เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

8 บุรุษที่เมืองหลวงงานดี๊ดี

ชื่อตอน : 8 บุรุษที่เมืองหลวงงานดี๊ดี

คำค้น : เจาหลิน,กลับมาเกิดใหม่,วาย,นายเอกแร่ด,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
8 บุรุษที่เมืองหลวงงานดี๊ดี
แบบอักษร

​​2019/01/09

"ก็เห็นอยู่ว่าโต๊ะว่าง เหตุใดจึงไม่ยอมให้ข้านั่ง" เด็กหนุ่มร่างบางผัดแป้งแต่งหน้าดังสตรีแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาดกล่าวเสียงดัง

"ขออภัยขอรับคุณชาย โต๊ะตัวนี้มีเจ้าของแล้ว นายท่านผู้นั้นสั่งอาหารไว้และชำระเงินเรียบร้อยแล้ว" เสี่ยวเอ้อกล่าวด้วยความสุภาพ

"ไหนล่ะคน ข้าไม่เห็นสักผู้หนึ่ง" เก้ง เอ๊ยเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งพูด เจาหลินเห็นแล้วนึกถึงกระเทยหัวโปกในชาติก่อนขึ้นมาทันที

"เอ่อ.. นายท่านมาพอดี" เสี่ยวเอ้อมีสีหน้าลำบากใจก่อนจะยิ้มออกเมื่อเห็นเจ้าสามเดินตามหลิ่งอ้ายมา

"คุณชายรองเชิญนั่งขอรับ คุณชายใหญ่" เจ้าสามอึกอักมิรู้จะทำเช่นไร แต่ก็ยังฉลาดพอที่จะไม่เรียกเจาหลินว่าประมุขน้อยต่อหน้าผู้อื่น เจาหลินจึงกระซิบให้น้องปล่อยตัวเองลง 

"เจ้าสั่งอาหารไว้แล้วหรือ" เจาหลินไม่สนใจตุ๊ดเด็กที่ส่งสายตามาแผดเผาเขาแต่ยิ้มหวานให้หลิ่งอ้าย

"ทางร้านบอกว่าอย่างน้อยต้องสั่งอาหารอย่างน้อยสิบตำลึงทอง ข้าจึงให้เขาจัดอาหารขึ้นชื่อมาให้ขอรับ" เจ้าสามตอบนอบน้อม

"เจ้าทำดีแล้ว ลงมานั่งรับประทานด้วยกัน" เจาหลินสั่ง เจ้าสามและเจ้าสี่ทราบดีว่าขัดมิได้จึงนั่งลง เสี่ยวเอ้อถือโอกาสหนีไปนำน้ำชามาให้ทิ้งเด็กหนุ่มยืนหน้าบึ้งมองเจาหลินอย่างไม่พอใจ ยิ่งเห็นใบหน้าสวยน่ารักยิ่งขัดตา โต๊ะนี้เป็นโต๊ะที่ดีที่สุดแต่ก็แพงที่สุดเช่นกัน เพราะพวกเขาลังเลจึงถูกผู้อื่นตัดหน้าไปเช่นนี้

"มีธุระอะไรกับข้าหรือเปล่า" เจาหลินเลิกคิ้ว

"ข้าสองคนขอนั่งร่วมโต๊ะกับเจ้าได้หรือไม่ ข้าจะจ่ายค่าอาหารของข้าเอง ไม่รบกวนเจ้าหรอก" เด็กหนุ่มชุดชมพูกัดปากด้วยความไม่มั่นใจ

เจาหลินคิดว่าเขาอาจจะสอบถามข่าวบางอย่างจากคนคู่นี้ได้จึงอนุญาตอย่างใจกว้าง

"ถ้าไม่รังเกียจว่าต้องเบียดกันหน่อยข้าก็ไม่รังเกียจหรอก อาหารสั่งมาตั้งมาก ท่านไม่ต้องสั่งใหม่หรอก เพียงสั่งน้ำชาเพิ่มก็ได้แล้ว" เจาหลินลุกไปนั่งข้างหลิ่งอ้ายแล้วผายมือให้เด็กหนุ่มทั้งคู่มานั่งแทน เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กหนุ่มทั้งสองต่างมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นในพริบตา ต่างพากันขอบคุณเจาหลินไม่ขาดปาก

