ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 แฟนคลับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 แฟนคลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 426

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2562 02:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 แฟนคลับ
แบบอักษร

วันที่ 5 ตุลาคม 2018

ผมไปหาเอมิที่สำนักพิมพ์แต่เธองานยุ่งมาก ผมเลยแวะเดินไปสวัสดีพี่ฮีท

“หัวหน้าบ.ก.สวัสดีครับ” (-/|\-) ผมสวัสดีพี่ฮีท

“อ้อ มาพอดีเลยยูตะ นี่คอนเนอร์เป็นนักเขียนใหม่เขาเป็นแฟนคลับนายน่ะ” พี่ฮีทแนะนำ

“สวัสดีครับรุ่นพี่ยูตะ ผมคอนเนอร์ ผมเป็นแฟนคลับรุ่นพี่มานานแล้วครับ ฝากตัวด้วยนะครับ” ^o^ คอนเนอร์แนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงที่สดใสสุดๆ

“ฉันยูตะ ฝากตัวเช่นกันนะ” ^^

คอนเนอร์เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น - สก๊อตแลนด์ อายุ 21 ปี เป็นเด็กหนุ่มผมบลอนด์น้ำตาล ตาสีน้ำตาลเป็นประกาย ผิวขาวเนียน ตัวสูงราวๆ 180 ซม. หน้าตาน่ารัก ดูเป็นเด็กหนุ่มขี้เล่น

“พี่ฝากพาคอนเนอร์ไปเดินดูสำนักพิมพ์หน่อยได้มั้ย ตอนนี้พี่ไม่ว่างเลยอ่ะ” พี่ฮีทบอกผม

“ได้สิครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมบอกพี่ฮีท

“ไปกันเถอะ” ผมบอกคอนเนอร์

ผมพาคอนเนอร์ไปเดินดูรอบๆ สำนักพิมพ์

“ผมชอบรุ่นพี่มากเลยครับ ผมติดตามนิยายรุ่นพี่ตั้งแต่เล่มแรกเลย” ^o^ คอนเนอร์บอกผมด้วยตาที่เป็นประกาย

“ขอบคุณมากนะ” ^^ ผมบอก

“รุ่นพี่พาผมไปกินข้าวหน่อยได้มั้ยครับ ผมไม่รู้ว่าร้านไหนอร่อย แล้วก็ไม่มีเพื่อนกินข้าวเลยครับ”

“ได้สิ” ผมตกลง เราจึงไปกินข้าวร้านข้างๆ สำนักพิมพ์กัน

“เป็นยังไงบ้างครับ ที่ผ่านมาลำบากมากสินะครับ” จู่ๆ คอนเนอร์ก็พูดแล้วจับมือผม

“อะไรเหรอ” ผมชักมือออกด้วยความตกใจ

“ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่ยังไงผมก็เป็นกำลังใจให้นะครับ” ^^ คอนเนอร์พูด

“เออ แล้วเราเขียนนิยายแนวไหนเหรอ” ผมถาม

“นิยายชายรักชาย ผมเขียนจากประสบการณ์ของตัวเองน่ะครับ” ^o^ คอนเนอร์ตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“อ่อ...เหรอ” ผมเจอคำตอบนี้ ไปไม่เป็นเลยครับ งั้นผมก็คงเขียนแนวนี้ได้สินะ ผมคิดในใจ แหะๆ

หลังจากนั้นคอนเนอร์ก็พูดไม่หยุดเลยครับ เป็นเด็กที่พูดเก่งจริงๆ

พอเรากินข้าวกันเสร็จ ผมก็ไปรอเอมิเลิกงานที่ห้องรับรองของสำนักพิมพ์ ส่วนคอนเนอร์ก็กลับบ้าน แต่ก่อนคอนเนอร์จะกลับเขาบอกกับผมว่า

“รุ่นพี่ต้องหาเจอแน่ครับ ผมเชื่อ แต่ถ้าไม่เจอเดี๋ยวผมเป็นให้เอง บ๊าย บาย คร้าบบบ” ^o^/ คอนเนอร์บอกก่อนจะวิ่งกลับไปอย่างร่าเริง

ผมงงกับคำพูดเขามากครับ ก็สงสัยนะครับแต่ตอนนี้ผมมีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่าเลยปล่อยความสงสัยไป

“มีอะไร” เอมิเดินมาหาผมหลังเลิกงาน

“ไปคุยกันที่บ้านฉันเถอะ” ผมบอกเอมิ

พอเรามาถึงบ้าน

“มีอะไรว่ามาสิ” เอมิพูด

“ตั้งแต่เดือนหน้า ถ้าฉันยังไม่ได้แต่งงานกับรักแท้ ฉันต้องเป็นแมวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เดือนละวัน ถ้าฉันกลายเป็นแมว 30 วันเมื่อไหร่ ฉันจะต้องเป็นแมวไปตลอดชีวิต”

“ห๊ะ!!!!” O [] O เอมิตกใจ

“ยังมีอีกเรื่อง!! มาร์คมันสารภาพรักกับฉัน” T~T ผมเล่าเรื่องมาร์คให้เอมิฟังอย่างละเอียดแล้วผมก็เริ่มร้องไห้

“ฉันจะทำยังไงดีอ่ะ มาร์คมันอุส่าห์พยายามมาตลอด แต่ฉันกลับทำให้ความพยายามของมันศูนย์เปล่า มาร์คมันร้องไห้เลยนะเว้ย ฮือๆ ๆ” ToT ผมร้องไห้หนักขึ้น

“นี่แกควรจะสนใจเรื่องตัวเองก่อนมั้ย แกจะกลายเป็นแมวตลอดชีวิตแล้วนะ นี่ยังจะมาห่วงเพื่อนอกหักอีกเหรอ?!?!” เอมิพูด

“มานี่มา...ไม่ต้องห่วงมาร์คมันหรอกนะ เพราะสิ่งที่มันพยายามไม่ได้ศูนย์เปล่าทั้งหมด เพราะยังไงซะ ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์มันก็ดีกับตัวมันเองไม่ใช่เหรอ สิ่งที่แกควรห่วงมากที่สุดในตอนนี้ คือการหารักแท้ของแกให้ได้ก่อนนะ เพราะแกเหลือเวลาอีก 2 ปีกว่าเองนะ” เอมิดึงผมไปกอดและลูบหัวปลอบผมที่กำลังร้องไห้อยู่

“แต่ ฮึก! ฉัน ฮึก! เสียใจนี่นา ฮึก! ฮือๆ ๆ ๆ” TOT ผมร้องไห้สะอึกสะอื้น

และคืนนั้นเราทั้งคู่ก็จบเรื่องด้วยการกินเหล้ายันเช้าตามเคย

หลังจากนั้นคอนเนอร์ก็คอยมาเจ๊าะแจ๊ะกับผมตลอดเวลา คืออะไร เหมือนพี่ฮีทสมัยก่อนไม่มีผิดเลย

รุ่นพี่ครับช่วยแนะนำการเขียนผมหน่อยได้มั้ยครับ รุ่นพี่ครับผมเขียนแบบนี้ดีรึเปล่า รุ่นพี่ครับผมใช้ปกหนังสือแบบนี้ดีมั้ย รุ่นพี่ใช้คอมพิวเตอร์รุ่นอะไรครับ รุ่นพี่ครับ บลา บลา บลา” ถามผมสารพัดเลยครับ นี่ถ้าไม่ติดว่าพี่ฮีทฝากให้ผมดูแลนะ หึ!!

ส่วนพี่ฮีทก็งานยุ่งเหลือเกินครับ ไม่มีเวลามาพาผมไปกินข้าวเหมือนแต่ก่อนเลย พี่เขาคงเบื่อผมแล้วมั้งครับ (-__-)

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2018

ผมกลายร่างเป็นแมวอีกครับ ผมดีใจนะครับ เพราะผมจะได้มีโอกาสออกไปตามหารักแท้ แต่เดือนนี้ผมต้องอยู่ในร่างแมว 4 วันเลยครับ

ผมเดินออกมาจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น

“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!!!!!” ข้างบ้านผมเพิ่งเอาไซบีเรียนฮัสกี้ตัวใหญ่มาเลี้ยงครับ และที่สำคัญนางไม่ได้ปิดประตูบ้านและไม่ได้ล่ามโซ่หมาไว้ด้วยจ้าาา

“โฮ่งๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!!” หมามันวิ่งไล่ผมไม่หยุดเลยครับ

“แง๊วววว!!! ฟ่อออ!!!” ผมกระโดดขึ้นกำแพงบ้านทั้งที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ผมเขย่งเท้าทั้งสี่ โก่งตัวงอ หางชี้ขนตั้งฟูทั้งตัว เอ้!! หรือว่านี่จะเป็นสัญญาณของรักแท้ผมน้าาา 5555+

“แฮ่ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!” มันนั่งลิ้นห้อย แกว่งหางไปมา มองผมที่อยู่บนกำแพง

ผมคิดว่ามันคงอยากเป็นเพื่อนกับผมแหละครับ แต่ผมมีเพื่อนเยอะแล้วไม่อยากเป็นเพื่อนกับมันหรอก

ฤกษ์ดีตั้งแต่หน้าบ้านเชียวนะเรา!!! ผมจะกระโดดขึ้นไปเดินบนหลังคาก็ไม่ไหว เลยรอให้เจ้าไซบีเรียนฮัสกี้มันสงบใจเดินเข้าบ้านไปก่อน ผมถึงค่อยลงไป

กว่ามันจะเลิกสนใจผมก็ปาไป 10 นาที ถือว่านานนะครับ ที่หมาจะมานั่งเฝ้าอะไรขนาดนี้ ผมรีบวิ่งไปย่านการค้าทันที

ผมว่าแถวนี้คงเป็นถิ่นผมไปแล้วแหละ ผมจะแวะมาที่นี่ก่อนเสมอครับ และค่อยเดินไปหาที่อื่นต่อเรื่อยๆ

ผมเดินไปแถวโรงเรียนอนุบาลเผื่อรักแท้ผมจะเป็นครูสอนที่นั่น แต่ก็ไม่ใช่ ผมเลยไปแถวสวนสาธารณะครับทันทีที่ผมเดินเข้าสวน

“โฮ่งๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!!” ว่าววววว บลูด็อกที่เจ้าของพามาวิ่งจ๊อกกิ้งมันเห่าผมครับ ผมวิ่งขึ้นต้นไม้ทันที อะไรที่ไม่เคยทำวันนี้ผมได้ทำหมดแล้วครับ

รอบนี้ผมว่ามันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับผมแน่นอน แต่ยังดีที่มันมีสายจูงอยู่ครับผมเลยรอด (-__- “)

“แง๊วว แง้วววว!!!!” =T^T= ผมขึ้นต้นไม้ได้แต่ลงไม่ได้ครับ ผมจะทำยังไงดี

ผมร้องอยู่บนต้นไม้อยู่นานสองนานก็ไม่มีคนมาช่วย

แต่จู่ๆ ก็มีเด็กหนุ่มผมสีบลอนด์น้ำตาลเดินมาจากไกลๆ เขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใกล้ๆ

เอ๊ะ!! นั่นมันคอนเนอร์นี่นา

“เหมี๊ยว เหมี๊ยว!!” ผมร้องเรียกคอนเนอร์ เผื่อเขาจะมาช่วยผม

“เอ๋ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับเนี่ย?” คอนเนอร์ยืนอยู่ใต้ต้นไม้และเงยหน้าพูดกับผม

ขนาดกับแมวเขายังพูดเพราะ เป็นเด็กดีจังเลยผมคิดในใจ แต่ช่างเถอะต้องทำให้เขาช่วยเราให้ได้ก่อน

“เหมี๊ยวๆ ๆ ๆ ๆ!!” =^o^= ผมพยายามแอ๊บแบ๊วอย่างสุดความสามารถเพื่อให้เขาช่วยผม

“รู้แล้วครับๆ จะช่วยเดี๋ยวนี้แหละ” ^o^ คอนเนอร์พูด

ความคิดเห็น