email-icon Twitter-icon

ติดตามฉบับเต็มกันได้แล้วนะคะ

CHAPTER 3 คืนรับน้อง

ชื่อตอน : CHAPTER 3 คืนรับน้อง

คำค้น : จอมวายร้ายกับคุณชายแก้มแดง,Dangerousboy,นิยายวาย,นิยายY,Yaoi,กันต์ธีร์รพีภัทร,NC,NC18+,เคะ,เมะ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2563 15:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 3 คืนรับน้อง
แบบอักษร

CHAPTER 3 

คืนรับน้อง 

... 

 

 

 

 

 

เซอร์ไฟร์จากอาจารย์และรุ่นพี่ เมื่ออาหารถูกจัดเป็นบุฟเฟต์แบบเรียบง่าย ทว่ามีโมไบล์ประดับเป็นเวทีน่ารัก โดยทุกคนนั่งบนขอนไม้ล้อมรอบกองไฟใหญ่ 

หนุ่มหน้าหวานมาดคุณชายดูจะออกอาการตื่นเต้นกว่าใคร  

“กันกินอะไรดีครับ” นอกจากจะคอยใส่ใจ ยังอยากจะช่วยเหลือ ด้วยรู้ดีว่าคู่บัดดี้ของตัวเองไม่ถนัดในหลายเรื่อง 

รพีทำด้วยความเต็มใจ ไม่ได้นึกว่าอาจทำให้ใครรู้สึกเข้าใจผิดในการกระทำของตัวเอง ทว่ารพีอยากจะทำตามความรู้สึกของตัวเองก็เท่านั้น 

“อะไรก็ได้” ลึกๆ นายหน้านิ่งก็รู้สึกดีนะที่มีคนคอยห่วงใย คอยเอาใจแบบนี้ 

 

  นั่งร้องเพลง เล่นกีตาร์ ดูเป็นกิจกรรมที่หลายคนจะสนใจ ด้วยสมาชิกนั่งรวมตัวกันจะเยอะกว่ากลุ่มอื่น  

“น้องรพีไปนั่งกับพี่ลูกพีชทางฝั่งนู้นเนอะ คุยสนุ้ก.. สนุก..” 

รุ่นพี่ร่างอ้วนลากแขนหนุ่มหน้าหวานเดินไปทางกลุ่มสาวๆ หากแต่รพีเองก็รีบหันหน้ามองนายหน้านิ่งก่อน ซึ่งนั่งนิ่งจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ คงทำได้แต่ส่ายหน้าแบบเซ็งๆ ให้รับรู้ว่าเขาไม่อยากจะตามรพีไป 

รพี หนุ่มหน้าหวานบุคลิกคุณชาย แถมแก้มแดงเวลาเขินอาย ทั้งยังอัธยาศัยดี โดยเฉพาะรอยยิ้มที่คอยหยิบยื่นให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ เขาจึงเป็นที่รักของทุกคนได้ไม่ยาก 

ต่างจากกันต์ธีร์ ก้องเกียรติกังวานไพศาล หนุ่มมาดนิ่ง บุคลิกหยิ่ง ซึ่งไม่คิดจะสุงสิงกับใคร เรื่องยิ้มให้อย่าหวังเอาเสียเลย เขาจึงดูเป็นบุคคลอันตราย เป็นจอมวายร้ายที่ไม่ควรเข้าใกล้ 

 

เฮ้อ.. 

ระยะไกลยังเห็น พี่ตัวอ้วนนั่งควงแขนไอ้คุณชายไม่ห่าง 

ไอ้คุณชายนี่ก็นะ จะทำตัวน่ารักไปถึงไหนวะ ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายต่างก็มองมันด้วยสายตาแปลกๆ คงเหมือนผมละมั้งที่เป็นผู้ชายแท้ๆ ยังมองว่ามันน่ารักเลย  

ยิ่งท่านอนของไอ้คุณชาย ถ้าพี่ตัวอ้วนเห็นมีหวังกระโจนเข้าตะปบแน่ 

วิ้ว วิ้ว.. 

เสียงลมพัด อากาศชักเริ่มเย็นจนน่าเข้าไปขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม 

ผมอยากจะเข้าห้องนอน แต่จะลุกไปเลยก็เป็นห่วงไอ้คุณชาย ไม่อยากทิ้งมันไว้กับฝูงเสือป่าที่พร้อมจะเข้าขย้ำ ยิ่งหมูป่าตัวอ้วนด้วยแล้วคงจ้องจะเขมือบมันน่าดู 

จะว่าไปการอยู่ที่นี่มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้แต่แรก แต่ถ้าที่นี่ไม่มีไอ้คุณชายนั่น ผมจะรู้สึกแบบนี้หรือเปล่านะ 

“ทำไมกันไม่ไปนั่งเล่นกับเพื่อนด้วยกันล่ะครับ”   

“ดูดาวตรงนี้ดีกว่า” ผมเงยหน้าบอก 

“เราขอนั่งด้วยนะครับ” ว่าจบรพีก็นั่งลงเบียดกันต์ธีร์บนขอนไม้ท่อนเล็กข้างกัน ไม่ได้ดูเลยว่ากันต์ธีร์ทำหน้าเหวอไปเลย 

ขอนไม้นั่งคนเดียวก็จะเต็มท่อน รพียังกล้าขอที่จะนั่งด้วยแบบนี้ กันต์ธีร์ไม่รู้สึกวูบก็คงไม่ได้แล้วล่ะ ความรู้สึกประหลาดเมื่ออยู่ใกล้รพี ทว่ากันต์ธีร์ก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นความรู้สึกอะไรกันแน่ เพราะเขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร 

 

กันต์ธีร์ไม่รู้หรอกว่ารพีคอยมองอยู่ตลอดเวลา แล้วเมื่อไม่เห็นว่าเขานั่งอยู่ที่เดิมรพีก็รีบออกตามหา จนกระทั่งมาเจอนั่งเงยหน้ามองท้องฟ้า ทั้งที่อากาศก็หนาวเย็น ถ้าไม่ได้สวมเสื้อแจ็กเกตกันลม คงมีขนลุกกันบ้างล่ะ 

“อาบน้ำมั้ย ที่นี่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ถ้าดึกกว่านี้น้ำจะเย็นมาก” ไม่เพียงแต่รพีที่ดูจะเป็นห่วง กันต์ธีร์เองก็มีแววตาห่วงใยรพีไม่ต่างกัน 

“ครับ” รอยยิ้มกับแววตาของรพีหวานไม่ต่างกัน  

 

วันนี้มีห้องน้ำในห้องนอน รพีไม่ต้องลำบากแบกน้ำเข้าไปอาบ ก็ใครจะกล้าถอดเสื้ออาบกลางแจ้ง พวกผู้ชายเยอะแยะ  

ตุ๊ด.. ตุ๊ด.. ตุ๊ด.. 

เสียงรอสาย 

“สวัสดีฮะแม่ รพีคิดถึงแม่จัง” 

เวลารพีคุยกับแม่น่ารักไม่เบาเลยนะ 

[รพีอาบน้ำได้ไหมลูก อากาศเย็นขนาดนั้น] 

ด้วยความเป็นห่วงลูกชาย เพราะรู้ว่าลูกชายตัวเองไม่เคยบ่น การออกค่ายอาสา แต่ละครั้งก็ไม่เคยได้อยู่สุขสบาย 

“รพีวิ่งผ่านน้ำฮะ ตัวไม่เปียกเลย” แล้วคนแกล้งพูดหยอกเย้าแม่ก็หัวเราะเบาๆ ช่างน่าเอ็นดูในสายตาของคนที่นั่งฟังอยู่ข้างกัน 

