เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

10 มีคนถูกลวนลามเจ้าข้าเอ๊ย

ชื่อตอน : 10 มีคนถูกลวนลามเจ้าข้าเอ๊ย

คำค้น : เจาหลิน,กลับมาเกิดใหม่,วาย,นายเอกแร่ด,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 18:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10 มีคนถูกลวนลามเจ้าข้าเอ๊ย
แบบอักษร

​2019/01/11

เจาหลินเมื่อตื่นมาก็ไม่มีอะไรทำ เขามิคิดไปวุ่นวายกับกิจการร้านแลกเงินอยู่แล้วจึงลากหลิ่งอ้ายไปเดินเล่นในเมืองตามด้วยองครักษ์อีกสี่คน เพราะเจาหลินรำคาญจึงให้แบ่งเวรกันกลางวัน4กลางคืน4 

เมืองหลวงอันกว้างใหญ่เดินมาครึ่งวันยังไม่ถึงครึ่ง เจาหลินเริ่มหิวจึงสอบถามพ่อค้าแถวนั้นถึงเหลาชื่อดัง พ่อค้าแนะนำมาสองสามชื่อ มีร้านหนึ่งเดินจากที่พวกเขาอยู่ไปไม่ไกลเท่าไหร่ เด็กหนุ่มตัดสินใจเลือกที่นั่นแล้วลากน้องชายตัวโตไปในทันที เจาหลินแหงนมองเหลาสุราอันโอ่โถงอย่างพอใจ เสี่ยวเอ้อเมื่อเห็นพวกเขายืนอยู่ก็รีบเข้ามาต้อนรับ 

"ข้าต้องการ 2 โต๊ะ" หลิ่งอ้ายบอก เสี่ยวเอ้อรีบนำเขาเข้าไปทันทีแม้ว่าพวกเขามิได้แต่งกายหรูหรา

พวกเขาได้โต๊ะที่ชั้นสอง หลังจากสั่งอาหารเสร็จเจาหลินถึงค่อยมองไปรอบๆ ร้านนี้คงเป็นที่นิยมมากทีเดียวตัวร้านตกแต่งอย่างหรูหรา ส่วนแขกเหรื่อก็แต่งกายอย่างหรูหราเช่นเดียวกัน มีทั้งวัยกลางคนและหนุ่มสาวแม้ว่าฝ่ายหลังจะมีจำนวนน้อยกว่า รวมถึงผู้คนแต่งกายแปลกตา เจาหลินคาดว่าเป็นพ่อค้าจากต่างแคว้น

อาหารอร่อยสมกับเป็นเหลาสุราขึ้นชื่อ เจาหลินคีบเป็ดย่างน้ำผึ้งหวานหอมใส่ปากอย่างถูกใจสลับกับอ้าปากรับอาหารที่หลิ่งอ้ายป้อน หนักเขาก็ไม่คีบเองรอน้องป้อนอย่างเดียว แก้มป่องเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ 

"รับประทานให้มาก พรุ่งนี้เราไปลองอีกร้านกัน" หลิ่งอ้ายเสนอเพราะมีแผนร้ายหวังขุนเจาหลินให้อ้วนจะได้ไม่มีคนมองเช่นตอนนี้ หลายคนเห็นหน้าก็รู้แล้วว่าอยากจะเข้ามาทำความรู้จักกับพี่ชายตัวเล็กของเขาเต็มแก่ แต่หน้าตาเยี่ยงนี้ไม่ถูกใจพี่เขาหรอก 

ระหว่างที่สองพี่น้องรับประทานกันอย่างเพลิดเพลินนั้น จู่เสียงพูดคุยในเหลาก็เงียบลง หากมองตามสายตาของทุกคนไปก็จะทราบสาเหตุว่าทำไม

อ๋องหยวนเหว่ยกวง องค์ชายสิบสามและผู้ติดตามอีกสี่คนเดินขึ้นบันไดโดยมีเถ้าแก่ร่างอ้วนเดินตมมาด้วย

"ขออภัยท่านอ๋อง วันนี้ห้องส่วนตัวล้วนเต็มหมดแล้ว มีเพียงโต๊ะนั้นที่ยังว่างอยู่ ข้าจะนำฉากมากั้นให้ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" เถ้าแก่ยกผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ 

"พวกเรานั่งได้ ท่านไม่ต้องลำบากกั้นฉากหรอก รีบยกน้ำชาและอาหารมีชื่อมาหลายๆอย่างก็แล้วกัน ต้องมีน้ำแกงอย่างน้อยสองอย่าง รวมกันแล้วอย่าให้น้อยกว่า10จาน" องงค์ชายสิบสามสั่ง เถ้าแก่รับคำแล้วรีบไปจัดการโดยเร็ว เสี่ยวเอ้อรีบเช็ดโต๊ะให้อีกรอบ ก่อนที่อ๋องเหว่ยกวงจะนั่งลงก่อนคนอื่นจึงนั่งตาม โดยตั้งแต่มาถึงสายตาคมยังไม่คลาดจากเด็กหนุ่มแก้มป่องที่มีดวงตาสุกสกาวเหมือนมีดวงดาวนับร้อยนับพันอยู่ในนั้น อ๋องเหว่ยกวงให้เหตุผลกับตัวเองว่าเพราะเป็นคนแปลกหน้าเขาจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะวันนี้พวกเขาออกมาสังเกตุการณ์ในเมือง มองหากลุ่มคนต้องสงสัยและแวะมาที่เหลาสุราเผื่อจะได้ข่าวอะไรบ้าง

"ท่านอา" องค์ชายสิบสามเรียกเมื่อเห็นสายตาคมมองไปที่คนผู้หนึ่ง เขามองหน้าผู้ติดตามที่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงว่ารับทราบ เขาต้องรู้เรื่องราวของคนที่ทำให้ท่านอาสนใจเสียก่อน

เจาหลินผู้น่าสงสารนั้นมิคิดว่าจะเจอแท่งหยกที่หมายปองในสถานที่เช่นนี้จึงเอาแต่รับประทาน ตั้งแต่เจออ๋องเหว่ยกวงความคิดที่จะล่าแท่งหยกอื่นๆดูจะจืดจางไปเล็กน้อย หลิ่งอ้ายนั้นเห็นแล้วแต่เรื่องอะไรจะบอกให้พี่ชายสนใจผู้อื่นมากกว่า เด็กหนุ่มจึงเงียบเสีย คอยเรียกความสนใจของเจาหลินไว้ไม่ให้หันมองไปทางอื่น พวกเขาจึงมองกันเป็นทอดๆเช่นนี้จนเจาหลินอิ่ม เรียกเสี่ยวเอ้อมาชำระเงินจึงได้เห็นว่าคนที่ตนเองหมายปองนั่งอยู่ใกล้ๆก็ถึงกับชะงักไป

"ท่านอ๋องมานานหรือยังหลิ่งอ้าย" เจาหลินกระซิบ ใบหน้างดงามมีสีหน้าขัดเขินขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ 

"ไม่รู้สิ ข้าก็เพิ่งเห็น" หลิ่งอ้ายโกหกหน้าตาย

"คู่แข่งเยอะชมัด แต่คนชนะย่อมเป็นข้า" เจาหลินเห็นสีหน้าสตรีสาวรอบด้านแล้วอดบ่นออกมามิได้ 

"พี่คิดจะเข้าหาเขาอย่างไร ดูสิว่าแม้มีคนอยากเข้าหาแต่ไม่มีผู้ใดกล้าสักคนเดียว" ฟังหลิ่งอ้ายถามเจาหลินกัดปาก ถ้าเป็นโลกก่อนแค่สบตาถูกใจก็ไปต่อกันได้ แต่ยุคนี้คงทำเช่นนั้นไม่ได้แน่ หรือคืนนี้จะบุกไปหาที่วังอีกดีเจาหลินคิดไม่ตก

"กรี๊ด..มีคนตาย" เสียงกรีดร้องดังมาจากถนน พริบตาเดียวอ๋องหยวนเหว่ยกวงและคนอื่นๆก็หายวับไปจากโต๊ะ เสียงกรีดร้องเรียกความสนใจจากคนส่วนใหญ่ หลายคนวิ่งไปเกาะระเบียงชะโงกดูเหตุการณ์

"เราก็ไปกันบ้างเถิด" เจาหลินโยนเงินก้อนใหญ่ให้เสี่ยวเอ้อ "ของข้าสองโต๊ะและของท่านอ๋องด้วย เงินทอนเป็นของเจ้า" เจาหลินกระโดดลงไปจากชั้นสองด้วยท่วงท่าสง่างาม เห็นคนมุงกันที่ตรอกเล็กข้างโรงเตี๊ยมก็สะกิดปลายเท้าอีกครั้งเหินตัวข้ามศีรษะชาวบ้านไปอยู่แถวหน้า จนถูกผู้ติดตามของอ๋องเหว่ยกวงชักดาบใส่

"เขาไม่ใช่คนร้าย" เสียงเรียบนิ่งของท่านอ๋องตรัส เหล่าผู้ติดตามจึงชักดาบกลับไปยืนข้างนายตนเอง เจาหลินจึงได้เห็นสภาพศพอย่างชัดเจน ศพตรงหน้าถูกปาดคอจนเลือดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ จนเลือดไหลนองพื้นดิน แต่คล้ายว่าเลือดนั้นกำลังถูกดูดอย่างตะกละตะกราม ปริมาณเลือดบนร่างกายค่อยๆลดลงอย่างรวดเร็ว เจาหลินขมวดคิ้ว หรือนี่จะเป็นหนอนคุณไสยแต่มันไม่ควรจะมาอยู่ในเมืองหลวงแบบนี้  

อ๋องเหว่ยกวงกำลังจะแตะศพแต่เจาหลินตะโกนห้ามเสียก่อน

"ท่านอ๋องถอยออกมา" ปฏิกริยาของคนผู้นี้รวดเร็วยิ่ง เพียงได้ยินเสียงของเจาหลินเขาก็รั้งขากระโดดถอยออกมาทันที เลือดที่ควรจะนองศพและพื้นแห้งเหือดลงรวมถึงศพด้วย เนื้อหนังของเขาแห้งลงอย่างรวดเร็วคล้ายดั่งต้นไม้ขาดน้ำจนในที่สุดเหลือเพียงศพแห้งกรังประดุจเสียชีวิตมานานนับปี แมลงสีดำจำนวนมากคลานออกจากศพมุดลงดิน

"เจ้ากับข้ามีเรื่องต้องคุยกัน" เสียงเรียบนิ่งของอ๋องเหว่ยกวงดังขึ้นเหนืิอศีรษะ จะสูงไปแล้วนะ เจาหลินไว้อาลัยกับส่วนสูงของตนเอง เมื่อชาติก่อนเขายังสูงกว่านี้เลย คนตัวเล็กมัวแต่หมกมุ่นกับความมคิดของตัวเองจึงไม่ได้ตอบอ๋องเหว่ยกวง ขณะที่หลิ่งอ้ายจะขยับเข้ามาขวางแต่ถูกผู้ติดตามของอ๋องเหว่ยกวงหันดาบใส่ ฝั่งองครักษ์ของเจาหลินย่อมไม่ยินยอมจึงกลายเป็นชักดาบประจันหน้ากันอยู่เช่นนั้น

"หลีกทางหน่อย" เสียงบุรุษตะโกนมาจากปากตรอกก่อนที่ชาวบ้านจะแหวกทางให้มือปราบในชุดสีน้ำเงินขลิบแดงจำนวน5คนวิ่งเข้ามา

"คารวะท่านอ๋อง" ทั้งห้าคนคุกเข่า

"ลุกขึ้น กันชาวบ้านออกไปให้หมด ตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใครและตายด้วยสาเหตุใดแล้วแจ้งข้าให้เร็วที่สุด ส่วนเจ้าตามข้ามา" ตาคมมองเจาหลินที่กลอกตามองบนรัวๆ ยังไม่ทันที่จะเดินออกจากตรอก องค์ชายสิบสามก็โดดลงมายืนข้างอ๋องเหว่ยกวง

"ตามไม่ทัน มันปาระเบิดควันใส่ ข้าเกรงว่าจะมีพิษจึงชะงักลงมันก็ถือโอกาสหนีไปแล้ว" องค์ชายสิบสามหงุดหงิด เขาเกือบจะตามทันแล้วเชียว

"ส่งคนของเราไปตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงอาจจะร่องรอยใดบ้าง" องค์ชายสิบสามตามผู้ร้ายไม่ทันไม่เกินความคาดหมายของเขา คนกล้าลงมือกลางเมืองเช่นนี้คงมีฝีมือมิใช่ชั่ว

"เราจะไปดื่มน้ำชาที่ไหนกันดี" เจาหลินเนียนมาจับมือท่านอ๋อง ไม่สนใจคนรอบด้านที่มองเขาตาถลน

อ๋องเหว่ยกวงมองใบหน้าน่ารักที่กำลังยิ้มให้เขาแล้วชักมือออก หมุนกายเดินนำออกไปจากตรอกทำให้เจาหลินต้องรีบซอยขาตามโดยเร็ว สุดท้ายมาหยุดลงที่ร้านน้ำชาอีกฟากถนน แน่นอนว่าองค์ชายสิบสามและหลิ่งอ้ายมานั่งด้วยโดยไม่มีใครเชิญ ทุกคนมีสีหน้านิ่งยกเว้นเจาหลินที่ยิ้มหวานเรียกเสี่ยวเอ้อที่รีรออยู่มาสั่งน้ำชาและขนม

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าห้ามแตะต้องศพ" อ๋องเหว่ยกวงไม่ยอมปล่อยให้สูญเวลาเปล่า

"ข้าแซ่หลี่นามเจาหลิน นี่น้องของข้าชื่อหลิ่งอ้าย พวกเรามาจากเมืองเป่ยลู่หลี่ ข้าเคยได้ยินนักเดินทางเล่าต่อๆกันมา ไม่คิดว่าจะได้เห็นของจริงที่นี่" เจาหลินโกหกโดยตาไม่กระพริบ เมื่อเสี่ยวเอ้อยกน้ำชามาให้ยังใจดีรินให้รอบวง

"เจ้ามาทำอะไรที่นี่" อ๋องเหว่ยกวงมองใบหน้ายิิ้มแย้มคล้ายไม่เคยมีเรื่องทุกข์ใจมาก่อน ผิดปกติจนเกินไป หากเป็นคนทั่วไปน่าจะตกใจเมื่อเห็นโลหิตแต่เด็กหนุ่มผู้นี้ยังสามารถยิ้มได้และยังหลอกกินเต้าหู้ข้าอีกด้วย อ๋องเหว่ยกวงหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ สลัดหลุดจากมือน้อยของเจาหลินที่ลอบจับมือเขาใต้โต๊ะ

"ข้าออกมาท่องเที่ยว" เรื่องออกท่องเที่ยวเป็นเรื่องจริงแค่ไม่ได้บอกออกไปว่ามาหาแท่งหยกเท่านั้นเอง มือน้อยเล่นปูไต่ที่ขาท่านอ๋อง

"เจ้าพักที่ไหน" อ๋องเหว่ยกวงถามต่อ เขาคิดว่าเจาหลินมีบางสิ่งซ่อนอยู่แต่มิคิดเค้นถามตอนนี้ 

"ร้านแลกเงินฟู่กุ้ย ท่านมิต้องห่วงข้ามิคิดไปจากเมืองหลวงเร็วๆนี้" 

อ๋องเหว่ยกวงพยักหน้า เขาทราบดีว่าเจาหลินมิใช่คนร้ายแต่ยังเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ คนวางเงินลงบนโต๊ะแล้วกล่าวขอตัวจากไปพร้อมผู้ติดตาม

"แบบนี้ก็ได้หรือ" หลิ่งอ้ายที่นั่งนิ่งมานานถาม

"รุกมากไปเดี๋ยวไก่ตื่น อีกทั้งวิชาหนอนกินซากนี้มิใช่วิชาพื้นฐานหรอกพรรคเราหรอกหรือ กลับไปหารือกันที่บ้านดีกว่า มีคนคิดจะทำอะไรบางอย่างซึ่งไม่ดีกับท่านพ่อแน่ๆ"

ความคิดเห็น