email-icon

ขอบคุณสำหรับการเข้ามา "คอมเม้น" เป็นกำลังใจให้ไรท์ ถ้า "ติดดาว" ให้จะเป็นกำลังใจให้ไรท์มากๆ เลย

ตอนที่ 40 สานสัมพันธไมตรี

ชื่อตอน : ตอนที่ 40 สานสัมพันธไมตรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2562 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 40 สานสัมพันธไมตรี
แบบอักษร

“มีฎีกามากมาย ในฎีกาบอกว่าชาวบ้านเดือดร้อน...ของข้าวของขึ้นราคามากมาย...โจรชุกชุม...ภาษีก็ชึ้นเป็นเงาตามตัว” หลงหลานมู่นั่งมองฎีกาที่อยู่ตรงหน้า

“กระหม่อมไปตรวจดูว่า ในเมืองหลวง มีการซื้อขายที่แพงจนผิดสังเกต...อย่างเช่น ข้าวสารหนึ่งถังจากสามสี่อีแปะ ตอนนี้ขึ้นมาห้าถึงสิบอีแปะพะยะค่ะ” แม่ทัพมู่พูดขึ้นมา

“จริงหรือพ่อบ้านหลี่” หลงหลานมู่หันไปหาองครักษ์หลี่

“เป็นจริงตามที่แม่ทัพมู่กล่าวมา” องครักษ์หลี่พูดอย่างหนักใจ

“จากที่กระหม่อมให้คนไปสืบมา...ชาวบ้านตามเมืองชนบทบอกว่าภาษีขึ้นเป็นเท่าตัว...จนต้องขายลูกขายเมียไปเป็นนางบำเรอ...แต่ที่หนักสุดคือขายให้หอคณิกา”

“ทำไมราษฎรของข้า...ถึงอยากลำบากขนาดนี้...ใครดูแลเรื่องภาษีอยู่ขณะนี้”

“ไป่เหรินเฉินพะยะค่ะ เขาเป็นลูกชายของเจ้าเมืองหนานถิง สอบเข้าเป็นจอหงวนเมื่อสี่ปีที่แล้ว...ทำตัวอำนาจบาดใหญ่...มิเกรงกลัวต่อกฎหมาย...ใต้อ๋องคนก่อนทำเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เพราะเป็นไป่เหรินเฉินเป็นน้องชายของไป่กุ้ยเฟย”

“ในแผ่นดินของข้า ข้าจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือราชการ กระทำการเป็นทุจริต ไม่สื่อสัตย์ต่อหน้าที่ มันต้องรับโทษอาญา ข้าต้องออกไปดูราชฎรของข้า ว่าเป็นอยู่กันอย่างไง มิใช่ปล่อยปะละเลยถึงเพียงนี้” หลงหลานมู่โยนดฎีกาที่ถืออยู่ในมือตนโยนทิ้งไม่ใยดี

“ใต้อ๋องพระทัยเย็นเถิดพะยะค่ะ...การที่ใต้อ๋องจะออกนอกวัง...มิเห็นควรออกนอกวัง...พึ่งดำรงตำแหน่งเป็นใต้อ๋อง...มีใครรู้อาจมีการลอบทำร้ายใต้อ๋องได้” องครักษ์หลี่ขัดค้าน

“จริงด้วยพะยะค่ะ...กระหม่อมจะไปสืบด้วยตัวเอง” แม่ทัพมู่ค้านด้วยอีกคน

“มู่หมิง...หลี่เฉิน...ข้าคือพ่อของแผ่นดิน...แต่ก่อนข้ามิใช้องค์ชายที่เสวยสุข เหมือนกับองค์ชายองค์อื่นๆ แต่ข้าเป็นแม่ทัพ...เสนาบดี...ข้าได้ยินความทุกข์ของราชฎรเช่นนี้...จะให้ข้ารอฟังแบบนี้มิได้ดอก”

“แต่...” แม่ทัพมู่ร้องท้วงอีกครั้ง

“ข้าต้องไป...ข้าจะไปเยี่ยงสามัญชน...นำทหารไปเพียงห้าสิบคน...เอาคนที่เจ้าไว้ใจที่สุดไปกับข้า” หลงหลานมู่หันไปหาแม่ทัพมู่

“พะยะค่ะ” ในเมื่อพูดอะไรไม่ได้...เพราะเป็นคำสั่งของโอรสสวรรค์แล้วใครจะขัดได้...เพราะคำสั่งคือคำสิ่้นสุด

“พวกเจ้าไว้อย่างหนึ่งว่า...เรื่องนี้อย่าให้รู้ถึงหวงโฮ่วโดยเด็ดขาด”

“กระหม่อมรับคำบัญชา”

ถ้านางรู้นางคงค้าน...จนเขาเถียงไม่ออกเป็นแน่


“ทูลสนมหมี่หลิน...ฟางกงกงแห่งตำหนักเงาจันทร์มาขอเข้าเฝ้าเพคะ” หนิงหยางเข้ามาบอกหลินหมี่ที่ดื่มน้ำชาอยู่ในตำหนัก

“เชิญฟางกงกงเข้ามาเถิด”

“เพคะ เชิญฟางกงกงเข้าเฝ้า”

ฟางเหอเดินเข้ามาในตำหนักของสายลม เจ้าของตำหนักนั่งต้อนรับอยู่แล้ว

“หม่อมฉันฟางเหอ...จากตำหนักเงาจันทร์...ขอถวายบังคมพะยะค่ะ” ฟางเหอบังคมหลินหมี่

“ตามสบายเถิด ฟางกงกง” หลินหมี่เห็นเขาถือกล่องสีแดงลายดอกท้ออยู่ในมือ

“หวงโฮ่วมีรับสั่งอันใดถึงข้าหรือ”

“ทูลพระสนม...หวงโฮ่วมีรับสั่งให้นำของกำนัลมาถวายพระสนม...เพื่อเชื่อมไมตรี...และมีรับสั่งด้วยว่า...เชิญพระสนมไปเสวยพระกายหารเย็นด้วยพะยะค่ะ” ฟางเหอเอากล่องสีแดงลายดอกท้อให้กับหนิงหยางที่ยืนรับกล่องอยู่แล้ว หนิงหยางจึงถวายให้กับหลินหมี่ นางเปิดออกดู มีปิ่นปักผมเป็นพลอยแดงอยู่บนหัวปิ่น

“ฟางกงกง...ข้าฝากขอบพระทัยซุนหวงโฮ่วด้วย...และแจ้งพระนางด้วยว่า...ข้าจะไปตามรับสั่ง”

“พะยะค่ะ...กระหม่อมจะกราบทูลตามรับสั่ง...กระหม่อมทูลลา” ฟางเหอบังคมและเดินออกตำหนัก

“จะแต่งองค์เลยหรือไม่เพคะ” หนิงหยางถามหลินหมี่

“ข้าจะแต่งชุดสีแดง...”

“แต่สีแดงเป็นสีของหวงโฮ่วและใต้อ๋องที่ทรงใช้เท่านั้น”

“งั้นเอาสีที่อ่อนลงมาหน่อย...สีชมพูแล้วกัน...แล้วนำผ้าที่ปักด้วยดิ้นทองคำมาให้ข้า...ข้าจะนำไปให้นาง"


เพลงดนตรีของแคว้นมู่ดังขึ้นเบาๆ เพื่อแห่กล่อมคนฟังเพลิดเพลินไปกับทำนอง ประกอบกับนางรำในชุดสีส้มที่ร่ายรำอยู่ห้าคนทำให้คนดูและฟังสุนทรีไปอีก

“พระสนม...นางมาแล้วเพคะ” เยี่ยหลินที่ยืนอยู่ข้างซุนหลี่บอกกับนาง เห็นหลินหมี่เดินเข้ามาในตำหนัก นักดนตรีจึงหยุดบังคมนาง นางเดินท่าทางหยิ่งทะนง แต่ท่วงท่างดงามสะกดผู้ที่พบเห็น

“ถวายพระพรซุนหวงโฮ่ว” หลินหมี่บังคมนางด้วยกิริยางดงาม

“เชิญพระสนมนั่งลงเถอะ” ซุนหลี่ผายมือให้หลินหมี่นั่งลง

“ขอบพระทัยเพคะ...หม่อมฉันนำผ้ามาถวายเพคะ” หลินหมี่บอกกับซุนหลี่ นางพยักหน้าให้หลินหมี่นางเอากล่องสีแดงลายดอกบัวส่งให้เยี่ยหลิน เยี่ยหลินรับมาแล้วเปิดกล่องให้ซุนหลี่ดู

"งามยิ่งนัก...ขอบใจเจ้ามาก" ซุนหลี่ยิ้มให้กับหลินหมี่

"หามิได้เพคะ"  

“บรรเลงต่อเถิด” ซุนหลี่บอกกับนักดนตรี และนางรำจึงทำการแสดงต่อ

“ตั่งแต่เจ้า มาข้าเสียมารยาทที่ออกจากกลางงานในวันนั้น” ซุนหลี่พูดขึ้นมา

“อย่าใส่ใจเลยเพคะ...หม่อมฉันก็เสียมารยาทที่ไม่เคยเข้ามาบังคมหวงโฮ่ว” หลินหมี่ยิ้มบางๆ ให้ซุนหลี่

“ข้ายกเหล้าจอกนี้ให้กับเจ้า...เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ไมตรีต่อกัน” ซุนหลี่ยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม หลินหมี่จึงยกจอกเหล้าตาม

“เช่นกันเพคะ...”

“ต่อไปเจ้าก็คือน้องหญิงของข้า...”

“เพคะ หวงโฮ่ว”

“หลี่เอ่อร์” หลงหลานมู่เดินเข้ามาในตำหนักเงาจันทร์ เห็นหญิงสาวสองคนนั่งสนทนากัน เขาจึงเดินเข้ามาดู

“ใต้อ๋อง” ซุนหลี่ หลินหมี่ ข้าหลวงและนางในบังคมเขาพร้อมกัน

“อยู่กันพร้อมเลยนะ”

“หม่อมฉันเรียก พระสนมมาสังสรรค์ด้วยเพคะ” ซุนหลี่มองหลินหมี่แล้วยิ้มให้นาง นางก็ยิ้มตอบ

“หม่อมฉันทูลลาเพคะ” หลินหมี่บังคมหลงหลานมู่และซุนหลี่

ซุนหลี่พยักหน้าให้นาง นางจึงเดินออกไป


“พระสนมกลับตำหนักเลยนะเพคะ” หนิงหยางถามหลินหมี่ที่เดินนำหน้านาง

“ข้าจะกลับตำหนักเลย...เอาเหล้าจากซีเยี่ยมาให้ข้าด้วย”

“เพคะพระสนม” 


นิยายฟรี...ขอเม้นมากกว่า 10 เม้นนะ

1 เม้น 1 กำลังใจ

ความคิดเห็น