“วันนี้รพีได้ไปสักการะพระธาตุแช่แห้งมาด้วย ตอนค่ำก็มีรับน้อง แต่พรุ่งนี้รพีก็กลับแล้ว รพีคิดถึงทุกคนเลย” รพีช่างพูด ถ้าสนิทจะรู้ว่ารพีเป็นคนคุยเก่ง นิสัยอีกอย่างคือรพีขี้อ้อน 

แม้ว่าแม่จะทุ่มเทกับการทำงาน แต่เธอก็ให้เวลาและความสำคัญกับครอบครัวเสมอ ไม่เคยให้ลูกชายรู้สึกว่าขาดอะไร แม้กระทั่งพ่อ 

“รพีคิดถึงแม่ คิดถึงพี่พรรณ คิดถึงรภัทรนะฮะ” 

ลูกชายก็แสดงให้แม่ได้รับรู้ว่าเขารักและภูมิใจในตัวของแม่มาก แม่เป็นผู้หญิงเข้มแข็ง แม่ไม่เคยทำให้เขาและพี่สาวรู้สึกว่ามีปมด้อยที่ขาดพ่อ 

ฉะนั้นการบอกรักแม่ รักทุกคน เป็นเรื่องเคยชินที่ผู้ชายคนหนึ่งทำเป็นประจำ ด้วยเขาคิดว่าการได้บอกรัก ย่อมดีกว่าการเก็บไว้เพียงแค่ในใจ 

แม้กระทั่งกดวางสายแล้ว คนรักครอบครัวก็ยังไม่หยุดยิ้ม จนทำให้คนแอบมองก็เผลออมยิ้มตามไปด้วยแบบไม่รู้ตัว ใครว่าคนอย่างกันต์ธีร์ยิ้มไม่เป็น คงไม่ใช่แล้วมั้ง 

“พรุ่งนี้อยากดูทะเลหมอกมั้ย” เสียงนิ่งเรียบ ถามเบาๆ ดูไม่ได้สนใจว่าคนที่ถูกถามจะสนใจฟังหรือเปล่าด้วยซ้ำ 

“กันจะชวนเราไปดูเหรอครับ” เสียงตื่นเต้น จนทำให้คนถามเผลอยิ้มออกมาอีกครั้ง แม้กันต์ธีร์จะพูดเสียงเบาแค่ไหน รพีผู้ที่คอยใส่ใจกันต์ธีร์ทุกอย่างย่อมได้ยินอยู่แล้ว 

“แต่ต้องตื่นตีห้านะ” 

“งั้นเรารีบนอนเลยครับ”  

คืนนี้รพีมาแปลก นอนซะชิดขอบเตียง แถมยังหันหลังให้กันต์ธีร์อีก แต่ไม่รู้กันต์ธีร์ไปสะดุดท่านอนของรพีตรงไหน ถึงได้ยกยิ้มที่มุมปาก วันนี้กันต์ธีร์ดูจะอารมณ์ดี 

 

เวลาผ่านไปตั้งเกือบสองชั่วโมง ทว่ากันต์ธีร์ก็ยังนอนไม่หลับ 

ผมพลิกตัวนอนตะแคงมองคนหลับง่าย กินง่าย อยู่ง่าย นิสัยไม่เรื่องมากผิดกับบุคลิก ซึ่งต่างจากผมที่ดูจะเป็นผู้ชายกว่า กลับกินยากแถมยังเรื่องมากอีก 

อากาศมันเย็นจนทำให้ผมต้องตื่นกลางดึก ทั้งที่ก็ไม่ใช่หน้าหนาว อาจเป็นเพราะช่วงนี้มีพายุเข้าหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ  

หงึกๆ 

ขนาดผมยังหนาว แล้วไอ้คุณชายล่ะ 

พรึ่บ  

ผมเอื้อมมือเปิดไฟหัวเตียงก่อน แล้วภาพที่เห็นก็ทำผมหลุดขำออกมา จะไม่ให้หัวเราะได้อย่างไรล่ะครับ ก็ไอ้คุณชายตอนนี้มันกลายเป็นตัวหนอนไปแล้ว 

รพีนอนม้วนขดตัวขนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหน้า มีแต่ใบหน้าที่โผล่ออกมาเท่านั้น  

ฮ่าาาๆ 

“นายหนาวขนาดนี้เลยเหรอ” จะว่าไปอากาศมันก็เย็นจริงๆ ผ้าห่มคนละผืนยังไม่พอ 

แกร๊ก  

ผมลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้า โชคดีมีผ้านวมผืนหนาในตู้ ผมเอามาห่มให้ตัวเอง แล้วก็แบ่งห่มให้ตัวหนอนที่นอนข้างกันด้วย 

 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด 

นาฬิกาข้อมือปลุกตอนตีสี่ครึ่ง 

ผมเห็นไอ้คุณชายมันนอนสบาย ผมไม่อยากจะปลุกเลย แต่พอนึกถึงรอยยิ้มของมันเมื่อตอนก่อนนอน อดไม่ได้ที่จะปลุกด้วยการใช้มือแตะแก้มขวาของมันเบาๆ 

แปะ 

แก้มมันนุ่มนิ่มจนน่าบีบชะมัด  

“ต้องตื่นแล้วเหรอครับ” เสียงงัวเงียของไอ้คุณชาย 

นี่แก้มมันแดงขึ้นอีกแล้ว ทั้งคอและใบหูก็แดงไปด้วย หรือเป็นเพราะมืออุ่นของผมที่ยังอยู่บนแก้มมันหรือเปล่า   

“งั้นเดี๋ยวฉันไปล้างหน้าก่อน” ผมบอกก่อนลุกขึ้นเข้าห้องน้ำก่อน 

กันต์ธีร์จะรู้ไหมนะ สิ่งที่เขาทำเมื่อสักครู่ แบบนั้นมันทำให้รพีเขินจนต้องซุกหน้าลงบนผ้าห่มผืนหนา มือทั้งสองข้างของรพีกำผ้าห่มไว้แน่ เหมือนตอนนี้รพีจะไม่ หนาวแล้วนะ ด้วยใบหน้าที่ร้อนฉ่า  

จะไม่ร้อนได้อย่างไร ก็มืออุ่นของผู้ชายแตะลงแก้มนุ่มของรพีซะขนาดนั้น 

 

หลังจากกันต์ธีร์พารพีไปยืนดูทะเลหมอกสักพักใหญ่ ก็พากันเดินกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเตรียมตัวไปรอกินข้าวเช้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง 

เขาทั้งคู่อยากใช้เวลาเดินเล่นด้วยกันมากกว่าการนอนหลับต่อ ก่อนขึ้นรถทัวร์ตอนแปดโมงเช้า 

“บัดดี้ดูแลคู่ของตัวเองด้วยนะคะ” 

การออกค่ายอาสาแต่ละครั้ง ผู้สมัครใจเป็นจิตอาสามีไม่ใช่น้อย การดูแลของรุ่นพี่จึงไม่ทั่วถึง การจับคู่บัดดี้เพื่อคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยได้มากทีเดียว 

“แปดโมงล้อหมุนนะครับ ให้ไว ให้ไวหน่อย”  

 

ตลอดการเดินทางกลับกรุงเทพฯ มีแวะพักตามจุดที่มีแจ้งไว้ในชีทตั้งแต่ต้น 

“ศุกร์หน้าน้องปีหนึ่งน่าจะติดเชียร์ นั่นอีกศุกร์เรามาเจอกันห้องประชุมกลาง ตึกชมรมนะครับ” เสียงประกาศออกไมค์ในรถทัวร์ 

รุ่นพี่ร่างยักษ์คนเดิมยังคงทำหน้าที่หลัก ทว่ารอบเดินทางกลับไม่ได้ดูคึกคักเหมือนตอนมา ก็แต่ละคนดูจะหมดแรงต่างหลับกันซะส่วนใหญ่ แม้แต่รุ่นพี่ร่างอ้วน 

และยังมีกันต์ธีร์ นอกจากจะไม่หลับยังดูเพลินกับการนั่งคุยกับรุ่นพี่สาวสวย 

“เป็นยังไงบ้างคะน้องกัน แผลดีขึ้นหรือยัง” รุ่นพี่ปี 2 ชื่อแพรวเดินมาทักแล้วยังนั่งเบาะตรงกันข้ามอีก เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกก็วันออกค่าย ทว่าก็รู้จักกันไวจนรพีเองก็แอบมอง 

“น้องรพีล่ะ สนุกไหม” 

“ครับ” รพียิ้มตอบอย่างเป็นมิตร 

รุ่นพี่หน้าตาน่ารักคนนี้ รพีจำได้แม่น เพราะเป็นคนเอากล่องชุดยาปฐมพยาบาลมาให้ แล้วรุ่นพี่ก็คุยกับรพีแค่นี้ก่อนจะหันไปสนใจคุยกับกันต์ธีร์ต่อ 

“พี่เพิ่งรู้นะว่ากันเป็นรุ่นน้องคณะพี่”  

“งั้นผมมีอะไรสงสัย คงต้องรบกวนถามพี่แพรวนะครับ” 

“ได้สิ” 

คำพูดแสนสุภาพของกันต์ธีร์ รวมถึงรอยยิ้มมันช่างแตกต่างจากที่รพีเห็นตอนอยู่ค่ายอาสาทั้งสองวันที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ยิ่งกันต์ธีร์ให้ความสำคัญกับรุ่นพี่ผู้หญิงคนนี้มากเท่าไหร่ รพีดูจะยิ้มไม่ออก 

เป็นชั่วโมงที่กันต์ธีร์และรุ่นพี่นั่งคุยกัน ขนาดต้องเอียงตัวหันข้างไปนั่งคุยกันเลยยิ่งทำให้รพีเบี่ยงตัวหันหน้าออกทางกระจกรถ เพราะเขาไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร 

รพีอยากให้เวลาเดินไปสามทุ่มเลย เพราะเขาไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว จนอยากลงจากรถแล้วเกาะจรวดกลับบ้านไปเลย ความรู้สึกอึดอัดนี้รพีแสดงออกทางสีหน้า ทว่ากันต์ธีร์ไม่ได้สังเกต 

เมื่อแพรวเดินกลับไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนที่เดิมด้านหน้ารถทัวร์ กันต์ธีร์ก็หันกลับมานั่งเหมือนเดิมก่อนปรับเบาะเอนหลับทันที 

พรึ่บ 

ฟี้..  

 

รถทัวร์เคลื่อนเข้าจอดหน้าตึกชมรมเกือบสามทุ่มครึ่ง ทุกคนช่วยกันขนของลง จากรถด้วยอาการง่วงแทบจะทุกคน 

“วางไว้ที่หน้าตึกนี่แหละ พรุ่งนี้เย็นค่อยมาช่วยกันเช็กของ” รุ่นพี่ปี 3 ตะโกนบอก เพราะเห็นว่าทุกคนเหนื่อยมาจากการเดินทาง 

“สวัสดีครับ” ไอ้คุณชายยกมือไหว้อาจารย์และรุ่นพี่ มันจะหันมาทักผมไหม?  

ผมไม่เคยคิดจะเข้าชมรมจิตอาสา แล้วเรื่องออกค่ายไปช่วยเหลือแบบนี้ ผมยิ่งไม่คิดจะไป แต่ทำไมรอบนี้ผมถึงยังไม่อยากจะกลับล่ะ  

“สวัสดีครับกัน” แล้วมันก็ไม่ลืมที่จะทักผม แต่อาการมันดูแปลกไป เหมือนไม่อยากจะมองหน้า นี่มันไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่า ไม่คิดจะยิ้มให้ผมหน่อยเหรอ อีกทั้งอาการก็ดูรีบร้อน 

“นาย เออ..ๆ” ผมอยากถามว่ากลับยังไง แต่ไม่ทันเมื่อไอ้คุณชายมันหันหลังแล้วรีบก้าวเดินไปไปยังหน้าตึก 

 

รถแวนหรูคันสีดำ สัญชาติเยอรมนี เคลื่อนชะลอความเร็วจอดเทียบบันไดหน้าตึก  

ผู้ชายวัยกลางคนด้วยชุดซาฟารีสีดำ รีบเปิดประตูลงจากด้านคนขับ แล้ววิ่งมารับกระเป๋ายกขึ้นรถ เป็นจังหวะเดียวกับที่รพีก้าวขึ้นนั่งบนรถ ประตูอัตโนมัติค่อยๆ เลื่อนปิด สักพักรถแวนคันหรูก็เคลื่อนตัวออกไปจากหน้าตึกชมรมจิตอาสา 

บรื้น 

แม่ง.. คุณชายฉิบหาย”  

กันต์ธีร์อึ้งกับภาพเมื่อสักครู่ ด้วยเห็นคนที่เขาเรียกว่าไอ้คุณชาย นั่งหลังตรงพิงเบาะ ใบหน้าดูนิ่งแบบวางอำนาจ ผิดจากสองวันที่ผ่านมาที่เขาเห็นเป็นคนละคน 

เวลามันอยู่บ้านคงจะมีข้าทาสบริวารคอยดูแลรับใช้ไม่ห่างเป็นแน่ 

ไอ้คุณชายมันเป็นคนยังไงกันนะ 

 

ภายในรถแวนคันหรู เมื่อเคลื่อนตัวออกพ้นหน้าตึกชมรมแล้ว 

รพีนั่งห่อไหล่ แล้วหลังก็ไม่ได้พิงเบาะหนา เขารู้สึกหมดเรี่ยวแรงและเหนื่อยทว่าไม่อยากจะแสดงออกมาให้กันต์ธีร์ได้เห็น 

ความอ่อนแอนี้ มันทำให้ตัวเขาเองรู้ว่า เขารู้สึกอย่างไรกับใคร แม้แค่สองคืนก็ทำให้เขาสัมผัสกับความรู้สึกบางอย่างได้  

 

บ้านคือที่อบอุ่นเสมอ มีแม่ มีพี่สาว มีหลานชาย 

ทุกครั้งที่เขาบ้าน รพีไม่เคยนำเรื่องทุกข์ใจเข้ามาทำให้คนทั้งบ้านรู้สึกไม่สบายใจ 

“น้าพี พุ่งนี้วันเกิดลาพัด” 

เด็กชายจะ 3 ขวบแล้วในวันพรุ่งนี้ วิ่งเข้ากอดขาน้าชาย ก็ไม่ได้เจอตั้งสามวันจากที่เจอกันทุกวัน ด้วยนิสัยอ้อนจึงกระโดดขอให้น้าชายอุ้มขึ้น 

“ดึกแล้วนะ.. ทำไมรภัทรยังไม่ขึ้นนอนล่ะครับ” 

“ลาพัดรอ ลาพัดคิดถึงจัง น้าพีไปเที่ยวกันนะค้าบ” หลานชายไม่เพียงแค่อ้อน ยังหอมแก้มน้าชายฟอดใหญ่ แบบนี้น้าชายก็ทั้งรักทั้งหลงหลานชายขี้อ้อนนะสิ 

“พรุ่งนี้แม่จะกลับมาทำของโปรดให้ทาน” 

ฝีมือแม่ทำอะไรก็ถูกใจ น้อยครั้งที่แม่จะมีเวลาว่างเข้าครัวด้วยตัวเอง ก็วันสำคัญของหลานชาย ยายย่อมให้ความสำคัญ นอกจากลูกสาว ลูกชาย ก็มีหลายชายตัวเล็กนี่แหละที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นทั้งกำลังใจและแรงผลักดันให้ผู้หญิงเข้มแข็ง ยิ่งแข็งแกร่ง 

พรุ่งนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดรภัทร หลายชายคนเดียวของครอบครัว ทุกคนในบ้านต่างให้ความสำคัญแม้แต่รพี “งั้นรพีจะรีบกลับบ้านนะฮะแม่ รพีอยากกินของโปรด” 

“น้ารพีกลับมาเหนื่อย รภัทรให้น้ารพีขึ้นไปอาบน้ำ พักผ่อนนะลูก” 

รพีพรรณเข้าแตะหลังลูกชายซึ่งอยู่อ้อมกอดของน้องชาย แล้วรับมาอุ้มไว้เอง 

ฟอด~ 

ด้วยความมันเขี้ยว รพีจะตามมาไปฟัดแก้มหลานชายฟอดใหญ่อยู่หลายที ก็หลานชายผิวขาวจนแก้มแดง จะว่าไปหน้าตา ผิวพรรณก็เหมือนรพีตอนเด็กๆ แล้วยิ่งนิสัยนี่บอกเลยความขี้อ้อนเหมือนรพีมาก  

รพีเองก็ทั้งรัก ทั้งคิดถึงเด็กชายตัวเล็กที่ยังพูดไม่ค่อยชัด 

“รพีขึ้นข้างบนก่อนนะฮะ” 

รพียังเดินไปหอมแก้มนารา ผู้เป็นแม่ก่อนขึ้นห้องนอน ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่ทั้งแม่ พี่สาวและหลานชายก็เตรียมขึ้นชั้นบนเหมือนกัน ด้วยวันนี้ที่ทุกคนขึ้นนอนกันดึก ก็เพราะรอหนุ่มจิตอาสากลับมาถึงบ้านนั่นเอง 

 

แกร็ก 

เมื่อเข้าห้องนอน รพีจัดการหยิบเสื้อผ้าของใช้ออกจากกระเป๋า และเก็บทุกอย่างเข้าที่ด้วยตัวเอง แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลทำทุกอย่างให้ ก็ใช่ว่าคนอย่างรพีจะทำอะไรไม่เป็นเอาเสียเลย ด้วยนิสัยส่วนตัว เขาชอบที่จะดูแลตัวเองมากกว่าให้ใครมาดูแล 

“ปลาสเตอร์ยา” รพีหยิบขึ้นมองพร้อมรอยยิ้ม  

แผ่นปิดแผลลายการ์ตูนที่รพีเตรียมใส่กระเป๋าไปด้วยตั้งแต่แรก เมื่อวันอยู่ในค่ายได้ใช้ปิดแผลให้กันต์ธีร์แทนที่รพีจะหยิบจากกล่องชุดยาปฐมพยาบาล 

 

เมื่อรพีจัดการกลับธุระของตัวเองเสร็จ เขาไม่ลืมทำกิจวัตรประจำวันก่อนนอน 

ปลายปากกาเล่มโปรดจดบันทึกลงไดอารี่ปกหนังสีดำ ทุกเรื่องราวตั้งแต่เด็ก จนถึงวันนี้เหตุการณ์น่าจดจำจะกลับมาอ่านซ้ำอีกรอบเมื่อหวนนึกถึง 

สองคืนที่ผ่านมา เขาเจอกับใคร ความรู้สึกอย่างไร ถูกเขียนเป็นเรื่องราวลงทันที มีไม่กี่คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วรพีจะบันทึกไว้อย่างเช่นวันนี้ 

กันต์ธีร์ ก้องเกียรติกังวานไพศาล ชื่อนี้ถูกเขียนลงไปเนื้อหาของท่อนบรรยายความรู้สึก 

แล้วยังเขียนวันเกิดของกันต์ธีร์ลงไปด้วย กันต์ธีร์เกิดก่อนรพีเกือบสองเดือน ที่รู้เพราะรพีสนใจและจดจำมาจากรายละเอียดที่อยู่บนกระดาษเช็กชื่อ 

รพีคิดวนไปเวียนมา ความรู้สึกแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกันนะ 

‘ตกหลุมรัก’ 

ผมเป็นเกย์ 

รพีรู้ตัวว่าชอบผู้ชายก็ตั้งแต่เด็กๆ แล้ววันนี้เขาก็เลือกที่จะเน้นสองประโยคนี้ในไดอารี่ 

ถ้ากันต์ธีร์รู้ล่ะ ก็อาจจะรังเกียจจนไม่อยากจะเป็นเพื่อน นี่คือสิ่งที่รพีแอบกลัว 

 

ช่วงเวลาเดียวกัน คนที่ไม่รู้ว่ารพีเป็นเกย์นอนอยู่บนเตียงนุ่ม แอร์เย็นเฉียบที่เพนต์เฮ้าส์ ใจกลางเมือง เพื่อคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิท 

ตรู๊ด... ตรู๊ด... ตรู๊ด.. 

“ฮัลโหล”  

[กัน.. กูโทรหามึงเป็นพันสาย ทำไมมึงถึงไม่รับสายกูวะ] 

เพื่อนสนิท ที่คอยเป็นห่วงเป็นใย มองกันต์ธีร์ยิ่งกว่าไข่ในหิน แน่ใจนะว่าเพื่อนไม่ใช่ลูก 

“กูไปค่ายอาสา ไปช่วยงาน จะเอาเวลาที่ไหนมาคุยกับมึง” 

ใครว่าไม่มีเวลา ก็เวลาส่วนใหญ่ กันต์ธีร์ก็ใช้ไปกับการอยู่กับรพีไง  

[กูก็เป็นห่วง มึงอยู่ได้เหรอว่ะ ดูท่าจะลำบากฉิบ..] 

“กูอยู่ได้” 

[มึงเนี่ยนะ.. พระเจ้าช่วย หูกูไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม] 

“เออ.. กูอยู่ได้จริงๆ” 

[มึงนอนไหนเนี่ย..] 

“...เพนต์เฮ้าส์” มักเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีเมื่อพ่ออยู่บ้าน การนอนที่เพนต์เฮ้าส์สบายหูกว่าเยอะ  

[พรุ่งนี้มาเรียนไหมหรือจะหยุด] 

“ไป” 

แน่ใจนะว่าอยากจะไปเรียนหรืออยากจะไปเจอใครที่ชมรมมากกว่า ด้วยตอนเย็นมีนัดช่วยเก็บของหน้าตึก ซึ่งคืนนี้ทิ้งไว้เป็นกองพะเนินเทินทึก 

[โอเค ไปล่ะง่วง] 

เพื่อนสนิทกดวางสายไป ด้วยความง่วงเพราะนี้ก็เกือบจะเที่ยงคืน ทว่ากันต์ธีร์กลับตาสว่าง ไม่เหนื่อย ไม่ง่วง ตลอดสองคืนที่ผ่านมา เขามีเพื่อนนอนข้างกัน ทว่าคืนนี้ เขาต้องนอนคนเดียว มันรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก 

18 ปี ที่ผ่านมา กันต์ธีรก็นอนคนเดียว ไม่เห็นจะรู้สึกอะไร ทว่าวันนี้กลับรู้สึกเหงาขึ้นมาซะงั้น อยากมีเพื่อนมานอนข้างกันหรืออยากมีใครที่มากกว่าเพื่อนกันแน่ 

 

 

 

  

... 

 

 

TALK : ( 

อยากจะบอก รพีอาการแบบนี้เขาเรียกว่า 

“ตกหลุมรัก” 

นะคะ 

นายกันต์ธีร์จะรู้ไหม  

ว่าทำให้รพีภัทรปั่นป่วนใจได้ขนาดนี้  ส่งสารจัง _ _ '' 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว