email-icon Twitter-icon

ติดตามฉบับเต็มกันได้แล้วนะคะ

CHAPTER 2 นอนด้วยกันครั้งแรก

ชื่อตอน : CHAPTER 2 นอนด้วยกันครั้งแรก

คำค้น : จอมวายร้ายกับคุณชายแก้มแดง,Dangerousboy,นิยายวาย,นิยายY,Yaoi,กันต์ธีร์รพีภัทร,NC,NC18+,เคะ,เมะ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2563 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 2 นอนด้วยกันครั้งแรก
แบบอักษร

CHAPTER 2 

นอนด้วยกันครั้งแรก 

... 

 

 

 

 

ช่วงเวลาของการเดินทางถึงเมืองปัว ก็เกือบหกโมงเช้า 

ตามกำหนดการจะมีการจอดรถให้พักรับประทานอาหาร แล้วทำธุระส่วนตัวแต่ก็ต้องออกเดินทางต่อช่วงเจ็ดโมงเช้า เพื่อถึงโรงเรียนให้ทันเคารพธงชาติ ตอนแปดโมงครึ่ง คู่บัดดี้ทุกคู่ดูแลกันอย่างดีแม้แต่คู่ของกันและรพี 

ทั้งคู่เดินเข้าปั๊มเพื่อล้างหน้าแปรงฟันก่อนไปรับข้าวกล่อง แล้วเดินคู่กันไปนั่งกินตรงโซนที่ทางชมรมจัดเตรียมไว้ให้ 

 

แล้วก็เป็นไปตามตารางเวลา เมื่อทำพิธีเปิดค่ายอาสาเสร็จ จากนั้นก็แบ่งหน้าที่ ทุกคนต่างแยกย้ายทำภารกิจกันด้วยใจอาสา 

“น้องรพีขา มาอยู่กับพี่ลูกพีชนะ เราไปทำอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กกับกลุ่มผู้หญิงด้านนู้นกัน” น้ำเสียงช่างอ้อนจนเป็นที่น่าหมั่นไส้ของกลุ่มเพื่อนลูกพีชเอง แต่ก็ชินแล้ว เพราะลูกพีชมักเป็นแบบนี้กับผู้ชายหน้าตาดี แต่กับนายหน้านิ่งลูกพีชไม่ขออยู่ใกล้ 

ลูกพีชลากแขนรพีออกมาจากนายหน้านิ่ง ส่วนรพีก็ทำได้แค่หันหลังกลับไปมองนายหน้านิ่งเดินตามกลุ่มผู้ชายที่มีทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันเดินไปยังสนามเด็กเล่น 

 

เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว ไม่นานก็พักเที่ยง  

“ได้เวลาทานข้าวแล้วค้าาาา” 

ลูกพีชและรุ่นน้องผู้หญิงอีกหกคน ยืนรอตักอาหารกลางวันใส่ถาดหลุมให้เด็กๆ ซึ่งตอนนี้น้องประถมและอนุบาลต่างเข้าแถวรับอาหารอย่างเป็นระเบียบ ดูรวมทั้งหมด แล้วไม่น่าจะถึงห้าสิบคนด้วยซ้ำ เพราะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 

แล้วตอนนี้นายคนนั้นอยู่ที่ไหนนะ? ทำไมไม่มารอกินข้าวล่ะ? 

รพีได้แต่คิด ทั้งยังยืนชะเง้อคอมองหา อาการช่างเป็นห่วงเป็นใย ทั้งที่เขาทั้งคู่ก็ไม่ได้สนิทกันเลย 

“น้องรพีอยู่นี่เอง” ช่วงจังหวะที่รพีกวาดตามองหาคู่บัดดี้ของตัวเองอยู่นั้น รุ่นพี่ ปี 2 หุ่นบางร่างเล็ก หน้าตาต้องบอกว่าน่ารักมาก ก็เดินเข้ามาสะกิดเรียกพร้อมส่งกล่อง ชุดยาปฐมพยาบาลใบย่อมให้  

“พี่ฝากกล่องยาไว้ให้บัดดี้น้องหน่อยนะ จะได้ล้างแผล แล้วอย่าลืมกินยาอีกครั้งรอบค่ำล่ะ” ทั้งยังกำชับอีกรอบด้วยดวงตาที่เป็นห่วงเป็นใยอย่างมาก จนรพีแอบวูบในใจ 

นายคนนั้นเป็นอะไรเหรอ? ทำไมเขาต้องใช้กล่องยา? แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? เขาจะหิวหรือเปล่า? 

คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว จนรพีเองก็ยังไม่เข้าใจในตอนนี้ 

นี่ผมเป็นห่วงเขามากขนาดนี้เลยเหรอ ไม่แปลกหรอกมั้ง ก็เราเป็นคู่บัดดี้กัน 

รพีถามตอบกับตัวเอง แม้เขาจะยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่ามันเป็นความรู้สึกพิเศษมากกว่าเพื่อนผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า ทว่ารพีก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ว่าเขาเป็นห่วงมากเมื่อรู้ว่านายหน้านิ่งได้รับบาดเจ็บ 

 

รพีไม่รีรอที่จะเดินตามหาคนที่เขาเป็นห่วงว่าอยู่ที่ไหน 

แล้วก็มาเจอนายหน้านิ่งนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่คนเดียว ด้วยเงาของต้นไม่ใหญ่ทำให้โซนนี้ดูร่มรื่น อากาศก็เย็นสบาย ไม่อบอ้าวเหมือนแถวสนามเด็กเล่น 

ต้องทานข้าวก่อนนะครับ จะได้กินยา” น้ำเสียงนุ่มของรพีพร้อมยื่นจานข้าวและขวดน้ำที่เขาไม่ลืมถือมาด้วย 

ข้าวโปะหมูทอดมาล้วนๆ เพราะรพีไม่แน่ใจว่านายหน้านิ่งกินผักหรือกินเผ็ดได้หรือเปล่า ตักมาให้แบบพูนจานกันเลยทีเดียว ด้วยกลัวว่าจะกินไม่อิ่ม ยิ่งวันนี้เขาเห็นกลุ่มผู้ชายทำงานกันกลางแจ้ง น่าจะเหน็ดเหนื่อย  

ความห่วงใยนี้ทำให้คนเอื้อมมือรับจานข้าวยอมเงยหน้าขึ้นมอง 

สายตาอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มจากหนุ่มหน้าหวานตรงหน้า ทำให้คนเอื้อมมือรับจานข้าวสัมผัสได้ถึงความห่วงใย 

ก็รพีแสดงออกมาให้เห็นชัดเจนซะขนาดนั้น ทั้งน้ำเสียงก็ยังนุ่มนวล 

เฮ้ย..!! 

นี่มึงเป็นผู้ชายหรือเปล่าว่ะ วูบแรกในความคิดของนายหน้านิ่ง 

 

บ่ายสองโมง ในมุมมองของผู้ชายมาดนิ่ง ผู้ซึ่งไม่คิดจะสนใจใคร 

ทุกคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับมอบหมาย คงมีเพียงผมที่เปลี่ยนหน้าที่ผมต้องมานั่งช่วยงานรุ่นพี่จัดเตรียมชุดอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จะแจก แล้วยังจะมีกิจกรรม เล่านิทานกันต่อตอนบ่ายสามโมง ผมไม่ได้รู้สึกมีความสุขสักเท่าไหร่  

ส่วนนายนั้นขมีขมันตั้งใจทำงานไม่หยุดมือ แถมยังนั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมกลุ่มผู้หญิงยี่สิบกว่าคน มันช่างดูมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม แค่โปรยยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น ก็ดูเหมือนจะทำให้เหล่าผู้หญิงใจละลายกันเป็นแถบ 

แต่พอผมได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ยามที่รุ่นพี่ปีสองนั่งล้อมวงเล่านิทาน ผมได้รับรู้ว่าความสุขมันอยู่ตรงนี้นี่เอง การที่เราทำเพื่อคนอื่นบ้าง เหมือนที่พ่อเคยบอก มันรู้สึกดีได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ 

อาการของผู้ชายมาดนิ่งตอนนี้เหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ เมื่อเขานั่งเหม่อมองหนุ่มหน้าหวาน ทั้งยังสูงเพรียว บุคลิกอย่างคุณชาย ด้วยดวงตาสวยคู่คม คิ้วโค้งได้รูปไม่หนาจนเกินไป จมูกเป็นสันโด่ง ริมฝีปากสีชมพู ยิ่งผิวนี่นะ ทั้งขาว ทั้งใสออร่า 

ยิ่งตอนที่มันแก้มแดงระเรื่อ ผมก็เคยเห็นมาแล้ว 

มันล้อ หล่อ.. จริงๆ นะครับ 

แล้วจะหล่อไปไหน จนผมสงสัย นี่คนหรือเทวดา 

ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมสองมือโอบอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยแก้มป่องไว้บนตัก ถึงแม้หนูน้อยผิวจะขาวตามแบบคนพื้นเมืองเหนือ แต่ไม่น่าเชื่อว่าไอ้คุณชายจะขาวออร่ายิ่งกว่า 

วงแขนเรียวโน้มกอดลำตัวเล็กของหนูน้อยไว้ตลอดด้วยความเอ็นดู แววตาก็เปล่งประกายไปด้วยความอ่อนโยน ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาก็แสนจะสุภาพ ยิ่งส่อให้เห็นการถูกอบรมมาอย่างดี 

คุณชายรพี สุดแสนจะเพอร์เฟกต์เหลือเกิน 

หยุดเลย! 

ผมต้องรีบเบรกตัวเองจนตัวโก่ง มึงกำลังคิดอะไรอยู่ 

นั้นมันผู้ชายนะโว้ย!!! 

มึงจะมองไอ้คุณชายนั่น จนหลงเคลิ้มแบบนี้ไม่ได้นะ ผมเตือนตัวเองอีกรอบก่อนผมจะรีบสะบัดหัวตัวเองแล้วลุกไปช่วยรุ่นพี่แจกชุดเครื่องเขียนน้องอีกกลุ่ม คงดีกว่า นั่งฟุ้งซ่านอยู่ตรงนี้ 

 

กิจกรรมที่ทุกคนพร้อมใจกันทำทั้งวันด้วยความตั้งใจ ด้วยความเหนื่อยล้า อาหารมื้อค่ำเลยดูจะเอร็ดอร่อยมากเป็นพิเศษ ทั้งที่มาจากฝีมือแม่ครัวรุ่นพี่ 

“กันครับ ทานข้าวแล้วกินยานะครับ” 

ข้าวโปะหมูทอดจนพูนจานเหมือนเดิม พร้อมน้ำเปล่าอีกแก้ว 

ผมพยักหน้าแทนคำขอบคุณ ในใจก็แอบสงสัย ไอ้คุณชายมันจะดีแบบนี้กับทุกคนไหมนะ แล้วที่ทำดีกับผมล่ะ เพราะเราเป็นแค่คู่บัดดี้กันหรือเปล่า 

“เดี๋ยวกินยาแล้ว เราล้างแผลให้นะครับ” 

แค่พูดเสียงอ่อนโยน ผมว่าก็แย่ล่ะ ยังจะส่งยิ้มให้ผมอีก 

กึก!! 

มึงไม่ต้องดีกับกูขนาดนี้ก็ได้มั้ง! นายหน้านิ่งสะดุ้งคิดในใจ! 

แค่นี้.. กูก็ไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว อาการตกใจออกทางสายตา! 

จังหวะเดียวกันรพีกลับอมยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ ก็จะไม่ให้ขำได้อย่างไร บุคลิกนิ่งจนถึงขั้นหยิ่งกลับมีอาการเหมือนตระหนกตกใจ 

 

นอกจากนิ่งแล้วยังเงียบ แววตาก็ยังดูไม่ค่อยเป็นมิตรเหมือนคนขวางโลก จนใครก็ต่างถอยห่าง ไม่อยากจะเข้ามาทำความรู้จัก 

โอ๊ย! เจ็บ!” เสียงอุทานดังขึ้น หลุดมาดนิ่งก็คราวนี่ล่ะ เมื่อหนุ่มหน้าหวานมาดคุณชายทำแผลให้ 

“ขอโทษครับ เราจะทำเบาๆ ไม่เป็นไรนะ เพี้ยงงง..” 

ฟู่.. 

ไอ้คุณชายมันเป่ามาที่ฝ่ามือของผม ทำเอาผมตกใจในสิ่งที่มันทำ นี่ผมไม่ใช่เด็กนะที่ต้องมาคอยปลอบ 

แผลที่มาจากรอยขูดตอนถอนตะปูออกจากรั้วไม้ข้างสนามเด็กเล่น ถึงจะไม่ลึกมาก แต่ก็เจ็บใช่ย่อย อาจเป็นเพราะมือขวาด้วยละมั้ง 

“มือกันเหมือนหุ่นยนต์เลยครับ มีปุ่มโตๆ ที่ฝ่ามือด้วย” 

แววตายิ้มของไอ้คุณชายมันมองมาที่ผ้าก๊อซผืนขาว เสียงหัวเราะในลำคอพร้อมรอยยิ้มกว้างของมัน ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่ากำลังถูกเยาะเย้ยเลยสักนิด แต่เหมือนมันกำลังพยายามช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้ผมเจ็บกับการที่มันกำลังพันแผลให้มากกว่า 

กึก!! 

กูขอร้องล่ะ ต่อจากนี้มึงอยู่ให้ไกลกูหน่อยได้ไหมไอ้คุณชาย กูไม่ไหวแล้วนะ 

นี่กูเป็นคนอ่อนไหวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ? 

บ้าฉิบหายเลยว่ะ! 

 

เมื่อถึงเวลาต้องอาบน้ำ ผมจะลำบากนิดหน่อย ต้องยกมือขึ้นอาบน้ำข้างเดียว อาบน้ำกลางแจ้งไม่เท่าไหร่ แต่ต้องใช้ขันตักอาบน้ำนี่สิ แล้วยิ่งใช้ได้แค่มือเดียว และดันเป็นข้างที่ไม่ถนัดด้วย 

ซู่ ซ่า ซ่า 

พรืด 

ผมยืนเก้ๆ กังๆ อยู่สักพักใหญ่ กว่าจะอาบน้ำเสร็จ เล่นเอาเมื่อยกันเลย 

วิ้ว~ 

บรรยากาศใส่ผ้าขาวม้าอาบน้ำกลางแจ้ง อีกทั้งลมโกรกเหมือนแกล้ง ทำไมผมต้องมาเผชิญความลำบากแบบนี้ด้วยนะ พ่อไม่น่าทำแบบนี้กับผมเลย  

หงึกๆ 

ค่ำคืนมืด น้ำก็เย็น อากาศก็หนาวจนทำให้ขนลุกซู่กันเลยทีเดียว ทำให้ต้องยืนตัวสั่น ปากสั่นอยู่สักพักใหญ่หลังอาบน้ำเสร็จ 

ว่าแต่.. ไอ้คุณชายนั่น มันไปอาบน้ำที่ไหน อย่าบอกนะว่า มันยอมแบกน้ำเข้าไปอาบในห้องน้ำ  

 

ค่ำคืนอาการหนาวด้วยพายุเข้ามาเป็นสัปดาห์ ใครไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมา คืนนี้ต้องนอนสั่นแน่ โชคดีที่แม่ช่วยจัดกระเป๋าให้ผม แม่ผมรอบคอบ 

“อากาศที่นี่ตอนกลางคืนจะหนาวหน่อยนะ” รุ่นพี่เดินแจกผ้าห่มเพิ่มตามห้อง ซึ่งแยกนอนระหว่างผู้ชายและผู้หญิง  

ผมปูที่นอนปิกนิกลงบนพื้นห้องเรียน ซึ่งตอนนี้โต๊ะและเก้าอี้ถูกย้ายไปอยู่ด้านหน้าห้อง พื้นสะอาดสะอ้านด้วยเด็กๆ ช่วยกันกวาดถูเมื่อตอนเย็น 

เราขอนอนตรงนี้ได้ไหมครับ 

ห๊ะ!!! 

ไอ้คุณชายมันหอบที่นอนมาขอนอนด้วยในมุ้งขนาดเล็กอย่างหน้าตาเฉย  

เชี่ย!!! แล้วไง..!!!  

กูไม่ได้อยากนอนใกล้มึงเลยนะไอ้คุณชาย กูอุตส่าห์เลือกมุ้งที่เล็กที่สุดแล้วนะ คาดว่าจะได้นอนคนเดียว ไม่ต้องนอนร่วมกับคนอื่น ยิ่งเป็นไอ้คุณชายหน้าหวานนี้ด้วยแล้ว ยิ่งไม่อยากอยู่ใกล้มันอีกเลย 

 

นี่มันมุ้งสำหรับนอนคนเดียว แต่ดันมีเบาะสองอันวางเบียดกันในมุ้ง  

นี่กูต้องนอนร่วมมุ้งกับมึงเนี่ยนะ 

แม่ง.. เอ๊ย!! 

แล้วยังเสือกนอนหลับตาหันหน้ามาทางกูอีก ใบหน้ายามหลับมันยิ่งดูเหมือนเด็ก โตขนาดเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ไหงผิวหน้ามันละเอียดเหมือนก้นเด็กเลยว่ะ 

ผิวไอ้คุณชายมันขาวมาจนเห็นเส้นเลือด แถมยังมีกลิ่นแป้งเด็กอีก ริมฝีปากสีชมพูอ่อนของมัน 

เอาแล้วไง!! ก็บอกแล้ว!! ผมไม่อยากอยู่ใกล้มัน!! 

คนหวั่นไหวรีบนอนหันหลังห่มผ้าจนถึงคอ ขดตัวนอนใต้ผ้าห่ม อากาศก็เย็นนะ แต่ทำไม? เขาอยากจะสะบัดผ้าห่มออก 

มันร้อนอย่างนี้วะ!! ใจกู หน้ากู แม่งเหมือนเพลิงแล้วตอนนี้ 

สักพักใหญ่เลยนะกว่าผมจะเผลอหลับไป 

 

หมับ 

พรึ่บ 

ไอ้คุณชายมันดันลำตัวเข้ากอดผมจากด้านหลัง ขามันก็ยกขึ้นพาดลำตัวผมด้วย ผมก็พยายามจะหันกลับไปแต่เหมือนโดนเบียดเข้ามาจนชิดกัน ยากจะหันหลังกลับ คงทำได้เพียงขยับมาข้างหน้านิดหนึ่ง แล้วถึงพอหันไปได้บ้าง 

รอบข้างมืดได้ขนาดนี้เลยเหรอ หรือตาผมยังปรับแสงไม่ได้ ที่ผมสะดุ้งตื่นเพราะไอ้คุณชายมันกอดผมแน่นขึ้น นี่มันเห็นผมเป็นหมอนข้างหรือไงนะ 

ผมเพิ่งสัมผัสตัวมันครั้งแรกก็คราวนี้เอง ตัวมันนุ่มนิ่มเหมือนมือของมันที่ทำแผลให้เมื่อตอนหัวค่ำ 

พรึ่บ 

ปลายนิ้วช่วยปัดเส้นผมที่ปรกลงใบหน้า ผมมันก็นิ่ม ตัวมันก็นุ่ม นี่ตัวมึงนุ่มนิ่มได้ขนาดนี้เลยหรือวะไอ้คุณชาย 

คืนนี้ทั้งคืน ผมยอมรับเลยว่าผมนอนตัวตรงไม่กล้าขยับอีกเลย ด้วยกลัวว่าจะทำให้ไอ้คุณชายตื่นหรือผมอยากให้มันนอนกอดผมแบบนี้ทั้งคืนกันแน่  

 

คนนอนตัวเกร็งตลอดทั้งคืนเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ 

มาสะดุ้งตื่นอีกที ก็ตอนที่โดนถีบนี่แหละ 

พลั่ก 

อั๊ก...! 

“โอ๊ย..!!!” ร้องออกมาเสียงหลง ด้วยความจุก 

“อึก!” สองมือรีบป้องกันที่เป้ากางเกง ลำตัวงอพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนสี 

คงไม่ต้องบอกนะว่าโดนตรงไหน แต่ก็ทันทีคนหน้าเขียวจะเงยหน้าขึ้นมอง เจ้าตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องนอนตัวงอยิ่งกว่ากุ้ง ทั้งสองมือยังคงกำเป้าตุงไว้ทั้งสองข้าง  

ทว่าคนแก้มแดงระเรื่อด้วยความอาย อ้าปากเหวอพร้อมทำตาโต รพีไม่คิดจะเอ่ยปากขอโทษออกมาสักคำ ทั้งยังรีบมุดมุ้งหนีออกไปจากทันที 

คนจุกจะเป็นยังไงนะเหรอ นอนครวญครางไปสิครับ โดนเข้าเต็มๆ ขนาดนั้น 

“อูย!! เจ็บงี้วะ” 

 

อยู่ไหนไอ้คุณชายแก้มแดง พอมันมุดมุ้งวิ่งหนีออกมา ผมก็ยังไม่เห็นมันอีกเลยแต่หาตัวไม่ยากหรอกครับ ถ้าได้ยินเสียงรุ่นพี่ตัวอ้วนตรงไหน ตรงนั้นต้องมีไอ้คุณชาย คงจ้องจะกลืนมันลงคอให้ได้ ถ้ามันเผลอ 

ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก 

เสียงฝีเท้าวิ่งมาพร้อมกับจานข้าวและขวดน้ำ “ข้าวเช้าครับ แล้วนี่ยาครับ” 

เมื่อคู่บัดดี้ยังคงทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือกัน เหมือนที่รุ่นพี่บอกไว้แต่แรก ยิ่งทำให้คนไม่คิดจะสนใจใครอยากจะลองเปิดใจ 

ผมรับจานข้าวพร้อมขวดน้ำดื่มและยาไว้ ว่าจะขอบคุณสักหน่อย แต่มันวิ่งไปแล้ว เร็วมาก! จะรีบอะไรขนาดนั้นวะเนี่ย 

แต่การได้รับข้าวพร้อมยาครั้งนี้มันต่างจากทุกครั้ง ทำไมหัวใจผมดันเต้นแรง จะตื่นเต้นอะไร ก็แค่ผู้ชายคนเดียวในชมรมจิตอาสา ที่ผมอยากจะลองคบเป็นเพื่อนด้วย 

 

แปดโมงเช้าเริ่มพิธีปิดค่ายอาสา 

ทุกคนเริ่มช่วยขนอุปกรณ์ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ ตามกำหนดการไม่ลืมแวะลงสักการะพระพุทธรูป และรับประทานอาหารเที่ยงแถวรอบเมืองน่าน 

จากนั้นรถทัวร์คันใหญ่ทั้งสามคันก็มุ่งหน้าสู่ดอยเสมอดาว 

“พักผ่อนตามสบายนะครับ อีกสองชั่วโมงมาเจอกันที่นี่” รุ่นพี่ร่างยักษ์ตะโกนบอกเสียงดัง ส่วนตัวเองก็สะพายกระเป๋าเป้เดินเข้าห้องพักทันที ไม่ได้คิดจะสนใจเพื่อนร่างอ้วนที่ยืนพะเน้าพะนอแต่หนุ่มหน้าหวาน 

“เลือกได้ตามใจ ใครอยากนอนกับใคร ผู้ชายปีกซ้าย ผู้หญิงปีกขวานะคะ” 

รุ่นพี่อีกคนก็รีบสมทบ ก่อนจะเดินไปกับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันอีกสามคน   

“น้องรพี นอนกับพี่ลูกพีชนะค้า พี่นอนคนเดียว” 

ไอ้คุณชายยืนนิ่ง ดูสิมันจะพูดว่าอะไร 

“อะ.. อ่า.. เออ.. !!!” อาการตะกุกตะกัก จะพูดอะไรก็ไม่พูด ได้แต่ยืนนิ่ง จะยิ้มก็คงยิ้มไม่ออก ความขี้เกรงใจทำให้รพีทำตัวไม่ถูก 

อาการแบบนี้รพีเป็นตั้งแต่อยู่บนรถตลอดการเดินทาง จนคู่บัดดี้ยังแอบสงสัยว่าไม่พอใจอะไรเขาหรือเปล่า และที่รพีไม่ยอมพูดกับคู่บัดดี้เพราะตัวเองเขินต่างหากล่ะ 

คนขี้เกรงใจคงไม่กล้าพูดปฏิเสธ เพียงแต่ส่งสายตาอ้อนวอนเชิงขอร้อง คงมีแต่คู่บัดดี้เท่านั้นที่พอจะช่วยรพีได้ในตอนนี้ 

“นายนอนกับฉันละกัน ไม่อย่างนั้นใครจะทำแผลและคอยปลุกให้กินยาล่ะ”ว่าจบ คนเจ็บมือขวาก็ใช้มือซ้ายคว้าข้อมือขวาคนขี้เกรงใจให้เดินตาม 

“ขอบคุณนะครับ” คนเดินตามก้มหน้าพูด ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตา ยิ่งทำให้คู่บัดดี้แอบสงสัย ทำไมมันหน้าแดงอีกแล้วว่ะ 

“เฮ้ย.....!! ระ เราขอโทษ” ผมสะดุ้งสุดตัว! เมื่อรู้ว่าตั้งแต่จูงมือเดินออกมาจากพี่ตัวอ้วน จนเดินหาห้องนอน แม้จะก้าวเข้ามาในห้องแล้ว เขายังไม่ปล่อยข้อมือเลย 

ถึงว่าทำไมไอ้คุณชายมันถึงแก้มแดง ไม่กล้าสบตาผมขนาดนี้ 

“ครับ” คำตอบสั้นๆ ดูจากภายนอกคงไม่รู้ว่าภายในใจรพีตอนนี้สั่นแค่ไหน 

“นายจะนอนสักพักไหม”  

“เราไม่ง่วงครับ เดี๋ยวเราออกไปช่วยพวกพี่ๆ เผื่อมีอะไรที่พอจะทำได้” 

“นายทำแผลให้หน่อยได้ไหม” การรีบรั้งตัวไว้ วิธีการพูดอ้อมค้อม จะพูดตรงๆ ก็ไม่กล้า 

 

วิธีรั้งตัวได้ผล รพีชะงักเท้าออกจากห้อง แล้วรีบเดินไปหยิบกล่องยาทันที 

“เจ็บเหมือนมดกัดนะครับ” รอยยิ้มพร้อมเสียงนุ่มนวลน่าฟัง พูดล่อหลอกผม แม่งโคตรจะน่ารัก คนอะไรจะละมุนขนาดนี้ว่ะ 

เอี๊ยด.. 

กึก! 

ผมเบรกตัวเองแทบไม่ทัน มึงก็จะน้ำเน่าไปล่ะ ละมง.. ละมุน.. มึงคิดได้ยังไง  

เกือบสามสิบนาทีที่หนุ่มหน้าหวานประณีตทำแผลให้นายหน้านิ่ง ใช้เวลานานไปไหมสำหรับแผลแค่นี้ แต่แค่นี้แหละที่ทำให้รพีอยากจะหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้ ทั้งรู้สึกตื่นเต้นและก็เขิน จนอยากจะมุดหลบไปอยู่ใต้แผ่นกระเบื้องปูพื้นด้วยซ้ำ 

“ง่วงนอนจัง นายอยู่เป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม” วิธีรั้งตัวรอบที่สอง ก็อีกตั้งชั่วโมงกว่า คงจะหลับได้สักตื่น ทดแทนที่เมื่อคืนเขาหลับไม่ค่อยสนิท 

“ครับ” 

“นายเดินไปล็อกห้องให้หน่อย” เสียงเรียบนิ่งเผลอออกคำสั่ง ทว่ากลับทำให้คนรับคำสั่งก้มหน้าแอบยิ้ม  

“ต้องล็อกด้วยเหรอครับ” ก็แค่สงสัย ห้องตรงข้ามก็เป็นห้องอาจารย์ ห้องถัดไปก็เป็นรุ่นพี่ ไม่เห็นมีอะไรต้องระแวง  

อยากเป็นส่วนตัว”  

บุคลิกภายนอกก็เดาได้ไม่ยาก การถือเนื้อถือตัว ออกจะเรื่องมากซะด้วยซ้ำของบางอย่างก็ใช้ไม่ได้ กินไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าการมาออกค่ายกับชมรมจิตอาสาเป็นการถูกส่งตัวมาจากพ่อ คนอย่างกันต์ธีร์ ก้องเกียรติกังวานไพศาล ไม่มีทางมาใช้ชีวิตแบบนี้แน่ 

แกร็ก 

เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว คนตามใจรีบเดินไปล็อกประตูห้องนอน 

“มานอนด้วยกัน” คำสั่งที่สองสำหรับการรู้จักกันได้สองวัน 

รพีก็นะ คู่บัดดี้เขาให้คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ได้ให้ยอมตามใจทุกเรื่องแบบนี้ซะหน่อย 

“เออ!! ระ เรา” คนขี้เกรงใจมักไม่กล้าที่จะปฏิเสธ  

หากแต่รพียอมขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการไม่กล้าปฏิเสธ ความรู้สึกบางอย่างถูกซ่อนไว้ ด้วยไม่อยากให้อีกคนรับรู้ในตอนนี้ 

ไม่นานรพีก็เผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย หากแต่มีอีกคนที่ไม่ได้หลับเลย เขาได้แต่นอนอมยิ้ม ดูจะเพลินกับการนอนมองอีกคนหลับ ทั้งที่เมื่อกี้ก็เป็นคนบอกเองว่าง่วงนอนจัง 

ยิ่งมองระยะใกล้ชัดๆ ผิวไอ้คุณชายขาวและละเอียดมาก ชนิดที่ไร้รูขุมขนเลยก็ว่าได้ 

ยิ่งแก้มแดงตอนที่มันเขิน น่าจับฟัดกว่าแก้มหลานชายวัยหกขวบของผมเสียอีก 

 

 

 

... 

 

TALK : ) 

ฉายาพระเอก : นายรูปปั้น 

ฉายานายเอก : ไอ้คุณชาย 

ในตอนนี้ก็มีมาจ้า 

ตึกตัก 

เมื่อหัวใจของเขาทั้งคู่เริ่มหวั่นไหว 

กันต์ธีร์และรพี เขาทั้งคู่จะทำอย่างไรนะ 

อ่านตอน 3 กันเลยอย่ารอช้า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว