เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

7 ไม่ได้เอาความแค้นมาลงจริงๆนะ

ชื่อตอน : 7 ไม่ได้เอาความแค้นมาลงจริงๆนะ

คำค้น : เจาหลิน,กลับมาเกิดใหม่,วาย,แร่ด,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7 ไม่ได้เอาความแค้นมาลงจริงๆนะ
แบบอักษร

2019/01/06

เจาหลินมององครักษ์ส่วนตัวที่นอนกลิ้งด้วยความจุกอยู่กับพื้น นี่คิดว่าเขาคงจะไม่รู้ล่ะสิ ท่านพ่อก็ไม่รู้ว่าจะส่งมาทำไมเยอะแยะ แต่ไหนๆก็มาแล้ว ใช้ทำงานเสียเลย เขาก็อยากได้คนใช้พอดี นี่ถ้าไม่เห็นว่าตัวโตกล้ามใหญ่นะจะลงมือให้หนักกว่านี้อีก มิทราบว่าเจาหลินใช้สายตาเช่นไร เหล่าองครักษ์จึงเผลอกระถดกายหนี

"ยังฝึกมาไม่พอ" หลิ่งอ้ายส่ายหน้า อยู่กับพวกเขามาตั้งนาน เจาหลินนิสัยแบบไหนก็น่าจะรู้ดี

"ไปสืบเรื่องของเจ้าเมืองกับบุตรสาวมาให้ข้า แล้วแบ่งคนไปขัดขวางขบวนขันหมากของตระกูลผู่เสีย แจ้งเขาว่าหากไม่อยากถูกดึงลงมาร่วมปลักน้ำนี้ก็กลับไป" เจาหลินสั่ง ก่อนเขาจะลงมือก็ต้องแน่ใจว่าไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หากเจ้าเมืองยังมีความดีอยู่บ้างเขาก็จะลงโทษสถานเบา

"ขอรับประมุขน้อย" เหล่าองครักษ์รับคำแล้วดีดตัวหายไปในพริบตา 

"พวกเราก็ออกไปเดินเล่นกันเถอะ เผื่อจะได้ข่าวอะไรบ้าง" เจาหลินชวน

"ข่าวหรือบุรุษ" หลิ่งอ้ายเหน็บ

"ทั้งสองอย่างก็ได้นี่ แต่ข้าคงไม่มีอารมณ์ตกผู้ไปสักพัก ภาพของหานหมิงเฉียวกับหนิงจี๋ยังติดตาอยู่เลย" เจาหลินทำหน้ารับไม่ได้

"ลองปล่อยให้เป็นเรื่องพรหมลิขิตบ้างดีไหม หากพี่จะเจอก็คงเจอเองโดยไม่ต้องไขว่คว้าหรอก" 

"พูดดีๆก็เป็นนี่ แต่ข้าไม่เชื่อเรื่องความรักอะไรนั่นหรอก นอกจากได้บุรุษที่ดีเช่นท่านพ่อ" เจาหลินว่า หากหลี่เฉิงปินได้ยินเข้าคงยิ้มหน้าบานแล้วอุ้มลูกกลับบ้านเป็นแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เจาหลินลืมคิดไปก็คือบิดาเพียงดีกับคนในครอบครัวเท่านั้น หากเป็นผู้อื่นเขาร้ายกาจยิ่งสามารถสังหารได้โดยไม่กระพริบตา

สองพี่น้องเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเมือง สุดท้ายก็มาโผล่ที่ร้านขนมหย่งเหออีกครั้ง 

"ข้าไม่ได้ติดใจใครที่นี่หรอกนะ อยากรับประทานขนมอย่างเดียวจริงๆ" เจาหลินออกตัวตาใส หลิ่งอ้ายจำต้องตามพี่ชายไปสั่งขนม วันนี้พวกเขาโชคดีมาถึงก็มีโต๊ะว่างอยู่พอดี จึงได้เห็นอะไรสนุกๆ คุณหนูหวางกำลังลากสตรีผู้หนึ่งออกจากร้าน นางเหวี่ยงสตรีนางนั้นลงที่ถนนหน้าร้านโดยไม่สนว่านางกำลังร่ำไห้น้ำตาเต็มหน้า

"ทำไมเจ้าไม่ออกไปจากชีวิตเขาเสีย หากเจ้ายังหน้าหนาทนอยู่แบบนี้ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของบุตรชายเจ้าแน่" 

"คุณหนูหวางโปรดเมตตา อย่าได้ยุ่งกับบุตรชายข้า" สตรีผู้นี้คาดว่าคงเป็นเถ้าแก่เนี้ยแล้ว

"ทำไมข้าจะยุ่งไม่ได้ หากเจ้ายอมหย่ากับพี่เล่อ ข้าก็ไม่ต้องไปเมืองอื่นแล้ว" คุณหนูหวางผลักเถ้าแก่เนี้ยที่เพิ่งจะยันตัวเองขึ้นมาจากพื้นทำให้นางล้มลงไปอีกครั้ง มีเสี่ยวเอ้อและสาวใช้ของร้านขนมรีบวิ่งมาประคองเถ้าแก่เนี้ย พวกเขาโขกศีรษะให้คุณหนูหวางพลางร้องขอความเมตตาไปด้วย

"แย่จริงๆ คุณหนูหวางคงทราบว่าวันนี้เถ้าแก่ไม่อยู่จึงฉวยโอกาสลงมืออย่างไม่เกรงกลัวกฏหมาย เวรกรรมๆ" ชายชราผู้หนึ่งพูดขึ้น

"ข้าให้เวลาเจ้าถึงวันพรุ่งนี้ จงเก็บของไปจากเมืองนี้ซะ ไม่งั้นโดนหนักกว่านี้แน่" คุณหนูหวางอาละวาดจนพอใจแล้วจึงจากไป ทิ้งให้เถ้าแก่เนี้ยร่ำไห้มีบ่าวช่วยกันประคองเข้าไปด้านในของร้าน

"สตรีเดี๋ยวนี้ไม่มียางอายเอาเสียเลย" เจาหลินพูดขึ้น

"หากท่านมีก็ไปสอนนางสิ" หลิ่งอ้ายจิบชา ใครจะเป็นเช่นไรเขามิสนใจหากไม่มายุ่งกับพวกเขา

"ตกลง คืนนี้พวกเราไปสอนมารยาทให้นางกัน" เจาหลินหัวเราะตาพราวระยับ จนหลิ่วอ้ายยกมือปิดหน้าพี่ชายไว้ เสียงแง้วๆดังขึ้นแต่น้องชายไม่ยอมปล่อย ผู้ใดอยากให้พี่ชายถูกจับจ้องถึงเพียงนี้เล่า

หลิ่งอ้ายถูกพี่ชายตัวเล็กงอนจนยาวไปจนค่ำ พวกเขารอจนองครักษ์กลับมารายงานพร้อมหลักฐานว่าเจ้าเมืองโกงภาษี เจาหลินก็ตัดสินใจลงมือ

ยามไฮ่(21.00-22.59)สองพี่น้องในชุดรัดกุมกลมกลืนกับความมืดมีผ้าปิดหน้าคนละผืน แฝงตัวลัดเลาะไปถึงจวนเจ้าเมือง แผนของเจาหลินไม่ซับซ้อน เขาเพียงคิดระบายอารมณ์.. เอิ่ม..คิดผดุงความยุติธรรมสักคราแบบท่านแม่ปล้นคนรวยช่วยคนจนต่างหาก 

องครักษ์สืบมาแล้วว่าห้องของคุณหนูหวางอยู่ที่ใด พวกเขาจัดการสาวใช้ของนางจนสลบแล้วมัดนางอย่างแน่นหนาโยนไว้บนเตียง ส่วนคุณหนูหวางถูกมัดติดกับเก้าอี้และอุดปากนางไว้ ทำได้เพียงส่งสายตาเกรี้ยวกราดมาให้เจาหลินเท่านั้น

"เอาล่ะ ข้าควรจะทำอย่างไรกับเจ้าดีนะ" เจาหลินดัดเสียงต่ำเดินวนรอบคุณหนูหวางเป็นการข่มขวัญ ถึงจะทำตัวร้ายกาจอย่างไรแต่เมื่อถูกจับไว้แบบนี้นางก็อดกลัวไม่ได้

"กล้อนผมดีกว่า เจ้าชอบทำผู้อื่นอับอายเจ้าก็ควรที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่กับความอับอายเสียบ้าง" เจาหลินตัดสินใจ มือเล็กขาวผ่องหยิบมีดสั้นออกมา คุณหนูหวางหน้าซีดพยายามเอนกายหนีแต่จนใจที่ถูกมัดไว้ เจาหลินหั่นผมของนางทิ้งอย่างไม่ปราณี ที่จริงก็แขยงมือนิดหน่อยก็เขาไม่ชอบชะนีนี่นา สุดท้ายเมื่อผมของคุณหนูหวางแหว่งไปได้เกือบครึ่งเจาหลินก็กวักมือเรียกองครักษ์มาคนหนึ่ง

"โกนให้เรียบ แล้วเจ้าให้นางคัดสมบัติกุลสตรีร้อยจบ หากไม่จบเจ้าก็ไม่ต้องให้ยาแก้กับนาง" ยังไม่ทันที่องครักษ์จะถามว่ายาแก้พิษอะไรเจาหลินก็ยัดยาบางอย่างใส่ปากคุณหนูหวางอย่างไม่ปราณี นางตาเหลือกแทบสิ้นสติ เด็กหนุ่มหาได้สนใจไม่ เขาล้วงผ้ามาเช็ดมือก่อนสะกิดน้องชาย 

"ไปห้องเจ้าเมืองกันดีกว่า" หลิ่งอ้ายไม่ว่าอะไรเพียงเดินตามไปเงียบๆ ทั้งคู่มาถึงห้องเจ้าเมืองก็ได้ยินเสียงครวญครางของสตรี 

หลิ่งอ้ายขมวดคิ้ว แต้เจาหลินนั้นรู้ดีว่าเป็นเสียงของอะไรและในห้องถึงกับมีสตรีมากกว่าหนึ่งคน เด็กหนุ่มยิ้มกริ่มชะโงกหน้าขึ้นแอบมอง เหตุการณ์ในห้องก็ไม่ต่างจากที่เจาหลินคาดมากนัก สตรีสาวสองนางนั่งอยู่บนเก้าอี้หฤหรรษ์คนละตัวมีเจ้าเมืองนั่งอยู่ตรงกลางสองมือปรนเปรอสตรีทั้งสองด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกำหนัด เสื้อผ้าของพวกนางหลุดลุ่ยอยู่ที่พื้นเห็นได้ชัดว่าเป็นหญิงรับใช้ 

"มีบิดาเช่นนี้ บุตรีจะเป็นแบบนั้นก็ไม่แปลก" หลิ่งอ้ายเหยียดปากอย่างดูถูก

"ผิดแล้ว เรื่องรสนิยมทางเพศเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวว่าเขาเป็นคนเลวหากเป็นการเต็มใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายและไม่ผิดศีลธรรม แต่การที่เขาโกงภาษีเอาเงินเข้ากระเป๋านั่นต่างหากทำให้เขาเป็นคนเลว" เจาหลินสอนน้อง ในโลกเก่าเขาเห็นมามาก คนที่มีรสนิยมทางเพศโลดโผนแต่ก็ยังสามารถทำเรื่องอื่นได้ดีศรีสังคมมีเยอะไป หนึ่งในคู่ขาเก่าของเขาก็ใช่ ปกติเป็นเจ้าหน้าอาสาผู้เอาการเอางาน แต่พออยู่ในห้องนอนดุกับเขาเหลือเกินจนเขาติดใจ คิดแล้วก็เคลิ้มจนถูกหลิ่งอ้ายเคาะศีรษะ

"จะทำอย่างไรก็ทำเข้า เดี๋ยวก็เช้าเสียก่อนหรอก" 

"นั่นสิ ถ้าจัดการเขาตอนนี้แล้วฎีกาที่ข้าคิดจะถวายก็เป็นหมันน่ะสิ เอาแบบนี้ดีกว่า" เจาหลินเรียกองครักษ์มาสั่งเพราะเขาไม่อยากให้มือเลอะ จากนั้นก็กลับไปนอน ตื่นมาก็ลงมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกัยรอฟังข่าวลือไปด้วย

"ข้าสาแก่ใจนัก" ชายชราผูหนึ่งตบเข่า พวกเขาเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ค่อนข้างมีฐานะจึงมาจับกลุ่มสนทนากันที่โรงเตี๊ยมเป็นประจำ

"ข้าด้วย ไม่รู้ว่ามีมือดีที่ไหนใช้เลือดสุนัขเขียนด่าเจ้าเมืองที่กำแพง แถมยังจับเจ้าเมืองเปลือยกายมัดทิ้งไว้ที่หน้าศาลาว่าการอีก"

"คุณหนูหวางก็โดนไม่ใช่น้อย เมื่อเช้าสาวใช้ของนางออกมาซื้อผ้า เห็นว่าจะเอาไปโพกศีรษะเพราะถูกมือดีกล้อนผมไปจนหมด" 

"สมแล้ว นางชอบสร้างความอับอายให้ผู้อื่น ครั้งนี้ก็ให้นางพบกับความอับอายบ้างก็แล้วกัน"

"เออ เจ้าได้ข่าวหรือไม่ว่าร้านหย่งเหอจะปิดกิจการแล้ว" ผู้เฒ่าคนหนึ่งทำหน้าเสียดาย

"ข้าได้ยินหลานๆพูดอยู่เหมือนกัน คิดว่าเป็นข่าวลือเสียอีก" 

"ไม่ใช่ข่าวลือหรอก ที่เถ้าแก่เฉินไม่อยู่เมื่อวานนี้คือเขาไปหาลู่ทางใหม่ที่เมืองเป่ยหลู่หลี่ เขาจึงตัดสินใจจะย้ายไปอยู่ที่นั่น"

"คงเพราะทนคุณหนูหวางไม่ไหวแล้ว หากข้ามีลู่ทางก็คงจะย้ายไปบ้างดีไหมหนอ ทั้งที่ระยะทางไม่ไกลกันนักกลับตั้งอยู่คนละแคว้น การปกครองผิดกันมากเลยทีเดียว"

"แต่เมืองเป่ยลู่หลี่ถูกปกครองด้วยพรรคมารมิใช่หรือ หากพวกเขาไม่พอใจแล้วคิดกำจัดเราล่ะ"

"ไม่เลย หากเราทำการค้าอย่างสุจริตและจ่ายค่าคุ้มครอง การค้าของเจ้าจะปลอดภัยกว่าอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ" คนผู้หนึ่งยืนยัน

"หมดเรื่องสนุกแล้วเราออกเดินทางกันดีไหม ข้าอยากไปเมืองหลวงแล้ว" เจาหลินอยากไปที่ๆมีบุรุษมากๆ เมืองหลวงน่าจะมีคุณชายที่ถูกใจเขามากกว่านี้

"ก็ได้ ให้พวกองครักษ์ไปจัดการซื้อม้าก็แล้วกัน พวกเราก็ไปซื้อเสบียง น่าจะใช้เวลาเกือบสิบวันกว่าจะถึงเมืองหนานผิงเมืองหลวงของแคว้นหาน" หลิ่งอ้ายตามใจ เขาก็เพิ่งออกจากบ้านไกลขนาดนี้เป็นครั้งแรก 

พวกเขาซื้อรถม้าหนึ่งคันเทียมม้าสองตัว ม้าอีกหกตัวสำหรับพวกองครักษ์ คนหนึ่งขับรถม้าส่วนคนหนึ่งล่วงหน้าไปถวายฎีกาที่เมืองหลวงตามคำสั่งของเจาหลินตั้งแต่เมื่อวาน 

ระหว่างทางไม่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเจาหลิงเท่าใดนัก มีแต่ป่าและก็ป่า ข้าอยากได้แสงสีถ้าไปถึงเมืองหลวงจะไปหอนายโลมก่อนเลย ดูหนุ่มๆให้สบายตาก่อนค่อยหาบุรุษมาเปิดพรหมจรรย์ เจาหลินนอนฝันหวานหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว

"ข้าจะปกป้องท่านให้มีรอยยิ้ม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น" หลิ่งอ้ายมองรอยยิ้มสดใสของพี่ชายที่หนุนตักตัวเอง แล้วอดไม่ได้ที่จะบิดแก้มยุ้ยนั่น 

หลังจากรอนแรมมาหลายวันในที่สุดขบวนของเจาหลินก็เห็นกำแพงอยู่ลิบๆ เด็กหนุ่มเปิดหน้าต่างรถม้าโผล่หน้าออกไปสัมผัสลมอย่างอารมณ์ดี ถนนสู่เมืองหลวงเส้นนี้ปูด้วยหิน แม้จะทำให้รถสะเทือนไปบ้างแต่ก็สะอาดสะอ้าน ยามรถม้าวิ่งก็ปราศจากฝุ่น เมื่อรถม้ามาถึงประตูเมืองที่เปิดกว้างอยู่แล้ว ทหารยามเรียกค่าธรรมเนียมและไล่พวกเขาเข้าไปคล้ายรีบร้อน สองพี่น้องมองหน้ากันแล้วยักไหล่ให้กัน เมื่อพ้นจุดตรวจก็เป็นถนนปูด้วยหินกว้างทอดยาวสองฟากข้างเต็มไปด้วยร้านค้าแต่ยามนี้มีผู้คนเนืืองแน่น หลายคนมีสีหน้าหงุดหงิดเมื่อเห็นม้าของเขา ส่วนใหญ่เป็นเด็กหนุ่มและดรุณีน้อยที่แต่งตัวมาประชันกันอย่างเต็มที่

"ท่าทางจะมีงานอะไรสักอย่าง พวกเราลงจากรถม้าไปดูกันเถอะ ให้องครักษ์ล่วงหน้าไปที่สาขาก่อน" เจาหลินชวนน้อง เรื่องน่าสนุกเช่นนี้จะพลาดได้อย่างไร

"ข้าไม่เบียดคนเด็ดขาด เราไปหาโรงเตี๊ยมที่มีชั้นสองนั่งกันเป็นอย่างไร" หลิ่งอ้ายส่ายหน้า ถูกเบียดมากๆเข้าเขาอาจจะเผลอสังหารคนเพราะรำคาญก็ได้ 

"อย่างที่เจ้าว่าก็ได้" เจาหลินสั่งให้หยุดรถม้า หลิ่งอ้ายก้าวลงมาก่อนแล้วรับพี่ชายตัวเล็กที่แกล้งโถมตัวใส่เขาจนเซ เด็กหนุ่มจึงต้องอุ้มลูกลิงไว้หนึ่งตัวระหว่างที่เดินหาโรงเตี๊ยมโดยมีองครักษ์ตามมา4คน 

"คนมากขนาดนี้จะหาโต๊ะได้หรือ" เจาหลินถือโอกาสขี่คอน้องไม่ยอมลงยืดศีรษะมองไปรอบๆ

"ประมุขน้อยกับคุณชายเดินไปเรื่อยๆขอรับ พวกข้าจะล่วงหน้าไปหาโต๊ะให้" เจ้าสามบอก เจาหลินเรียกพวกเขาตามหมายเลขตั้งแต่1-8 

หลิ่งอ้ายแบกเจาหลินเดินไปเรื่อย โรงเตี๊ยมทั้งหมดล้วนมีคนจับจองแล้วจนกระทั่งเจ้าสามบอกว่าหาโต๊ะได้แล้ว เด็กหนุ่มจึงเร่งฝีเท้าตามไปเพราะไม่อยากใช้วิชาตัวเบาให้เป็นจุดเด่นตั้งแต่วันแรก เมื่อก้าวขึ้นร้านก็เห็นเด็กหนุ่มสองคนกำลังด่าเสี่ยวเอ้ออยู่

ความคิดเห็น