facebook-icon

เมื่อรู้ว่าคนรักที่คบกันมาถึงสามปีเป็น 'มาเฟีย' ลีนาจึงเลือกจะหนีจากเขา แต่หนีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นเสียที...

ชื่อตอน : ​03-1 อับอาย

คำค้น : หนีรักทวงใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 16:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​03-1 อับอาย
แบบอักษร

​03. อับอาย

 

แน่นอนว่าลีนาไร้สติกว่าที่ตัวเองคิดไว้มาก

ความจริงพอรู้สึกตัวก็เข้ามาป่าเรียบร้อยแล้ว ลีนาเดินไปทางถนนอย่างไม่มีสติ แต่อยู่ๆ ดีก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่าเท้าขึ้นมา เขาเดินด้วยเท้าเปล่าแล้วก็แค่นยิ้มออกมาทันที หลังจากมองรอยแผลเล็กๆ ที่เกิดจากการเผลอเหยียบลงบนกิ่งไม้ นี่เขากำลังทำอะไรอยู่กันนะ สิ่งที่มาพร้อมกับบาดแผลคือความสะเทือนใจของชายหนุ่มชาวอเมริกันวัยยี่สิบแปดปีราวกับถูกของแข็งฟาดลงมายังท้ายทอยอย่างหนักหน่วง

ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็มีแต่เรื่องบ้าๆ เขาพยายามหาเหตุผลที่เหมาะสมว่าทำไมถึงมาเดินเตร็ดเตร่ในป่าด้วยเท้าเปล่าในเวลาแบบนี้ แต่มันก็ล้มเหลว ลีนาหัวเราะออกมาราวกับคนบ้าและยังคงเดินต่อไป รู้สึกสงสารตัวเองที่ต้องคอยเดินเป๋ไปเป๋มาเพื่อไม่ให้แผลสัมผัสกับพื้น แต่ตอนนี้มันก็เป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถถอยกลับไปได้แล้วไม่ใช่เหรอ จะให้กลับไปแล้วกดกริ่งแล้วบอกว่า ผมกลับมาแล้วครับ แบบนั้นงั้นเหรอ

แม้ว่าจะเดินมาถึงถนนได้อย่างยากลำบาก แต่กลับไม่มีแท็กซี่ผ่านมาเลย เขาจึงต้องเดินต่อไปอีกสักพัก พื้นยางมะตอยที่ดูดซึมแสงแดดอันร้อนแรงของอิตาลี ร้อนราวกับจะทำให้ผิวของเขาสุก และกว่าจะหาแท็กซี่ได้ เท้าของเขาก็อาจจะกลายเป็นอัมพาตไปเลย

ลีนาไร้สติอย่างชัดเจน

หลังจากถูกมาเฟียจับตัวไป ตอนนี้เขาอยู่ในระหว่างการหลบหนีจะเรียกว่าแบบนั้นก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้น มันไม่ใช่แค่การถูกคนรักหักหลัง ถึงแม้ว่าการถูกหักหลังและภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของเบ็นจะเป็นเหตุผลใหญ่ แต่ทุกอย่างมันทำให้สะเทือนใจจนลีนาแยกข้อดีข้อเสียไม่ได้ และเขาก็ไม่อยากคิดถึงมันอีกแล้ว

ลีนาคิดจะกลับบ้าน เพราะมันเป็นการปลอบโยนจิตใจเพียงอย่างเดียวที่เขาทำได้ ซึ่งเป็นแบบนั้นก็อาจจะดีกว่าก็ได้

 

แท็กซี่หยุดลงที่หน้าบ้านของเปาโล พ่อแม่ของเปาโลอยู่ที่เมืองวอนโต้ เพื่อนเขาจึงอาศัยอยู่กับพี่สาวเพียงสองคน แต่ก็เริ่มใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อน เพราะพี่สาวของเปาโลได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับแฟนสาวของเธอ และเพราะว่าพี่สาวเป็นเลสเบี้ยน เลยทำให้เปาโลเป็นมิตรกับคนที่ชอบเพศเดียวกัน ด้วยเงื่อนไขที่เหมาะสมนั้น เปาโลจึงกลายเป็นเพื่อนคนเดียวของลีนาในเกาะแห่งนี้

และยังเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่รู้ว่าลีนากำลังคบกับเบ็น ‘นักธุรกิจใจบุญ’ ด้วย

“ตอนนี้โอเคแล้วใช่ไหม นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย”

ลีนาเพิ่งอาบน้ำเสร็จและใส่ชุดนอนของเปาโล พร้อมทั้งมีผ้าห่มคลุมตัวอยู่ คนเป็นเพื่อนสนิทยื่นแก้วโกโก้ร้อนมาให้เขาอย่างใจดี และจนถึงตอนนี้ลีนาก็ยังตัวสั่นไม่หาย

“แล้วทำไมนายถึงมาด้วยเท้าเปล่าแบบนี้ รองเท้าล่ะ”

แม้ว่าเปาโลจะถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล แต่ลีนาก็ยังคงปิดปากเงียบ เขายังต้องการเวลาทำให้ใจสงบลงมากกว่านี้ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่ามันเป็นเรื่องจริง ความจริงที่เดิมทีเขาจะต้องอยู่กับมัน คนอเมริกันธรรมดาๆ อย่างลีนา เมสัน นักสวัสดิการเด็กที่เป็นเพื่อนของเปาโล และทำงานห้าวันต่อสัปดาห์ในสถานเลี้ยงเด็กมอนเลอาเร่

“ใจสงบลงแล้วหรือยัง ค่อยคุยกันวันหลังไหม”

“…ตอนนี้น่าจะดีขึ้นหน่อยแล้วล่ะ”

เสียงถอนหายใจและคำพูดแรกที่ออกมายังคงไร้เรี่ยวแรง ลีนาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้เปาโลสบายใจ เขาคิดจะลองยิ้มฝืนๆ ออกมาแต่ก็ล้มเลิกไปในทันที และนั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง หากเขาทำแบบนั้นออกไปเปาโลอาจจะร้องไห้ก็ได้ เปาโลเป็นเพื่อนที่มีน้ำตาเยอะพอๆ กับขนาดตัวเลย

เขาคงดูเหมือนคนบ้าสินะ เขาเข้าใจ สีหน้าของเปาโลตอนเปิดประตูบ้านเพียงพอที่จะทำให้เขาอ่านมันออกมาได้ว่า ‘ลีนา ทำไมสภาพถึงโกโรโกโสขนาดนี้เนี่ย’

ชุดออกกำลังกายตัวหลวมขาดเป็นหย่อมๆ จากการเดินเข้าป่าอย่างไม่ระวัง เรือนผมสีส้มก็ยุ่งเหยิง และที่ท้องแขนก็มีรอยขีดข่วนอยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างชัดเจนเลยคือการที่เขาเท้าเปล่ามาจนถึงหน้าบ้านมันจะทำให้เพื่อนเห็นแล้วคิดแบบไหน ลีนามั่นใจเลยว่าเปาโลที่ช่างจินตนาการจะต้องมีเรื่องราวอย่างน้อยร้อยหนึ่งอย่างขึ้นมาในหัวแน่ๆ

“มาดูแผลก่อนเถอะ เจ็บไหมน่ะ ดูนี่สิ แล้วนายไปถอดรองเท้าไว้ที่ไหนเนี่ย...”

เปาโลดูเหมือนเริ่มจะร้องไห้แล้ว ขอร้องล่ะ อย่าร้องไห้ได้ไหม... เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองนั้นก็มากพอที่จะทำให้ลีนากระสับกระส่ายแล้ว

หลังจากนี้จะทำอย่างไรดีนะ ถ้ากลับบ้านไปก็จะต้องเผชิญกับมาเฟียแน่นอน จะต้องออกเดินทางพรุ่งนี้มะรืนนี้แล้วแท้ๆ แต่งานล่ะ จะอธิบายกับอันเทน่าว่าอย่างไรดี แถมยังเหลือปัญหาใหญ่ที่จะต้องอธิบายให้เปาโลฟังตอนนี้อีก

“ติดต่อคุณซัลวาโตเร่ไปดีไหม เขารู้รึเปล่าว่านายอยู่ที่นี่”

“ไม่!”

เสียง ‘ว้าก!’ ของลีนาที่ตะโกนตอบโต้ออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้เปาโลตกใจจนล้มหงายหลังลงไป แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับรูปร่าง แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นเพื่อนที่มีจิตใจอ่อนไหวมาก

ลีนาไม่ได้มีความคิดที่จะตะโกนออกมา แต่เป็นเพราะตกใจต่างหาก บอกว่าจะติดต่อหาเบ็นงั้นเหรอ  บ้าไปแล้วหรือไงกัน แม้ว่าวิธีแก้ปัญหาที่เปาโลผู้ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยเสนอจะเป็นทางออกโดยทั่วๆ ไปที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สำหรับลีนา มันเป็นตัวเลือกที่ไม่ต่างกับกับการเปิดประตูแล้วเดินลงไปในนรก ไม่มีทาง ไม่ได้ ห้ามติดต่อเบ็นไปเด็ดขาด ต้องเตือนอย่างจริงจังเลย

“เปาโล ห้ามบอกเบ็นเด็ดขาดเลยนะว่าฉันอยู่ที่นี่...”

“ห้ะ แป๊บนึงนะ”

เสียงกริ่งประตูดังขึ้น

ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไหมนะ ภายในใจของลีนาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมา แม้ไม่รู้ว่าใครมาหา แต่ลางสังหรณ์ของเขามันไม่ดีเอามากๆ ยิ่งไปกว่านั้น ลีนาเพิ่งนึกขึ้นได้เมื่อกี้ว่า ทำไมเขาถึงมาหาเปาโลกันนะ ก็เพราะว่านอกจากเปาโล เขาก็ไม่รู้จะพึ่งใครแล้วน่ะสิ แต่ว่าเปาโลน่ะ...

ก็รู้จักกับเบ็น

เมื่อนึกได้ถึงตรงนี้เขาก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา แม้จะต้องกะเผลกขาซ้ายที่เจ็บ แต่ลีนาก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ประตูและเงี่ยหูฟัง ใครกันนะ เพื่อนเปาโลเหรอ หรือจะเป็นคุณตาซัลเวโต้ที่อยู่ข้างบ้านกันนะ ปกติคุณตาจะมาด้วยปัญหาเล็กๆ แบบคอยจับผิดเกือบทุกวันอยู่แล้ว หรือถ้าไม่ใช่แบบนั้นก็อาจจะเป็นเดลิเวอร์รี่ที่สั่งไว้ก่อนเขามาก็ได้ เปาโลน่ะเป็นคนที่ชอบกินพิซซ่าคนนึงเลย

ลีนากลั้นหายใจแล้วตั้งใจฟังเสียงที่อยู่นอกประตู แต่ก็เขาเบิกตากว้างขึ้นและหยุดหายใจไปโดยอัตโนมัติ ส่วนหัวใจนเต้นเร็วและรุนแรงแทนเพราะว่าลางสังหรณ์แบบนี้น่ะ

“ลีนา! คุณเบ็นมาพอดีเลย!”

มันไม่เคยผิดพลาดเลยน่ะสิ

ประตูที่เปิดขึ้นอย่างกะทันหันเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างกายของลีนาพุ่งออกไปข้างหน้า

ให้ตายสิ ต่อให้ไม่หันไปดูก็รู้ว่าสายตาแสบร้อนที่มองมายังเขาในตอนนี้มาจากใคร และสีหน้าของเจ้าของสายตานั้นจะเป็นแบบไหน ลีนาไม่อยากจะหันกลับไปเลยจริงๆ แม้จะตายก็ไม่อยากหันกลับไปสบตากับอีกฝ่าย แต่ว่า

“ผมมารับแล้วครับ ลีนา”

มันไม่ใช่เรื่องที่จะเลี่ยงได้ แม้อยากจะเลี่ยงแค่ไหนก็ตาม ลีนาเงยหน้าขึ้นช้าๆ เบ็นยิ้มอย่างอบอุ่นมาทางเขารออยู่ก่อนแล้ว

“คุณเบ็นครับ เท้าของลีนาบาดเจ็บเยอะมากๆ เลย...”

“เท้างั้นหรอครับ งั้นต้องรีบรักษาแล้วล่ะครับ”

แต่สายตาของเบ็นราวกับจะพูดว่า ‘เพราะในห้องไม่มีรองเท้าสินะ’ ที่ไม่มีแม้แต่ความอบอุ่นอยู่แตกต่างจากสีหน้าโดยสิ้นเชิง ลีนารู้สึกเหมือนเลือดในตัวเย็นลง สิ่งที่จะพูดออกมามันติดขัดไปหมด มีเพียงแค่ปากเท่านั้นที่ขยับ

ขณะนั้นเบ็นก็เข้ามากอดลีนาที่กำลังจะล้มลงในทันที อย่าฝืนเดินทั้งๆ ที่เท้าเจ็บสิครับ แน่นอนว่ามันมีคำอธิบายมาต่อท้าย แต่ลีนาที่ทำนั่นนี่ไม่ได้ก็เลือกที่จะไม่สนใจ

แม้ว่าจะรับรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอยู่แล้ว แต่ฉากน่าขวนเขินทำเอาเปาโลหันหน้าหนีจึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรในสถานการณ์นี้ได้เลย

ความคิดเห็น