ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : PRAMUK-9-

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2562 19:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
PRAMUK-9-
แบบอักษร

-9-


นับเป็นเวลากว่าสองอาทิตย์ที่ประมุขได้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วในอาณาเขตภาคใต้ เขากับเกรย์ไปค้างแรมกันหนึ่งถึงสองวัน จากนั้นก็เปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง หากไม่นับช่วงดึกที่เกรย์ต้องโทรคุยงาน พวกเขาก็แทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา และพูดคุยแต่เรื่องทั่วไปเหมือนคนอื่นๆ 

แต่ถึงอย่างนั้นประมุขก็ไม่ได้ลืมเลือนความเป็นจริงที่ต้องกลับไปเผชิญ...

การหยุดทำงานทั้งวันของคนระดับเกรย์ย่อมส่งผลมากมายเป็นวงกว้าง แม้จะเคลียร์ไว้ก่อนแล้ว หรือมีคนช่วยอยู่อีกทาง แต่ก็ยังมีภาระมากมายรอให้สะสาง ช่วงเวลาที่คนสำคัญต้องกลับไปลุยงานหนักในอีกไม่กี่วัน เขาเองก็ใกล้จะเปิดเทอมขึ้นปีสี่เต็มที หากเกรย์ต้องกลับไปจัดการงานที่ฝรั่งเศสสักพักตามที่เคยบอก พวกเขาก็จะต้องห่างกัน...ครั้งนี้อาจนานหลายเดือน

“ลูกแกะ... ถึงเวลาแล้วนะ” 

“อือ” ประมุขขยับขยุกขยิกเมื่อคนข้างกายส่งมือมาลูบศีรษะกันเป็นเชิงปลุก กว่าจะแคะขี้ตา ยอมเกาะเกรย์เดินลงจากรถได้ก็กินเวลาไปเกือบสิบนาที “ถึงแล้วเหรอ”

“ถึงแล้ว” คนตัวสูงเพิ่มแรงโอบกระชับไหล่ผอมให้แน่นขึ้นเมื่อรู้สึกคล้ายลูกแกะจะยังทำตัวเป็นของเหลว พร้อมจะไหลลงไปกองอยู่กับพื้นได้ทุกเมื่อ แต่หากจะโทษก็คงต้องโทษตัวเขาเอง เพราะเมื่อวานเพิ่งไปเที่ยวกันมา พอได้รับข่าวเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่องก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อนั่งเครื่องกลับมาเหนืออีกรอบ ทำเอาคนขี้เซาไม่มีแรงแม้แต่จะถามว่าทำไมต้องมาเหนืออีก ขึ้นเครื่องบินยันมาขึ้นรถก็เอาแต่หลับตลอดทาง

“ง่วงอยู่เลย...”

“แบบนี้ในอนาคตจะบินไปไหนมาไหนพร้อมกันได้เหรอ บางวันฉันต้องเดินทางไปหลายที่เลยนะ ทั้งเครื่องบิน รถ หรือเรือก็ต้องไปหมด” เกรย์แสร้งพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ เพียงเท่านั้นคนง่วงนอนก็ตาโต ตั้งตัวตรงโดยอัตโนมัติ ขณะหันมาตอบด้วยความมุ่งมั่น

“ได้แน่นอน ผมแค่ง่วงเฉยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ไหวนะ”

“หึหึ” 

ลูกแกะตัวน้อยถูกขยี้หัวขยี้ตัวจนขนฟูก็ยังไม่รู้ว่าลืมอะไรไป กระทั่งได้หันไปมองบรรยากาศรอบกายถึงได้ทำหน้าเหมือนนึกขึ้นมาได้เสียที

“เรามาเหนือกันทำไมเหรอครับ” 

“ถ้าบอกว่าตอนแรกสัญญาจะพาเที่ยวแล้วดันผิดสัญญาเลยพามาแก้ตัวอีกรอบ ลูกแกะจะเชื่อหรือเปล่า” เกรย์ลองถามด้วยความอยากรู้ ทั้งที่รูปประโยคบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้น ทว่าเมื่อได้เห็นใบหน้าใสซื่อของคนที่กำลังตั้งใจฟังคำถาม เขาก็ต้องหลุดยิ้มออกมา เพราะดูเหมือนจะได้รับคำตอบมาเรียบร้อยแล้ว

“ถ้าคุณอยากให้เชื่อแบบนั้น ผมก็จะเชื่อ”

“เด็กดี” เขาให้รางวัลด้วยการโอบคนน่ารักเข้ามากอดหนึ่งครั้ง โดยที่อีกฝ่ายก็ยกมือกอดตอบคล้ายเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ เมื่อผละออกจากกัน เกรย์จึงอธิบายความจริงให้ฟังโดยไม่คิดปิดบัง “คนของฉันที่คอยจับตาดูแม่มดส่งข่าวมาบอกว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง และเพราะอยากให้เรื่องนี้จบไวๆ ฉันถึงต้องมาเตรียมพร้อมตลอดเวลา ถ้าแม่นั่นคิดดึงคนของคิงเข้าไปยุ่งเกี่ยว ยังไงคิงก็ต้องขอให้ฉันช่วยแน่”

“และถ้าเราอยู่ไกลอาจจะมาช่วยไม่ทัน” 

“เก่งมาก” 

“แบบนี้นี่เอง” คนฟังยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบแทบทุกซี่ ดูมีความสุขที่รู้ว่าเกรย์ต้องการมาช่วยพี่ชายตัวเองเอามากๆ จนคนอธิบายต้องหยุดพูดเพียงเท่านั้น ไม่ได้บอกต่อว่าอันที่จริงที่แม่มดรีบเร่งถึงขั้นนี้เป็นเพราะใคร และให้ลูกแกะเข้าใจแบบนี้ น่าจะดีกว่ารู้ความจริงว่าเขาต้องการผลักเรื่องที่ชักจะน่าเบื่อขึ้นเรื่อยๆ ทิ้งไปจึงตัดสินใจรีบมาที่นี่

ตอนที่เขาคุยโทรศัพท์สั่งงานจิมก็นั่งอยู่ข้างๆ แท้ๆ ท่าทางคงเที่ยวเพลินจนเอาเรื่องต่างๆ มาผูกกันไม่ถูกแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน... ให้ลูกแกะร่าเริงแบบนี้ดีกว่าต้องมานั่งเครียดเพราะเรื่องราวน่ารำคาญพวกนั้น

“แต่เรื่องที่บอกจะพามาแก้ตัวอีกรอบก็ไม่ได้โกหกนะ” เกรย์เปลี่ยนกลับไปยิ้มเหมือนเดิม ขณะพาลูกแกะน้อยเดินเข้าไปในตัวโรงแรมซึ่งมีพนักงานยืนรอต้อนรับอยู่ด้านหน้า “ถือว่าเป็นผลพลอยได้ อันที่จริงฉันอยากพาขึ้นดอย ไปที่ที่ไม่มีสัญญาณ แต่ว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมาก็...”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงหรือหน้าตาคนพูดล้วนบ่งบอกชัดเจนว่าคิดตามนั้นจริงๆ ไม่ได้ประชดประชันหรือไม่พอใจอะไรเลยแม้แต่น้อย “สองอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เที่ยวมาเยอะแล้ว ถึงส่วนใหญ่จะนอนเล่นในที่พักมากกว่า แต่ผมก็ยังดีใจที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคุณ”

เกรย์ได้แต่จ้องมองคนข้างกายด้วยแววตาลึกซึ้ง สุดท้ายเมื่อก้าวไปถึงห้องพัก เขาก็ดันประตูปิดอย่างรวดเร็ว และดึงแขนของลูกแกะเข้ามากอดไว้ทั้งตัว ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกในเวลานี้ออกมาอย่างไรดี เพราะเจ้าตัวขยันทำดาเมจใส่กันเสียเหลือเกิน

ช่วงเวลาสองอาทิตย์ที่พวกเขาไปพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่ได้ออกไปเดินเล่นเที่ยวชมพื้นที่เหมือนคนอื่น ลูกแกะไม่เคยบ่นอะไรออกมา หรือทำให้เกรย์รู้สึกลำบากใจเลยสักนิด ต่อให้ไม่พูดอธิบายอะไรออกไป แต่พอเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ คนซื่อแสนซื่อก็ยังเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

‘คุณเคยบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ถิ่นคุณ เพราะแบบนั้นมันถึงอันตรายมาก ยังไงเราก็คงเดินล่อนไปล่อนมาทั้งวันไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรหรอก...แค่เห็นวิวจากที่พักผมก็มีความสุขมากแล้ว’

เพราะแบบนั้นเขาจึงย้ายสถานที่ไปเรื่อยๆ แม้ไม่อาจพาลูกแกะไปเดินบริเวณที่โล่งในช่วงเวลาที่กำลังโดนใครก็ไม่รู้จ้องเล่นงานอยู่ แต่หากเปลี่ยนสถานที่ พาลูกแกะไปเจอบรรยากาศใหม่ๆ ไม่ว่าจะทะเลหรือภูเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก 

ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่เขาก็ไม่อยากให้ลูกแกะเบื่ออยู่ดี

“เกรย์...” คนที่อยู่นิ่งได้ไม่นานเริ่มส่งเสียงถามด้วยความเป็นห่วง เหมือนเห็นว่าเขาเงียบไปจึงทักขึ้นมาเพื่อถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า 

“แค่อยากกอด” 

“ไปกอดที่โซฟากันนะ ยืนแบบนี้ผมเมื่อยมากเลย คุณตัวสูงเกินไป” ว่าจบคนเมื่อยคอเพราะต้องเงยหน้านิดๆ เวลากอดตลอดก็เป็นฝ่ายดึงแขนเกรย์ให้เดินตามไปที่โซฟาด้วยตัวเอง ปล่อยให้เขามองตามไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเหมือนเคย แม้ยามถูกกดให้นั่งลง จัดท่าจัดทางให้อ้าแขนออก ก่อนลูกแกะขนฟูจะมุดมาซุกอกในท่าประจำก็ยังไม่อาจหุบยิ้มได้

ดูเหมือนตั้งแต่ได้เจอกัน คุณเกรย์ผู้น่ากลัวจะกลายเป็นคนยิ้มง่ายไปแล้ว อีกทั้งรอยยิ้มของเขายังเป็นรอยยิ้มจากใจทั้งปากทั้งตาที่ไม่เคยมีใครได้รับมาก่อนอีกต่างหาก

“เก่งจริงๆ นะ ตัวแค่นี้”

“หือ” ประมุขเงยหน้ามองคนพูด เมื่อจู่ๆ ก็ถูกชมโดยไม่รู้ตัว แต่พอเห็นรอยยิ้มของคนที่ต้องเหนื่อยล้ากับการทำงานตลอดเวลา เขาก็ยิ้มเอ๋อๆ ส่งไปให้แล้วกอดเอวคนตัวสูงเอาไว้เหมือนเดิม

นับเป็นเวลานานหลายนาทีที่พวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย เพียงแค่นอนกอดกันนิ่งๆ บนโซฟาเหมือนทุกวันที่ผ่านมาเท่านั้น เกรย์มีความสุขอยู่กับการลูบหัวลูกแกะในอ้อมกอด ขณะที่ประมุขซุกตัวเข้าหาความอบอุ่น พอได้ที่ได้ทางที่ถูกใจตาก็เริ่มปรือเหมือนทุกครั้ง ทว่าคราวนี้แตกต่างจากวันก่อนๆ ตรงที่เกรย์ไม่ได้ปล่อยให้เขาหลับแล้วอุ้มกลับไปนอนบนเตียง รอจนถึงเวลากินข้าวถึงจะปลุก แต่อีกฝ่ายค่อยๆ แกะมือเขาออกจากเอว เพียงเท่านั้นประมุขก็ตาโต เงยหน้าจ้องเขม็งคล้ายจะถามว่าจะไปไหน

“ลูกแกะ... อยากไปน้ำตกหรือเปล่า”

“น้ำตกเหรอ” คนว่าง่ายทวนถามซ้ำคล้ายไม่แน่ใจ แต่ตาเปล่งประกายเป็นคำตอบตั้งแต่ได้ยินคำว่าน้ำตกแล้ว

“ใช่ ไปเตรียมของแล้วไปกันเถอะ” 

“โอเค... เดี๋ยวก่อนนะ”

“มีอะไรหรือเปล่า” เกรย์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เมื่อคนร่าเริงหยุดเท้าที่กำลังจะวิ่งไปยังห้องนอน และหันกลับมาจ้องหน้าเขาด้วยแววตาเคร่งเครียดอีกครั้ง

“เราไปได้เหรอครับ ไม่ใช่ว่าต้องระวังตัวเหรอ” สีหน้าและท่าทางทุกอย่างของประมุขล้วนบ่งบอกว่าเขากังวลมากจริงๆ เพราะมันไม่ใช่เพียงความปลอดภัยของตัวเขา แต่ยังรวมไปถึงความปลอดภัยของบุคคลที่มีความสำคัญอย่างเกรย์ด้วย ถ้าความต้องการส่วนตัวทำให้เกรย์ต้องลำบาก เขาคงไม่มีทางให้อภัยตัวเองแน่

“ลูกแกะ เลิกทำหน้าคิดมากแล้วมานี่” น้ำเสียงที่ดูดุดันแบบไม่จริงจังนักทำให้ประมุขหลุดจากภวังค์ เผลอเดินดุกดิกเข้าไปหาคนเรียกโดยไม่ทันคิด หลังจากนั้นทั้งตัวก็ถูกจับกดลงบนโซฟา มีร่างสูงใหญ่ของชาวต่างชาติตาสีฟ้าคร่อมทับอยู่ด้านบน

“คุณจะกินผมเหรอ”

“อยากจับปั้นแล้วกลืนลงท้องอยู่เหมือนกัน” ดวงตาสีฟ้าคู่สวยฉายประกายวาววับ คล้ายจะย้ำให้รู้ว่าอยากทำอย่างที่พูดมากขนาดไหน เพียงเท่านั้นลูกแกะที่หวุดหวิดจะโดนกินก็ทำหน้ายู่ สองแขนโอบรอบคอแกร่ง รั้งให้คนด้านบนโน้มลงมากอดเขาเอาไว้ตามที่ใจอยาก

“ผมเป็นห่วงนี่นา ไม่อยากให้คุณลำบาก พี่การ์ดทุกคนก็คงลำบากเหมือนกันที่ต้องคอยดูแลความเรียบร้อยในที่โล่งกว้างแบบนั้น” 

“การที่ลูกแกะดูหนังเยอะนี่...จะบอกว่าเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษดีนะ” บางอย่างก็รู้ดีรู้ลึกจนน่ากลัว ส่วนบางอย่างก็ดูจะเหนือจินตนาการตามหนังไปด้วย ถึงจะพูดได้ว่าคิดระวังอะไรเอาไว้เยอะๆ ก็ดีเหมือนกัน แต่บางครั้งระวังมากไปก็ดูจะเป็นผลเสียอยู่ไม่น้อย อย่างการโดนดักฟังที่ร้านข้าวมันไก่อาจจะเกินจริง แต่สำหรับเรื่องนี้... “จริงอย่างที่ลูกแกะคิดนั่นแหละ ออกไปเล่นน้ำตกแบบนี้ก็ดูจะอันตรายอยู่ไม่น้อย"

“นั่นไง ผมว่าแล้ว”

“แต่ว่า...” เกรย์พลิกตัวลงไปนอนคว่ำเท้าคางมองประมุขจากทางด้านข้าง ก่อนจะแสร้งกดมุมปากลงเล็กน้อยให้หน้าดูเศร้า นี่อาจจะนับเป็นครั้งแรกที่เขาสวมหน้ากากให้ลูกแกะเห็น แต่หากไม่ใช้วิธีนี้คนขี้เป็นห่วงคงไม่ยอมไปไหนแน่ “ฉันอยากไปเที่ยวน้ำตกมากๆ เลย... เมื่อสามสี่ปีก่อนก็เคยบอกลูกแกะไม่ใช่เหรอ”

“บะ...บอกผมเหรอ” คนฟังหน้าซีด ดวงตาหลุกหลิกไปมาเพราะนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

“ลูกแกะจำไม่ได้เหรอ”

“คือว่า...”

“มิน่าถึงได้พยายามขัดฉัน” คราวนี้นักธุรกิจหนุ่มผู้มีหน้ากากนับร้อยพยุงตัวลุกขึ้นนั่งทำสีหน้าเศร้าสร้อย ท่าทางดูผิดหวังมากจนคนมองเริ่มอยู่ไม่สุข ต้องรีบผุดลุกขึ้นตามแล้วตรงเข้าไปจับมือไว้แน่น

“ผมขอโทษครับ งั้นเราไปเที่ยวน้ำตกกันนะ ขอโทษจริงๆ ที่จำไม่ได้ ผม...ผมจำไม่ได้จริงๆ” ลูกแกะตัวน้อยที่ถูกหลอกทำหน้าตาน่าสงสาร เหมือนพร้อมจะร้องไห้อยู่ลอมล่อหากถูกโกรธจริงๆ เพียงเท่านั้นเกรย์ก็แกล้งต่อไม่ลง รีบรั้งคนน่ามันเขี้ยวเข้ามากอดเอาไว้แน่นเพื่อปิดบังรอยยิ้มที่ไม่อาจควบคุมได้

“ไม่เป็นไร แค่ไปเที่ยวกับฉันก็พอ เราเล่นแค่แป๊บเดียวแล้วรีบกลับ พวกการ์ดจะได้ไม่เหนื่อยที่ต้องคอยดูแลด้วย แบบนี้ดีไหม”

“อื้อ”

เมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ประมุขที่ฝากกระเป๋ากลับไปกับฮ่องเต้หนึ่งใบได้เสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับใส่เที่ยวมาหลายชุดตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อน ส่วนเกรย์ที่ไม่มีชุดไปรเวทเองก็ได้เสื้อผ้าสำหรับเที่ยวเมืองไทยโดยเฉพาะเช่นกัน พอได้เห็นคนหน้าตาดีตัวสูงใหญ่ในชุดเสื้อฮาวายกับกางเกงขาสั้น ประมุขก็ยิ้มออกมาจนแก้มบวม ช่วยเดินเข้าไปติดกระดุมให้อย่างอารมณ์ดี นึกดีใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ หลังจากได้เห็นเกรย์ในรูปแบบที่คนอื่นไม่เคยเห็น

“อารมณ์ดีมากเลยเหรอ” 

“มากกกกก” คนอารมณ์ดีพยักหน้าไปด้วยหัวเราะไปด้วย นี่ถ้าดีดี้อยู่ข้างๆ คงจะตบหัวแล้วด่าว่าบ้า แต่เพราะคนที่อยู่ตรงนี้คือเกรย์ที่หลงลูกแกะยิ่งกว่าอะไร เขาจึงยกมือลูบหัวทุยเบาๆ แล้วยิ้มตามโดยไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น

วันนี้การ์ดทุกคนยังคงอยู่ในชุดไปรเวทเช่นเดิมตามที่ประมุขเคยออกความเห็น พอให้เหตุผลดีๆ แล้วทิ้งท้ายว่าเห็นในหนังเขาชอบทำกันแล้วมันดูเนียนพอควร เกรย์จึงออกคำสั่งให้ทุกคนทำตามความต้องการนั้น แม้เหตุผลหลักๆ จะไม่ใช่เพราะมันเนียนตามที่เจ้าตัวว่า แต่เป็นเพราะเขาอยากเห็นลูกแกะอารมณ์ดีก็ตาม

“นี่มันแก๊งฝรั่งใส่เสื้อฮาวายนี่นา” พอเดินกันเป็นกลุ่มกลายเป็นโดดเด่นเหมือนเดิมแบบช่วยไม่ได้ แต่ในเมื่อคนที่ตัวเล็กที่สุดเพราะเป็นชาวเอเชียอยู่คนเดียวบอกว่ามันเนียน ทุกคนจึงต้องเชื่อตามนั้นโดยไม่อาจขัดข้อง

“เรื่องแบบนี้ก็ตลกเหรอ” เกรย์ก้มลงถามคนที่หัวเราะเป็นเด็กๆ ด้วยความเอ็นดู แต่พอเห็นว่านอกจากจะขำแล้ว ลูกแกะยังยิ้มจนตาปิด เขาจึงได้แต่ส่ายหน้าหน่าย เดินจูงมือเจ้าตัวไปขึ้นรถโดยไม่ได้ถามอะไรต่อ

ประมุขเป็นคนอารมณ์ดีที่เหมือนพกพาความสดใสเอาไว้กับตัวตลอดเวลา ไม่ว่าใครเห็นต่างก็รู้สึกเอ็นดูไปหมด ไม่เว้นแม้แต่บรรดาบอดี้การ์ดหน้าเข้มผู้แสดงความรู้สึกไม่เก่ง นับตั้งแต่ที่ได้ติดสอยห้อยตามไปพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากว่าสองอาทิตย์ นายคนที่สองมักจะหาของกินประหลาดๆ มาเสิร์ฟให้ถึงที่ตลอด หากทำท่าจะปฏิเสธ เจ้าของใบหน้าร่าเริงก็จะห่อไหล่ ทำท่าเศร้าหมองจนใครก็ไม่ปฏิเสธไม่ลง ไหนจะมีเจ้านายที่คอยมองด้วยแววตาเย็นเยียบที่ไม่รู้ว่าจะบังคับให้ทำตามความต้องการของคนสำคัญ หรือจะไล่ให้ไสหัวไปไกลๆ อย่ามาแย่งความสนใจของตัวเองอีก

ยิ่งวิคเตอร์ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะสนิทสนมและพูดคุยตักเตือนกันบ่อยที่สุด ประมุขเลยดูจะให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษจนต้องเหงื่อตกเพราะถูกนายมองด้วยแววตาเชือดเฉือนไม่รู้วันละกี่รอบ หากไม่มีลูคัสที่ถือเป็นเพื่อนของนายคอยหัวเราะแกมห้ามปรามอยู่ด้านข้าง เห็นทีรองหัวหน้าทีมเอจะได้เหลือแต่ชื่อก็งานนี้

“จากจุดนี้เราต้องเดินเข้าไปครับนาย” 

เผลอแป๊บเดียวก็ถึงที่หมาย วิคเตอร์ในชุดเสื้อฮาวายสีเขียวที่ประมุขเลือกให้หันไปบอกนายทั้งสองที่นั่งจู๋จี๋กันอยู่ด้านหลัง แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะถูกนายคนที่สองมองด้วยแววตาประเมิน สัญญาณเตือนในร่างกายร้องบอกให้รีบชิ่งลงจากรถ หากเพียงแค่เอื้อมมือไปเปิดประตู...

“ผมบอกแล้วว่าวิคเตอร์เหมาะกับเสื้อสีนี้ ใส่แล้วดูดีมากๆ เลย”

“…”

“…”

“นายครับ...”

“วิคเตอร์ นายไปหาซื้อตุ๊กตาหมาป่าสีชมพูขนาดเท่าคนจริงมาให้ฉัน ถ้าหาไม่ได้ไม่ต้องกลับมา”

“คุณจะเอาไปทำอะไรเหรอ” ประมุขกระตุกเสื้อคนที่ออกคำสั่งเสียงเย็นให้หันกลับมามองด้วยความสงสัย “เราเพิ่งถึงน้ำตกเองนะครับ ให้วิคเตอร์ไปเล่นด้วยกันก่อนไม่ได้เหรอ”

“หาตุ๊กตาแกะแบบเดียวกันมาด้วย”

“ครับนาย” วิคเตอร์รับคำเสียงเข้ม ก่อนจะรีบชิ่งออกจากรถไปก่อนจะได้หาตุ๊กตาสีชมพูเพิ่มเป็นตัวที่สาม ทิ้งให้คนไม่รู้เรื่องรู้ราวมองตามหลังไปด้วยความไม่เข้าใจ

“ไม่เป็นไรหรอก” เมื่อตัวน่ารำคาญหายไปแล้ว เกรย์ก็หันกลับมาลูบหัวลูบหน้าลูกแกะอย่างอ่อนโยน “วิคเตอร์ไม่อยากเล่นน้ำอยู่แล้ว เราไปกันเถอะ”

คนว่าง่ายกะพริบตาปริบๆ แต่ก็ยังตามออกไปโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติม หันไปอีกทีก็เห็นวิคเตอร์ขึ้นรถอีกคันขับออกไปเพียงลำพังแล้ว แม้แต่ลูคัสกับคนอื่นๆ ก็ดูจะงุนงงไม่แพ้กัน 

“วิคไปไหนน่ะ” ลูคัสเดินเข้ามาหาประมุข เมื่อเจ้านายยกมือขอแยกไปคุยโทรศัพท์อีกทาง 

“เกรย์บอกให้ไปซื้อตุ๊กตาหมาป่ากับแกะสีชมพูตัวเท่าคนครับ แล้วบอกด้วยว่าถ้าหาไม่ได้ไม่ต้องกลับมา... เขามีปัญหากันหรือเปล่าลูคัส”

“อา…” หัวหน้าทีมเอส่ายหน้าหน่าย เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้ในทันทีโดยไม่ต้องถามอะไร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงให้คนที่อยู่ในสถานการณ์แต่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างฟังเหมือนกัน “ไม่เป็นไรหรอก นายคงสั่งไว้นานแล้วแต่วิคลืมเลยต้องรีบไปจัดการมั้ง”

“อ๋อ... แบบนี้นี่เอง”

ว่าง่ายจนน่าหลอกพาไปซ่อนให้นายหัวร้อนเล่นจริงๆ...

บอดี้การ์ดหนุ่มหัวเราะในลำคอ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าที่วิคเตอร์โดนไล่ไปไกลๆ เห็นทีคงหนีไม่พ้นไปทำอะไรให้นายขัดอกขัดใจเกี่ยวกับเรื่องคนสำคัญเข้า หรือบางทีอาจจะโชคร้ายโดนเล่นงานเองโดยไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ยังไงก็โดนเขม่นทุกครั้งที่ประมุขเดินเข้าไปคุยด้วยอยู่แล้วนี่นะ

“ลูกแกะ มาเถอะ” เสียงของคนที่ถูกนินทาอยู่นานดังขึ้น พร้อมกันกับที่ผู้พูดอ้าแขนออก รอให้ลูกแกะวิ่งเข้าไปหาแล้วจึงโอบไหล่ไว้ พาเดินตามหลังการ์ดคนอื่นๆ เข้าไปตามทางของป่ารกที่มีคนคุ้มกันทุกทิศทาง เหลือเพียงลูคัสที่ยังยืนกดส่งข้อความให้กำลังใจวิคเตอร์อยู่ด้านหลังด้วยใบหน้าขำขันเพียงลำพัง

น้ำตกที่เกรย์ส่งคนมาดูและสำรวจเป็นน้ำตกธรรมชาติที่ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่นัก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลและลึกพอสมควร ตอนที่พวกเขาเดินเข้าไปด้านในก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินสวนออกไปแค่สองกลุ่ม พอเข้าไปถึงก็กลายเป็นที่โล่งว่างเปล่าที่ไม่มีคนไปแล้ว

คนที่โกหกว่าอยากมาเที่ยวน้ำตกมองภาพบรรยากาศรอบด้านด้วยความเฉยชาเช่นเดียวกันกับการ์ดคนอื่นๆ ที่เดินตามหลัง แต่แล้วใบหน้ามึนตึงดุดันของทุกคนก็ต้องแปรเปลี่ยนไป ยามเมื่อคนร่าเริงเพียงหนึ่งเดียวร้องโอ้โหออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ขณะวิ่งไปสำรวจตามจุดต่างๆ อย่างสนุกสนาน

“ทุกคน มาปูผ้าเร็ว!” เมื่อนายคนที่สองหันมาตะโกนเรียก บรรดาการ์ดที่ถือผ้า ถือตะกร้าอาหารมาด้วยก็รีบตรงเข้าไปจัดที่จัดทางเป็นพื้นที่นั่งสะอาดริมน้ำตกแทบจะทันที

เกรย์ที่ถูกดึงแขนเดินตามแรงจูงของลูกแกะน้อยไปนั่งลงบนผืนผ้านิ่ม ก่อนจะรับแซนด์วิชที่ถูกยื่นมาตรงหน้าเอาไว้ แล้วมองตามหลังลูกแกะที่เดินถือตะกร้าไปแจกแซนด์วิชให้การ์ดคนอื่นๆ อย่างพูดไม่ออก ตอนแวะไปซื้อของกินก็อุตส่าห์บอกว่าไม่ต้องซื้อให้คนอื่น แต่พูดยังไงก็ไม่ฟัง จะซื้อให้ครบคนให้ได้ สุดท้ายเขาเลยได้แต่ตามใจ แม้จะหงุดหงิดที่การ์ดของตนดูจะเอ็นดูลูกแกะตัวน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม

เอาเถอะ... แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ให้คอยดูแลด้วยใจน่าจะดีกว่าการทำตามคำสั่งแบบหุ่นยนต์ไปวันๆ

“ลูกแกะ มากินส่วนของตัวเองได้แล้ว” เกรย์รีบส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นว่าลูกแกะชักจะพูดคุยกับบรรดาการ์ดมากเกินไป ขนาดเขากินแซนด์วิชหมดชิ้นแล้วยังไม่ยอมเดินกลับมา

“ขอโทษด้วยครับ ผมกำลังคุยกับอเล็กซ์เรื่อง...”

ผู้ที่ถูกดึงเข้าไปในการสนทนาสูดหายใจเฮือก ตัวหมุนร้อยแปดสิบองศา หันหลังให้เจ้านายทั้งสองคนโดยอัตโนมัติ ไม่อย่างนั้นคงได้โดนสั่งทางสายตาให้ไปหาตุ๊กตาเหมือนวิคเตอร์แน่นอน

“รีบกินแล้วลงไปเล่นน้ำเถอะ จะได้ไม่เสียเวลามากเกินไป ลูกแกะไม่อยากอยู่นานไม่ใช่เหรอ” 

“จริงด้วย” ประมุขพยักหน้าหงึกหงักพลางหันไปมองรอบกาย นอกจากเขากับเกรย์ที่นั่งอยู่แล้ว ด้านข้างยังมีลูคัสกับอเล็กซ์ยืนอยู่ไม่ไกลด้วย ส่วนคนอื่นๆ ก็กระจัดกระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ มองผ่านๆ เหมือนนักท่องเที่ยวแยกกันอยู่ แต่หากสังเกตอย่างตั้งใจก็รู้ได้ไม่ยากว่าพวกเขาทั้งหมดกำลังล้อมใครไว้

การมาเที่ยวแบบนี้ทำให้ประมุขรู้สึกกดดันไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้อึดอัดอะไรมากมาย อาจเป็นเพราะเขาเริ่มเคยชินกับการถูกตามเหมือนกับเกรย์แล้ว อีกทั้งยังมีคนข้างกายมองมาด้วยความเป็นห่วงอยู่ตลอด ความรู้สึกแย่ๆ จึงไม่เคยเกิดขึ้นเลยสักครั้ง

หลังจากนั่งรอจนประมุขกินแซนด์วิชหมดอัน หนุ่มฝรั่งเศสตาฟ้าก็เดินนำลงไปในน้ำ ตั้งท่าจะหันกลับไปรับลูกแกะลงมายืนอยู่ข้างกัน แต่เพียงแค่หันไปก็เห็นเจ้าเด็กซนกางแขนกางขา ท่าทางเตรียมพร้อมเต็มที่รออยู่ก่อนแล้ว

“เดี๋ยว...”

ตูม!

“…”

“…”

จู่ๆ ก็เหมืือนเวลาถูกหยุดเอาไว้ ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวหรือขยับตัวแม้แต่คนเดียว บรรดาบอดี้การ์ดที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างต่างพากันสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด ในขณะที่คนร่าเริงเพียงหนึ่งเดียวซึ่งเพิ่งกระโดดลงมาในน้ำคล้ายจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“น้ำตื้นนี่นา... ทุกคน เป็นอะไรกันครับ” ประมุขกะพริบตามองคนรอบด้านด้วยสีหน้างุนงง ทว่าเมื่อไม่ได้รับคำตอบจึงต้องหันกลับไปด้านหลัง ตั้งใจจะถามคนที่น่าจะตอบได้ทุกเรื่อง แต่ว่า...

“ลูกแกะ...” ชายหนุ่มผมเทาซึ่งล้มลงไปนั่งกองอยู่ในน้ำยกมือขึ้นลูบใบหน้าเปียกโชกช้าๆ ดวงตาคมที่ดูดุดันกว่าทุกครั้งค่อยๆ เลื่อนไปมองคนที่กระโดดลงมาในสระตื้นๆ กะทันหันจนเขาเผลออ้าแขนรับแล้วโดนชนล้มลงมากองกับพื้นนิ่งงัน

“ผม...ทำเหรอ” 

“ยังจะยิ้มอีก มานี่เดี๋ยวนี้” เกรย์กวักมือเรียกคนที่ไม่เคยกลัวเขาเลยสักนิดโดยยังไม่คลายสีหน้า กระทั่งลูกแกะที่โดนดุหุบยิ้มแล้วเดินตัวลีบเข้ามาหา เขาก็คว้าข้อมือผอมแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างนั้นล้มลงมากองอยู่ด้วยกัน

“แค่กๆ”

“สมน้ำหน้า ชอบทำให้ห่วงดีนัก ไม่ดูเลยว่าน้ำมันตื้น กระโดดลงมาแล้วบาดเจ็บจะทำยังไง” ว่าจบคนเป็นห่วงก็บีบจมูกของลูกแกะน้อยที่สำลักจนหน้าแดงเพราะกลืนน้ำลงไปอึกใหญ่ด้วยความมันเขี้ยว ทำเอาคนรอบข้างที่แอบมองอยู่เพราะกลัวเจ้านายโกรธถึงขนาดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ขอโทษก็ได้”

“ทำไมพอมาเที่ยวแล้วเหมือนเด็กนักนะ”

“ก็ผมไม่ค่อยได้เที่ยวนี่ อันที่จริงตั้งแต่แยกกับพี่จักรตอนเด็กๆ ก็แทบไม่ได้ไปไหนเลย” ประมุขตอบตามความจริง ขณะพลิกตัวขยับไปนั่งอยู่ข้างๆ เกรย์แทน

เวลาที่มหา’ลัยมีกิจกรรมก็แทบไม่ได้ไปไหนไกลเท่าไหร่ เนื่องจากตอนแรกมีพี่จักรอยู่ด้วย วันไหนทั้งเขาทั้งเต้ไม่ว่างพร้อมกันคงแย่ ถ้าเป็นไปได้เลยไม่ค่อยอยากทิ้งพี่ไว้ที่บ้านคนเดียว หากเป็นกิจกรรมที่เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องคุยกับเต้ นัดแนะกันให้ดี เพราะหากต้องไปทำกิจกรรม ไปเที่ยวกับเพื่อนโดยที่ต้องห่วงเรื่องทางบ้านอยู่ตลอด ยังไงเขาก็คงสนุกไม่ลงอยู่แล้ว มีแต่จะภาวนาให้เวลาผ่านไปไวๆ เสียมากกว่า

“สบายไหม” 

“ฮือ มากๆ เลย” ประมุขร้องฮือในลำคอ ก่อนจะเอนตัวให้คนด้านหลังลูบหัวนวดไหล่ให้อย่างสบายอกสบายใจ มองยังไงก็เหมือนจะเป็นนายใหญ่มากกว่าเกรย์ เพราะดูจะได้รับการดูแลดีกว่าใคร

“จะหลับไหมเนี่ย” 

“ไม่หลับ...มานี่ดีกว่า ผมทำให้คุณบ้าง” 

เกรย์ชะงักเมื่อคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าสบายๆ หันกลับมามองเขาด้วยแววตามุ่งมั่นตั้งใจ แต่ผ่านไปไม่นานเขาก็หัวเราะออกมา ยินยอมให้ลูกแกะขยับไปซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วออกแรงบีบนวดให้ตามที่ต้องการ

“ไปเรียนนวดมาจากไหน” 

“ทำบ่อยตอนที่พี่จักรยังอยู่บ้านครับ แต่ตอนนั้นนวดขานะ” 

“หืม... เก่งเหมือนกันนี่” 

“จริงเหรอ” น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจจากทางด้านหลังทำให้เกรย์ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้ตอบออกไปว่าจริงหรือเปล่า เพราะความจริงเขาแทบไม่รู้สึกถึงแรงบีบนวดของเจ้าตัวเลยด้วยซ้ำ ลูกแกะคงจะเกร็งจนไม่กล้าออกแรงเยอะ จะให้พูดก็กลัวจะเกร็งหนักกว่าเดิม เพราะงั้นปล่อยให้เข้าใจไปแบบนี้น่าจะดีกว่า

“ลูกแกะ วันนี้อยากไป...”

“นายครับ!” เสียงเรียกแทรกของอเล็กซ์ที่อยู่ใกล้ขอบน้ำตกที่สุดทำให้คนทั้งคู่หลุดจากภวังค์ เกรย์ลืมตาขึ้นช้าๆ ขณะมองไปยังอเล็กซ์เป็นเชิงถามว่าจากใคร “โทรศัพท์จากคุณคิงครับ” 

“คิงไม่เคยโทรมาเวลานี้...” เขาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะผุดลุกเดินขึ้นจากน้ำตก มือรับผ้าขนหนูจากการ์ดมาห่มตัวเองไว้พร้อมหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย “ไง”

[ส่งคนของนายมา] 

เกรย์เลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่คาดคิด...ว่าจะได้ยินไวขนาดนี้ แต่ฟังจากน้ำเสียง ท่าทางจักรพรรดิคนนั้นคงใกล้ถึงจุดเดือดเต็มทน

“…เกิดอะไรขึ้นสินะ”

[มันเอาตัวภีมไป]

“จะเอายังไง” คนฟังถามเสียงเรียบ ไม่ได้ดูตื่นเต้นอะไร เพราะคาดเดาเอาไว้อยู่แล้วว่าแม่มดคงทำอะไรสักอย่าง แต่ลักพาตัวคนนอกไปแบบนี้ก็ดูจะน่าประหลาดใจอยู่เหมือนกัน 

แต่ก็นะ... คนสกปรกย่อมกล้าทำอะไรสกปรกๆ อยู่แล้ว

[เอาตัวภีมคืนมา ไปล่ามัน แล้วส่งคนมาคุ้มกัน]

“เข้าใจแล้ว” 

เมื่อสายถูกตัด เกรย์จึงหันกลับไปหาคนที่เพิ่งเดินขึ้นมาจากน้ำตก เขาอ้าปาก คิดจะอธิบายทุกอย่างให้ลูกแกะที่ถูกผ้าขนหนูผืนใหญ่ห่อตัวไว้ฟัง แต่เจ้าตัวกลับส่ายหน้ายิ้มๆ และเดินเข้ามาเกี่ยวนิ้วกันไว้ราวกับต้องการให้กำลังใจ

“คุณไปจัดการธุระก่อนเถอะครับ เอาไว้กลับมาค่อยเล่าให้ผมฟังก็ได้ สัญญาว่าจะเป็นลูกแกะที่ดี รออยู่ในห้องไม่ไปไหนจนกว่าคุณจะกลับมา”

เกรย์ยกมือเกลี่ยแก้มใสอย่างอ่อนโยน แม้แต่ดวงตาก็ทอประกายรักใคร่อย่างไม่ปิดบัง ไม่รู้ว่าคนคนนี้จะทำให้เขาหลงมากขนาดไหนถึงจะพอ ทว่าสุดท้ายเมื่อได้ยินเสียงกระแอมเตือนจากลูคัส มือที่เกาะเกี่ยวกันไว้ก็จำเป็นต้องละออก

“ฉันจะรีบกลับไปหา นอนก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอ”

“ครับ”

หากยังไม่ทันได้ก้าวเดินไปไหน คนที่ทำท่าจะผละจากไปก็ต้องชะงักเท้า ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวกลั่นกรองออกมาเป็นคำถามง่ายๆ ที่เขาควรตอบได้ด้วยตัวเอง

การพาลูกแกะกลับไปที่ห้อง...เป็นการปกป้องเจ้าตัวจริงๆ หรือเปล่า

ดวงตาคมมองใบหน้าเป็นห่วงเป็นใยปนสงสัยของลูกแกะน้อยนิ่งงัน กระทั่งเห็นอีกฝ่ายตั้งท่าจะเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง เขาจึงยื่นมือไปหาพร้อมส่งยิ้มไปให้อีกครั้ง

“อยากไปด้วยกันไหม ฉันจะเล่าให้ฟังระหว่างทาง”

“คุณ…”

“ฉันมั่นใจว่าที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกแกะไม่ใช่ในห้องพัก...แต่เป็นข้างกายฉัน เราคิดเหมือนกันหรือเปล่า”

ประมุขมองมือที่ยื่นมาหาด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรตอบอะไรจึงจะพูดแทนความรู้สึกในใจของเขาได้ชัดเจนที่สุด สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงการยื่นมือออกไปหา จับมือนั้นไว้แน่นแล้วพยักหน้าให้เป็นคำตอบ

“ครับ”

พื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา...คือข้างกายเกรย์เท่านั้น


--------------------


TALK: น้องแกะน่ารักขนาดนี้ ใครจะไม่รักได้เล่าาา

ความคิดเห็น