facebook-icon

เมื่อรู้ว่าคนรักที่คบกันมาถึงสามปีเป็น 'มาเฟีย' ลีนาจึงเลือกจะหนีจากเขา แต่หนีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นเสียที...

ชื่อตอน : 02-7 กักขัง

คำค้น : หนีรักทวงใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 16:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-7 กักขัง
แบบอักษร

​เบ็นมักจะเลือกใช้คำที่เขาไม่สามารถต่อล้อต่อเถียงได้เสมอ แน่นอนว่าถึงตามลำดับขั้นแล้วจะหลีกเลี่ยงความน่าเกรงขามไม่ได้ แต่ปกติแล้วก็เป็นผู้ชายที่น่าทึ่งเช่นกัน เบ็นชอบพูดอะไรสั้นๆ ที่มีใจความชัดเจนมากกว่าประโยคยาวๆ เขาเคยพูดกับลูก้าว่า รีบฟื้นร่างกายเร็วๆ’ จึงไม่สามารถคิดเป็นอย่างอื่นไปได้ และไม่มีข้อโต้แย้งอะไร

“ขอโทษครับ คาโป ผมจะนำไปปรับปรุงครับ”

“สภาพร่างกายล่ะ”

เบ็นถามสั้นๆ และเปิดฝาเหยือกคริสตัลที่อยู่บนโต๊ะข้างๆ ซึ่งด้านในมีบรั่นดีแอปเปิ้ลที่สามารถดื่มได้ตลอดยามที่ต้องการอยู่ครึ่งเหยือก หลังจากเทบรั่นดีลงในแก้วแล้ว เบ็นก็หันกลับมามองลูก้าอีกครั้ง แม้จะเป็นใบหน้าที่เย็นชาแต่ก็ไม่ได้ดูอารมณ์เสียอะไร และหลังจากมั่นใจแล้ว ลูก้าก็ถอนหายใจออกมาเพียงเล็กน้อย

“ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ ตอนนี้ขยับตัวได้ปกติแล้ว”

“แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้”

ลูก้าได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะกันเมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน แม้ว่าจะบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แต่อาการค่อนข้างหนักมาก กระสุนเฉียดปอดจนเขาต้องบอกว่าให้ไปโรงพยาบาลคงจะดีกว่า

ยังโชคดีที่รอดชีวิตมาได้ แม้จะเป็นชายหนุ่มที่สามารถฟื้นตัวได้เร็วราวกับสัตว์ประหลาด แต่ถึงขั้นโดนยิงก็เลยต้องใส่ใจกับการรักษาเป็นอย่างจริงจัง ยิ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ ‘มาเทโอแฟมมิลี่’ ก็ยิ่งต้องใส่ใจมากขึ้นไปอีก

“อาจจะได้ยินเรื่องคร่าวๆ มาแล้ว... แต่สถานที่ที่ใช้นัดเจอกับสมาชิกสภาจูเลียโน่คือที่ ‘ลาแวร์ (Lavare)’ ครับ เราเลือกที่จะเจอกันในห้องสปา คุยกันไปได้สักพักหนึ่งจนจบ และกำลังจะออกจากร้านแล้ว แต่... การขยับตัวของพนักงานคนนึงของที่นั่นมันน่าสงสัยครับ เขาซ่อนปืนไว้ในผ้าขนหนู”

“แล้ว”

“ถึงจะสกัดกั้นได้สำเร็จ แต่เขาหนีไปได้ระหว่างที่เรากำลังดูอาการสมาชิกสภาจูเลียโน่... ผมก็เลยไล่ตามไปครับ แล้วเขาก็เข้าไปในมินิมาร์ท ตอนนั้นผมคิดว่ายุ่งยากแล้วแน่ๆ แต่ก็ไม่รู้มาก่อนว่าพวกมาเทโอแฟมมิลี่นั้นจะแอบอยู่ในนั้นกันก่อนแล้ว หลังจากนั้นก็เกิดการปะทะกันอย่างที่เห็นครับ”

ลูก้ายิ้มออกมาอย่างฝืนๆ สถานการณ์ในตอนนี้มันน่าอายเอามากๆ

“ก็เท่ากับว่าพวกมาเทโอรู้จุดนัดพบอยู่ก่อนแล้วสินะ”

“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าพวกมันรู้มาจากไหน ตอนนี้แอนโจกำลังหาข้อมูลอยู่ครับ”

สีหน้าของเบ็นที่ได้ฟังเรื่องราวจากลูก้าหม่นลง แน่นอนว่าแม้จะเป็นใบหน้าขาวเช่นเดิม แต่สีหน้าแข็งกระด้างเห็นได้ชัดว่าขัดแย้งกับความรู้สึกข้างใน

ล่าสุดเขารู้ว่ามีเรื่องยุ่งเหยิงเกิดขึ้น หากจะพูดให้ชัดๆ ก็คือมันเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับแฟมมิลี่ของเขา แต่ผลสุดท้ายก็เกี่ยวอยู่ดี

 

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขารู้สึกไม่ค่อยดีตั้งแต่ได้ยินข่าวการมายังซิซีเลียของรัฐมนตรีช่วยว่าการจูเลียโน่แล้ว ประมาณสองเดือนก่อนเขาคนนี้ก็เคยมายังซิซีเลีย ไม่มีมาเฟียคนไหนไม่รู้เรื่องการจับมือกันระหว่างจูเลียโน่และมาเทโอแฟมมิลี่ การมาครั้งนี้ก็เป็นการมาเจอกับ มาเทโอ โบเจธี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็สามารถคาดเดาได้

ซิซีเลียเป็นศูนย์กลางของต้นกำเนิดมาเฟีย แม้ตอนนี้จะลดลงกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ไม่สามารถมองข้ามอิทธิพลของมาเฟียในเกาะนี้ไปได้ และไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็จะต้องร่วมมือกับซัลวาโตเร่ หรือมาเทโอเท่านั้น

พวกเขากำลังจะโละนาเกลือ และเปลี่ยนมาทำธุรกิจใหญ่ในบริเวณตอนเหนือของซิซีเลีย ระหว่างทราปานี่และมาร์ซัลลา แน่นอนว่ามันเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่คนของสภาท้องถิ่น ได้เข้ามาแทรกแซงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เป็นธุรกิจที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งใดนอกจากนาเหลือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ประชากรตรงนั้นกลับขับไล่อย่างจริงจังและเป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความสามารถของมาเฟียในการจัดการ

สมาชิกสภาจูเลียโน่เลือกที่จะร่วมมือกับโบเจธี่ หากพูดจริงๆ เลยคือไม่มีแม้แต่การติดต่อมายังฝั่งของเขา และมีการคุยกันที่จะยืมมือโบเจธี่ก่อนแล้ว แต่เบ็นไม่ได้ใส่ใจอะไรทั้งนั้น อาจเป็นเพราะว่าเขามีธุรกิจมากมายที่จะต้องจัดการอยู่แล้ว และไม่ได้ต้องการถูกเชิญไปรับประทานอาหารเย็นและถูกร้องขอแบบนั้น

ปัญหาก็คือ... จูเลียโน่ถูกเปิดโปงว่าทำให้โสเภณีคนหนึ่งตาย จากการบีบคอโสเภณีที่มาเทโอแนะนำให้ เขาไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด แต่มีข่าวลือว่าเป็นรสนิยมระหว่างมีเซ็กซ์ของจูเลียโน่ จากข่าวลือในตอนนั้นว่าจูเลียโน่เองก็ติดยาจึงไม่ผิดที่สามารถมองได้ว่าอาจจะยั้งแรงไว้ไม่ได้

หากมองว่าเป็นเรื่องปกติก็คือเรื่องปกติ แต่คู่กรณีหนึ่งในสองคนของจูเลียโน่ ได้โพสภาพที่เป็นหลักฐานสำคัญในการตัดสินลงในโซเชียลมีเดียทำให้เรื่องนี้เป็นข่าวใหม่ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ ทั้งออกโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไปจึงทำให้ประชาชนได้รับรู้ถึงการฉ้อโกงของจูเลียโน่ไปด้วย

แต่ด้วยความไม่ยุติธรรมของการเมืองอิตาลี เรื่องทั้งหมดก็จะคลี่คลายไปเองตามการเวลา และทำให้เกิดเรื่องใหม่ๆ ขึ้นอีก จูเลียโน่เชื่อว่ามาเทโอจะตกหลุมพรางที่ตัวเองได้ขุดไว้อย่างแน่นอน ผลของมันก็คือมาเทโอยกเลิกการร่วมมือนั้น แน่นอนว่ามาเทโอไม่พอใจเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งที่ลดจากยี่สิบห้าเปอร์เซ็นอย่างที่เคยเป็น เหลือแค่ยี่สิบเปอร์เซ็น และทำให้นึกถึงจูเลียโนที่อาจหาญอยู่จนถึงทุกวันนี้ขึ้นมา ลูก้าพยักหน้าและบ่นพึมพำ

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลแบบนั้น จูเลียโน่ทำให้มุมมองของซัลวาโตเร่จากประชาชนเปลี่ยนไปอีกครั้ง เบ็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าเป็นนักธุรกิจที่โปร่งใสและมีเมตตา กลับส่งตัวแทนอย่างลูก้าไปทำเรื่องสกปรก อย่างการแอบพบกับสมาชิกรัฐสภา และ...

“พอปล่อยสุนัขที่เลี้ยงเคยไว้ไป มันก็ฝีปากดีจริงๆ”

เบ็นพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก สุนัขที่เคยเลี้ยงก็หมายถึงมาเทโอ เบ็นเรียกรวมแบบนั้น รวมถึงโบเจธี่ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่เบ็น แต่พ่อของเบ็น และปู่ของเบ็นก็เช่นกัน เมื่อก่อนตระกูลมาเทโอก็เป็นหนึ่งในลูกน้องของตระกูลซัลวาโตเร่ แต่เมื่อมีเงินทุนมากพอก็ค่อยๆ ขยายอำนาจจนแบ่งเป็นมาเฟียสองตระกูลในซิซีเลียแบบตอนนี้

“ขอโทษด้วยครับ เป็นเพราะความประมาทของผมเองครับ คาโป”

“ฉันก็ไม่พอใจนายด้วยเหมือนกัน”

เบ็นพูดเพียงสั้นๆ ลูก้าก็ปิดปากเงียบในทันใด คาโปของเขาแม้จะคงใบหน้าที่สงบนิ่งไว้ได้ แต่หลังจากเกิดเรื่องแล้วก็คงเกิดความไม่สบายใจอยู่ภายใน พูดง่ายๆ คือลูก้าเป็นมือขวาของเบ็น เป็นหน้าตาของซัลวาโตเร่แฟมมิลี่แทนคนเป็นบอสอย่างเบ็น แน่นอนว่ามาเทโอรู้ดีว่าบอสตัวจริงของซัลวาโตเร่คือใครและลูก้าทำหน้าที่อะไร จึงเลือกเล็งเป้าที่จะทำร้ายลูก้า

“คงจะตั้งใจจะป้ายสีฉันสินะ”

มันไม่ต่างอะไรกับการประกาศสงครามกับซัลวาโตเร่ เบ็นจ้องมองลูก้าอย่างแน่วแน่ ก่อนจะดื่มบรั่นดีที่เหลือจนหมดแก้ว

“ฉันตั้งใจจะอยู่เงียบๆ แท้ๆ แต่ดูท่าจะไม่ให้ความร่วมมือกันเลย”

ทำแบบนี้กับคนรอบตัวเขา แล้วเขาจะอยู่เงียบๆ ได้อย่างไรกันล่ะ

“คอยจับตาดูไว้ เพราะบุญคุณกับการแก้แค้นมันต้องตอบแทนเป็นสองเท่านี่นะ”

‘บุญคุณกับการแก้แค้นต้องตอบแทนเป็นสองเท่า’ เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาของซัลวาโตเร่ พ่อของเบ็นก็ให้ความสำคัญกับความเชื่อนี้เสมอมา ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยนไป และเบ็นก็ไม่ได้ยึดติดกับชีวิตมาเฟียมากมาย แต่เขาก็ไม่ลืมสิ่งที่จะต้องรักษาเอาไว้

รวมถึงการตอบแทนในสิ่งที่โดนกระทำเป็นเท่าตัวก็ด้วย เบ็นจ้องลูก้าเขม็ง

“ขออันนึงสิ”

“ครับ รับทราบครับ... อะไรนะครับ”

“บุหรี่น่ะ”

ลูก้าที่พยักหน้าตอบเบ็นไปด้วยความเคยชินควานหาของในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะย้อนถามถึงความต้องการของเบ็นอีกรอบ ถ้าเป็นบุหรี่น่ะ แน่นอนว่าเขามีอยู่ ลูก้าหยิบมันขึ้นมาและนำไปไว้ที่ปากของเบ็นพร้อมทั้งจุดไฟให้หลังจากนั้น

“…ไม่ได้เลิกสูบไปแล้วเหรอครับ”

“เลิกไปแล้วล่ะ”

เป็นการสูบบุหรี่ครั้งแรกในรอบเกือบสามปี ลูก้าที่รู้ทุกเรื่องของเบ็นจ้องมองอย่างใจลอย ก่อนหน้านี้ที่เบ็นเลิกสูบบุหรี่ เขาก็ไม่เคยเห็นบุหรี่ในปากเบ็นอีกสักครั้งเดียว ซึ่งลูก้าก็รู้เหตุผลดีอยู่ว่าเป็นเพราะอะไร มันเป็นเพราะหลอดลมของคนรักคาโปอ่อนแอ

ทันทีที่ฟื้นขึ้นมาเขาก็รู้เรื่องที่ว่าคนรักของคาโปรู้ตัวตนที่แท้จริงเข้าแล้ว การโดนหลอกอย่างแนบเนียนเป็นเวลาหลายปีก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ มันเป็นปัญหาที่ใหญ่โตมากด้วยซ้ำ

แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่หากไม่พูดออกไปน่าจะเป็นการดีกว่า ลูก้าปิดปากเงียบและจ้องมองด้านข้างของเบ็นที่สูบบุหรี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปี แม้จะไร้สีหน้าใดๆ แต่ภายในคงมีเรื่องให้คิดมากมาย

เขาก็เป็นเช่นนั้นล่ะ คาโปคือคนที่สามารถรักษาสีหน้าเรียบนิ่งโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาไว้ได้ ถึงคนข้างๆ จะถูกตัดคอ หากมีเรื่องอะไรที่ทำให้เปลี่ยนสีหน้าได้ ก็คงจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนรักของเขาเท่านั้น

“อาจจะดูก้าวก่าย แต่ว่าถ้าจะลองคุยเรื่องนี้...”

“เดี๋ยวก่อน”

ในตอนที่เขากำลังจะเปลี่ยนเรื่องคุย เสียงโทรศัพท์ก็แทรกขึ้นมา เบ็นคว้าโทรศัพท์ออกมาจากด้านในของเสื้อแจ็กเก็ตและกดปุ่มรับสาย ทว่าคำทักทายตามปกติถูกละทิ้งไป คนที่รู้เบอร์นี้ของเขามีไม่มาก และส่วนใหญ่ก็จะเป็นเขาที่เป็นฝ่ายโทรหา

“…ลีนาหายไปงั้นเหรอ”

ใบหน้าของเบ็นบิดเบี้ยวราวกับได้รับรู้ข่าวร้าย

ความคิดเห็น