ปิดการขาย ปิดการขาย ปิดการขาย ปิดการขาย

ลูกเป็ดขี้เหร่ กับเทพบุตรสุดหล่อ (หื่น) 1

ชื่อตอน : ลูกเป็ดขี้เหร่ กับเทพบุตรสุดหล่อ (หื่น) 1

คำค้น : เล่าเรื่องเสียว , เรื่องเสียว, ประสบการณ์เสียว, เล่าเรื่อง 18+ , เรื่องเล่าเสียว, โดนข่มขืน,ข่มขืน,ลงแขก,เสียสาว,รุมโทรม ,อ่านเรื่องเสียว

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2562 22:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลูกเป็ดขี้เหร่ กับเทพบุตรสุดหล่อ (หื่น) 1
แบบอักษร

เมื่อพูดถึงความขี้เหร่แล้ว คงไม่มีใครเกิน กีรติ

กีรติ​ เป็นกะเทยน้อยคนหนึ่งที่รักสวยรักงาม แต่ด้วยเคราะห์กรรม พันธุกรรม เวรกรรม อะไรก็แล้วแต่ ทำให้เธอ มีสิว ..สิวเยอะมาก...สิวของเธอมีทุกพื้นที่ในตารางหน้า มันเยอะมากๆ เยอะจนทุกคนเรียกเธอว่า หน้าสิว หน้าผี หน้าลูกรัง (ถนน)

จะมีดีอย่างเดียวก็ตรงผิวพรรณของเธอเท่านั้น ที่ขาวเนียน ไม่มีที่ติ รูปร่างอรชร อ้อนแอ้น เหมือนหญิงสาวเลยก็ว่าได้

และไม่ว่ากีรติเดินไปไหนมาไหนทุกคนที่พบเห็นเธอจะจ้องมอง...หัวเราะราวกับว่าเธอเป็นตัวประหลาด ด้วยความที่ว่าหน้าสิวนั้นเอง ...สิวเขรอะ ความรู้สึกแบบนี้เป็นความรู้สึกที่อยู่ในใจมานานแสนนาน...ความน้อยเนื้อตำใจ...ความน้อยใจในโชคชะตา...ไปทำบาปทำกรรมอะไรมาล่ะถึงได้มีหน้าตาอัปลักษณ์แบบนี้....

กีรติไม่เคยมีแฟน..ไม่เคยรักใคร แค่คิดจะรักก็รู้แล้วว่าผลที่ได้รับจะเป็นอย่างไร หน้าตาแบบนี้ใครจะเอา

แต่นับตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอสะดุดล้มเกือบหน้าคว่ำที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง และได้มีบุรุษหนุ่มรูปงามได้ช่วยประคองเธอเอาไว้ได้ทัน เธอก็ตกหลุมรักผู้ชายคนนั้นทันที ภายใต้การแอบรักนั้น มีความเจียมตัวเจียมตนอยู่ด้วย

คนที่หน้าตาดีมักจะน่าประทับใจเมื่อแรกเห็นมากกว่าคนมีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่​

ระดับหล่อขั้นเทพอย่างเขาคงไม่มองคนขี้ริ้วขี้เหร่ให้เสียเวลาหรอก​

ไม่เป็นไร แค่ได้รักเขา ได้เห็นเขาก็ดีที่สุดแล้ว

.

มองกระจกเงา...เห็นใบหน้าเรา....ใจสะอื้น

คิดยิ่งขมขื่น...กล้ำกลืนแต่น้ำตา ....ขี้ริ้วขี้เหร่... ไม่เรี่ยมเร้โสภา

อยากมีผิวขาวเหมือนงา....ไฉนเกิดมาเป็นคนผิวดำ

บทเพลงฝนซาฟ้าใส ..

กีรติ ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งมากที่สุด เสมือนว่าบทเพลงนี้ถูกแต่งมาเพื่อเขายังไงยังงัน

เด็กหนุ่มในสภาพกายที่อรชรอ่อนแอ้น สะโอดสะอง ราวกับหญิงสาว เดินเข้าไปหาเพื่อนๆ ที่นัดหมายกันซ้อมเชียร์หลีดเดอร์ของโรงเรียน แตทุกสายตาต่างมองมาที่เขาราวกับตัวประหลาด

..

กีรติเดินน้ำตาไหลออกมาคลอแก้มตะปุ่มตะป่ำ ... วันนี้เขาโดนเพื่อนๆที่โรงเรียนเรียกเธอว่า กะเทยหน้าผี หน้าปรุ หน้าเน่า หน้าเละ หน้าอัปลักษณ์ หน้า.... สุดแล้วแต่พวกเขาจะเรียก ... ไม่โกรธพวกเขาหรอชนะ แต่แค่น้อยใจในโชคชะตาตัวเองเท่านั้นเอง

"หน้าแบบนี้ ... ยังใจกล้าหน้าด้านมาสมัครเป็นหลีดอีก..อีผี"

“คนอะไรไม่สำเหนียกหนังหน้าตัวเองเอาซะเลย... อีปรุ”

“หน้าผีๆ แบบมัน ไปเป็นหลีด นักกีฬาคงตกใจกลัวหมด”

“ทำไมต้องไปว่ากี้ด้วย... กี้เขาเต้นสวยออก แต่หลีดเขาให้นางฟ้าเต้นรำนะกี้ เขาไม่ได้ให้ผีมาเต้น เนอะ”

..

ร่างบางเดินเข้าไปในอุโบสถโบสถ์แห่งหนึ่ง... ในวัดอะไรก็ไม่รู้ ...ที่เขาวิ่งเข้ามา (ขนาดวิ่งเข้ามาในวัดยังมีคนแซวว่า...ผีวิ่งเข้าวัด) กีรตินั่งน้ำตาไหลอยู่ในโบสถ์ อยู่นานสองนานจนเริ่มทำใจได้

หลับตาพิจารณาร่างกายของตัวเอง ....

ทำยังไงนะ สิวจะหายสักที

ทำไมสิวเยอะจัง

ทำไม

ทำไม

ทำไม

ทำไม

ทำไม.

.

.

ทำไมเราเกิดมาโชคร้ายจัง

ถ้าจะอัปลักษณ์ขนาดนี้ อย่าเป็นคนเลยจะดีกว่า

"อย่าน้อยใจไปเลย..นะโยม"

พระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ที่นั่งเจริญสมาธิภาวนา อยู่ตรงหน้าพระพุทรูปพระประธานของโบสถ์พุทธสถาน พูดขึ้นมา น้ำเสียงวังเวงเย็นยะเยือก

กีรติตกใจมากถึงมากที่สุด ตอนที่เขาเข้ามาในโบสถ์ เขามั่นใจได้ว่าตอนที่เข้ามา ในนี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคน แล้วพระท่านมาได้อย่างไร แล้วมาตั้งแต่ตอนไหน แล้วทำไมเรามองไม่เห็นตอนเข้ามา

... โครงหน้าสวยๆ ของชายหนุ่มรูปร่างงดงาม ก้มลงกราบพระภิกษุสงฆ์ตรงหน้าด้วยความเคารพ จริงใจ

.

"สังขารทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง ...จงยังประโยชน์ส่วนตนและส่วนท่าน ...ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด​"

..

"หลวงตาครับ...ทำไม...ทะทะทำไม... ผมถึงได้มีหน้าตาเป็นแบบนี้"

กีรติถามไปน้ำตาไหลไป สะอึกสะอื้น จนแทบไม่มีน้ำตาจะไหลออกมา น่าสงสารมากๆ ทำไมนะทำไม คนเราชอบเอาเรื่องแย่ๆ ปมด้อยของคนอื่นมาล้อเลียนด้วยนะ ฮื้อๆ

....

กีรติ เงยหน้าให้พระภิกษุที่นั่งอยู่ตรงหน้า ดูใบหน้าของเขาแบบเต็มๆ ซึ่งทุกคนเมื่อได้เห็นใบหน้าของเขาจะหวาดกลัว แต่พระท่านกลับนิ่งเฉย และพูดว่า

..

"ในอดีตที่ผ่านมา ...รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์...มีแต่จะทำให้เป็นทุกข์ ... โยมจงอยู่กับปัจจุบันเถิด"

...

"จะอยู่ยังไงครับ .. ก็.. ก็มีแต่คนว่า... อยากมีหน้าตาที่ปกติกับเขาบ้าง"

..

"หลับตาสิ."

..

กีรติหลับตา พระภิกษุสงฆ์ได้ให้ธรรมอย่างหนึ่ง กับ กีรติ หลังจากที่ได้รับฟังเด็กหนุ่มก็เลิกน้ำตาไหล และยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

..

"หนังสือสวดมนต์เล่มนี้ ... สวดมนต์แล้วแผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกับโยม แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"

..

กีรติก้มกราบขอบคุณ 3 ครั้ง ...แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ....ก็ไม่เห็นพระสงฆ์ที่พูดคุยด้วยเมื่อสักครู่ .....

เรื่องมหัศจรรย์นี้ ทำให้กีรติสงสัยเป็นอย่างมาก ....  แต่อะไรก็ตามที่ทำแล้วให้หน้าดีขึ้นกีรติจะยอมทำทุกอย่าง

..

กีรติหยิบหนังสือสวดมนต์เล่มเล็กๆนั้นขึ้นมา สวดมนต์ทันที ในโบสถ์ตอนนั้นเลย เมื่อสวดมนต์เสร็จก็แผ่เมตตากรวดน้ำ ...แล้วเดินกลับบ้าน อย่างมีความสุข มีกำลังใจ

แต่

แต่กำลังใจก็หดหายไป เมื่อ.....

.

“แม่ครับ แม่ครับ หน้าพี่เขาเป็นอะไรครับ” 

เด็กอายุสามขวบคนหนึ่งถามมารดาของตนเมื่อเกิดความสงสัยในสิ่งที่พบเห็น.

“อย่าไปมองลูก ..เดี่ยวติด”

“ติดอะไรครับแม่”

“ติดยางคางคกไง....ไปกันเถอะ น่ากลัว ป่ะลูกไป รีบตามแม่มา”

เด็กชายคนนั้นมองไปยังสิ่งที่มารดาได้พูดถึง ....  และรู้สึกตื่นกลัวตามที่ผู้เป็นแม่ได้บอกกล่าว

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยตุ่มสิวหนองเต็มหน้าไปหมด ไม่มีตรงไหนเลยที่ไม่มีตุ่ม... มันเหมือนอะไรก็ไม่รู้ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน...

.

.

กีรติ ..เจ็บแปล้บ !!!!🌑� หัวใจแทบสลาย

แม้ว่ารอบนี้จะเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนของเขา ...แต่มันก็เจ็บปวดใจทุกครั้งที่ได้ยิน

กีรติเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั้งไปเจอกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน พวกเขาคงมาหาจับจ่ายซื้อของกันที่ตลาดพอดี .

“จะไปไหนเหรอกี้ เดินคนเดียวไม่กลัวเหรอ”  เสียงของเพื่อนกลุ่มหนึ่งถามกีรติ

“อ่อ..ไม่อะ กำลังจะกลับบ้าน บ้านอยู่ตรงนี้เอง” กีรติอมยิ้ม บ้านของเขาอยู่ใกล้ๆ หากแต่ไม่มีเพื่อนๆ คนไหนรู้เลยว่ากีรติพักอยู่ที่นี่ เพราะหน้าตาของเขานั่นเอง...

.

“แต่หน้าอย่างกี้ ...ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะมีหน้าตาเป็นอาวุธ สิบล้อยังหักหลบเลยนะ”

พูดจบเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมา ด้วยความสนุกสนานชอบใจ

คนล้อ อาจสนุกปาก เพราะสร้างเสียงหัวเราะให้คนอื่นได้ แต่คนที่ถูกล้อล่ะ เคยคิดถึงความรู้สึกของคนเหล่านั้นหรือไม่ เรากำลังเอาเรื่องพวกนี้มาสร้างความสนุก โดยไม่คิดถึงจิตใจผู้อื่นหรือเปล่า??

ความรู้สึกคนมันไม่เท่ากัน คุณคิดว่าเรื่องนิดเดียว ไม่เป็นไรหรอก

“แหม ล้อเล่นๆนะกี้...อย่าโกรธพวกเรานะ”

แต่คนโดนล้ออาจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้น....กีรติน้ำตาตกใน ความเสียใจก่อตัวขึ้นจนทำให้ตัวเขาเองแทบจะเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองไปซะแล้ว

เพราะเกรงว่าตัวเองจะเป็นที่รังเกียจของสังคม

“อื้ม..ไม่เป็นไร เราชินละ เดี่ยวเราไปก่อนนะ”.

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว