email-icon Twitter-icon

ติดตามฉบับเต็มกันได้แล้วนะคะ

CHAPTER 4 รอคอยที่จะได้เจอ

ชื่อตอน : CHAPTER 4 รอคอยที่จะได้เจอ

คำค้น : จอมวายร้ายกับคุณชายแก้มแดง,Dangerousboy,นิยายวาย,นิยายY,Yaoi,กันต์ธีร์รพีภัทร,NC,NC18+,เคะ,เมะ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2563 15:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 4 รอคอยที่จะได้เจอ
แบบอักษร

CHAPTER 4 

รอคอยที่จะได้เจอ 

... 

 

 

หน้าตึกคณะเศรษฐศาสตร์ กลุ่มเพื่อนรวมตัวกันนั่งทำรายงานกลุ่ม  

“ไม่คิดจะเล่าให้ฟังมั้งไง ค่ายอาสาเนี่ย” น้ำเสียงพร้อมแววตาสงสัยถามขึ้น เพราะไม่เชื่อว่าเพื่อนตัวเองไปทนอยู่ได้ยังไง ซึ่งขัดกับนิสัยโดยสิ้นเชิง 

ปราม หรือ ปราณนต์ เพื่อนสนิท แม้หน้าตาจะบ่งบอกให้รู้ว่าเชื้อสายชาวจีนทว่ารูปร่างกลับสูงสง่า 

ถ้าถอดเสื้อออกต้องเห็นซิกซ์แพ็ก ด้วยเวลาว่างเขามักชวนกันต์ธีร์เข้าฟิตเนสเสมอ อีกทั้งนามสกุลก็เป็นที่รู้จักเพราะความเป็นลูกหลานนักการเมืองตั้งแต่ต้นตระกูล 

“ก็หนุกดี” กันต์ธีร์ตอบเพื่อนไปอย่างนั้น แล้วไม่คิดจะเล่าอะไรให้ฟังอีก 

“คนอย่างมึงเนี่ยนะ” น้ำเสียงทุ้มถามขึ้น 

อึ้ง หรือ องอาจ เพื่อนหน้าตี๋ ร่างใหญ่ ลูกครึ่งฮ่องกง ไทย ทายาทหุ้นส่วนทางธุรกิจพ่อของกันต์ธีร์ ถามซ้ำเพื่อความแน่ใจอีกทีว่าที่บอกสนุกดี นี่แน่ใจเหรอ 

“ก็ไม่ได้แย่” กันต์ธีร์ย้ำอีกทีจนเพื่อนๆ ต่างหันมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อ 

“แล้วนายต้องไปอีกเมื่อไหร่” น้ำเสียงนุ่มแทรกขึ้น 

มโน หรือ มโนภฤศ หนุ่มแว่น เพื่อนในกลุ่มอีกคน รุ่นเหลนทายาทนักธุรกิจห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศซึ่งอยู่ในเครือของธุรกิจครอบครัว เป็นคนช่างเพ้อฝัน และเพ้อเจ้อ จินตนาการล้ำเลิศ ทั้งยังอ่อนแอ เป็นภาระของเพื่อนต้องช่วยกันดูแล คงมีแต่เรื่องเรียนระดับขั้นหัวกะทิ จะเป็นที่พึ่งของเพื่อนได้ก็คงเรื่องเดียว 

ด้วยความละมุนของหนุ่มแว่นทำให้ไม่ค่อยสนิทกับกันต์ธีร์ ผู้ชายซึ่งจัดว่าอยู่ในโหมดสายโหด ทว่ากันต์ธีร์นี่แหละที่คอยออกตัวปกป้องหนุ่มแว่นทุกครั้งเมื่อมีเรื่อง 

“รุ่นพี่บอกก็มีจัดทุกเดือน ถ้าอยากไปอีกก็ลงชื่อ” 

“กัน.. มึงติดใจอะไรวะ” ปรามถามขึ้นทันควัน ด้วยอยากรู้จนถึงขีดสุด 

ทว่ากันต์ธีร์เงียบ ใช้ความคิด เออว่ะ? ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าติดใจอะไรกันแน่ 

“วันนี้แดกเหล้ากันไหมมึง” ปรามเอ่ยชวน เพราะอยากไปนั่งคุย นั่งฟังดนตรีผ่อนคลาย ทั้งที่นี้ก็เป็นเรื่อง ประจำอยู่แล้ว 

“เอาสิ กูว่าง” เพื่อร่างใหญ่รีบตอบแบบไม่ต้องคิด 

“ไปได้” หนุ่มแว่นรีบสมทบ เวลาอยู่กับเพื่อนช่างเป็นช่วงเวลาที่สนุก  

“แต่กูต้องเข้าชมรมว่ะ” กันต์ธีร์ตัดบท จนทำให้เพื่อนถึงกับอึ้งไปทันทีเช่นกัน 

ต่างหันมองหน้ากันด้วยอาการสงสัยอีกรอบ มันต้องมีอะไรบางอย่างแน่ ถึงทำให้เพื่อนเป็นได้ถึงขนาดนี้ 

“มึงเปลี่ยนไป แค่ข้ามคืนเนี่ยนะ” ใบหน้าสงสัยจนเห็นได้ชัด ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนบวกกับความอยากรู้ ปรามรีบเค้นความจริงจากเพื่อน “เจอสาวถูกใจเหรอ” 

“หรือนายชอบใครที่ชมรม ความรักเป็นสิ่งสวยงาม” มโนสมชื่อ ช่างเพ้อฝันและพยายามจับพิรุธ ไม่น่ามีอะไรทำให้เพื่อนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ความรัก 

“เลิกชมรมก็ตามไปเลย” เพื่อนร่างใหญ่ลุกขึ้น แล้วเดินออกไปจากกลุ่ม ตรงไปยังลานจอดรถที่อยู่ไม่ห่างเพราะต้องไปรับแฟนแล้วไปส่งที่หอพักก่อน   

“กูไปล่ะ” กันต์ธีร์รีบเดินออกจากกลุ่มไปอีกคน ความอยากรู้อยากเห็นของปรามไม่หยุดลงง่ายๆ 

“แม่ง.. จะรีบไปชมรมเนี่ยนะ มึงว่าแปลกไหมไอ้โน” น้ำเสียงพร้อมขมวดคิ้วสงสัยของปราม และยิ่งทำให้สงสัยกว่าเดิมอีก เมื่อหันไปเห็นเพื่อนมโนนั่งยิ้มตาหวาน 

 

ไม่นานกันต์ธีร์ก็ถึงชมรมก่อนเวลานัดหมายตั้งหนึ่งชั่วโมง แล้ววันนี้ดูจะเป็นมิตรเมื่อกันต์ธีร์ทักทายรุ่นพี่ที่ชมรมอยู่หน้าตึก ทั้งยังช่วยขนของที่กองไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ก่อนเข้าไปนั่งหลังห้องเพื่อรอรุ่นพี่เข้ากันจนครบ   

“สวัสดีครับ เมื่อวานเราได้รับคำขอบคุณจากชาวบ้านจังหวัดน่าน ทางอาจารย์และทางมหา’ลัยก็มีคำชื่นชมมาถึงทุกคนด้วยนะครับ” รุ่นพี่ร่างยักษ์กล่าว โดยมีรุ่นพี่ร่างอ้วนยืนข้างกัน คู่นี้ดูเหมาะสมกันดีนะเรื่องรูปร่าง จะแตกต่างกันก็ตรงคนร่างยักษ์ใบหน้ายังกับโจรสลัด ส่วนคนร่างอ้วนใบหน้าตี๋สนิท 

กันต์ธีร์ดูจะไม่ได้สนใจถ้อยแถลงของรุ่นพี่สักเท่าไหร่ ก็เขาไม่คิดอยากจะเข้ามาฟังหรือสนใจอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หากแต่เขาอยากมาเจอรพีก็เท่านั้น 

น่าเบื่อ” คำที่หลุดออกมาจากความคิด เกือบชั่วโมงที่กันต์ธีร์ต้องนั่งอยู่ในห้องที่อึดอัดและหนวกหู 

ทำไมมันไม่มาวะ? แล้วความอดทนที่ต้องมานั่งอยู่ในชมรมนี้ก็หมดลง 

พรึ่บ 

การตัดสินใจลุกขึ้น แล้วเดินออกจากหลังห้องโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น แม้แต่อาจารย์ที่นั่งอยู่ นี้คือความเด็ดขาดที่ได้มาจากผู้เป็นพ่อ ลูกไม้ที่หล่นลงใต้ต้นจริงๆ 

 

ตุ๊ด.. ตุ๊ด.. ตุ๊ด.. 

เสียงโทรออก 

“ปราม พวกมึงถึงร้านยัง” กันต์ธีร์โทรหาเพื่อนทันทีเมื่อเดินออกมาจากห้องชมรมแล้ว ไปนั่งร้านเหล้ายังดูมีประโยชน์มากกว่าต้องนั่งอยู่ในชมรมจิตอาสาซะอีก 

[เออ.. กูกับไอ้โนอยู่ที่ร้านแล้ว มึงรีบตามมาเลย]  

 

กันต์ธีร์มุ่งตรงขึ้นทางด่วน ไม่ถึงชั่วโมงหนุ่มมาดนิ่งก็ก้าวลงจากรถตระกูลหรูคันสีดำขัดเงา สัญชาติเยอรมนี สั่งนำเข้ารุ่นยอดนิยม ราคาแปดหลัก ก็ด้วยดีกรีลูกชาย เศรษฐีติดอันดับต้นๆ ของประเทศ  

ร้านเหล้าย่านชานเมืองคือที่ประจำ เนื่องจากเจ้าร้านของคือพี่ชายของปราม เพื่อนในกลุ่มนั่นเอง 

รองเท้าหนัง เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวผ้าเนื้อดีถูกดึงออกนอกกางเกงสแลกสีดำ แถมปลดกระดุมถึงกลางอก แขนเสื้อก็ถกขึ้นมาถึงข้อศอกทั้งสองข้าง หนุ่มมาดนิ่งเดินเข้าร้านด้วยอาการสุดจะเซ็ง 

“กัน.. ทางนี้” เพื่อนลูกครึ่งตะโกนเรียกเสียงทุ้ม 

จริงๆ ไม่ต้องเรียกก็ได้ โซนโซฟามุมหน้าเวทีก็ที่ประจำ 

“มาเร็วนี่หว่า” ปรามทักเมื่อเห็นเพื่อนเดินหน้านิ่งเข้ามาในร้าน จะว่าไปกันต์ธีร์ก็ทำหน้าอย่างนี้เป็นประจำ คนหล่อจะหน้าหงิกอะไรกันนักกันหนา ถ้ายิ้มไม่ต้องพูดเลย คนอย่างกันต์ธีร์หล่อไม่แพ้ใครแน่ 

“ไอ้โนมันเมาแซงมึงไปแล้ว” อึ้งบอก แต่ดูเหมือนกันต์ธีร์จะเฉยๆ 

ชีวิตมันเคยสนใจอะไรบ้างไหมว่ะ นิสัยกันต์ธีร์เพื่อนต่างเข้าใจดี  

ช่างแม่ง..” หงุดหงิด หน้าหงิก อาการแบบนี้กันต์ธีร์มักเป็นบ่อย เมื่อโดนขัดใจ 

อารมณ์เสียอะไรอีกว่ะ หน้ายับเชียว 

ปรามจัดว่าปากเสียที่สุดในกลุ่ม แต่ดันรู้ใจเพื่อนขี้หงุดหงิดมากที่สุดเช่นกัน เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เรื่องความสอดรู้ สอดเห็นขอให้บอก 

นอกจากคนหน้ายับยิ่งกว่ากระดาษที่โดนขยำแล้วปาทิ้งจะไม่ตอบแล้ว ยังทำตาขวางใส่เพื่อนที่ถามอีก คือจะมีเรื่องกับใครก็ได้ไม่ว่า แต่กับเพื่อนกันเองในกลุ่ม เว้นไว้ บ้างก็ได้นะกันต์ธีร์ 

“ป้องกับอันดา มาด้วยนะ” เพื่อนร่างใหญ่รีบบอก หวังให้เพื่อนอารมณ์ดีขึ้น ก็วันนี้จะอยู่กันครบแก๊ง 

“อืม” เสียงในลำคอพร้อมพยักหน้าตอบรับ ก็แค่รับรู้แต่ยังไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครตอนนี้ทั้งนั้น  

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เครื่องดื่มถูกป้อนเข้าปากไปหลายแก้ว ทว่ากันต์ธีร์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะอารมณ์ดีขึ้น 

“เฮ้ย.. ป้องทางนี้”  

ปกป้อง หรือที่เพื่อนเรียกกันแค่ป้องจนเคยชิน แม้จะเรียนต่างมหาวิทยาลัยแต่ความสนิทไม่เคยลดน้อยลงเลย พวกเขาเจอกันบ่อย ไม่เจอก็โทรหา ไม่เคยห่างหาย มิตรภาพยั่งยืนแน่นแฟ้น 

ปกป้องเป็นผู้ชายหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนเห็นกันต์ธีร์ที่ไหนต้องเห็นปกป้องที่นั่น เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ไปไหนไปกันแม้กระทั่งตอนมีเรื่อง หุ่นนายแบบอย่างปกป้องก็มีชั้นเชิงศิลปะการต่อสู้ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว 

เมื่ออยู่ด้วยกันสาวๆ ต่างเกรียวกราวในความหล่อของทั้งคู่ ทว่าบุคลิกต่างกันสุดขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้ เมื่อปกป้องเป็นผู้ชายสายละมุน แววตาเยือกเย็น ใครอยู่ใกล้ก็หนาวจนอยากจะได้ไออุ่น 

ส่วนกันต์ธีร์ เป็นผู้ชายสายโหด จนใครต่างให้ฉายานามว่าเป็นจอมวายร้าย ด้วยสายตาเด็ดขาด เวลามองใครเหมือนอยากจะเข้าขย้ำ จนเป็นที่หลงใหลในความแบดบอย หากใครก็ยอมถ้าจะถูกตะปบ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเลยทีเดียว  

“อันดานั่งตรงนี้นะครับ” น้ำเสียงจากผู้ชายสายละมุนช่างอ่อนโยน 

อันดาเป็นทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น เพื่อนอีกคนในกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้ชายอย่างแน่นอนสนิทมากที่สุดก็คือมโน ด้วยบุคลิกใกล้เคียงกันและมักเข้าอกเข้าใจกันดี คุยกันถูกคอกว่าเพื่อนสายโหดในกลุ่มทุกคน 

ด้วยความตัวเล็ก ผิวขาวจึงทำให้ดูน่าทะนุถนอม ทว่าเขาไม่ได้ดูอ่อนต่อโลกอย่างบุคลิก ด้วยแววตาโหดขัดกับรอยยิ้มหวานทำให้เขาดูเป็นผู้นำ ด้วยความเจ้าระเบียบและแอบดุ ตรงนี้ถึงได้เอาปกป้องอยู่ 

ปกป้องไม่เคยสักครั้งที่จะกล้าขัดใจ ไม่กล้าแม้กระทั่งคิดออกนอกลู่นอกทาง ตามใจทุกสิ่งอย่าง สิ่งไหนเมียว่าดี ปกป้องก็ว่าดี ชี้นกแล้วบอกว่าไม้ นั่นคือนิสัยยอม ของปกป้อง 

จะไม่ให้ยอมได้อย่างไร เมียดุ ขืนขัดใจก็อดสิครับ เชื่อเมียเขาว่าจะเจริญ 

ก็น่ารักขนาดนี้ ปกป้องจึงทั้งรักทั้งหวง ขนาดตัวเองเป็นคนเรียนเก่งมาก สอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกับเพื่อนในกลุ่ม แต่ยอมเลือกที่จะไปเรียนกับแฟนเพราะอันดาอยากจะเข้าคณะที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนพิเศษ เฉพาะกว่าที่อื่น 

ไม่ได้ตามไปเรียนหรอกนะ แต่ตามไปคุม เมียใคร ใครก็หวง 

“เอ้า..ป้อง กูชงรอมึงไว้แล้ว” ปรามส่งแก้วเหล้าให้เพื่อนเมื่อหย่อนก้นลงนั่งทันที 

“อันดากินข้าวก่อนนะ ป้องสั่งให้” 

“ได้” อันดาตอบแค่นั้น 

นิสัยเรียบร้อย พูดน้อย จะว่าไปก็ตามใจปกป้องทุกอย่างเช่นกัน เขาทั้งสองคนจึงไม่ค่อยจะทะเลาะกัน 

ไม่นานข้าวไข่เจียวหมูสับก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ ไม่เผ็ด เมนูง่ายๆ ที่อันดาชอบกิน 

“เป็นไรว่ะ หน้ายังกะตูด ทำยังกับไปแอบชอบใคร” ปกป้องทักขึ้น 

กึก!! 

จนทำให้กันต์ธีร์ หนุ่มอารมณ์ไม่ดีอยู่ตอนนี้ถึงกับสะดุ้ง!! 

นี่ผมแสดงอาการออกขนาดนี่เลยหรือไง หรือเพราะวันนี้ไม่เจอไอ้คุณชายนั้น ถึงทำให้เป็นได้ถึงขนาดเพื่อนยังทัก  

“เปล่ามึง กูเซ็งๆ” ผมจะตอบเพื่อนได้อย่างไรล่ะว่าวันนี้ผมเบื่อที่สุด เพราะผมไม่เจอไอ้คุณชาย 

“ได้ข่าวว่ามึงไปค่ายอาสา แล้วบอกว่าสนุก มึงไปติดใจใครวะ”  

ปกป้องยิงอีกดอก เข้าเต็มๆ กลางอก แม่นใช่ย่อยนะ นักกีฬายิ่งธนูมาเอง 

เชี่ย..!! มึงเป็นหมอดูแม่นๆ ได้เลยนะเนี่ย อาการตระหนกของกันต์ธีร์ 

“ความรักเป็นสิ่งสวยงาม” มโนตาเป็นประกายสีชมพู แม้กระทั่งมีอาการมึน ยังจะแซวเพื่อนได้อีก 

“ใครนะ ผู้โชคร้ายคนนั้น” ขนาดอันดาไม่ค่อยพูด ยังอดที่จะแซวเพื่อนตัวเองไม่ได้ ด้วยปกติไม่เคยเห็นจะอ่อนไหวกับใครง่ายๆ ถ้าเทียบกับปกป้อง 

“พะ พอ เลิกแซวกูได้ล่ะ เปลี่ยนเรื่องเหอะมึง ไร้สาระ” กันต์ธีร์ต้องรีบจบเรื่องนี้ด้วยทำตัวไม่ถูก ก็ตัวเองหลุดอาการออกมาจนเพื่อนเริ่มจะจับได้ 

ประมาณเกือบสี่ทุ่ม อาการมึนเมาก็เริ่มมา ซึ่งปกติเวลากันต์ธีร์เมาจะไม่กลับบ้าน ส่วนใหญ่ก็จะนอนที่เพนต์เฮ้าส์ของอึ้ง แถวมหาวิทยาลัยนั่นเอง ส่วนอึ้งจะนอนที่หอพักแฟนอยู่แล้ว ไม่เคยกลับมานอนที่เพนต์เฮ้าส์เลย 

“ขับไหวไหมเนี่ย มาทีไร มึงก็เมาทุกที” จะถามทำไม ในเมื่อหน้าที่ขับรถไปส่งก็เป็นของปรามประจำอยู่แล้ว ขับรถเพื่อนไปส่งเพื่อน ส่วนตัวเองก็นั่งแท็กซี่กลับ ไม่รัก ไม่ห่วงเพื่อนจริงคงไม่ยอมลำบากได้ขนาดนี้ ดูแลยิ่งกว่าแฟนก็เพื่อนปรามนี้แหละ 

 

คนที่ทำให้กันต์ธีร์อารมณ์เสีย เขาไปไหน ทำไมวันนี้ช่วงเย็นไม่แวะเข้าชมรมนะ 

“ขอบคุนค้าบ ลาพัดชอบสีแดง” 

เด็กชายกระโดดโลดเต้น วิ่งรอบโต๊ะอาหาร เมื่อเขาได้รถบังคับคันใหญ่จากน้าชายเป็นของวันวันเกิดหลังเป่าเทียนบนก้อนเค้กตอนสองทุ่ม ที่บ้านหลังใหญ่ 

ฟอด  

ขวับ 

หมับ 

น้าชายคว้าตัวหลานชายที่วิ่งวุ่นเข้าฟัดแก้มอย่างมันเขี้ยว 

หลานชายซึ่งเหมือนน้าชาย แบบแม่พิมพ์เดียวกัน ไม่ต้องบอกเลยว่าน้าชาย หลานชายจะต่างก็ตรงแก้มแดงของหลานชายจะแก้มป่องมากกว่าเท่านั้น 

“ฮ่าาา..” 

หลานชายหัวเราะชอบใจ 

“จั๊กจี้เหรอครับ” 

น้าชายชอบฟัดแก้ม ฟัดคอหลานชาย รู้ทั้งรู้ว่าหลานบ้าจี้ ก็ยังจะแกล้ง  

ก็เจ้าหลานชายน่ารัก น่าฟัด ขนาดนี้ ใครจะอดใจได้ละครับ 

“รภัทรครับ ดูสิคุณแม่ซื้ออะไรมาให้” 

“ลาพัดชอบสีแดงจังฮะ” ชุดสไปเดอร์แมนสีแดงสดยกขึ้นโชว์ ทั้งยังมีถุงมือยิงเหรียญ จนเด็กชายรีบวิ่งเข้ากอดแม่ออดอ้อน ให้รู้ว่าเขาขอบคุณ 

ของเล่นชิ้นที่สามของพ่อ ซึ่งส่งไปรษณีย์มาให้ตั้งแต่เมื่อวานอีกกล่องใหญ่ที่รภัทรยังไม่คิดจะเปิดดูในตอนนี้ แม้พ่อและแม่จะแยกทางกัน เด็กชายก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนตัวเองต้องการพ่อ แค่มีแม่ มีน้าชายและยาย ชีวิตเขาก็สมบูรณ์ได้ เด็กชายที่มีจิตใจแกร่งตั้งแต่เด็ก ไม่ต่างจากทุกคนในครอบครัว 

กล่องที่สี่จากคุณตาก็คงเหมือนเดิมทุกปี ทองคำแท่ง ซึ่งเด็กชายก็ไม่คิดจะแกะดูเพราะรู้อยู่แล้ว และก็ไม่ได้อยากจะได้ ก็เพราะเด็กของเล่นน่าจะล่อใจได้มากกว่า 

กล่องที่ห้าจากน้าปกฉัตร น้องสาวต่างมารดาของผู้เป็นแม่ ซึ่งทั้งรัก ทั้งเอ็นดูรภัทรมาก แล้วมักเจอกันบ่อยครั้งที่บ้านคุณทวด รถยนต์บังคับคันใหญ่สีแดงอีกคัน 

ฟอด 

ยายก็อดหอมแก้มหลานชายไม่ได้เช่นกัน 

“ไม่เห็นสนใจของขวัญของยายเลยนะครับรภัทร” 

“คุณยายก็ให้เงินเหมือนเดิม” เด็กชายทำหน้ายู่ เขายังไม่เข้าใจในตอนนี้ในสิ่งที่ยายและตาให้ มันมีมูลค่ามากกว่าของเล่นที่เขาได้ซะอีก ยิ่งนับวันยิ่งเพิ่มพูนด้วยการปรับค่า เงินฝากในธนาคารหกหลัก ซึ่งผู้เป็นยายให้หลานชายประจำในวันสำคัญ สักวันรภัทรจะรู้เอง 

“น้าพีๆ ฮะ รภัทรให้น้าพีบังคับรถแข่งกับลาพัดหนึ่งคัน” 

“งั้นคนเก่งของน้าพีต้องกินเค้กก่อนนะครับ แล้วน้าพีจะไปเล่นด้วย” แววตาอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มเอ็นดู “อั้ม” ก่อนป้อนเนื้อเค้กนุ่มชิ้นพอดีคำให้หลานชาย 

“น้าพี..ๆ ฮะ น้าพีกินด้วยสิ” กินไปพูดไป แถมยังแกล้งน้าชายด้วยการตักเค้กชิ้นโตป้อนจนเนื้อเค้กเปรอะปากน้าชาย 

“ฮ่าาาา น้าพีมอมแมม” 

หัวเราะเสียงใสของเด็กชาย ช่างน่ารักน่าชังในสายตาทุกคนในครอบครัว 

ขวับ 

หมับ 

“นี่แน่.. แกล้งน้าพีเหรอครับ” ครีมนมนุ่มบนหน้าเนื้อเค้กที่ปลายนิ้วน้าชาย ป้ายลงแก้มป่องหลานชาย แล้วทั้งหลานชายกับน้าชายก็โดนดุด้วยกันทั้งคู่ 

  “เดี๋ยวเถอะ ยายจะตีทั้งคู่เลยนะครับ” 

“เห็นมั้ยเราโดนคุณยายดุเลย” น้าชายแกล้งตีหน้าเศร้าจนหลานชายต้องเข้าลูบหลังปลอบ ทั้งยังออกตัวปกป้อง ความเป็นผู้นำส่อแววตั้งแต่เด็ก 

“ลาพัดดื้อเองฮะคุณยาย น้าพีไม่เกี่ยว” 

ความเป็นสุภาพบุรุษของหลานชายตัวเล็ก ทำให้น้าชายยิ้มออกมาก่อนเช็ดแก้มหลานชายที่ตัวเองแกล้งไว้ 

ยิ่งมองหน้า ยิ่งเห็นความน่ารัก ก็หลานชายหน้าตาดีจนน่าเอ็นดูขนาดนี้  

ทำให้รพีนึกถึงใบหน้ากันต์ธีร์ ยิ่งมองหน้าก็ยิ่งเห็นถึงความหล่อ ความมีเสน่ห์ของกันต์ธีร์ยิ่งทำให้รพีหลงใหล 

ถ้าวันนี้รพีไม่ติดวันเกิดหลานชาย รพีก็อยากจะเข้าชมรมเพื่อไปเห็นหน้ากันต์ธีร์ 

ตอนเย็นเขาจะแวะไปที่ชมรมหรือเปล่าน้า... แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ คิดถึงจังเลย  

 

ตลอดระยะเวลาเกือบสองอาทิตย์ที่กันต์ธีร์เฝ้ารอให้ถึงวันศุกร์ เพื่อจะได้เข้าชมรมและหวังว่าจะได้เจอรพีที่นี่ 

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า การมาก่อนเวลานัดเกือบชั่วโมงคืออะไร ถ้าไม่ใช่อยากจะเจอ 

“น้องๆ นั่งกันเป็นแถวตอนลึกนะคะ เริ่มจากแถวน้องปีหนึ่งตรงนี้ค่ะ” 

แพรว รุ่นพี่ปีสองตะโกนบอกแข่งกับเสียงดังแซงแซ่ของพวกรุ่นน้อง แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่แพรวเข้ามาตีสนิทกันกันต์ธีร์ 

“ตัดเป็นปีละสองแถวนะ” รุ่นพี่อีกคนตะโกนบอก ซึ่งตอนนี้กันต์ธีร์ก็เดินมานั่งท้ายแถวแรกของปีหนึ่ง 

ด้วยนิสัยเป็นคนขี้รำคาญและหงุดหงิดง่าย กันต์ธีร์จึงไม่ค่อยชอบเรื่องความวุ่นวาย ยิ่งที่ไหนมีเสียงดังมากแบบนี้ กันต์ธีร์ยิ่งรู้สึกหนวกหู 

สงสัยมันจะไม่มาเหมือนเดิม แค่คิดกันต์ธีร์ก็อยากจะลุกออกไปจากชมรม 

 

ว้าย..!! น้องสุดหล่อของพี่มาแล้ว..” เสียงลูกพีชไม่ดังมาก 

แต่ทำให้กันต์ธีร์ได้ยินชัดเจน และรับหันหน้ามองหาต้นเสียงทันที คงไม่ต้องบอกว่าสุดหล่อขวัญใจรุ่นพี่ร่างอ้วนคือใคร ก็ไอ้คุณชาย ซึ่งกันต์ธีร์รอคอยที่จะเจอมาทั้งอาทิตย์นั่งเอง 

“สวัสดีครับ” น้ำเสียงนุ่มนวลแล้วความมีมารยาทเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวรพีจริงๆ รพียกมือไหว้รุ่นพี่ทุกคนที่ยืนตรงแถวด้านหน้า ทั้งรู้จักและไม่รู้จัก 

“ทำยังกับหาเสียงนะไอ้คุณชาย” กันต์ธีร์หลุดพูดความคิดในใจออกมา ไม่แค่นั้นยังหลุดเผลอยิ้มมุมปากออกมาอีกด้วย หากคำพูดนี้ไม่ได้ต่อว่า หากแต่กันต์ธีร์ชื่นชมในนิสัยน่ารักแบบนี้มากกว่า 

ทำไมมันดูมีออร่าได้ขนาดนี่ว่ะ ยังกับดารา 

“น้องรพี แถวปีหนึ่งด้านซ้ายสุดเลยค่ะ” รุ่นพี่ร่างอ้วนไม่แค่ทำเสียงออดอ้อนทั้งยังเข้าควงแขนแต๊ะอั๋งอีกรอบ เล็กๆ น้อยๆ ก็เอา ก่อนจะยอมปล่อยแขนให้รพี หนุ่มหน้าหวานเดินมาที่แถว 

“สวัสดีครับกัน” น้ำเสียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มดีใจบนใบหน้าของรพี แสดงออกชัดเจนว่าเขาดีใจมากที่ได้เจอกันต์ธีร์ในวันนี้ 

“สวัสดีครับ” ผมตอบกลับด้วยความมีมารยาทเช่นกัน 

“เรานั่งด้วยนะครับ” 

พรึ่บ 

ไอ้คุณชายมันพูดเสร็จก็นั่งลงข้างผม แม้จะนั่งกันคนละแถว เพราะแถวที่ผมนั่งมันเต็มแล้ว แต่ไอ้คุณชายก็ยังขยับตัวลงมานั่งข้างผม ทั้งที่แถวมันสั้นกว่าแถวผมตั้งเกือบ 2-3 คนได้ 

“ไม่เจอกันตั้งสองอาทิตย์ มือยังเจ็บอยู่ไหมครับ” 

“ฮึ!!” เสียงตอบในลำคอ พร้อมส่ายหน้าเล็กน้อยของผม  

ผมไม่แปลกใจเลย ทำไมรุ่นพี่ตัวอ้วนถึงได้หลงมันได้ถึงขนาดนี้ นิสัยใส่ใจคนอื่น ทำให้ไอ้คุณชายยิ่งดูน่าคบหา ทั้งยังหล่อยังกับเทพบุตรจุติมาเกิด  

กลิ่นน้ำหอมของมันแสนจะหอมหวานและละมุน ถ้าผมเดาจากกลิ่นน้ำหอมก็น่าจะพอเดาได้ว่าคนใช้กลิ่นนี้น่าจะมีนิสัยคล้ายกับกลิ่นน้ำหอมนั่นแหละครับ 

ขนาดผมเป็นผู้ชาย ยังคิดกับไอ้คุณชายขนาดนี้ ผู้หญิงเองก็คงปลื้มไม่น้อย  

นี่ผมนั่งสนใจแต่ไอ้คุณชายจนลืมที่จะสนใจเรื่องอะไรเลย แม้กระทั่งเสียงรุ่นพี่ที่ประกาศก้องในห้องประชุม 

เมื่อประชุมโครงการจบลง ให้ตายเถอะ!! ผมไม่ได้ตั้งใจฟังเลย รุ่นพี่เขาให้ทำอะไรบ้างล่ะเนี่ย 

“น้องๆ เดินตามแถวมาเช็กชื่อให้เป็นระเบียบนะคะ” รุ่นพี่ตะโกนบอกแข่งกับเสียงดังวุ่นวาย  

แถวผมได้เดินไปเช็กชื่อก่อน แล้วคนจากหัวแถวของไอ้คุณชายก็คงมาต่อหลังผมอีกทีตามลำดับ กว่าไอ้คุณชายจะได้เช็กชื่อก็คงเป็นคนสุดท้าย 

หมับ 

ผมรีบคว้าข้อมือไอ้คุณชายแล้วดึงให้มายืนหน้าผมเลย จะได้ไปเช็กชื่อเร็วขึ้น ไม่ต้องรอนาน โดยที่ผมก็ไม่ได้สนใจสายตาใครที่หันกลับมามอง 

หรือใครจะลองกล้ามีปัญหากับผมก็บอกมา 

“ระ เรา แซงคิวคนอื่นนะครับ” น้ำเสียงไอ้คุณชายอ้อมแอ้มอยู่ในลำคอ พร้อมก้มหน้าพูดด้วย แก้มก็เริ่มมีสีแดงระเรื่อให้เห็น 

ก็กันต์ธีร์เล่นคว้าข้อมือรพีซะขนาดนั้น รพีก็เขินนะสิ 

 

เวลาผ่านไปเกือบสามสิบนาที ซึ่งกันต์ธีร์และรพียืนต่อแถวใกล้กัน 

ทั้งคู่มีอาการเขินอาย แต่กันต์ธีร์ก็ยังคงยืนเป็นหนุ่มมาดนิ่งเหมือนเคย 

“กันครับเราเช็กชื่อเสร็จ ต้องไปเข้าแถวนู้นต่อครับ” ด้วยรู้ว่าอีกคนคงไม่ได้ ตั้งใจฟังที่รุ่นพี่บอกตอนประชุมแน่ ใช่ว่ารพีจะไม่ได้สังเกตว่าเขาถูกกันต์ธีร์นั่งมองหน้าตลอดเวลา 

“หลังไปค่ายกันมา เราก็ต้องกลับมาทำสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ใครสะดวกจัดบอร์ด พี่ขอสักสิบคนนะ” รุ่นพี่ผู้หญิงบอก แล้วก็ต้องการจิตอาสา หากแต่ไม่นานก็ครบทั้งสิบคน  

“น้องรพีมาช่วยพี่เรื่องการจัดหาข้อมูลทำโครงการต่อไปดีกว่าค่ะ พี่ขออาสาสักห้าคนนะคะ พี่ได้น้องรพีแล้วคนนึง” เสียงดังฟังชัด  

ลูกพีชบอกทั้งที่ก็ไม่ได้ถามเรื่องความสมัครใจหรอกนะ ลูกพีชขอตัดสินใจแทนเลย แต่รพีก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาเต็มใจพร้อมช่วยงาน 

“กันด้วยครับ” น้ำเสียงนุ่มของรพีแทรกขึ้น 

รพียิ้มบอกลูกพีช แถมยังจับข้อมือกันต์ธีร์ให้เดินตาม นี่ก็เหมือนกันตัดสินใจแทนเลย ไม่คิดจะถามความสมัครใจของกันต์ธีร์สักหน่อยเหรอ 

 

เรื่องหาผู้อาสาจัดบอร์ด และเรื่องหาผู้อาสาจัดหาข้อมูลทำโครงการต่อไปเรียบร้อย ทว่ามีเรื่องแบนเนอร์นี่สิ ที่ดูจะเป็นงานด่วนที่สุด 

“อีอ้วน.. นี่มึงลืมไปสั่งผลิตแบนเนอร์มาติดหน้าชมรมใช่ไหม” รุ่นพี่หน้าโหด ร่างยักษ์ตะโกนออกมาเสียงเคือง 

“เออวะ!! ลืมเฉยเลย” เสียงอ่อยทันที จากที่เมื่อกี้กระดี๊กระด๊า ทั้งยังรู้สึกผิด ในความขี้ลืมของตัวเอง 

“พรุ่งนี้น้องต้องติดแล้วนะมึง ใครจะไปหาร้านทัน” เสียงกระแทกซ้ำจากรุ่นพี่หน้าโหดคนเดิม 

“ผมรู้จักร้านครับ เอาไฟล์งานมา เดี๋ยวเย็นนี้ผมเอาไปทำให้” รพีรีบยกมือขึ้นออกตัวอาสาทันที ด้วยนิสัยจิตอาสา 

“ขอบคุณน้องรพีมากๆ นะค้า” ลูกพีชออกอาการดีใจ และซึ้งใจเป็นที่สุด ไม่ผิดหวังเลยที่หลงปลื้ม 

“นายจะไปยังไง” กันต์ธีร์ถามขึ้นทันทีเช่นกัน 

เป็นไอ้คุณชายหน้าหวานอย่างเดียวไม่พอ ยังจะเป็นอัศวินขี่ม้าขาวอีก คนอะไรจะดีแสนดีได้ขนาดนี้ว่ะ 

“เดี๋ยวเราให้พี่ขับรถพาไปครับ สักครู่ก็น่าจะมาถึงแล้วล่ะครับ”  

“งั้นเราไปเป็นเพื่อนนายเอง โทรบอกที่บ้านไม่ต้องมารับ” 

“ระ เรา เออ.. เราเกรงใจกันน่ะครับ” 

“ถ้าจะเกรงใจ ก็ให้รีบไป” 

คำพูดนี้ถ้าใครมาฟังน้ำเสียงก็คงคิดว่าคนพูดดุ ทว่าคนที่ยืนฟังอยู่ตอนนี้ ไม่ได้รู้สึกกลัว เขากลับยิ้มออกมา 

ขนาดหน้าโหด เสียงดุ ยังดูเท่เลย นี่เราชอบเขาขนาดนี้เลยเหรอ รพีคิด  

“ไปเอารถก่อน.. นายรอไฟล์งาน แล้วไปรอที่หน้าตึกล่ะ” 

กันต์ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่านี้อีกสักนิดก็คงจะดี จะโหดไปถึงไหนกันนะ แต่ถึงอย่างไรกันต์ธีร์ก็เข้าไปนั่งในใจรพีแล้วล่ะ 

 

 

 

 

... 

 

TALK : ) 

อุ๊ย.. เข้าไปนั่งในใจแล้ว.. 

.. 

รพีไปไหนนะ ทำไมไม่เข้าชมรม 

ทั้งที่อยากจะเจอหน้ากันต์ธีร์แทบแย่ 

.. 

** มุมน่ารักเมื่อรพีอยู่กับครอบครัว 

ยิ่งกับหลานชายที่เหมือนกับน้าชายแบบแม่พิมพ์เดียวกัน ไรต์ลงเพิ่มให้แล้วนะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว