facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2562 00:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11
แบบอักษร

หัวใจขายฝาก

บทที่ 11


ปาณัทนำรายชื่อของผู้ที่ติดต่อมาขอตัวจอมภพมาให้ปาริชาติดู พี่สาวของเขาอาจจะไม่ได้อยู่วงการบันเทิงเต็มตัว แต่การเป็นเจ้าของโปรดัคชั่นให้เช่าและกำลังวางแผนขยายงานสร้างสตูดิโอเพิ่มอีก ทำให้หญิงสาวพอจะรู้จักคนในวงการบันเทิงอยู่บ้าง อย่างน้อยก็มากกว่าปาณัทแน่ๆ


“ถ้าจะบอกว่าใครทุนหนาและงานปังสุด ก็ต้องคนนี้ ชื่อคุณเจริญ ค่ายนี้เปิดมาพักใหญ่แล้วเขาทำละครเย็นดังมาหลายเรื่อง นี่เขาจะเบนเข็มมาทำซีรีส์วายเหรอ เพิ่งรู้นะเนี่ย”


“ใช่ครับเจ้ คนที่ติดต่อมาบอกว่าอยากให้จอมลองไปเทสหน้ากล้องก่อนก็ได้ เรื่องที่เขาจะสร้างมาจากนิยายที่ดังมาก รับรองว่างานออกมานักแสดงทุกคนจะมีชื่อเสียงแน่นอน”


“ลองไปเทสดูก็ไม่เสียหายนี่ ถ้าได้ก็ถือว่าเริ่มต้นดี ถ้าไม่ได้จอมก็จะได้ทดลองงานในวงการดูด้วยนะ”


คำแนะนำของปาริชาติทำให้จอมภพมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ สตูดิโอของบริษัทผลิตละครแห่งหนึ่งแต่ปาณัทไม่ได้มาด้วยเพราะติดงานที่โรงงาน จอมภพกวาดสายตามองโดยรอบ มีหลายคนที่มารอเทสหน้ากล้องในวันนี้ แต่ละคนรูปร่างหน้าตาดีไม่แพ้กัน จอมภพมาแบบไม่ได้คาดหวังอะไรนัก เขาไปรายงานตัวกับฝ่ายคัดนักแสดง


“น้องคนนี้เอง ที่โฆษณาคอนแทคเลนส์ใช่ไหม โอ๊ย ตัวจริงล้อหล่อ”


สาวประเภทสองคนหนึ่งในแผนกคัดนักแสดงมีสีหน้าตื่นเต้น เรียกความสนใจมาทางจอมภพได้ไม่น้อย เขากลายเป็นจุดสนใจมากขึ้นเมื่อมีเสียงทักทายดังขึ้น


“จอม เจอกันอีกแล้ว”


ชานนท์นั่นเอง เขามาเทสหน้ากล้องในวันนี้ด้วย เมื่อกล่าวทักจากระยะไกลเจ้าตัวรีบตรงมาหาและคล้องแขนจอมภพจนดูเหมือนสนิทสนมกันมาก


“เพิ่งรู้ว่ามาเทสเรื่องเดียวกัน ถ้าเราได้แสดงคู่กันก็ดีสินะ”


จอมภพยืนนิ่งสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกอะไรกับความใกล้ชิดที่ชานนท์แสดงออก แต่ก็ไม่ได้ตัดรอนให้อีกฝ่ายเสียหน้าต่อหน้าผู้อื่น


“เราคงไม่ผ่านหรอก ต้องทำยังไงบ้างยังไม่รู้เลย”


ชานนท์ยิ้มหวาน เขาโปรยเสน่ห์ที่เขามั่นใจเป็นอย่างมากให้ชายหนุ่มร่างสูงน่าจับตามอง


“ไม่ยากหรอก นิยายวายรั้วมหาลัย เขาให้จอมแสดงท่าทางหรืออารมณ์ไหนจอมก็เล่นตามที่เขาบอก”


เสียงพูดคุยโดยรอบเงียบลงเมื่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทเริ่มทยอยเรียกผู้ที่มาเทสหน้ากล้องในวันนี้ราวสิบคนเข้าไปในห้องด้านใน ชานนท์มองตาปรอยเมื่อเขาถูกเรียกชื่อให้เข้าไปในห้องก่อน จอมภพนั่งรอรวมกับคนอื่นจนกระทั่งชื่อของเขาถูกเรียกเข้าไปในห้อง


ชายหนุ่มยกมือไหว้บุคคลที่อยู่ด้านในทุกคน เขาเดินไปด้านหน้าที่มีแสงไฟและกล้องจับการเคลื่อนไหวของเขา


“เออ ไอ้น้องหน้าตาขึ้นกล้องจริงๆ ไหนลองทำท่าเดินเล่นสบายๆไม่ต้องเครียด”


จอมภพทำตามคำสั่งที่ได้รับ เขาแสดงอารมณ์โกรธ เสียใจ และแสดงท่าทางตามบทที่ได้รับ มันช่างยากเย็นเหลือเกินสำหรับมือใหม่ เขาไม่รู้จักการแสดงอารมณ์เพราะจอมภพเป็นคนเก็บความรู้สึกตั้งแต่เด็ก


“แข็งไปหน่อยว่ะน้อง หน้าตาหล่อแต่ไร้อารมณ์มาก”


ชายหนุ่มยิ้มขำตัวเองเมื่อได้ฟังคำวิจารณ์ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าก้อนหินหรือต้นไม้ยังแสดงดีกว่าเขาเสียอีก จอมภพยกมือไหว้ทุกคนอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้อง โล่งใจที่ไม่เห็นชานนท์ที่ด้านนอกแล้ว เขาสะพายกระเป๋าเพื่อจะเดินออกจากบริษัท ร่างสูงชะงักเมื่อไหล่กว้างชนเข้ากับสาวใหญ่วัยสี่สิบที่เพิ่งเดินสวนเข้ามา


“ขอโทษครับคุณ...”


“ไม่เป็นไรค่ะ เอ่อ...”


ต่างก็ชะงักงันทั้งคู่เมื่อสบตากัน จอมภพขมวดคิ้วทบทวนความทรงจำขณะที่สาวใหญ่คนนั้นเบิกตากว้างพลางรำพึงชื่อของเขาออกมา


“จอม!”


สีหน้ากระอักกระอ่วนเกิดขึ้นทันทีบนใบหน้าของชายหนุ่ม จอมภพจำได้แล้วว่าสาวใหญ่คนนี้เคยใช้บริการ “เพื่อนคุย” ของเขาเมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อมาพบกันในสถานที่เช่นนี้ เขาก็ได้แต่ฝืนยิ้มและยกมือไหว้


“สวัสดีครับพี่สุมาลี”


สุมาลีเองก็ต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หล่อนมองชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับนัยน์ตาที่จดจำได้ว่าบริการของจอมภพเด็ดดวงแค่ไหนแต่ก็ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้


“สบายดีหรือจอม นี่มาเทสหน้ากล้องละครเรื่องใหม่หรือ”


“เอ่อ ครับ ผมขอตัวก่อนครับ”


ไม่เหมาะไม่ควรที่จะคุยกับอดีตลูกค้าในเวลานี้ที่เขาเลิกทำงานนั้นไปแล้ว จอมภพรีบยกมือไหว้อำลาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวเดินออกไปจากบริษัทในขณะที่สุมาลีได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นไป สักพักหล่อนก็เปิดประตูก้าวเข้าไปในห้องทดสอบนักแสดง เจ้าหน้าที่ภายในต่างทักทายหล่อนเสียงดัง


“พี่สุ สวัสดีค้า”


สาวประเภทสองในห้องทักทายเอาหน้า หล่อนไม่สนใจเมื่อก้าวไปยังจอมอนิเตอร์


“คนที่เพิ่งออกไปเมื่อกี้ มาเทสเรื่องอะไรนะ”


“ซีรีส์วายค่ะพี่สุ ที่พี่เจริญไปซื้อมาทำไงพี่ กระแสวายโคตรรดีเลยพี่ ต้องรีบทำก่อนกระแสตก”


สุมาลีสั่งให้ลูกน้องเปิดดูการทดสอบของจอมภพ ดูก็รู้ว่าเขาไม่เคยผ่านงานด้านการแสดงมาก่อนเลย แต่ถึงกระนั้นหน้าตาของเขายิ่งดูดีเมื่อมองผ่านจอมอนิเตอร์ หล่อนจุดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก การแสดงมันฝึกกันได้แต่คนดึงดูดสายตาอย่างจอมภพไม่ได้หากันง่ายๆ หากผู้กำกับละครจะไม่ให้จอมภพผ่าน หล่อนเองนี่แหละจะใช้ความเป็นภรรยาเจ้าของบริษัทสั่งการให้ชายหนุ่มคนนั้นผ่านมาเล่นละครจนได้


กลืนน้ำลายลงคอเมื่อนึกถึงบริการที่เคยได้รับ มันเป็นความลับที่ติดตาตรึงใจ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสอันดีที่หล่อนจะได้ใช้บริการ “เพื่อนคุย” ของจอมภพอีกครั้ง





จอมภพกลับถึงบ้านในตอนค่ำเพราะมีแข่งกีฬาที่มหาวิทยาลัย แต่ก็ยังเร็วกว่าปาณัท เพราะกว่าอีกฝ่ายจะมาถึงบ้าน จอมภพก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านั่งทำรายงานส่งอาจารย์อยู่ในห้องแล้ว


“จอม ไปเทสหน้ากล้องมาเป็นไงบ้าง”


เสียงใสเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นแทน จอมภพหัวเราะเบาๆพลางส่ายหน้ากับผลงานตัวเอง


“เล่นได้เป็นธรรมชาติมากครับพี่เปา ก้อนหินกับต้นไม้ยังอาย คงไม่ผ่านหรอกครับ”


ปาณัทก้าวเข้ามาวางมือบนบ่าแล้วบีบเบาๆให้กำลังใจ


“ไม่เป็นไรน่า งานอื่นติดต่อมาก็เยอะ ค่อยๆดูกันไป จอมดูนี่ก่อนดีกว่า”


มือเรียวยื่นแฟ้มบางๆส่งให้เขา จอมภพรับไปเปิดออก ด้านในมีรูปผลิตภัณฑ์ที่เขาออกแบบให้โรงงานของปาณัท บัดนี้กลายเป็นสินค้าต้นแบบไปแล้ว จอมภพยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ


“เป็นไงล่ะ ผลงานที่จอมออกแบบ ตอนนี้มันกลายเป็นของจริงแล้ว สวยและใช้ประโยชน์ได้จริง ส่งรูปไปให้ลูกค้าดู หลายเจ้าก็ชอบกันมาก ผมโอนเงินค่าออกแบบใส่บัญชีของจอมแล้ว ถึงจะไม่ได้มากมายแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับจอมนะ”


จอมภพไม่เคยตื้นตันขนาดนี้มาก่อน เขาเพิ่งรู้ว่าการได้เห็นผลงานที่มาจากความคิดและฝีมือของเขามันช่างดีเหลือเกิน และกลายเป็นแรงผลักดันที่อยากจะเห็นชิ้นต่อไปอีกเรื่อยๆ ต้องขอบคุณปาณัทที่เปิดโอกาสให้เขา


“ขอบคุณนะครับพี่เปา”


ดึงร่างโปร่งมานั่งอยู่บนตักก่อนจะหอมแก้มฟอดใหญ่ ปาณัทส่ายหน้าหนีเพราะจั๊กจี้


“เล่นอะไรก็ไม่รู้เด็กคนนี้”


“ผมไม่เด็กแล้ว” จอมภพกระซิบข้างหูพลางกระชับวงแขนจนแน่น “พี่เปาก็รู้ดีนี่ครับ”


“ไม่เด็กแต่ก็อายุน้อยกว่าผมตั้งสิบปีแน่ะ ยังไงก็เด็กล่ะนะ”


ปาณัทกล่าวตอบเสียงนุ่ม เขายกแขนคล้องไปรอบลำคอของจอมภพเพราะกลัวจะร่วงจากตักที่นั่งอยู่  จอมภพยิ้มมีเลศนัย


“แล้วพี่เปาเป็นคนรักเด็กไหมล่ะครับ”


คนถูกถามเอียงคอคิด แก้มเปลี่ยนเป็นสีมะเขือเทศสุก


“ก็อยู่ที่เด็กทำตัวให้น่ารักหรือเปล่า”


ความรู้สึกของจอมภพคือปาณัทกำลังท้าทายเขา ลมหายใจของเขาอุ่นจัดขึ้นมาโดยทันที แว่นตากรอบใสบนใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงถูกถอดออกวางบนโต๊ะทำงาน ทั้งสองสบตากันนิ่งนาน ระหว่างนั้นจอมภพปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของปาณัทและถอดมันโยนทิ้ง


“เด็กน่ารักต้องทำตัวยังไงครับ”


เสียงของเขาหวานเกินเหตุ แต่จอมภพไม่ได้ประดิษฐ์ มันเกิดเพราะอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในตอนนี้


“ก็เป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่ง ว่านอนสอนง่าย ให้ทำอะไรก็ทำ”


ปาณัทไล่นิ้วไปตามบ่ากว้าง เขาหยุดที่ขอบเสื้อกล้ามของจอมภพ แค่ยกมันขึ้นเล็กน้อยเสื้อกล้ามตัวหลวมก็ผ่านศีรษะของจอมภพลงไปกองที่เดียวกับเสื้อของตนก่อนหน้านี้ มือเรียวสวยลูบไล้ไปตามลอนกล้ามเนื้ออย่างหลงใหล


“แล้วตอนนี้พี่เปาอยากให้ผมทำอะไรให้พี่เปาดีครับ”


ปาณัทเม้มริมฝีปาก เขาโน้มกายไปกระซิบคำสั่งที่ข้างหู ทันใดนั้นจอมภพก็อุ้มเขาไปวางบนเตียงกว้าง กางเกงเนื้อดีถูกถอดออกเช่นกัน ในที่สุดก็เหลือเพียงร่างเปล่าเปลือยของทั้งคู่ที่ทาบทับแนบสนิท


“อา จอม”


เสียงพร่ำรำพันดังไม่ขาดระยะ นับวันปาณัทก็ยิ่งตกหลุมที่จอมภพขุดหลอกล่อ บทรักของชายหนุ่มเปลี่ยนไปไม่เคยให้เบื่อในแต่ละครั้ง บางคราวก็เนิบนาบอ่อนโยนเพื่อให้ปาณัทได้ผ่อนคลาย บางคราวก็ร้อนแรงราวฉุดกระชากไปกับไฟแห่งปรารถนา แต่ไม่ว่าแบบไหน ปาณัทก็จะอิ่มเอมเต็มล้นราวกับจอมภพกำลังพาให้เขารู้จักสวรรค์ตั้งแต่ยังมีชีวิต


“จอม อีกนิดเดียว”


เพียงแค่เอ่ยปากจอมภพก็จัดการให้ ร่างเปลือยเต็มไปด้วยคราบแห่งความสุข เตียงนอนกลายเป็นสมรภูมิร้อนแรงจนปาณัทเกรงใจแม่บ้านที่ต้องมาจัดการในรุ่งเช้าของอีกวัน


“ผมพอจะเป็นเด็กดีของพี่เปาได้ไหมครับ”


เอ่ยถามเมื่ออีกฝ่ายระทดระทวยอยู่ในอ้อมกอด หลังจากศึกอันยาวนานจอมภพก็ต้องอุ้มปาณัทไปทำความสะอาดในห้องน้ำ เมื่อสบายตัวแล้วดวงตาหวานจึงปรือปิดง่วงงุน


“เด็กดี...”


พูดยังไม่ทันจบน้ำเสียงก็ขาดหายเพราะเจ้าของเสียงคล้อยหลับไปเสียแล้ว จอมภพตะแคงกายใช้มือยันศีรษะเพื่อมองคนหลับ เขาเผลอยิ้มขณะจ้องใบหน้าอ่อนโยนที่มีลมหายใจสม่ำเสมอ

“แล้วลูกจะได้รู้จักความรัก เชื่อพ่อนะ”


คล้ายมีเสียงของบิดาแว่วมาในโสตประสาท จอมภพถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อสิ่งที่พ่อต้องการคล้ายจะประสบความสำเร็จแล้ว เขาจูบเบาๆตรงขมับของปาณัทที่นอนคุดคู้ราวกับเป็นเด็กน้อย จอมภพดึงผ้าห่มมาคลุมให้ก่อนที่เขาจะซุกกายตามและกอดปาณัทไว้ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน





“พี่ว่าเราจะได้งานซีรีส์เรื่องนี้ไหม ผมอยากเล่น เรื่องนี้ตอนเป็นนิยายดังมากนะ”


ชานนท์เอ่ยถามหลังกลับจากงานถ่ายแบบ เสียดายที่ไม่ได้คุยกับจอมภพหลังเทสหน้ากล้องเพราะต้องไปงานอื่นต่อ ภาคภูมิที่ขับรถกลับจากงานครุ่นคิด


“เท่าที่ดูคนมาเทส มึงก็มีโอกาสนะ หน้าตาเหมาะกับบทแล้วก็เริ่มจะมีชื่อเสียง การแสดงก็ดีกว่าเมื่อก่อน ภาษีดีล่ะนะ”


ชานนท์ยิ้มอย่างมีความหวัง เขานึกถึงชื่อเสียงและเงินทองที่จะตามมาหลังจากนี้


“แล้วจอมล่ะ เขาจะผ่านไหม”


“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ไม่เห็นว่ามันแสดงเป็นยังไงตอนมันเทสในห้อง แต่หน้าตามันก็หล่อสะดุดตาดีนะ”


ภาคภูมิขับรถไปคิดไป ขณะจอดติดไฟแดง เขาหันมาถามชานนท์เด็กในสังกัดที่ปลุกปั้นอยู่


“แต่ถ้ามึงอยากเล่นจริงๆ มันก็มีทางลัดให้ชัวร์”


“ยังไงพี่”


ชานนท์ถามด้วยความตื่นเต้น เขาอยากแสดงเรื่องนี้มาก ภาคภูมิกลอกตาไปมา


“ไอ้เสี่ยเจริญเจ้าของเงินทุนน่ะ กูได้ข่าวมาว่ามันเป็นไบ ได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง ถ้ามึงยอมเสียเวลาเอาใจสักหน่อย กูว่าไม่น่าพลาด”


ชานนท์เข้าใจความหมายดี ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวงการบันเทิงที่ต้องอาศัยร่างกายเข้าแลก ก่อนหน้านี้เขาก็ทำเช่นนี้มาหลายครั้งและประสบความสำเร็จทุกครั้ง


“เอาสิ คืนนี้ก็ว่างอยู่”


ภาคภูมิยักไหล่ เขายกโทรศัพท์มากดหาเบอร์ของเจริญ


“สวัสดีครับพี่เจริญ ภาคภูมิเองพี่ ครับใช่ ส่งเด็กมาแคสแต่ไม่รู้จะถูกใจหรือเปล่า ยังไงอยากให้พี่ดูตัวใกล้ๆ พี่อยู่แถวไหนครับ โอ ดีเลย คืนนี้นิคว่าง เดี๋ยวผมจะพาไปหาพี่ที่คอนโดนะครับ”


วางสายแล้วภาคภูมิเลี้ยวรถกลับ เขามุ่งหน้าไปยังคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งทันที


“เดี๋ยวกูมารับตอนเช้า ทำให้ดีนะโว้ยนิค อย่าให้พลาด”


เขาเอ่ยปากกำชับ ชานนท์ยักไหล่


“รู้แล้วน่า เชื่อมือเหอะ”


ก้าวเข้าไปยังห้องที่ภาคภูมิบอกไว้ เคาะประตูไม่กี่ครั้งเจ้าของห้องก็มาเปิดประตู ชานนท์คุ้นหน้าเจริญอยู่แล้ว เขาก้าวเข้าไปยกมือไหว้แนบอกร่างที่เริ่มท้วมของเจริญ


“สวัสดีครับพี่ ผมชื่อนิคครับ”


“หน้าตาดีนี่เรา สมกับที่ภาคมันคุยไว้ แล้วจะเล่นไหวหรือเปล่ามันมีบทเลิฟซีนด้วยนะ”


ชานนท์ยิ้มหวาน เขาถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างยั่วยวน


“ถ้าอย่างนั้น พี่ลองเทสบทเลิฟซีนให้ผมนะครับ แล้วถ้าผมเล่นไม่ดีพี่ก็สอนผมนะ ผมอยากแสดงเรื่องนี้จริงๆ”


ไม่ยากสำหรับชานนท์ กว่าจะมาถึงจุดนี้เขาผ่านอะไรมาเยอะ เพียงแต่ต้องซ่อนความโชกโชนไว้ภายใต้ความไร้เดียงสาที่แสดงต่อสาธารณชน และเลือกใช้มันเมื่อคราวที่ต้องการอย่างเช่นคราวนี้ที่เขาปรนเปรอเจ้าของเงินทุนจนหนำใจ


“ให้ผมเล่นเรื่องนี้นะครับ ถ้าจะให้ดี ให้เล่นคู่กับเพื่อนที่ชื่อจอมภพ แล้วผมจะแสดงให้สุดฝีมือ พี่ก็เห็นแล้วว่าบทเลิฟซีนของผมไม่เป็นรองใครแน่นอน”


เขาอุตส่าห์เผื่อแผ่ไปถึงจอมภพ ถ้าหากอีกฝ่ายรู้คงดีใจและตอบแทนให้เขา ระหว่างแสดงบทบนเตียงให้เจริญดู ใจของเขาก็เฝ้าแต่คิดถึงรูปร่างหน้าตาของจอมภพ


อา...


หากได้แสดงคู่กัน ฉากบนเตียงต้องสมจริงที่สุด ชานนท์สัญญากับตัวเองเช่นนั้น



TBC

มาแล้วจ้า คิดถึงน้องจอมผัวเด็กกันไหมจ๊ะ อิ_อิ

​อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ

ความคิดเห็น