Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : THE HEARTLESS : 02

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2563 00:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
THE HEARTLESS : 02
แบบอักษร

 

 

เฮือกกก!!!

 

ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เหงื่อผุดออกเต็มใบหน้า หัวใจกระหน่ำเต้นโครมๆจนแทบจะหลุดออกมา ลำคอแห้งผาก ตัวชาไปทั้งตัวจนแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกสติสัมปชัญญะที่มีอันน้อยนิดกลับมา ฝันร้าย...มันแค่ฝันร้ายที่ผ่านมาแล้วเท่านั้น

มือเล็กถูกยกขึ้นเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้าพร้อมกับพยุงตัวขึ้นนั่งก่อนจะเงยหน้ามองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้อง ตื่นก่อนเวลาเหมือนทุกๆวันอีกตามเคย ฝันบ้าบออะไรได้ทุกวี่ทุกวัน...ไม่เข้าใจ ฉันลุกขึ้นจากที่นอนขนาดคิงไซส์ที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าปูสีโรสตามสไตล์ที่ฉันชอบ และหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไปทันที

ทุกอย่างในห้องถูกตกแต่งได้ตามที่ฉันต้องการทุกอย่าง สุดท้ายแล้วคุณพ่อก็ยังเอาใจใส่ฉันอย่างละเอียดอ่อนในทุกเรื่องเหมือนเดิม เหมือนที่ท่านพยายามทำมาตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับแม่ ท่านมักจะมีของขวัญที่ถูกใจส่งให้ฉันตลอดทุกๆเดือน ไม่เคยขาดจนไม่มีที่จะเก็บ จะมีก็แต่ระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมาเพราะฉันไม่ได้ติดต่อกลับมาหาใครสักคนเลย

ลมหายใจถูกพ่นออกมาจากปากฟู่ใหญ่เพื่อคลายความกังวลใจอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายใบโปรด กุญแจรถและคีย์การ์ดเปิดประตูออกมาจากห้องตรงไปกดลิฟต์ทันที

 

ติงงง

 

“ดิน! /โรส!!”

 

พอประตูลิฟต์เปิดออก ฉันก็หลุดเรียกชื่อคนข้างในออกมาเสียงดังด้วยความตกใจในขณะเดียวกัน คนข้างในก็ตกใจเรียกชื่อฉันเสียงดังไม่แพ้กัน นี่มันอะไรกัน พวกเขามาอยู่ที่นี่กันหมดเลยหรอ ดินเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของฉัน ธาม ดิน และฉัน พวกเราโตมาด้วยกันทั้งสามคน และดินรู้ทุกเรื่องของฉันกับธาม แต่เดี๋ยวนะ...ทำไมดินถึงดูตกใจขนาดนั้น พวกเขาไม่คุยกันหรอ หรือธามไม่พูดถึงฉันให้ดินฟังเลยยังงั้นหรอ ทำไมใจร้าย...

ระหว่างที่ฉันกำลังประมวลผลภาพเหตุการณ์หลายๆอย่างที่ผ่านมาสองสามวันนี้อยู่ ซึ่งฉันไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรเขาทั้งสองคนถึงมาอยู่ที่นี่ ร่างฉันก็ถูกดันเข้ามาในลิฟต์ด้วยแผงอกของร่างหนาที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ใช่ซิ...เขาไม่ได้ดันฉันเข้ามาแต่เพราะฉันยืนเกะกะขวางทางอยู่ต่างหากเหมือนเขาเดินชนเศษผงเศษฝุ่นอะไรสักอย่างยังไงยังงั้น...ฮึก เจ็บปวด

สายตาที่ไม่มีแม้แต่เงาของฉันอยู่ มือที่ไม่แม้แต่อยากสัมผัสแตะต้องฉัน ก่อนที่เขาจะหันหลังไปกดปุ่มที่ผนังพร้อมกับประตูลิฟต์ค่อยๆเลื่อนปิดเข้าหากัน ฉันได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของเขาผ่านกระจกเงาบานใหญ่ภายในลิฟต์ด้วยนัยน์ตาสั่นไหว

 

“นึกว่าตายไปแล้วซะอีก” เสียงของดินปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์และหันหน้ากลับมาทางประตูลิฟต์ ฉันเหลือบตามองคนพูดที่ตอนนี้ยืนเอาข้างลำตัวพิงลิฟต์มองฉันด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาคงมีคำถามเต็มหัวไปหมด ไม่ต่างจากฉัน แต่ประโยคแรกที่หลุดออกมาก็กัดฉันซะหล่ะ นี่แหละคือนายปฐพี เดชาพิพักษ์ อย่างไม่มีข้อสงสัย ปากเสียเป็นเอกลักษณ์ ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

 

“สาบานว่านั่นปาก”

 

“หึ...แล้วทำไมถึงมาโผล่อยู่นี่” ดินยกยิ้มให้ฉันแบบกวนๆก่อนจะถามขึ้นเสียงเรียบ ไม่ใช่แค่ดินหรอก ฉันเองก็อยากถามคำถามนี้เหมือนกัน

 

“คือ...แม่รันเสียแล้ว เราก็เลยต้องกลับมาอยู่กับคุณพ่อที่นี่” ฉันพูดขึ้นเสียงอ่อยอย่างหดหู่ ฉันอยู่กับแม่แค่สองคนมาตลอด พอไม่มีทางแล้วมันก็เหมือนตัวคนเดียวบนโลกยังไงก็ไม่รู้

 

“คุณน้ารันเสียแล้ว” ดินยืดตัวยืนตรงและหันมาถามย้ำฉันด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตื่นตระหนกไม่น้อย ดีที่เขายังมีความรู้สึกต่างกับอีกคนที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง สายตาเหลือบมองแผ่นหลังของธามเป็นระยะๆ ฉันแอบหวังว่าเขาจะตกใจหรือไม่ก็หันมามองฉันบ้าง แต่ก็ไม่เลย...

 

“อืม เมื่อสองเดือนก่อน”

 

“เสียใจด้วยนะ แล้วเป็นยังไงบ้าง อยู่ดีๆก็หายไป ทำไมไม่ติดต่อกลับมาเลย พวกฉันแทบจะพลิกแผ่นดินหา รู้ไหมว่าไอ้ธะ”

 

“เงียบ! รำคาญ”

 

ดินยังไม่ทันพูดจบประโยค คนที่ยืนเงียบมาตั้งนานก็ตวาดขัดขึ้นมา จนฉันถึงกับสะดุ้งโหย่งไม่กล้าพูดอะไรต่อ ดินเองก็เหมือนกันเม้มปากเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ฉันเพิ่งได้ยินเสียงเขาในรอบสี่ปี เสียงที่ฉันโคตรจะคิดถึง แต่กลับกลายเป็นเสียงที่สั่งให้ฉันหยุดพูด เขาคงไม่อยากได้ยินแม้แต่เสียงฉันซินะ เขายอมใช้อากาศร่วมกับแกก็ดีแล้วไหมโรส..

แต่ก็ไม่รู้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรของฉัน นี่ฟ้าแกล้งฉันไปถึงไหน พื้นที่ประเทศไทยตั้งกว้างใหญ่ กลับต้องมาอยู่จังหวัดเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกัน คอนโดเดียวกันและที่ยิ่งไปกว่านั้นอยู่ชั้นเดียวกัน เหอะ...เอาอีกเซ่...แน่จริงเอามาอยู่ห้องตรงข้ามกันเลยดิ เอาให้มันเจ็บหนักๆไปเลย สวรรค์หนอสวรรค์ ไม่เข้าข้างฉันเลยสักนิด ฉันเจ็บปวดนะรู้ไหม

 

ติ้งงง

 

พอประตูลิฟต์เปิดออกดินก็เดินออกเป็นคนแรกและตามด้วยธาม มือเล็กยกขึ้นอยากจะคว้าเขาเอาไว้แต่ก็ทำได้แค่กำอากาศที่อยู่รอบตัวเขาเท่านั้นและดึงมันกลับมาแนบข้างลำตัวเหมือนเดิม ฉันมีสิทธิ์อะไรไปแตะต้องเขา...บ้าจริง ร่างหนาตรงหน้าก็ดูเหมือนชะงักไปนิดนึงก่อนจะเร่งฝีเท้าตามเพื่อนรักตัวเองไป

ฉันถอนหายใจพรืดใหญ่ก่อนจะก้าวเท้าออกจากลิฟต์และชะงักไปเหมือนธามเมื่อกี้นี้เลย เพราะภาพตรงหน้าคือเงาสะท้อนของตัวเองชัดแจ๋วในกระจกบานใหญ่ที่ติดกับผนังตรงข้ามลิฟต์พอดิบพอดี ฉันกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่ ธามต้องเห็นแน่ๆว่าฉันกำลังจะทำอะไร โอ้ยยย...เกลียดกระจกบานนี้ ทุบทิ้งไปเลยได้ไหมเนี่ย

 

 

@มหาวิทยาลัย A

 

 

พอลงจากรถฉันก็เหลือบไปเห็น นนท์กับน้องผู้หญิงสองคนเมื่อวาน นั่งคุยกันอยู่ที่ม้าหินอ่อนใต้ตึกบริหาร ฉันเลยเดินตรงไปหาพวกเขาทันที เพราะไม่รู้จะไปหาใคร รู้จักแค่นนท์คนเดียว

 

“พี่โรส มาพอดีเลย นั่งๆ” มิณทักขึ้นทันทีที่เห็นฉันก่อนจะตบมือลงที่ม้าหินข้างตัวเองเป็นเชิงให้ฉันนั่งตามคำบอกของเธอ ฉันส่งยิ้มไปทักทายพวกเขาแล้วหย่อนก้นลงนั่งข้างๆมิณ ส่วนนนท์เอาแต่ก้มหน้าอยู่กับจอมือถือ เสียบหูฟังทั้งสองข้าง มือไม่มีว่างกดยิกๆที่หน้าจอ คิ้วชนกันยิ่งกว่าสอบมิดเทอม คงเดาไม่ยากว่าเขากำลังทำอะไร

 

“คุยอะไรกันอยู่หรอ” ฉันละสายตาจากนนท์หันไปหาสองสาวนั่นทันที เพราะดูแล้วตอนนี้นนท์น่าจะไม่ได้อยู่ในโลกของความเป็นจริงสักเท่าไหร่

 

“เย็นนี้เราจะมีงานเลี้ยง” มิณพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและท่าทางตื่นเต้นสุดๆ ต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่ตื่นเต้นขนาดนี้

 

“งานเลี้ยง?”

 

“ช่าย วันเกิดเพลินเอง พี่โรสไปด้วยกันนะ จะได้เปิดหูเปิดตาไปด้วยไง นะ..นะ” พอฉันถามย้ำออกไปเพลินก็ตอบกลับทันควันพร้อมกับเอ่ยชวน มิณเองก็พยักหน้าทำตาปริบๆ แล้วฉันก็เป็นคนปฏิเสธคนไม่เก่งด้วยซิ เลยได้แต่พยักหน้าตอบรับกลับไป ก็ดีเหมือนกันได้ไปเที่ยวเล่นบ้างจะได้ไม่ฟุ้งซ่านแต่เรื่องของผู้ชายคนนั้น ว่าแต่พวกเขาจะไปกินที่ไหนกัน

 

“ที่ไหนหรอ”

 

“เดี๋ยวเพลินไปรับก็ได้ พี่โรสพักอยู่ไหนอ่ะ” เพลินรีบเสนอออกไปแบบทันควันคล้ายกับกลัวว่าฉันจะเปลี่ยนใจ

 

“คอนโด G” พอฉันบอกที่อยู่ไปมิณก็รีบโพล่งขึ้นมาทันที

 

“เห้ย คอนโดเดียวกับมิณเลย ผับเฮียดินอยู่ก่อนถึงคอนโดสองซอยเอง ชื่อ So Say Pub อ่ะ”

 

“เฮียดิน?” ฉันได้ยินชัดแหละ ว่ามิณบอกว่าผับเฮียดิน แต่ที่ฉันทวนชื่อเพราะคิดว่าน่าจะเป็นดินเดียวกับที่ฉันรู้จักแน่ๆ วันนั้นพวกเธอนั่งอยู่กับธามแสดงว่าก็ต้องเป็นดิน เพื่อนฉันอยู่แล้ว แต่ทำไมดินถึงมาเปิดผับที่นี่ ผ่านมาสี่ปี อะไรๆเปลี่ยนแปลงไปเยอะเลยเนอะ

 

“อืม อ่อพี่โรสยังไม่เคยเจอเฮียดินนี้เนอะ เดี๋ยวคืนนี้มิณพาไปแนะนำ อยู่ที่นี่รู้จักเฮียเขาไว้ก็ดี จะได้ไม่มีใครกล้ามาวุ่นวาย” มิณพูดบอกฉันด้วยความที่ไม่รู้ว่าฉันกับดินเรารู้จักกันมาก่อนแล้ว แสดงว่าดินนี่ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ถึงกับไม่มีให้กล้ามาวุ่นวายเลยหรอ ฉันได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆไปให้มิณ ถ้าน้องรู้ว่าฉันกับดินเป็นเพื่อนสนิทกัน น้องจะทำหน้ายังไงนะ

 

“ไปก่อนนะคะ สามทุ่มเจอกัน” เพลินยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาแล้วบอกลาฉันกับนนท์พร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้และมิณก็ลุกขึ้นไปตามๆกัน

 

“เครๆ เจอกัน” นนท์เงยหน้าขึ้นจากจอมือถือยกมือโบกให้น้องทั้งสองและก้มหน้าไปที่มือถือต่อ เคร่งเครียดน่าดู คิ้วขมวดเชียวกับการตีป้อมของเขานั่น ก่อนที่เพลินและมิณจะหันหลังกำลังจะเดินออกไป แต่ฉันนึกอะไรได้พอดีเลยเรียกไว้ซะก่อน

 

“เพลิน”

 

“คะ” เพลินหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมาขานรับฉันอย่างไว

 

“ไม่ต้องมารับพี่ก็ได้ พี่ว่าพี่ไปถูก เหมือนจะเห็นแวบๆ” น้องจะได้ไม่ต้องลำบากมารับฉัน ถ้ามันอยู่ก่อนถึงคอนโดนิดเดียวก็ไม่ใช่เรื่องยาก คิดว่าน่าจะไปถูก เพลินพยักหน้าให้ฉันหงึกๆก่อนจะหันเดินกลับออกไปพร้อมเพื่อนของตัวเอง สองสาวนี่ดูน่ารัก น่าคบหาดีนะแล้วอีกอย่างธามและดินไม่ได้สนิทกับใครง่ายๆ แสดงว่าสองสาวนี่ต้องนิสัยดีระดับนึงเลยแหละ

…..

…..

 

 

ช่วงบ่ายของวัน….

 

 

 

ฉันพยายามเดินสำรวจไปรอบๆบริเวณมหาวิทยาลัย จนมาถึงห้องสมุด เท้าเรียวเล็กก้าวเข้าไปข้างในอย่างไม่ลังเลเลย กว้างขวาง ใหญ่โต สมกับเป็นห้องสมุดของมหาวิทยาลัยชั้นนำจริงๆ ฉันเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆจนมาเจอมุมที่ฉันโปรดปราน ไขปริศนา สืบสวน เล้นลับ แนวนี้แหละ ฉันอ่านได้ทั้งวี่ทั้งวัน นิ้วเล็กกรีดไล่ดูสันหนังสือไปเรื่อย เท่าที่ดูฉันอ่านมันมาแทบหมดแล้ว

 

อ๊ะ!

 

ฉันผงะถอยพลางเอามือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองเมื่อชนเข้ากับแผนหลังของใครก็ไม่รู้อย่างจัง เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาดูหนังสือบนชั้นจนไม่เห็นว่ามีคนยืนอยู่

 

“ขอโทษนะคะ พอดะ..” ฉันรีบเอ่ยขอโทษขอโพยคนตรงหน้าทันที แต่ยังไม่ทันได้อธิบายว่าทำไมฉันถึงชนเขา ร่างหนาก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับฉัน และคำพูดต่างๆนานา ก็เลือนหายไปจนหมด ใจเต้นโครมครามไม่หยุด แต่พอคนตรงหน้าเห็นว่าเป็นฉัน เขาก็รีบหันหลังและกำลังจะก้าวเท้าออกไป

 

“ธาม” ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเอ่ยเรียกชื่อเขา ชื่อที่ฉันไม่ได้เรียกมาตั้งนาน ชื่อของคนที่ฉันโคตรจะคิดถึงเขา แต่ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ร่างหนาหยุดฝีเท้าแต่ยังคงยืนหันหลังให้ฉันอยู่แบบนั้นและไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากเขาเหมือนเดิม

 

“โรสขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม” สิ้นเสียงฉันเขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาเสียงเรียบแล้วเดินออกไปแบบไม่ไยดีสักนิด

 

“ขอโทษนะ ฉันไม่รู้จักเธอ”

 

คำตอบของเขาทำเอาใจฉันแตกสลายแบบไม่มีชิ้นดี ชาวาบไปทั้งตัว สมองไม่ตอบสนองหรือประมวลผลอะไรได้ทั้งนั้น มันอื้อไปหมด ลมตีขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนพูดไม่ออก ฉันทำได้แค่กลั้นน้ำตาที่มันเออล้นออกมาเอาไว้ แล้วมองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆห่างออกไป...ห่างออกไปจนสุดสายตา ไกลจนฉันไม่อาจเอื้อมถึงอีกแล้ว สมควรแล้วไหม...สมน้ำหน้า อยากทิ้งเขาไปเอง แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

 

#12/01/62

#อีพีหน้าจะมีอะไรที่ผับดีน้า

#อิธาม นายจะใจดำเกินไปแล้วนะ แต่เดี๋ยวนะ คนไม่รู้จักเขาใช้แผงอกดันตัวกันด้วยหรอ

🤔

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว