สวัสดีนักอ่านทุกคนที่เข้ามานะค้า เรื่องนี้เราแต่งไว้คลายเครียดจากเรื่องเก่าเน้อ ออกแนวแฟนตาซีนิดๆ ชอบไม่ชอบเม้นต์บอกได้น้าาา^^

บทที่ 13 : ผลลัพธ์

ชื่อตอน : บทที่ 13 : ผลลัพธ์

คำค้น : Bts kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.9k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2562 21:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 : ผลลัพธ์
แบบอักษร

​บทที่ 13

​ผลลัพธ์



แทฮยองนอนพลิกไปมาบนเตียงหลายครั้ง เขาไม่เคยกระสับกระส่ายตอนจะเข้านอนเท่านี้มาก่อน เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยล่ะ ส่วนสาเหตุก็มาจากความผิดปกติในร่างกายเขานั่นแหละ 

ทุกเช้าซึ่งเป็นตอนที่เขาท้องว่าง เขารู้สึกคลื่นไส้และอาเจียนตลอด แต่เพราะเป็นคนกลัวหมอกับโรงพยาบาลจึงไม่กล้าบอกใครแม้แต่พี่แบคที่เขาไว้ใจที่สุด พยายามคิดในแง่ดีว่าคงไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย ช่วงนี้จึงอาจเห็นเขาอยากของเปรี้ยวบ่อยๆ อย่างตอนกลับมาจากโบสถ์เมื่อช่วงสายของวันนี้ เขาก็ตรงดิ่งมารื้อมะม่วงในตู้เย็นออกมาปลอกกินคนเดียว และก็ตามด้วยมื้อเช้าซึ่งเขาลืมทานก่อนออกจากบ้าน... ก็ลดอาการพะอืดพะอมลงได้มาก แต่นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่น่าแปลกอีกอย่างคือเขารู้สึกเหม็นตลอดเวลา ทั้งเหม็นฉุนและเหม็นแบบน่าคลื่นไส้ เขาก็ได้แต่คิดว่าจมูกคงมีปัญหานิดหน่อย

เขาแหงนมองนาฬิกาบนผนังเหมือนเพิ่งฉุกคิดบางอย่างได้ ตอนนี้ก็เที่ยงคืนแล้วเขายังไม่เห็นงูตัวนั้นเลย เมื่อวานก็ไม่เห็นเหมือนกัน -- ว่าแต่จะถามหาทำไมเนี่ย ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่มันไม่มา




ทางด้านหนึ่งในโลกของนักล่ายามค่ำคืน งูเห่าตัวหนึ่งกำลังเลื้อยผ่านใบไม้แห้งเย็นเฉียบ มันได้กลิ่นหนูและตามล่ามาจนถึงป่าลึกใกล้กับตีนเขา โดยไม่รู้เลยว่ามันเองก็ตกเป็นผู้ถูกล่าเช่นกัน

พญาจงอางดำใช้เวลาไปกับการออกล่าเหยื่อแทนที่จะไปหาใครคนหนึ่ง มันหมอบราบไปกับพื้นจนหญ้ากับใบไม้คลุมตัวมิด ความจริงไม่จำเป็นต้องพรางตัวก็ได้ เพราะงูเห่าตัวนั้นดูไม่ได้ระวังตัวเลยสักนิด พอมันเลื้อยเข้ามาในรัศมี พญาจงอางดำก็ชูคอแผ่แม่เบี้ยแผ่นหนาพร้อมกับจ้องตาเป็นมัน

"ฟ่อ..." เสียงลมหายใจน่ากลัวถูกพ่นออกมาราวกับเสียงกระซิบแห่งความตาย ทำให้งูเห่าต้องแผ่พังพานบางๆตอบกลับตามสัญชาตญาณเมื่อถูกคุกคาม แต่ดูจากขนาดตัวก็รู้แล้วว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ แม้มันจะเป็นงูเห่าที่โตเต็มวัย แต่มันเทียบไม่ติดเลยกับงูจงอางที่ตัวใหญ่กว่าถึง 5 เท่าตรงหน้า

ด้วยความหวาดกลัวและอยากเอาชีวิตรอดทำให้งูเห่าค่อยๆถอยรนออกไป โดยที่ยังคงสบสายตาคมกริบของจงอางยักษ์อย่างหวาดพรึง มันรู้ว่าไม่รอดแน่และกำลังจะกลายเป็นอาหารมื้อเด็ดของอีกฝ่าย แต่สิ่งที่มันทำได้ก็แค่เลื้อยหนี

เมื่อมันหันหลังจนลายดอกจันบนหลังคอปรากฏสู่สายตาพญาจงอาง ลำตัวเรียวเล็กอันบอบบางก็ถูกขากรรไกรทรงพลังงับไว้เต็มๆ เขี้ยวงองุ้มทะลุผ่านเกล็ดเข้าถึงเนื้อเหนียวๆข้างใน เลือดสีแดงฉานไหลกรากขณะที่น้ำพิษถูกฉีดเข้าไปอย่างช้าๆ

"ฟ่อ!"

มันหันกลับมาขู่และฉกคืนตามสัญชาตญาณ แต่นั่นไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่งูยักษ์เท่าไรนัก ถึงแม้จะปล่อยพิษในการกัดแต่ละครั้งก็ตาม จึงทำได้เพียงดิ้นขัดขืนและฉกคืนเล็กน้อย ทว่ายิ่งทำยังงั้นมันก็ยิ่งโดนเขี้ยวกดย้ำเข้ามาแรงขึ้น หนำซ้ำพิษมรณะยังแผ่ซ่านได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม และการกระทำแบบนั้นเองทำให้มันมาถึงจุดจบไวกว่าที่คิด ด้วยเวลาเพียงไม่ถึง 15 นาที

​"จองกุก"

​งูหางกระดิ่งสีขาวเลื้อยออกมาจากสุมทุมพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ทว่าจงอางดำกำลังง่วนอยู่กับการเขมือบงูเห่าอยู่

​"คืนนี้ไม่ไปหาแทฮยองเหรอ"

​ยุนกิขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาสีฟ้ามองเพื่อนที่กำลังกินงูเห่าเข้าไป ซึ่งความเงียบที่ได้กลับมาก็ถือเป็นคำตอบเรียบร้อย

​"มึงควรทำแบบนี้ตั้งแต่แรก กูบอกว่าอย่าใจร้อนก็ไม่เชื่อ แล้วดูผลที่มึงบ้าจี้ทำตามตำนานของพวกมนุษย์สิ..."

​อีกคนยังไม่ตอบ เหมือนกลายเป็นคนคุยคนเดียวแต่เขาไม่สนหรอก

​"มึงทำให้เด็กสองคนนั้นต้องทะเลาะกัน แล้วมึงรู้ใช่ไหมว่าพอสภาพจิตใจของแทฮยองแย่ลงมันจะเป็นยังไง" ยุนกิเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายกินถึงส่วนหางก็ยังไม่ตอบเขา ​"ต้องให้กูหยุดเข้าข้างมึงแล้วไปบอกแม่ก่อนใช่ไหม มึงถึงจะตอบกู"

​"ตอบว่าอะไร"

​"ก็ตอบว่ามึงจะทำยังไงต่อไป แล้วดูไอรีนจะยังไม่ยอมถอยง่ายๆด้วย"

​จองกุกเลื่อนสายตามาทางยุนกิหลังจากกินเสร็จ ​"มึงไม่ต้องกังวลแทนกูหรอก เด็กคนนั้นกูจะคอยดูแลเหมือนเดิม และกูจะไม่ปรานีให้ไอรีนอีกเป็นครั้งที่สาม"

​ยุนกิกระหยิ่มยิ้มในใจ ​"ก็ดีที่มึงตอบแบบนี้ แล้วเรื่องจีมินล่ะจะว่าไง"

​เป็นเวลานานทีเดียวที่จองกุกเงียบไป ​"กูยังไม่รู้"

​"หึ กะแล้วว่ามึงต้องตอบแบบนี้"

​"....."

​"แล้วมึงรู้รึยัง"

​"รู้อะไร"

​ดวงตาของยุนกิทอประกายเหมือนน้ำทะเลที่ต้องแสงตะวัน ​"ก็รู้ว่าแทฮยอง..."

​ยุนกิเว้นไปนานมากจนจองกุกมั่นใจแล้วว่าเจ้าตัวจะไม่พูดต่อ แต่เขาก็รู้ว่ายุนกิตั้งใจจะพูดว่าอะไร

​"อืม รู้แล้วล่ะ กูถึงได้บอกไงว่ากูจะไม่ปรานีให้หล่อนเป็นครั้งที่สาม"

​"....."

​"ใครมันทำให้เมียกับลูกกูเจ็บ กูจะเอามันถึงตาย"



เช้านี้แทฮยองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบาก เขาพบว่าตัวเองอ้วนขึ้นและมันทำให้เขาติดตะขอกางเกงไม่ได้ น่าอายที่สุดเลย จนเวลาผ่านไปเกือบ 2 นาทีถึงจะติดได้ แต่ก็ต้องแลกมาซึ่งความอึดอัดท้อง

"ฮือ... ทำไมถึงเป็นงี้ล่ะ" แทฮยองบ่นขณะส่องตัวเองกับกระจกตั้งพื้นบานใหญ่ จากที่หน้าท้องเคยแบนราบกลับมีพุงน้อยๆแทบล้นจากขอบกางเกง พอเห็นแบบนี้แล้วไม่กล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงกับการชั่งน้ำหนักเลย -- แต่เขาว่าตัวเองก็ทานปกตินะ แล้วมันมีพุงออกมาได้ไงเนี่ย

"แทแทอ่า! แม่ทำกับข้าวเสร็จแล้วนะ ออกมากินได้แล้วเดี๋ยวสาย"

"ฮะแม่"




ปึง!

"ไง แท อรุณสวัสดิ์" 

ร่างบางเงยมองผู้ที่เดินมาตบโต๊ะด้วยสีหน้าราบเรียบก่อนพยักหน้าให้เบาๆ จองกุกเห็นว่าแทฮยองดูเงียบผิดปกติจึงเดินไปวางกระเป๋าแล้วค่อยกลับมาทัก

"เมื่อวานเป็นอะไร ทำไมถึงไม่มาเรียน?"

แทฮยองเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนไม่อยากคุยด้วยสักเท่าไร ขณะที่จองกุกนั่งอยู่บนขอบโต๊ะมองตาปริบๆ "แค่รู้สึกไม่สบายนิดหน่อยน่ะ"

จองกุกเงียบพลางไล่สำรวจอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน แต่ไม่ใช่อาการไม่สบายของเจ้าตัวเพราะเขารู้ว่ามันเป็นเรื่องโกหก ที่เขาสำรวจคืออีกอาการหนึ่งต่างหาก "แล้วอาการดีขึ้นยัง"

คนถูกถามพยักหน้าโดยไม่หันมาสบตา จองกุกจึงเอนหลังยื่นใบหน้าเข้าไปหา

"เป็นไรอ่ะ ยังโกรธกุกเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ"

เขาเห็นประกายสั่นไหวในดวงตาคู่นั้น ยืนยันได้ว่าเขาถามถูกจุด "อย่าไปพูดถึงมันเลย ฉันไม่อยากนึก"

"โอเค ขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ" จองกุกกลับมานั่งตัวตรงอีกครั้ง ดวงตากลมปรายไปทางกลุ่มอันธพาลประจำห้องที่มองมายังพวกเขา ช่วงนี้แทฮยองไม่ถูกแกล้งเพราะมีเขาคอยตามดูแลอย่างใกล้ชิด และเพราะแบบนี้เองทำให้เขาพาลโดนนินทาไปด้วย โดนหาว่าเป็นคนแปลกบ้างล่ะ เพื่อนนอกคอกบ้างล่ะ แต่เขาไม่สนหรอก "เมื่อวานคาบวิทยศาสตร์อาจารย์มีทดสอบเก็บคะแนนด้วย เดี๋ยวกุกพาไปตามสอบนะ"

แทฮยองหันมาขมวดคิ้ว "สอบเรื่องไร?"

"เรื่องดาราศาสตร์ไง ส่วนมากเป็นเรื่องดวงอาทิตย์" จองกุกยิ้มอย่างที่เขาชอบยิ้มให้แทฮยองบ่อยๆ "ไง จะให้ติวให้ป่ะ"

"ไม่"

จองกุกเลิกคิ้วแปลกใจที่อีกฝ่ายตอบปฏิเสธแถมหันหน้าไปทางอื่น เขาจึงหยอกด้วยการยื่นนิ้วไปเขี่ยติ่งหูเล่นเหมือนที่เขาโดนแทฮยองทำประจำ 

"จองกุกอย่ากวน"

มือหนาถูกปัดออก แทฮยองไม่เคยทำแบบนี้ใส่จึงตกใจเล็กน้อย "ขอโทษ... แค่อยากให้แทอารมณ์ดีขึ้นเอง"

แทฮยองมองใบหน้าง้ำงอของอีกคนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว "ออกไปก่อนได้ไหม เหม็นกลิ่นน้ำหอม"

"?" จองกุกก้มลงสูดกลิ่นตัวเองอย่างนึกงงงวย ร้อยวันพันปีไม่เคยบ่นเพิ่งมาบ่นเอาป่านนี้ แต่พอนึกอะไรขึ้นได้เขาถึงเข้าใจและยอมเดินกลับไปนั่งที่ เป็นจังหวะเดียวกับที่อาจารย์คาบแรกเดินเข้าห้อง




ในขณะที่นักเรียนทุกคนขมักเขม้นในการจดเลคเชอร์และทำแบบฝึกหัดบนกระดาน แต่กลับมีอยู่คนหนึ่งที่กวนแทฮยองไม่เลิก

จึ้กๆ

"....."

สะกิดๆ

หางคิ้วถึงกับกระตุก เขาว่าตัวเองอดทนมามากพอแล้ว จึงเอนตัวหนีไปข้างหน้าจนแผ่นอกชิดกับขอบโต๊ะ แต่ใครจะเชื่อล่ะว่าจองกุกยังใช้ปากกาจิ้มหลังเขาได้อีก -- จะกวนอะไรนักหนานะ เห็นเขาเมินเข้าหน่อยเลยเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอ

คราวนี้จองกุกไม่ทำแค่จิ้ม แต่เขาเขียนหลังแทฮยองด้วยการใช้ก้นปากกาวาดอะไรบ้างก็ไม่รู้จนเสื้อยับ แทฮยองไม่เคยเห็นจองกุกซนและน่ารำคาญเท่านี้มาก่อน และนั่นทำให้อาจารย์เหลือบเห็นเข้าพอดี

"อะแฮ่ม จอน จองกุก! เอาแต่กวนเพื่อนจริงๆเลยนะ ท่าทางเธอจะเข้าใจที่ครูอธิบายดีหนิ งั้นออกมาเขียนคำตอบข้อหนึ่งให้ครูดูซิ"

"ครับ... อาจารย์" 

ครืด

เสียงขาเก้าอี้ลากไปกับพื้น นักเรียนทุกคนลอบหัวเราะและมองตามจองกุกที่เดินเอื่อยไปยังหน้าห้อง อาจารย์สาวยื่นชอล์กให้ก่อนกอดอกมองดูลูกศิษย์ ทุกคนรู้ว่าจองกุกทำได้แต่วันนี้ช่างเหนือความคาดหมาย เจ้าตัวกลับยืนถือชอล์กนิ่งๆพลางจ้องคำถามบนกระดานด้วยใบหน้าเหลอหลา ซึ่งทุกคนไม่เคยเห็นจองกุกเป็นแบบนี้มาก่อนจนกระทั่งวันนี้

"ว่าไงจองกุก"

"เอ่อ... ผมทำไม่ได้ครับอาจารย์" 

หล่อนยิ้มและสั่นศีรษะอย่างผิดหวัง "เชื่อเขาเลย มีใครจะอาสาออกมาช่วยเพื่อนไหม?"


สิ้นคำถาม ทุกอย่างก็เงียบฉี่เสมือนที่นี่คือป่าช้า


"ไม่มีใครเลยเหรอ"

"ผมขอเลือกเองได้ไหมครับ"

"เอาสิ แล้วเธอจะเลือกใครล่ะ"

พอจองกุกเลื่อนสายตาไปหาเพื่อนๆก็มีบางคนที่แอบส่ายหัวให้ แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเขาหรอก เขาเลือกไว้ในใจตั้งนานแล้วล่ะ

"ผมเลือกแทฮยอง"

เขาแอบเห็นแทฮยองทำหน้าบึ้งให้แวบหนึ่ง

"ออกมาสิ เพื่อนเขาเลือกเธอแหนะแทฮยอง"

ร่างบางจึงจำต้องลุกออกจากที่นั่งเพื่อช่วยอีกคนเขียนคำตอบ จองกุกยิ้มพอใจเมื่อแทฮยองเดินมายืนข้างๆและรับชอล์กไปถือ... แค่ถือไว้เฉยๆ

"นายหาเรื่องให้ฉันชัดๆ ฉันทำเป็นซะที่ไหนล่ะ" แทฮยองกระซิบแบบกัดฟัน แต่จองกุกกลับดูชิลล์ผิดกับเมื่อกี้ลิบลับ

"เอาน่า เดี๋ยวฉันบอก นายก็คอยเขียนตามก็แล้วกัน"

แทฮยองหันควับมาอย่างรวดเร็ว เขากระจ่างทันทีว่านี่คือแผนของจองกุกที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว




กริ๊งงงง!!!

"แท ไปกินข้าวกัน"

ร่างบางมองตาขวางเมื่อถูกเรียกชื่อห้วนๆ แต่จองกุกยังคงยิ้มร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน "จองกุกไปก่อนเถอะ ฉันจะไปกินคนเดียว"

"ทำไมล่ะ" จองกุกคลายยิ้ม

"ก็แค่อยากไปกินคนเดียว ไม่มีเหตุผลอื่น" แทฮยองผุดลุกขึ้นโดยไม่ยอมสบตา "และก็ไม่ต้องพาฉันไปขอสอบนะ จะไปเอง"

"แต่ แท..." ยังไม่ทันเริ่มพูด อีกฝ่ายก็เดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องโดยทิ้งให้เขายืนอยู่คนเดียว เขาไม่งงและรู้ว่าแทฮยองเป็นอะไรไป แทแทไม่ได้โกรธเขา เพียงแค่รู้สึกละอายใจกับการกระทำของตนเองไม่หาย เจ้าตัวจึงทำเป็นหมางเมินใส่อย่างที่เห็น 


อา... เขาก็ควรที่จะละอายใจบ้างสินะ รู้แล้วล่ะว่าจะทำยังไงต่อไป




ในสนามบาสเกตบอลมีนักเรียนชายสองคนกำลังเล่นบาสอย่างสนุกสนาน แต่ด้วยความสูงที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้จีมินกระโดดปัดลูกของยุนกิไม่ได้สักที ยิ่งตอนชู้ตก็ยิ่งเห็นถึงความต่าง เหมือนตอไม้กระโดดแข่งกับเสากระดงเรือยังไงยังงั้น และเป็นอีกครั้งที่ยุนกิชู้ตบาสลงห่วงอย่างสบายๆ

"อะไรกันจีม ไม่เห็นนายแตะลูกบาสได้สักครั้ง" ไม่ว่ายุนกิจะค่อนขอดหรือแค่แซวเล่น แต่ก็ทำให้จีมินไม่สบอารมณ์อยู่ดี

"ก็มันกระโดดไม่ถึงอ่ะ!" จีมินตวาดเสียงพลางเสยผมที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสื้อก็แนบไปกับแผ่นหลังเปียกๆเหมือนโดนใครสาดน้ำมา

"แล้วใครใช้ให้นายเตี้ยล่ะ!"

เขาชูนิ้วกลางพร้อมเดินไปที่อัฒจันทร์ขณะยุนกิวิ่งเลี้ยงลูกบาสเล่นๆ รู้สึกเจ็บจี๊ดเพราะมันพาลให้นึกถึงตอนวิ่งแย่งบาสกับอีกฝ่าย ถ้าจะให้เปรียบเขาก็คงเป็นหนูแฮมสเตอร์ที่วิ่งไล่ตามเสือชีต้าร์อย่างยุนกิกระมัง

"จีม"

เสียงเรียกอิดโรยนั้นทำให้จีมินต้องหยุดดื่มน้ำ ก็เห็นจองกุกกำลังเดินมาทางนี้ "ว่าไง" เขาขานรับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ร่าเริงอย่างเคย ยุนกิที่เห็นเหตุการณ์จึงทิ้งลูกบาสและเดินมาหา ส่วนจองกุกก็มองเขาอยู่นานกว่าจะเริ่มดำเนินบทสนทนา

"ขอคุยด้วยหน่อยสิ"




​To be continued

​____________________________

จองกุกมีเรื่องจะพูดอะไรกับยัยจีมน้าาา แต่ขอร้องหนูอย่าไปตบเขานะลูก5555 

ตอนนี้ไรท์ก็เปิดเทอมแล้วนะ อาจจะไม่ได้อัพบ่อยเหมือนเดิม แต่จะพยายามไม่ห่างหายเกิน สามสี่วัน (อยากบอกว่ามีบางช่วงที่สมองตันเพราะเริ่มแต่งยากละ😂) ใครอยากเห็นหนูแทท้องป่องก็อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะ omg ยัยแทจะเป็นแม่คนแล้วเว้ยยยยยยย!!! ดีจัยยย💞


ความคิดเห็น