เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

ชื่อตอน : 9 อื้อหือ..

คำค้น : เจาหลิน,กลับมาเกิดใหม่,วาย,นายเอกแร่ด,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9 อื้อหือ..
แบบอักษร

2019/01/10

"ข้าไม่แต่ง" เสียงเรียบนิ่งของอ๋องหยวนเหว่ยกวงเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่ฮ่องเต้หยวนเชาหรงตรัสจบ

"แต่ว่า น้องพี่"

"ข้าไม่สน ท่านก็รับนางเป็นสนมไปแล้วกัน" อ๋องหยวนเหว่ยกวงลุกขึ้นเดินออกจากงานทันทีทำเอาพวกขุนนางหมอบกราบแทบไม่ทัน มีเพียงขุนนางร่างอ้วนเคราแพะผู้หนึ่งที่มีสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ คาดว่าคงเป็นอัครเสนาบดีหานเจ๋อแล้ว สตรีสาวที่ยืนข้างเขาก็มีสีหน้าไม่แตกต่างกัน

ฮ่องเต้หยวนเชาหรงรู้สึกได้ว่ามีสายตาทิ่มแทงพระองค์ ชำเลืองมองก็เห็นว่าเป็นฮองเฮาและเหล่าสนมชั้นเฟยทั้ง4พากันถลึงตาใส่ หากวันนี้พระองค์รับสนมเพิ่มคาดว่าวังหลังคงลุกเป็นไฟ พระองค์ได้แต่กระแอมไล่ความแห้งผากในลำคอก่อนที่จะประกาศต่อ

"ฉลองต่อได้" พระองค์ถอยไปนั่งจิบน้ำจัณฑ์ที่ฮองเฮารินถวาย ปากแดงกระซิบเบาๆ "ทรงตรัสถูกแล้วเพคะ หาไม่อากวงคงจะลาออกจากราชการเป็นแน่แล้วไม่กลับมาอีกเลย ฝ่าบาทก็ทราบดีว่าน้องเป็นคนเช่นไร ยังคิดจะหาเรื่องอีกหรือเพคะ" ฮองเฮาตานเย่หยิกพระหัตถ์พระสวามีโดยไม่มีผู้ใดเห็นเพราะถูกแขนเสื้อบังอยู่ ฮ่องเต้เชาหรงได้แต่อดทนไม่แสดงความเจ็บปวด พระองค์เป็นคนจิตใจดี ที่ผ่านมาปกครองบ้านเมืองด้วยความร่มเย็นเป็นสุขแต่พระองค์กลัวเมีย เกรงพระทัยแม้แต่น้องที่เลี้ยงมาเช่นอ๋องเหว่ยกวง เพราะตอนที่พระบิดาของพระองค์สวรรคต อ๋องเหว่ยกวงเพิ่งจะมีอายุ3ชันษา พระองค์และฮองเฮาจึงเลี้ยงเขามาดังพระโอรสแท้ๆคู่กับองค์ชายใหญ่ที่ตอนนั้นอายุได้2เดือน ยามนี้เมื่อถูกเมียดุจึงนั่งหงอยเพียงครู่ก็เสด็จกลับตำหนักฮองเฮา ที่เดียวที่พระองค์จะได้มีอำนาจเหนือเมียสักคราในห้องบรรทมก็ยังดี

เจาหลินที่ตอนแรกนึกว่าจะนกอีกถอนหายใจพรู เด็กหนุ่มโยนอาหารในมือทิ้ง

"พี่จะตามเขาไป" หลิ่งอ้ายถาม

"ถูกต้อง แอบไปส่องใกล้ๆให้ชื่นใจสักหน่อย เผื่อจะเก็บข้อมูลอะไรได้" เจาหลินหัวเราะฮิฮะ เมื่อคิดถึงท่านอ๋องเข้าห้องก็ต้องถอดเสื้อ แถมยังอาจจะมีฉากอาบน้ำให้ชุ่มชื่นหัวใจอีก เด็กหนุ่มไม่เสียเวลาอีกใช้วิชาตัวเบาโดดไปยังทิศทางที่อ๋องเหว่ยจากไป

"เอาเถอะ เป็นถึงอ๋องแคว้นหาน ข้าจะหลับตาข้างหนึ่งแล้วกันเผื่อพี่จะทำสำเร็จ" หลิ่งอ้ายนอนกระดกสุราชมการแสดงต่อ  คาดว่าเจาหลินยังไม่สามารถเข้าถึงตัวอ๋องเหว่ยกวงคืนนี้แน่ๆ ฝ่ายนั้นมิใช่ชนชั้นธรรมดาเสียหน่อย

เจาหลินมุ่งหน้าตามหาอ๋องเหว่ยกวง เด็กหนุ่มบ่นพึมพำด้วยความขัดใจ แล้วข้าจะหาเจอไหมล่ะ คนอะไรเดินเร็วจริง วังนี้ก็จะมีตึกเยอะไปไหน เจาหลินหน้าบึ้งโดดขึ้นไปบนหลังคาตึกหนึ่งกวาดมองไปทั่ว เห็นตึกหนึ่งห่างออกไปทางด้านริมจุดไฟสว่างมีเงาคนวูบวาบจึงเสี่ยงดวงมุ่งไปทางนั้น

"ลองไปดูก่อนแล้วกัน ถ้าช้ากว่านี้ท่านอ๋องเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเสียดายแย่" เจาหลินโลดแล่นไปตามหลังคาตึกอย่างแคล่วคล่อง หากมารดาได้เห็นต้องปรบมือชมเชยเป็นแน่

เมื่อใกล้ถึงเจาหลินเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น คนเป็นถึงแม่ทัพย่อมมิใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน หากบุ่มบ่ามเข้าไปท่านอ๋องจะรู้ตัวเสียเปล่า เด็กหนุ่มใช้ขาเกี่ยวขอบหลังคาห้อยศีรษะลงมากวาดสายตามองด้านใน เมื่อว่าไม่ผิดห้องแน่แล้วก็เกร็งตัวตีลังกากลับไปอยู่บนหลังคาเช่นเดิม มือเล็กแงะกระเบื้องหลังคาเปิดเป็นช่องพอให้มองเห็นเหตุการณ์เบื้องล่างได้

อ๋องหยวนเหว่ยกวงมีใบหน้าเรียบนิ่ง เขาถอดรัดเกล้าออกเป็นอันดับแรกปล่อยผมดำสลวยราวขนกาน้ำสยายยาวครึ่งหลัง จากนั้นถอดเสื้อผ้าออกวางพาดไว้บนตะกร้า ร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง เจาหลินขัดใจนัก มองจากมุมนี้เห็นเพียงผมและด้านหลังเพียงเล็กน้อย อ๋องเหว่ยกวงก้าวลงอ่างไม้ใบใหญ่ เขาทำทุกอย่างเองโดยไม่มีขันทีนางกำนัลปรนนิบัติ เพียงไม่นานคนก็ขึ้นจากน้ำ ทำให้เจาหลินเห็นร่างกายของอ๋องเหว่ยกวงเต็มตา ร่างกายกำยำประกอบด้วยกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยแบบที่เข้าฟิตเนสให้ตายก็ทำไม่ได้ ผิวในร่มผ้าขาวเนียนผิดกับส่วนอื่นที่สีคล้ำกว่าจนตัดกัน ร่างกายมีรอยแผลเป็นประปรายนอกจากไม่น่าเกลียดแล้วกลับทำให้มีกลิ่นอายสมกับุรุษเพศชวนค้นหา เมื่อมองลงต่ำเจาหลินก็กลืนน้ำลาย สาบานกับตัวเองว่าต้องครอบครองแท่งหยกนี้ให้ได้ ยามท่านอ๋องเดินส่วนนั้นขยับจนเจาหลินเผลอหายใจแรงเป็นเหตุให้คนเบื้องล่างรู้ตัว นอกจากไม่ส่งเสียงแล้วยังหยิบของใกล้มือซัดใส่เขาได้อย่างแม่นยำ

"ฝีมือไม่ธรรมดา" เจาหลินแลบลิ้นอย่างตระหนก แต่ไหนๆคนก็รู้ตัวแล้วลงไปเผชิญหน้าเลยแล้วกัน

"คารวะท่านอ๋อง" เจาหลินประสานมือ ยิ้มเผล่อยู่ใต้ผ้าปิดหน้า แต่นอกจากคนไม่รับไมตรีแล้วยังหยิบดาบที่ไม่รู้วางอยู่แถวไหนโจมตีเจาหลินทันที เด็กหนุ่มเพียงเอนกายหลบโดยไม่ตีโต้ อ๋องเหว่ยกวงรุกไล่เท่าใดเจาก็หลินเพียงหนีวนไปรอบๆ เห็นเพียงแววตาเท่านั้นว่ากำลังสนุกอยู่ ได้เห็นบุรุษรูปงามควงกระบอง เอ๊ยควงดาบแบบนี้ก็ดีไม่หยอก อ๋องเหว่ยกวงเห็นว่ากระบวนท่าธรรมดาไม่สามารถจัดการผู้บุกรุกได้จึงเกร็งกำลังขึ้นแต่พบว่าเขาไม่สามารถรวมลมปราณได้

"เจ้าทำอะไรข้า" อ๋องเหว่ยกวงถามเสียงเย็น คนไม่มีท่าทีตระหนกแม้แต่น้อยและยังไม่ยอมส่งเสียงเรียกองครักษ์ด้วย

"เพียงยาสลายลมปราณเล็กน้อยอีกเพียงสองชั่วยามมันก็จะสลายไปเอง ท่านไม่ต้องกังวลหรอก ข้ามิคิดจะทำร้ายท่าน" เจาหลินเดินเข้ามาใกล้ อ๋องเหว่ยกวงยังไม่ขยับสายตาจ้องเจาหลินไม่กระพริบ

"ขวัญกล้ายิ่งนัก สมกับเป็นคนที่ข้าเลือก" เจาหลินดีดนิ้วส่งพลังเข้าสกัดจุดอ๋องเหว่ยกวงด้วยความเร็วที่เขาไม่สามารถขัดขืนได้ในสภาพร่างกายเช่นนี้ คนยืนแข็งค้างปากอ้าเตรียมจะด่าแต่เจาหลินไวกว่าจุมพิตปากหนาผ่านผ้าคลุมหน้าอย่างรวดเร็วแล้วถอยออกห่าง

"แล้วข้าจะมาหาใหม่ โปรดถนอมตัว" เจาหลินทิ้งสายตามองที่ส่วนล่างของท่านอ๋องก่อนหมุนกายหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว ทำแบบนี้เขาก็เขินเหมือนกันนะ ทำไมกลายเป็นสาวน้อยไปได้ เด็กหนุ่มกลับมาหาหลิ่งอ้ายชักชวนกันกลับบ้าน

"เป็นไง" หลิ่งอ้ายถามเมื่อพวกเขาเตรียมเข้านอน

"ดี หุ่นแซ่บมาก ข้าอยากได้มากกว่าเดิมอีก" เจาหลินตอบตาใสอย่างไม่ละอายจึงถูกน้องผลักศีรษะ

"ไร้ยางอาย" 

"ถ้ามีก็ไม่ใช่ข้าแล้ว นอนเถอะง่วงแล้ว" เจาหลินหาวขยับซุกอกน้องหลับไป

"เฮ้อ ขี้อ้อนแบบนี้แล้วข้าจะยกพี่ให้คนอื่นได้ลงอย่างไร" หลิ่งอ้ายบ่นตวัดผ้าห่มคลุมร่างของตัวเองและพี่ชายก่อนหลับตาลง

อ๋องเหว่ยกวงนั้นเมื่อเจาหลินจากไปแล้วเขาก็ตะโกนเรียกขันที่ที่อยู่ด้านนอกเข้ามา ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งมีริ้วรอยสีแดงอยู่เจือจางหากไม่มีผู้ใดกล้ามองหน้าท่านอ๋อง ขันทีผู้ดูแลก็เป็นขันทีชราที่ดูแลท่านอ๋องมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย เมื่อเห็นสภาพท่านอ๋องก็รีบไล่ขันทีน้อยออกไปแล้วนำเสื้อคลุมมาสวมให้โดยเร็ว

"ทำไมถึงอยู่ในสภาพนี้ได้พ่ะย่ะค่ะ"

"มีหนูหลุดเข้ามา ข้าไม่เป็นไร เสี่ยวชุนเรียกองค์ชายสิบสามหรือรองแม่ทัพมาให้ข้าสักคนหนึ่งก็พอ" มิใช่ว่าอ๋องเหว่ยกวงมิพยายามคลายจุดด้วยตัวเอง แต่ฝีมือของผู้บุกรุกนั้นแปลกประหลาด อีกทั้งยาทำให้อ่อนแรงนั้นอีก เมื่อคิดถึงตรงนี้อ๋องเหว่ยกวงก็ขมวดคิ้ว หรือเป็นพวกนอกด่านที่ยังหลงเหลือจากการกวาดล้าง แต่ความรู้สึกที่ว่าผู้บุกรุกคนนี้มิได้มีความคิดมุ่งร้ายก็หักล้างความคิดแรกออกไปอย่างรวดเร็ว 

