Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : THE HEARTLESS : 01

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.2k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2563 00:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
THE HEARTLESS : 01
แบบอักษร

 

@มหาวิทยาลัย A

 

 

ฉันนั่งสูดหายใจเข้าลึกๆอยู่หลังพวงมาลัยรถตัวเองอยู่นานสองนาน การเข้าเรียนแบบไม่ธรรมดาของฉันต้องเป็นจุดสนใจไม่มากก็น้อยและฉันต้องยอมรับเสียงซุบซิบนินทาพวกนั้นให้ได้ นิ่งไว้...ไม่กี่อาทิตย์พวกเขาก็จะลืมไปเอง

ลมหายใจถูกพ่นออกจากปากฟู่ใหญ่ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูลงจากรถและปิดมันลงอย่างเบามือ นั้นไง...ยังไม่ทันได้ก้าวขาเลย เสียงนกเสียงกาก็กระทบเข้าโซนประสาทหูทันที

 

‘คนนี้ไงมึง ที่เข้ามากลางเทอม’

‘ก็พ่อเป็นถึงท่านทูต จะเข้าตอนไหนก็ได้ป่ะวะ’

‘เออ นั้นดิเนอะ’

‘เห็นว่าโอนมาจากเมกาด้วยนะมึง’

บลาบลาบลา~~

 

ฉันทำเป็นหูทวนลมแล้วเดินไปนั่งม้าหินอ่อนที่ว่างอยู่ใต้ตึกบริหาร ก่อนจะหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับหูฟังที่เตรียมไว้เพื่องานนี้โดยเฉพาะ กดเข้าไปในแอพเพลงแล้วเปิดเพลงโปรดอัดใส่หูดังลั่นจนไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาที่ไหนอีก

ระหว่างที่ฉันนั่งฮัมเพลงอย่างสบายใจ ก็มีผู้ชายตัวสูงรูปร่างสันทัดและแถมด้วยใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนเช่นกัน หย่อนก้นลงนั่งม้าหินอ่อนตัวตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่แสดงถึงความจริงใจมาให้...ให้ฉันหรอ ไม่น่าใช่นะ

ฉันหันมองซ้าย มองขวา ก็ไม่มีใครนี่หว่า แล้วเขาก็เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ฉันไม่ได้ยิน อ่อ!..ลืมว่าใส่หูฟัง ฉันเลยดึงมันออกทั้งสองข้าง ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มของคนตรงหน้าชัดขึ้น

 

“เธอเพิ่งมาวันแรกใช่ไหม”

 

“ชะ...ใช่” ฉันตอบกลับไปแบบงงๆ ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน รู้จักกันรึ...ก็เปล่า เข้ามาตีเนียนจีบฉันงั้นหรอ

 

“งั้นเธอคงยังไม่มีชมรมซินะ”

 

“ชมรม?” ฉันเลิกคิ้วสูง เขาคงหมายถึงการทำกิจกรรมงี้มั่ง สงสัยจะมาชวนเข้าชมรม...แต่ก็ยังดีกว่ามาขายขนมจีบล่ะหว่า แล้วผู้ชายตรงหน้าก็เริ่มแนะนำตัวทันที

 

“อืม ฉันชื่อนนท์ เรียนบริหารเหมือนกัน แล้วเธอ”

 

“โรส”

 

“ทีนี้ก็รู้จักกันแล้ว มาเข้าชมรมฉันเหอะนะ”

 

ฉันมองคนตรงหน้าที่นั่งทำหน้าตาน่าสงสารอย่างพินิจพิเคราะห์ ดูเขาก็ไม่มีพิษมีภัยอะไรนะ ออกจะดูจริงใจด้วยซ้ำ บางทีฉันมีเพื่อนที่นี่ไว้สักคนก็น่าจะดีกว่าตัวคนเดียว

 

“แล้วนนท์ ทำชมรมอะไรอ่ะ” พอได้ยินฉันถามออกไปแบบนั้น สายตาคนตรงหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความหวังวาววับเป็นประกายทันที เดี๋ยวนะ...นี่ฉันสำคัญกับชมรมเขาขนาดนั้นเลยหรอ

 

“จิตอาสาช่วยน้องๆบนดอยอ่ะ” นนท์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางร่าเริงสุดๆ คือฉันก็งงๆ แต่ชมรมน่าสนใจดีนะ ได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย ดีกว่าพวกการแสดงหรือร่ายรำเป็นไหนๆ

 

“อืม เราเข้าชมรมด้วยก็ได้”

 

“เยสสสส ชมรมไม่โดนยุบแล้วเว้ย” ทันทีที่ฉันตอบตกลง นนท์ก็ทำท่าแทงศอกเข้าข้างลำตัวพร้อมส่งเสียงออกมาด้วยความดีใจ คือจำเป็นต้องขนาดนี้เลยหรอ ก่อนจะหลุดประโยคที่ทำให้ฉันร้องอุทานออกมาเสียงหลง

 

“ห๊ะ!!”

 

“คือ..ไม่ค่อยมีคนสนใจชมรมแบบนี้สักเท่าไหร่อ่ะ แล้วกรรมการก็ยื่นคำขาดมา ถ้าสมาชิกไม่ถึงสามสิบคนจะยุบ แล้วโรสก็คือคนที่สามสิบพอดี ขอบคุณน้า” นนท์พยายามอธิบายให้ฉันเข้าใจด้วยเสียงอ่อยๆ ดูๆไปแล้วก็น่าสงสารนะ ทำความดีแต่ไม่มีคนเห็นด้วยมันน่าเห็นใจนะ แล้วเขาก็พูดอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับที่นี่ให้ฉันฟัง ฉันคิดว่านนท์น่าจะเป็นคนดีคนนึงเลยหล่ะ ไม่งั้นคงไม่มาทำชมรมแบบนี้หรอก

….

….

พอจบคลาส ฉันก็ยังคงพยายามทำความเข้าใจกับตัวอักษรภาษาไทยมากมายตรงหน้า ฉันอยู่กับภาษาอังกฤษมาตั้งหลายปี มันก็ค่อนข้างยากนิดนึง แบบไม่ค่อยชิน ก่อนจะได้ยินเสียงของผู้ชายที่เพิ่งเป็นเพื่อนฉันหมาดๆ เอ่ยชวนขึ้น

 

“โรส ไปกินข้าวกัน”

 

“อืม” ฉันเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเพื่อตอบรับคำชวนของนนท์ ก่อนจะเก็บของลงกระเป๋าแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตามหลังนนท์ออกมาจากห้อง ระหว่างทางฉันก็พยายามมองรอบๆไปด้วย เพื่อสังเกตจุดต่างๆของมหาวิทยาลัย จะได้ไม่เอ๋อ...เวลาไปไหนคนเดียว

นนท์เปิดประตูเข้าไปในโรงอาหารโดยมีฉันตามมาติดๆ ก่อนเขาจะหยุดกวาดสายตามองหาอะไรสักอย่าง และดูเหมือนจะเจอจุดหมายแล้วเพราะขายาวก้าวนำฉันไปโซนในสุดที่อยู่ริมหน้าต่าง แล้วมาหยุดที่โต๊ะๆนึงซึ่งมีคนนั่งอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้ฉันช๊อคก็คือคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่หัวโต๊ะนั่น

 

“หู้ยยย..แอบมีแฟนไม่บอกเพลินหรอ” เสียงเล็กของผู้หญิงหนึ่งในนั้นเอ่ยแซวนนท์ทันทีที่เห็นฉัน ก่อนที่คนถูกกล่าวหาจะแก้ตัวเป็นพัลวัน แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์มาสนใจใครทั้งนั้น

 

“ทะลึ่งๆ ไม่ใช่แฟน”

 

“โรส” ฉันละสายตาจากคนหัวโต๊ะหันไปหานนท์ตามเสียงเรียก ก่อนเขาจะแนะนำผู้หญิงสองคนให้ฉันรู้จัก

 

“นี่เพลิน นี่มิณ สองสาวเนี่ยเรียนบัญชี แต่อยู่ชมรมเดียวกับเรา” ฉันได้แต่ส่งยิ้มไปให้พวกเธอทั้งสอง ก่อนพวกเธอจะส่งยิ้มกลับมาเช่นกัน แล้วเลื่อนสายตากลับไปมองคนที่หัวโต๊ะต่อ..แต่เขาไม่ได้สนใจฉันสักนิด ไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือด้วยซ้ำ

 

“ส่วนนี่รุ่นพี่ยูตะและก็รุ่นพี่ธาม” แล้วนนท์ก็แนะนำผู้ชายอีกคนที่นั่งข้างผู้หญิงที่ชื่อมิณ ดูเหมือนสองคนนี้จะเป็นแฟนกัน และอีกคนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดี ฉันหันไปยิ้มให้ผู้ชายที่ชื่อยูตะและหันกลับมาที่ธาม แต่เขายังคงก้มหน้าอยู่กับหนังสือเหมือนฉันไม่มีตัวตนในสายตาเขาไปแล้ว

 

“พี่หาสมาชิกครบแล้วเว้ย ชมรมเราไม่โดนยุบ” นนท์ลากเก้าอี้ออกมานั่งลงข้างคนที่ชื่อเพลินและพูดบอกสองสาวด้วยท่าทางตื่นเต้น โดยมีอีกสายตากราดเกรี้ยวของผู้ชายที่ชื่อยูตะมองอยู่ตลอดเวลา เขาไม่ถูกกันหรอ...กับนนท์เนี่ย

 

“ถามจริง คนที่ว่าคือพี่โรสคนนี้ซินะ” ผู้หญิงคนที่ชื่อมิณเอ่ยถามขึ้นแล้วชี้มาที่ฉันก่อนนนท์จะตอบกลับไปทันควัน

 

“อืม โรสเพิ่งโอนย้ายมาจากเมกา พี่ก็เลยไปชิงตัวมาซะก่อน”

 

ฉันค่อยเหลือบมองคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะตลอดเวลาแต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบสนองเลย ยังคงนิ่ง...และนิ่ง กลายเป็นฉันเองซะแล้วที่อยู่ไม่เป็นสุข

“นนท์ เราไปห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบฉันก็เดินออกมาเลยโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดหมายที่ว่านั่นมันอยู่ไหน รู้แต่ฉันต้องไปจากตรงนี้ อยู่นานกว่านี้น้ำตาที่กลั้นเอาไว้มันต้องไหลออกมาแน่ๆ ทำไมมันถึงเจ็บแบบนี้นะ…

ทำไมเขาถึงมาเรียนที่นี่ เขาควรอยู่ที่กรุงเทพไม่ใช่หรอ เมื่อวันก่อนว่าช๊อคแล้ว วันนี้ยิ่งช๊อคกว่า แล้วฉันจะทำยังไงต่อไปดี ใจฉันมันแตกเป็นเสี่ยงๆ ทุกครั้งที่เจอเขา ทุกครั้งที่เขาทำเหมือนไม่รู้จัก ทำเหมือนไม่เห็นแบบนี้ ฉันก็แย่หน่ะซิ

ฉันเดินกลับมาที่รถเปิดประตูขึ้นไปนั่งอย่างคนหมดแรง ก่อนจะฟุบหัวลงกับพวงมาลัย ปล่อยน้ำตามันไหลออกมาอยู่แบบนั้น ฉันกลั้นมันไว้ไม่ได้จริง ฉันไม่เคยตัดใจจากเขาได้ ถึงจะพยายามแค่ไหนก็ตาม เลือกเองก็กลายเป็นเจ็บปวดเจียนตายซะเอง…..

 

 

 

Tanin Talk

 

 

 

ผมถอนหายใจพรืดใหญ่พร้อมกับปิดหนังสือเข้าหากันแล้วลุกขึ้นยืดยืนเต็มความสูงก่อนจะหันไปบอกเพื่อนซี้จอมกวนที่ลากผมมานั่งเฝ้าเมียตัวเองได้ทุกวี่ทุกวัน

 

“กูกลับก่อนนะ”

 

สิ้นเสียงผม ไอ้ยูมันหันมาพยักหน้าให้ทีนึงก่อนจะหันกลับไปจ้องรุ่นน้องที่ชื่อนนท์คนนั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย มันสองคนฟัดกันตั้งไม่รู้กี่รอบก็เรื่อง มิณ ผู้หญิงที่กุมหัวใจเสืออย่างไอ้ยูไว้ได้อยู่หมัดเนี่ยแหละ ผมเองก็เพิ่งเข้าใจว่าที่เขาพูดกัน คนเจ้าชู้มักจะหวงเมียมาก.. มันคือเรื่องจริง แต่สำหรับไอ้ยูเน้นเลยว่า หวงและหึงมากกกกกก

ผมเดินออกมาจากโต๊ะอาหารนั่นแล้วตรงไปยังลานจอดรถหน้าตึกวิศวะทันที แต่ยังไม่ทันถึงจุดหมายก็ต้องหยุดฝีเท้าลงซะก่อนเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่ฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยเนื้อตัวสั่นเทาอยู่ภายในรถสปอร์ตสีขาวคันหรู เพียงแค่แวบเดียวผมก็รู้ทันทีว่าคือเธอ

เธอคนที่ทิ้งผมไปโดยไม่ร่ำลาสักคำ เธอคนที่ทำให้ผมเจ็บปวดเจียนตาย เธอคนที่หายไปจากชีวิตผมถึงสี่ปีไม่มีแม้แต่จะติดต่อกลับมา ทั้งที่ช่องทางการติดต่อของผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงแม้แต่อย่างเดียว และผมจะไม่มีวันกลับไปเจ็บแบบนั้นอีก ไม่มีทาง…

 

‘โรสรักธามนะ และจะรักตลอดไปด้วย’

 

เพ้อเจ้อฉิบหาย รัก...เริ่ก อะไรกัน มันไม่มีอยู่จริงหรอกไอ้ธาม มึงมันก็แค่ผู้ชายหน้าโง่เท่านั้นแหละ ประโยคที่เธอพร่ำบอกในตอนนั้นยังคงหลอกหลอนผมมาจนถึงทุกวันนี้ ผมสะบัดหัวไล่น้ำเสียงหวานและใบหน้าเธอออกจากความคิดพร้อมกับเท้าที่ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า และจะไม่มีวันถอยหลังกลับไปเด็ดขาดแม้จะอยากดึงเธอเข้ามากอดแค่ไหนก็ตาม…

 

 

 

 

@คอนโด

 

 

 

 

ผมเปิดประตูคอนโดเข้ามาและเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างแรง ตั้งแต่วันก่อนที่มีหญิงสาวบังเอิญหันมาชนผม และตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าเป็น

 

โรส

 

ในหัวผมมันมีแต่เรื่องราวเก่าวนเวียนอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ผมเกือบจะทำใจได้แล้วแท้ ทำไมต้องกลับมาด้วยวะ ไปแล้ว...จะย้อนกลับมาอีกทำไม

 

เมี้ยววว~

 

“ไปให้ไกลเฮียเลย ถ้าไม่อยากตาย” ผมหันไปไล่สัตว์เลี้ยงตัวโปรดอย่างหัวเสีย

 

เมี้ยวว~~ เมี้ยววว

 

เหอะ...เชื่อฟังกันดีจริงๆ มันโดดขึ้นมาบนตักแล้วใช้หน้าถูไถไปมาที่มือของผมอย่างออดอ้อนออเซาะ ผมไม่น่าเอามันมาเลี้ยงเลย น่าจะปล่อยให้ตายๆไปซะ

 

“เหมือนเจ้าของแกไม่มีผิด หนีเท่าไหร่ก็ไม่พ้น” ผมพูดขึ้นพลางอุ้มมันลงจากตัวแล้วเดินเข้าห้องนอนปิดประตูใส่หน้ามันอย่างแรง ปล่อยให้มันร้องเรียกผมอยู่หน้าห้องนั่นแหละ ตอนนี้ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเจ้าของหรือสัตว์เลี้ยงของเธอ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ผมไม่เคยยอมให้เพื่อนรักของผมอย่างไอ้ดินเข้าคอนโดเลยสักครั้ง มันกับผมสนิทกันมาตั้งแต่เด็กและมันเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องของผมกับโรส ความจริงก็มีพลอยใสลูกพี่ลูกน้องผมอีกคนที่รู้แต่ไม่ได้รู้เท่าไอ้ดินหรอก

ผมเองก็ยังไม่อยากให้ไอ้ดินรู้ว่ายังเก็บสัตว์เลี้ยงของเธอไว้ข้างกายตลอดเวลา เพราะผมยังลืมเธอไม่ได้...ไม่เคยลบออกไปจากสมองและหัวใจได้เลย

และที่สำคัญผมบอกไอ้ดินว่า

เจ้าราม

น่ะตายไปแล้ว เพราะผู้หญิงคนนั้นใจดำถึงขั้นทิ้งมันไว้ที่บ้านตัวเดียวเป็นหลายสัปดาห์อย่างไม่ไยดี ความรู้สึกมันคงไม่ต่างกับผมสักเท่าไหร่ ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็เจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้นที่รู้ว่าถูกทอดทิ้ง

 

 

::::

“ธาม ดูนั่นซิ” เสียงเล็กของโรสเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นก่อนจะวิ่งเข้าไปหาลูกแมวที่ร้องเมี้ยวๆอยู่ข้างถังขยะ ผมรีบเข้าไปดึงร่างเล็กไว้ที่เธอจะเอื้อมมือไปจับลูกแมวนั่น

 

“โรส อย่าไปจับ เดี๋ยวมันกัด”

 

“ไม่กัดหรอก น้องยังตัวเล็กอยู่เลย” โรสหันมาจับมือผมออกแล้วหันไปอุ้มลูกแมวสีเทาแต้มขาวนิดหน่อยนั่นขึ้นมาสู่อ้อมกอด

 

“น่าสงสารจังเลย ไปอยู่กับโรสนะ”

 

“เอาจริง?” ผมหรี่ตามองคนตัวเล็กที่ยิ้มร่าลูบหัวลูกแมวอย่างเอ็นดู

 

โรสพยักหน้าให้เป็นการตอบรับ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองพลางทำท่าคิดไปด้วย แล้วทำตาโตขึ้นพร้อมกับหลุดชื่อที่โคตรจะเชยออกมาจนผมต้องทวนชื่อนั่นอีกรอบ

“อืม ชื่ออะไรดีนะ ราม...รามดีไหม”

 

“ราม?”

 

“ก็โรสกะธาม ก็เป็น รามไง น่ารักดีออก” ผมหลุดยิ้มให้กับคำตอบของคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะเอื้อมมือไปโยกหัวทุยเล็กนั่นเบาๆ ด้วยความด้วยความเอ็นดู

::::

 

 

 

 

 

#11/01/62

#มาไขข้อสงสัยให้ดินแล้ว ใครจำได้ แสดงตัวหน่อยเร็วววว

#เดี๋ยวๆ อินนท์ แกจะป่วนเขาไปทุกคู่เลยหรอห๊ะ!!

#หน่วงๆ ไปอีกตอน

#EP หน้าเขาจะได้คุยกันรึเปล่า รอลุ้นๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว