองด้วยดวงตาสีแดงริมฝีปากเปื้อนไปด้วยเลือด ผมเห็นถึงกับเงิบเมื่อคิดว่าเขาจะกินเลือดของผม ผมที่กำลังค้างชะงักอยู่ต้องสะดุ้งตกใจอีกครั้งเมื่อใบหน้าของเจ้าเสืออยู่ชิดกับหน้าผม


“อย่า ห้าม” ไม่รอให้ผมเอ่ยถาม ร่างของเขาก็โถมเข้ามาใส่ผมอย่างแรงจนผมต้องคว้ามือกอดที่ลำคอของอีกฝ่าย ริมฝีปากของเขาบดขยี้ลงมาอย่างดูดดื่มไม่เว้นให้ผมได้หายใจสะดวกตะหวัดลิ้นไปมาอย่างส่ำสอนผมหลับมาลงน้ำตาไหลลงมาเปาะเปื้อนแก้มผมและเขาแลกลิ้นกันหนักหน่วงกันอยู่สักพักก่อนที่เขาจะผละตัวออกไปดูดดึงที่ซอกคอของผมขมเม้มแรงๆจนเกิดเสียง


“อะ อ้า..” ผมกอดคอเขาไว้แน่นพรางครางออกมาเมื่ออีกฝ่ายดอมดมตรงซอกคอก่อนที่เขาจะเลื่อนลงมาหายอดดอกบัวของผมที่แข็งตั้งชันประจันหน้าไม่รอช้าเมื่อเขาก้มลงงับลงที่จุดยอดอย่างรุนแรง ผมส่ายหน้าไปมาผละมือข้างหนึ่งจากคอมาบีบที่ไล่ของเขาแทน เจ้าเสือดูดดึงอย่างหื่นกระหายดูดจนเกิดรอยและเกิดเสียงละลัวลิ้นเร็วขึ้นจนคนใต้ร่างได้แต่แอ่นหน้าอกตอบหลับกระตุกเกร็งไปมาก่อนจะผละออกมาจ้องหน้าผม


“ผมรอวันนี้มานาน ต่อไปนี้จะไม่มีใครมาขวางพวกเราได้ พี่เป็นของผม..” เจ้าเสือยกมือขึ้นมาลูบที่แก้มของผมก่อนที่สิ่งไม่คลาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อช่องทางรักกำลังถูกลุกล้ำด้วยวัตถุบางอย่าง


“อ้า จะ เจ๊บ ไม่..อุ๊บบ” เขาไม่รอให้ผมได้พูดอะไรมากปากหนาก็ก้มลงมาปิดปากผมทันทีพร้อมกับดันส่วนนั้นเข้ามาจนมิด ผมทุบไปที่ไหล่เข้าแรงๆผลักเขาให้ออกห่างแต่มันก็ไม่ได้ผล ลิ้นร้อนๆตวัดกวาดเลียที่ปากของผมอย่างหนักหน่วงอีกครั้งและท่อนล่างก็เริ่มขยับเข้าออกมาช้าๆ


“อื้ออ อืออ” ผมครางออกมาไม่รู้กี่รอบเสียงท่อนเนื้อกระทบกันจบเกิดเสียงหน้าอายร่างทั้งสองแนบชิดกันจบแทบมิด


“อะ..” ผมหายใจเข้าออกอย่างเหนือยหอบเมื่อเขาผละออกจากปากก่อนที่เขาจะเลื่อนไปละเลียที่ยอดอก ส่วนอีกข้างก็มีมือของเขาสะกิดจนผมแทบจะนั่งไม่ไหว


พับๆๆๆๆ


“อะ ไม่ไหวแล้วว” ผมพูดออกมาเสียงเบามือกอดคออีกคนไว้แน่น


“อ้าา อีกนิด” เขากระซิบเบาๆที่ข้างหูก่อนจะขยับเร่งขึ้นเรื่อยๆแล้วผ่อนแรงลงมาขยับเนิบๆเน้นๆผมเงยหน้าขึ้นอ้าปากค้างแล้วสิ่งนั้นก็จบลงเมื่อมีน้ำเหลวๆไหลเข้าสู่ช่องทางด้านหลังของผมและก่อนที่ผมจะได้สลบไปอีกรอบสองผมก็เอ่ยถามเขาไปด้วยหัวที่หนักอึ้งไปด้วยคำถามมากมาย


“นะ..นายเป็นตัวอะไรกันแน่” เจ้าเสือผละหน้าออกไปเล็กน้อยมองจ้องตากลับไปด้วยสีหน้ารักใคล้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดนั้นและดวงตาสีแดงสดมันยากเกินไปที่ผมจะคิดว่าเขาจะเป็นคน  เขาก้มลงจูบลงที่หน้าผากแล้วเลื่อนไปกระซิบเบาๆที่กกหู



“ตัวที่ชอบกินเนื้อสดๆเลือดเยอะๆโดยเฉพาะพี่”






HANASANGSAY

ความคิดเห็น