"ฝีมือเช่นนี้หากมิใช่พวกนอกด่าน หรือว่าจะเป็น.." อ๋องเหว่ยกวงคล้ายนึกสิ่งใดขึ้นมาได้นัยน์ตาฉายแววตระหนก 

"ท่านอา" องค์ชายสิมสามวิ่งเข้ามาด้วยความรีบร้อน โชคดีที่ตำหนักของพวกเขาไม่ไกลกันจึงไม่ต้องรอนานนัก

"ข้าไม่เป็นอะไร เจ้าคลายจุดให้ข้าก็พอ" อ๋องเหว่ยกวงเรียกสติหลานชายที่มัวตกตะลึง องค์ชายสิบสามจึงได้สติรีบเข้ามาตบคลายจุดให้แต่มิว่าพลิกแพลงอย่างไรก็มิสามารถคลายจุดได้จนคนมีเหงื่อไหลซึมออกมา

"ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เจ้าพาข้ากลับห้องที" อ๋องเหว่ยกวงสั่ง องค์ชายสิบสามจึงแบกเขาที่ตัวใหญ่กว่ากลับห้องอย่างทุลักทุเล เมื่อวางอ๋องเหว่ยกวงลงบนตั่งตัวใหญ่ได้ก็ถึงกับหอบ

"พรุ่งนี้วิ่งรอบวัง50รอบ" อ๋องเหว่ยกวงสั่งหลานชาย 

"ท่านอา อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ท่านยังสามารถคิดเรื่องฝึกได้อีกหรือ" องค์ชายสิบสามตัดพ้อ

"คลายจุดไม่ได้ ท่อนร่างย่ำแย่ กำลังแขนไม่มั่นคง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปข้าได้เก็บศพเจ้าจากสนามรบแน่" อ๋องเหว่ยกวงพูดเสียงเย็นชา เจ้าเด็กนี้ก็แทบจะเป็นเขาที่เลี้ยงมา เพราะมารดาขององค์ชายสิบสามเป็นสนมชั้นล่าง นางเสียชีวิตหลังคลอดไม่นานแม้คาดว่าจะถูกวางยาแต่กลับจับมือใครดมมิได้ องค์ชายสิบสามที่ไม่มีผู้ใดสนใจถูกฮองเฮานำไปเลี้ยง เขาจึงได้เป็นพี่เลี้ยงหลานไปด้วย ยามเมื่อขอไปอยู่ชายแดนองค์ชายสิบสามก็ร้องตามไปอยู่ด้วยกันเรื่อยมา

ฝ่ายหลานที่ได้ยินตารางฝึกสุดโหดก็เข่าทรุด เกาะขาอ๋องเหว่ยกวงร้องไห้อย่างเสแสร้ง

"ท่านอา เหลือ10รอบได้หรือไม่ วังตั้งกว้างกว่าจะวิ่งครบมิกินเวลาไปทั้งวันหรอกหรือ" 

"เจ้าเด็กขี้เกียจ หากไม่ยอมฝึกแพ้ผู้อื่นขึ้นมาอย่ามาร้องไห้ล่ะ" อ๋องเหว่ยกวงว่า

"มีอะไรหรือเปล่าท่านอา ข้ายังมิได้ถามท่านเลยว่าเหตุใดท่านจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้" องค์ชายสิบสามนวดขาเอาใจ

"ข้าคิดว่าเจอคนของพรรคมาร ถึงเขาไม่มีจิตมุ่งร้ายแต่แนวทางฝีมือที่ผิดแปลกไปจากพวกเราคงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก อีกทั้งคนผู้นี้มีฝีมือสูงยิ่ง หากต้องประมือกันข้ายังมิแน่ใจว่าจะสามารถเอาชะเขาได้ใน20กระบวนท่า อีกทั้งข้าไม่รู้ว่าพวกเขามีกี่คน" 

"หรือมีผู้ใดว่าจ้างมา ข้าเคยได้ยินว่านอกจากกระทำตามอำเภอใจไร้ศีลธรรมแล้ว บางครั้งพวกเขาอาจยังรับจ้างฆ่าคนอีกด้วย" องค์ชายสิบสามตาโต

"พรุ่งนี้ส่งคนไปสืบดูว่ามีใครน่าสงสัยบ้าง คอยจับตามดูทุกคนรอบตัวไว้ให้ดีรวมทั้งพวกขุนนางและบรรดาพระสนมด้วย" อ๋องเหว่ยกวงสั่ง

"เข้าใจแล้วท่านอา" องค์ชายสิบสามรับคำ

ความคิดเห็น