"ข้าแซ่หลี่นามเจาหลิน นี่คือน้องชายของข้านามหลิ่งอ้าย กับผู้ติดตาม มิทราบว่าพวกท่านมีนามว่ากระไร" 

"ข้าแซ่หม่านามหมิงหมิง น่ญาติผู้น้องของข้าหม่าเหลียงเหลียง ยินดีที่ได้รู้จัก พวกท่านคงมาจากเมืองอื่นแล้วถึงดูไม่ตื่นเต้นเลย" 

"ข้าต้องตื่นเต้นเรื่องอะไร" เจาหลินถามพร้อมกับคีบอาหารแจกรอบวง

"ข้าว่าแล้ว ท่านถึงให้เราร่วมโต๊ะง่ายนัก วันนี้เป็นวันที่ท่านอ๋องหยวนเหว่ยกวงจะนำทัพกลับมาจากชายแดนไงล่ะ" หม่าเหลียงเหลียงเล่าตาเป็นประกาย

"นอกจากท่านอ๋องแล้วยังมีองค์ชาย13หยวนโหย่งอี้อีกด้วย ทั้งสองพระองค์ล้วนเป็นชายหนุ่มรูปงาม ความสามารถก็เปี่ยมล้น ท่านอ๋องเป็นถึงพระอนุชาของฮ่องเต้หยวนเชาหรง ปกติอยู่ที่เมืองเป่ยโถวตรงชายแดนทางเหนือ พระองค์เพิ่งนำทัพชนะพวกตาดทางนอกด่าน ฮ่องเต้จึงโปรดให้มีการสับเปลี่ยนกำลังพลเข้ามารับรางวัล ปีนี้อายุ27ชันษาแล้วยังไม่แต่งพระชายาหรืออนุสักคนหนึ่ง" หม่าหมิงหมิงเสริม

"องค์ชายสิบสามหยวนโหย่งอี้ก็จะกลับมาด้วย แม้เพิ่งจะอายุ18ปีก็เป็นถึงรองแม่ทัพแล้วและยังโสดเช่นกัน" หม่าเหลียงเหลียงเคลิ้มจนถือตะเกียบยิ้มอยู่

"แล้วเมื่อไหร่ท่านอ๋องจะมาถึงเล่า" เจาหลินเก็บอาการอยากกรี๊ดได้มิดชิดนักแม้จะทำจมูกพะเยิบพยาบนิดหน่อย​ มือคีบอาหารรับประทานไปเรื่อยดับกระหายบุรุษ คิดถูกจริงๆที่มาเมืองหลวง หลิ่งอ้ายปรายตามองพี่ชายตัวน้อยที่ยังรักษากริยาไว้ได้ก็พอใจ

"น่าจะใกล้ถึงแล้ว ท่านทราบไหมว่าพวกสาวๆบางคนมาจับจองที่ตั้งแต่เมื่อคืน หากมีเงินมากหน่อยก็จับจองโรงเตี๊ยมหรือเหลาสุราไว้หมดแล้ว เหลือเพียงโต๊ะของท่านที่มีราคาแพงเกินไปจึงยังว่างอยู่" หม่าหมิงหมิงอธิบาย เจ้าสามรินชาให้ด้วยเห็นว่าเขาพูดไม่หยุด คนกล่าวขอบคุณยกชาขึ้นจิบ

เสียงแตรเขาสัตว์ดังก้องมาแต่ไกล เสียงกลองตีเป็นจังหวะชวนให้จิตใจฮึกเหิม เหล่าผู้คนในโรงเตี๊ยมพากันมาอออยู่ที่ริมระเบียง มีเพียงโต๊ะของเจาหลินที่มีฉากกั้นเป็นสัดส่วนจึงสามารถชมดูได้โดยไม่ต้องเบียดกับผู้อื่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

เจาหลินเดินไปชมดูขบวนที่ริมระเบียงกับหลิ่งอ้าย เจ้าสามและเจ้าสี่ยืนคอยระวังหลัง สองพี่น้องตระกูลหม่ายืนอีกด้านหนึ่ง พลธงหกคนขี่ม้าชูธงสีครามปักลายอินทรีกางปีกตามด้วยพลทหารเป่าแตรสองคน พลตีกลองอีกสี่คน จากนั้นจึงบุรุษร่างใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาดังหยกสลัก คิ้วหงษ์ตามังกรสีแปลก จมูกโด่งปากหยักลึก องคพยพทุกส่วนบนใบหน้าหาที่ติมิได้ ม้าศึกตัวโตสีขาวปลอดเดินเชิดหน้าดั่งรู้ว่านายของมันถูกจับจ้องจากชาวเมืองรอบด้าน เหมือนดั่งนายของมันที่มีใบหน้าเรียบเฉยสองตาเพียงมองไปข้างหน้ามิสนใจสตรีรายทางที่ส่งสายตาทอดสะพานไปให้แม้แต่น้อย 

บุรุษหนุ่มอีกคนขี่ม้าศึกสีน้ำตาลขาวรูปร่างสะโอดสะองเยื้องไปด้านหลัง ใบหน้าขาวดุจหยกสลักคิ้วเข้มปากแดง แม้มิได้ยิ้มยังกวาดสายตามองไปรอบด้านบ้าง ตามด้วยรองแม่ทัพอีกสามคนและขบวนทหารยาวเหยียด

"ข้าอยากได้" เจาหลินเกาะแขนหลิ่งอ้าย เป็นจังหวะที่นัยน์ตาคมของอ๋องหยวนเหว่ยกวงเงยหน้าขึ้นมาสบตากันพอดี เจาหลินยิ้มกว้างส่งไปให้แต่ท่านอ๋องเพียงดึงสายตากลับมองไปเบื้องหน้าเช่นเดิมด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่สนใจเหล่าหนุ่มน้อยและสตรีสาวที่กรีดร้องเบียดเสียดกันจนบางคนล้มลง มีบางคนใจกล้าคิดจะส่งผ้าเช็ดหน้าให้ท่านอ๋องเพียงขยับขาเข้าใกล้ก้าวหนึ่ง รองแม่ทัพด้านหลังก็แตะดาบแล้วทำเอาพวกนางเหงื่อตกจำต้องรีบถอยเท้ากลับมา 

"โอย ข้าจะเป็นลม ท่านอ๋องมองข้า" หม่าหมิงหมิงกับหม่าเหลียงเหลียงกรีดร้องใส่กัน เจาหลินได้ยินแล้วส่ายหน้า 

พวกเขานั่งอยู่จนขบวนทหารเดินทางผ่านไปหมด ฝูงชนพากันสลายตัว บ้างตามไปยังลานกว้างหน้าพระราชวังที่ฮ่องเต้หยวนเชาหรงจะพระราชทานเลี้ยงแก่พวกทหารคืนนี้

"พวกท่านมีที่พักหรือยังถ้าไม่รังเกียจจะไปพักที่บ้านข้าก็ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจท่านจะพักนานเท่าไหร่ก็ได้" หม่าหมิงหมิงเสนออย่างคนอัธยาศัยดี

"ขอบใจมากแต่พวกข้าจะพักที่บ้านคนรู้จักท่านไม่ต้องเป็นห่วง" เจาหลินตอบ ใจคิดอยากจะอบรมสองพี่น้องตระกูลหม่าให้เป็นสาวสองตลาดบนไม่ใช่กระเทยตลาดล่างแบบตอนนี้

"มิทราบว่าท่านพักอยู่ที่ใด พวกข้าไปเที่ยวหาบ้างได้หรือไม่" หม่าเหลียงเหลียงถาม

"ข้าพักอยู่ที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ย หากพวกเจ้าจะไปหาข้าก็ได้" เจาหลินพูดอย่างใจดี ร้านแลกเงินเป็นหนึ่งในกิจการของพรรคเหนือฟ้า มีสาขาอยู่ทุกเมืองทั้งสามแคว้น จำนวนเม็ดเงินมหาศาลไหลเวียนอยู่

"ได้ หรือพวกท่านจะแวะไปเที่ยวที่บ้านข้าก็ได้นะ ร้านแพรพรรณยี่เถียนตรงถนนสายสองตะวันออก หากไม่เจอพวกข้าเพียงบอกให้บ่าวไปตามก็ได้แล้ว" ทั้งหมดร่ำลากัน เจาหลินก็ให้องครักษ์นำทางไปเข้าที่พัก ทำให้ในที่สุดบรรดาลูกจ้างในร้านแลกเงินฟู่กุ้ยก็ทราบว่าบ้านพักอันงดงามด้านหลังมีไว้เพื่ออะไร แต่พวกเขาเพียงทราบว่าเจาหลินและหลิ่งอ้ายเป็นบุคคลสำคัญจากสาขาใหญ่เท่านั้น มีเพียงหลงจู๊และผู้ช่วยที่ทราบว่าพวกเขาเป็นบุตรชายของหลี่เฉิงปิน 

"วันนี้พวกเจ้าก็ไปพักผ่อนได้ ข้าคงไม่ออกไปไหนอีกแล้ว ให้บ่าวยกน้ำเข้ามาก็พอ" เจาหลินสั่ง หลิ่งอ้ายตีมึนมานอนกับพี่ชายตัวเล็ก สองพี่น้องเมื่อชำระร่างกายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็นอนเล่นกันอยู่ในห้องด้วยคร้านที่จะออกไปไหนในวันนี้

"พี่มีแผนจะทำอย่างไรต่อจากนี้" หลิ่งอ้ายถามเมื่อเห็นเจาหลินเอาแต่นอนกลิ้งเล่นอยู่บนเตียงแทนที่จะออกไปล่าบุรุษอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจไว้แต่แรก

"เราก็ต้องรู้จังหวะรุกจังหวะถอย จะดุ่มๆเข้าไปไม่ได้ วันนี้ข้าเหนื่อยเขาก็เหนื่อย อีกทั้งงานเลี้ยงพระราชทานอีก เจ้าจะให้ข้าหาทางเข้าไปใกล้ชิดท่านอ๋องได้อย่างไร ว่าแต่งานเลี้ยงดูน่าสนุก เราไปแอบดูดีไหม ทหารทั้งกองทัพมีตั้งมาก เราแฝงตัวเข้าไปคงไม่มีใครรู้หรอก" เจาหลินลุกขึ้นนั่งตาวาวอย่างตื่นเต้น หลิ่งอ้ายอยากตบศีรษะตัวเองนัก เขาไม่น่าเปิดประเด็นขึ้นมาให้เจาหลินทำอะไรแผลงๆเลย

"เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำแต่ข้าจะไปด้วย" หลิ่งอ้ายพูดเสียงเข้ม

"ย่อมได้ พอมืดแล้วเราค่อยออกไปนะ" เจาหลินตกลง ทั้งคู่จึงนอนพักเอาแรงก่อนที่จะออกไปเที่ยวคืนนี้

เจาหลินที่ได้นอนเต็มตาตื่นขึ้นมาด้วยความกระปรี้กระเป่า สองพี่น้องเปลี่ยนใส่ชุดรัดกุมกลมกลืนกับความมืดพร้อมผ้าปิดหน้าแล้วก็กระโดดออกทางหน้าต่างโลดแล่นไปตามหลังคาบ้านเรือนไปจนถึงลานกว้างหหน้าพระราชวังที่ตอนนี้จุดคบเพลิงกระจายทั่วบริเวณจนสว่างไสว ฮ่องเต้แคว้นหานนับว่ามือเติบยิ่ง สุราอาหารและการแสดงถูกจัดขึ้นอย่างเต็มที่ เจาหลินมองๆแล้วมีแต่พลทหารแต่ก็ล่ำไม่เลว พอเป็นอาหารตาแก้ขัดได้ แต่จุดมุ่งหมายของวันนี้คือท่านอ๋องหยวนเหว่ยกวง เจาหลินตัดสินใจแล้วว่าคนที่เขาจะมอบพรหมจรรย์ให้คือท่านอ๋องเท่านั้น หลังจากนั้นค่อยสอยรองแม่ทัพให้เรียบ องค์ชาย13ก็ไม่เลว อ่า...แคว้นหานมีองค์ชายที่ยังโสดเหลือกี่คนกันนะ เจาหลินเลียปาก โชคดีที่หลิ่งอ้ายไม่เห็นเพราะมีผ้าคลุมหน้าอยู่มิเช่นนั้นคงถูกกระแนะกระแหนอีกแน่

เจาหลินโบกมือให้หลิ่งอ้ายตามเข้าไปในวัง เขาเดาว่าฮ่องเต้คงจัดเลี้ยงท่านอ๋องและนายทหารระดับสูงด้านใน อาจจะเป็นอุทยานหรือท้องพระโรง กำแพงวังสูง2จั้ง(1จั้ง ประมาณ 100 นิ้ว=8ฟุต4นิ้ว) ไม่สามารถป้องกันพวกเขาได้ เจาหลินและหลิ่งอ้ายสะกิดปลายเท้าครั้งเดียวก็ข้ามกำแพงมาได้แล้ว นับว่าประมาทมากที่ไม่ตรวจสอบสภาพหลังกำแพงก่อน แต่เทพีแห่งโชคอยู่ข้างเจาหลิน พวกเขาโดดลงมายังบริเวณสวนอันว่างเปล่าร้างผู้คน เสียงดนตรีแว่วมาไกลๆจากอีกฟากหนึ่งของสวน

"กว้างไม่ใช่เล่น พวกเราไปกันเถอะ" เจาหลินเดินนำหลิ่งอ้ายเลาะไปตามเงาไม้ คล้ายว่าทุกคนไปรวมกันอยู่ที่งานเลี้ยงจนหมดทำให้บริเวณนี้ว่างเปล่า เมื่อเข้าไปได้ใกล้พอสมควรเจาหลินก็โดดขึ้นหลังคาอ้อมไปยังหอคอยอันหนึ่ง ด้วยความสูงของมันเจาหลินคะเนว่าน่าจะสามารถชมงานได้ชัดเจน หลิ่งอ้ายไม่ลืมโฉบอาหารและสุรามาด้วย ขันทีผู้น่าสงสารเห็นอาหารหายวับไปจากมือนึกว่าถูกผีหลอกวิ่งหนีไปโดยเร็วไม่ทันได้ยินสองพี่น้องหัวเราะกันคิกคัก

เมื่อหามุมเหมาะได้แล้ว ทั้งคู่ก็ตั้งวงร่ำสุรากัน เจาหลินเพลิดเพลินกับการชมดูท่านอ๋องส่วนหลิ่งอ้ายก็ดูนางรำไปเพลินๆ จนขันทีให้สัญญาณนักดนตรีหยุดบรรเลง ฮ่องเต้หยวนเชาหรงลุกขึ้นยืนก่อนประกาศก้อง

"เนื่องจากอ๋องหยวนเหว่ยกวงมีความดีความชอบ พิทักษ์ชายแดนมาตลอด10ปี อีกทั้งสามารถปราบชนกลุ่มน้อยนอกด่านได้ ข้าจึงคิดจะปูนบำเหน็จให้ นอกจากทรัพย์สิน บริวารและม้าพันธุ์ดีแล้ว ข้ายังจะประทานสมรสระหว่างอ๋องหยวนเหว่ยกวงกับธิดาของอัครเสนาบดีหานเจ๋อ..."


ตัดตรงนี้ 555

ความคิดเห็น