เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

5 จะนกตั้งแต่วันแรกไม่ได้นะ

ชื่อตอน : 5 จะนกตั้งแต่วันแรกไม่ได้นะ

คำค้น : เจาหลิน,กลับมาเกิดใหม่,วาย,แร่ด,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.1k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2562 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 จะนกตั้งแต่วันแรกไม่ได้นะ
แบบอักษร

2029/01/04

เจาหลินใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกเวรยามออกไปนอกพรรคได้อย่างง่ายดาย หลิ่งอ้ายที่ตามหลังมาได้แต่ส่ายหน้า หากใช้ฝีมือที่มีพี่ชายของเขาสามารถไปอยู่แนวหน้าของยุทธภพได้ แต่วันๆกลับคิดหาสามีเสียนี่ เด็กหนุ่มได้แต่ตามคนเป็นพี่ไปเงียบๆ จนกระทั่งพ้นเขตเมือง

"ออกมาได้แล้วหลิ่งอ้าย" เจาหลินกอดอกทำแก้มพอง เขารู้ตั้งแต่ออกจากพรรคแล้วว่ามีคนติดตามมาแต่เพิ่งรู้ว่าเป็นน้องชายเมื่อเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้

"อย่างอนไปเลยน่า ข้าตามมาเพราะทุกคนเป็นห่วงหรอกนะ" หลิ่งอ้ายปลอบเมื่อเห็นพี่ชายทำท่าไม่พอใจ

"ข้าก็รู้หรอก แต่ข้าโตแล้วนะ" เจาหลินค้อน เป็นบุตรชายบ้านอื่นป่านนี้มีแต่งงานมีบุตรไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เขาแม้แต่จะออกจากบ้านโดยลำพังยังทำไม่ได้ ขนาดไปตลาดยังต้องมีผู้ติดตาม เห็นผู้ชายน่ารับประทานก็ได้เพียงแค่มอง เจาหลินเศร้า

"โตแล้วใครเขาหนีออกจากบ้านกัน" หลิ่งอ้ายโยกศีรษะพี่ชาย เขาสูงกว่าเจาหลินหนึ่งช่วงศีรษะและคาดว่าต่อไปจะสูงกว่านี้อีก

"แล้วขอตรงๆจะได้มาหรือ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเจ้าจะไปกับข้าอย่าขวางข้าเวลาจะทำอะไรก็แล้วกัน" เจาหลินเดินหนีน้องลึกเข้าไปในป่า

"พี่มีแผนว่าอย่างไรบ้าง" หลิ่งอ้ายไม่สนใจคนขี้งอน เขาเร่งฝีเท้าขึ้นมาเดินคู่ไปตามทางด่าน ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวรางไม่ยากสำหรับเขาสองคนที่เป็นผู้ฝึกยุทธ จึงเดินเหินได้ดุจกลางวัน

"ไม่รู้สิ เที่ยวไปเรื่อยเก็บให้ได้ร้อยไม้ค่อยกลับบ้านล่ะมั้ง ท่านพ่อท่านแม่ก็ยังแข็งแรงอยู่ คอยถามข่าวจากสาขาย่อยฝากให้ส่งข่าวมาบ้างไม่ให้ท่านเป็นห่วงก็พอล่ะมั้ง"

หลิ่งอ้ายยักไหล่ อย่างน้อยเจาหลินก็คิดจะส่งข่าวกลับบ้าน

สองพี่น้องเดินทางอยู่สองวันจึงเข้าเขตเมืองถัดไป เมืองหลงนานแม้เล็กกว่าเมืองเป่ยลู่หลี่แต่ก็เจริญไม่น้อย เจาหลินมายืนต่อแถวรอเข้าเมืองตั้งแต่เช้า เขาง่วงมาก อยากอาบน้ำนอนเป็นที่สุด แม้จะถูกบิดามารดาฝึกวิชาอย่างหนักหน่วงแต่ชีวิตคุณชายในห้องหอเช่นเขาไม่เคยนอนกลางดินกินกลางทรายมาก่อน ออกจากบ้านได้สองวันก็แทบทนไม่ได้เสียแล้ว หากไม่มีแรงจูงใจเป็นไม้ดุ้นใหญ่มีหรือเจาหลินจะทนลำบากเยี่ยงนี้

"คนละสองตำลึงเงิน" ทหารยามทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่เจาหลิน ใบหน้างดงามของเขาแม้จะมอมแมมไปบ้างแต่ก็ยังสวยสะดุดตา หลิ่งอ้ายรีบควักเงินให้ สายตาเย็นชาหยุดทหารยามไว้ได้ คนรีบจูงเจาหลินเข้าเมืองก่อนที่จะพลั้งมือฆ่าใครสักคน

เจาหลินที่ง่วงนอนถูกน้องจูงไปทางใดก็ตาปรือเดินตามไปทางนั้น หลิ่งอ้ายสอบถามพ่อค้าแถวนั้นได้ทิศทางแน่นอนก็มุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมทันที เด็กหนุ่มเปิดห้องพักเพียงห้องเดียวเพราะไม่ไว้ใจให้เจาหลินนอนคนเดียว ถึงอย่างไรเขาก็ต้องพยายามรักษาพรหมจรรย์ของพี่ชายไว้ให้ได้นานที่สุดจนกว่าเขาจะพบคนที่เห็นว่าคู่ควร

หลิ่งอ้ายสั่งบ่าวให้ยกน้ำร้อนมาให้ จับพี่ชายเปลื้องผ้าโยนใส่อ่างอาบน้ำทำเอาเจาหลินตาสว่าง

"ถึงโรงเตี๊ยมแล้วหรือ" เจาหลินตาเป็นประกาย การได้ออกท่องโลกเป็นความฝันของเด็กผู้ชายเชียวนะ แม้เขาจะชอบบุรษก็เถอะ

"ศาลเจ้ามั้ง อาบน้ำเสียจะได้นอน ตื่นแล้วค่อยไปหาอะไรรับประทาน" หลิ่งอ้ายส่ายหน้า นิสัยดังทารกแบบนี้บิดามารดาจะหวงไว้ไม่ยอมให้ออกจากบ้านไปก็ไม่แปลก

"น้องมาอาบกับพี่สิ เราไม่ได้อาบน้ำด้วยกันนานแล้วนะ" เจาหลินยิ้มหวานดึงแขนหลิ่งอ้ายลงมาในอ่างน้ำจนน้องชายเปียกปอนไปหมด

"เดี๋ยวจะโดน" หลิ่วอ้ายบ่นแต่ก็ยอมถอดเสื้อผ้าอาบน้ำกับพี่ชายแต่โดยดี หลังจากนั้นก็พากันเข้านอนกันทั้งสองคน

ตกบ่ายเมื่อได้นอนอย่างเต็มที่เจาหลินก็กระตือรือร้นกับการเดินเที่ยวชมเมืองยิ่งนัก สองมือน้อยลากจูงน้องชายที่ตัวใหญ่กว่าไปยังถนนเส้นที่คึกคักที่สุดในเมือง แม้ไม่มีสิ่งใดต่างจากเมืองเป่ยลู่หลี่​แต่เด็กหนุ่มก็มีความสุขมาก สองคนพี่น้องแวะซื้อของกินจากร้านแผงลอยรายทางจนเต็มทั้งสองมือ

"พี่ ข้าถือไม่ไหวแล้ว เราไปหาที่นั่งรับประทานกันเถอะ แถวริมแม่น้ำอาจจะมีที่ดีๆก็ได้" หลิ่วอ้ายชูสองมือให้เจาหลินดู พี่ชายได้แต่หัวเราะฮ่าๆ เดินตามน้องไปหาที่นั่งริมแม่น้ำแล้วรับประทานอาหารที่ซื้อมาอย่างสบายใจ บริเวณริมน้ำนี้เห็นชัดว่าได้รับการดูแลอย่างดี มีร่มไม้ปลูดริมน้ำเรียงรายกันเป็นระเบียบสวยงาม แม้เป็นยามบ่ายยังร่มรื่นบวกกับได้ลมเย็นๆจากแม่น้ำน่าสบายยิ่งนัก

"หลิ่งอ้าย ไม่มีเก้าอี้เลย" เจาหลินทำปากยื่น

"รู้แล้ว มานี่มา" หลิ่งอ้ายนั่งขัดสมาธิให้พี่ชายนั่งตัก ตั้งแต่เขาตัวโตกว่าเจาหลินก็ชอบนั่งแบบนี้ หลิ่งอ้ายไม่ปฏิเสธว่าเขาก็ชอบวิธีอ้อนของพี่ชายตัวเล็กเช่นกัน

เสียงดนตรีแว่วมาจากเรือลำใหญ่ที่ล่องแม่น้ำผ่านมา มองไปบนเรือล้วนเป็นคนหนุ่มสาวหัวร่อต่อกระซิกกัน เจาหลินเหม่อมองอยู่พักใหญ่จนได้ยินเสียงหลิ่งอ้ายจึงรู้สึกตัว

"อยากนั่งเรือแบบนี้บ้างไหม"

"ไม่เอาหรอก มีแค่ข้ากับเจ้าสองคนจะสนุกได้อย่างไร ขอให้ท่านพ่อพาไปดีกว่า นางรำก็ไม่เอา ข้าจะดูนักสู้ควงกระบองไฟ" เจาหลินยัดขนมเข้าปาก แต่เมื่อรู้สึกได้ว่ามีสายตาจับจ้องมาจากบนเรือ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาบนเรือส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มยังอ่อนโยนชวนสนิทสนมถึงเพียงนั้นแฝงกลิ่นอายของบัณฑิต เจาหลินเขินจนนั่งบิดกายอยู่บนตักน้องชายที่มีสีหน้าคล้ายจะฆ่าใครสักคน

"คุณชาย ข้าเห็นท่านสองคนนั่งกันอยู่นานแล้ว อยากจะเชิญท่านมาร่วมสนทนากับพวกเราเห็นเป็นอย่างไร" 

เจาหลินยัดอาหารในมือใส่มือหลิ่งอ้าย ร่างเล็กดีใจแทบจะกระโดดใบหน้างามยิ้มหวานด้วยความถูกใจ อา..หากข้าถูกคุณชายท่านนี้เปิดพรหมจรรย์ย่อมดีนัก หากได้ย้อมเขาด้วยสีสันของผู้ใหญ่ อร๊าย เจาหลินเขินไปหมดแล้ว จึงไม่เห็นสีหน้าดำทะมืนของหลิ่งอ้าย เด็กหนุ่มรวบอาหารรวมกันไว้ในห่อผ้า ถึงบ้านจะรวยแต่ไม่จำเป็นต้องฟุ่มเฟือยสักหน่อย

"ข้าชื่อให้คนเรือเทียบฝั่ง คุณชายทั้งสองโปรดรอสักครู่" คนบนเรือส่งเสียงมา เจาหลินยิ้มหวานยิ่งกว่าเดิม ใช้วิชาตัวเบากระโดดพุ่งออกไป สะกิดเท้าบนผิวน้ำเพียงสองครั้งก็ขึ้นเรือได้ท่ามกลางเสียงโห่ร้องชมเชยของคนบนเรือ "ท่วงท่าอันงดงามของข้าคงจะประทับผู้คนแล้ว ฮิฮิ" เจาหลินกระหยิ่มใจจึงถูกหลิ่งอ้ายที่โดดตามมาติดๆกระซิบที่ข้างหู

"รักษากริยาหน่อย เดี๋ยวบุรุษก็หนีหมดหรอก"

ถูกน้องว่าเอาซึ่งๆหน้าเจาหลินจะด่าก็ติดว่ามีผู้อื่นอยู่ เมื่อบุรุษรูปงามเดินมาเจาหลินได้แต่รีบปั้นรอยยิ้มงดงามแสร้งวางท่าเข้าสู้

"ข้ามีนามว่าหานหมิงเฉียว มิทราบว่าท่านทั้งสองเป็นยอดคนจากสารทิศใด ได้เห็นท่วงท่านางแอ่นทะยานคลื่นอันยอดเยี่ยมของท่านนับว่าได้เปิดหูเปิดตานัก" หานหมิงเฉียวแจกรอยยิ้มอันอบอุ่นเผื่อแผ่ถึงหลิ่งอ้ายที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง รอยยิ้มของเขามีไว้ให้คนในครอบครัวเท่านั้น

"ข้าแซ่หลี่นามเจาหลิน นี่คือน้องชายของข้ามีนามว่าหลิ่งอ้าย" เจาหลินประสานมือคารวะตอบตามแบบแผนได้อย่างดีเยี่ยม

"อย่ามัวเสียเวลากล่าวถ้อยคำมารยาทอีกเลย เชิญทางนี้เถิด" เหล่ามิตรสหายของหานหมิงเฉียวตะโกนมา

"ขออภัยคุณชาย สหายของข้าเริ่มเมาแล้ว เชิญท่านไปรวมกลุ่มกับพวกเราเถิด" หานหมิงเฉียวแนะนำให้เจาหลินรู้จักกับบรรดาสหายของเขาทั้งบุรุษสตรีแต่เจาหลินคร้านที่จะจดจำนอกจากบุรุษผู้หนึ่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาสูสีกับหานหมิงเฉียว คนผู้นี้ชื่อหนิงจี๋เป็นสหายสนิทกัน เจาหลินเริ่มเคลิ้มพึมพำ "อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน" จนหลิ่งอ้ายต้องเช็ดน้ำลายให้

"ท่านสองคนเป็นนักเดินทางหรือ" หนิงจี๋ถามเจาลิน

"ไม่ถึงขนาดนั้น ข้าเพียงออกมาท่องเที่ยวสักระยะหนึ่ง หากพอใจแล้วก็จะกลับบ้าน" เจาหลินตอบ ระวังมิให้ข้อมูลอีกฝ่ายมากนักแม้ว่าพวกเขาจะดูไร้พิษภัยประพฤติตนคล้ายคุณชายเจ้าสำราญแต่เจาหลินก็ไม่ไว้ใจเต็มร้อย 

"ช่างเป็นชีวิตที่น่าอิจฉานัก" หนิงจี๋ยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้าง เจาหลินเห็นดังนั้นก็อารมณ์ดียิ่งชนสุรากับคนอื่นๆไม่ขาด เรื่องเมาง่ายๆนั้นไม่มีวันเพราะบิดาจัดการจนแน่ใจว่าพวกเขาสองพี่น้องจะไม่มีวันถูกมอมสุราเป็นอันขาด

แสงสนธยาลาลับขอบฟ้าก็ได้เวลาที่พวกเขาหันหัวเรือเข้าฝั่ง เหล่าดรุณีน้อยมีรถม้ามารับกลับบ้านเหมือนกับเหล่าคุณชายหลายๆคน มีเพียงเจาหลินและหลิ่งอ้ายสองพี่น้องยืนงงอยู่ เพราะท่าเทียบเรืออยู่ห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่มากนัก

"คุณชายหลี่ มิทราบว่าพวกท่านพักที่ใด" 

"โรงเตี๊ยมจินเจียง" หลิ่งอ้ายตอบแทนเจาหลินที่จำโรงเตี๊ยมไม่ได้ด้วยซ้ำ

"นั่นมันอยู่อีกฟากของเมืองเลยนะ เช่นนี้เป็นไรคืนนี้หนิงจี๋ก็ค้างที่บ้านของข้า พวกท่านก็ค้างเสียด้วยกัน พรุ่งนี้ข้าจะไปส่งพวกท่านพร้อมหนิงจี๋เอง" หานหมิงเฉียวเสนออย่างใจกว้าง เจาหลินรีบตอบรับทันที เช่นนี้แสดงว่าท่านก็มีใจให้ข้าใช่ไหม ฮิฮิ เจาหลินเริ่มฝันหวานถึงค่ำคืนหฤหรรษ์จึงโดนหลิ่งอ้ายรวบเอวอุ้มขึ้นรถม้า

"พวกท่านเป็นพี่น้องที่สนิทกันดีนะ" หานหมิงเฉียวมองมือของหลิ่วอ้ายที่กอดเอวเจาหลินไว้แน่น

"พี่ข้าก็เป็นแบบที่ท่านเห็น ปล่อยไปก็จะเดือดร้อนผู้อื่นเสียเปล่าๆ" หลิ่งอ้ายตอบหน้าตายจึงถูกเจาหลินที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกน้องชายหลอกว่าแว้ดใส่ 

เมื่อมาถึงบ้านของหานหมิงเฉียว เขาบอกว่าป่านนี้บิดามารดาคงเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปเคารพตอนรับประทานอาหารเช้าก็ได้ จากนั้นให้บ่าวนำสองพี่น้องไปพัก ทั้งคู่สมัครใจพักด้วยกัน ทางหนึ่งเกรงใจ ทางหนึ่งเพื่อความปลอดภัย เขาตกลงกันตั้งแต่บนรถม้าแล้วว่าจะรัับประทานอาหารที่ห้องจะได้รีบพักผ่อน

หลังจากเข้านอน เจาหลินรอจนหลิ่งอ้ายหลับสนิท เขาหยิบขวดกระเบื้องใบเล็กโบกที่จมูกของหลิ่งอ้าย ในขวดนั้นคือยาสลบเพื่อให้มั่นใจว่าน้องชายจะไม่ไปขัดระหว่างที่เขากำลังกระทำเรื่องดีงามแบบผู้ใหญ่ เจาหลินเปลี่ยนเสื้อผ้าประพรมน้ำหอมปล่อยผมสยายเล็ดรอดออกไปจากห้องหลิ่งอ้ายก็ลืมตาขึ้น

"ดีนะที่ท่านพ่อให้ยาแก้มา ท่านแม่ฉลาดจริงๆที่เดาถูกว่าพี่จะทำแบบนี้" หลิ่งอ้ายสะกดรอยตามเจาหลินไปอีกทอดหนึ่ง เขาซุ่มดูอยู่ห่างๆระหว่างไม่ให้เจาหลินรู้ตัว เจ้าพี่ชายตัวเล็กสืบเสาะไปยังเรือนของหานหมิงเฉียวที่เขาชี้ให้ดูเมื่อตอนค่ำ

เจาหลินเลือกห้องที่ยังมีไฟสว่าง บรรยากาศรอบด้านสงบเงียบ บ่าวไพร่ล้วนเข้านอนหมดแล้วและตึกหลังนี้ยังอยู่ห่างจากตึกหลังช่วงใหญ่

"ช่างเหมาะจะใช้กระทำเรื่องของผู้ใหญ่เสียจริง ห้องใครน้า" เจาหลินถูมือยืดศีรษะอย่างระมัดระวังมองผ่านหน้าต่างเข้าไปด้านใน แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ในห้องได้ชัดเจนเด็กหนุ่มกลับยืนตัวแข็งทื่อ เมื่อตั้งสติได้ก็หมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว

หลิ่งอ้ายขมวดคิ้ว เห็นว่าพี่ชายวิ่งกลับไปยังห้องนอนก็วางใจเขาจึงไปแอบดูในห้องบ้างว่าพี่ชายพบเห็นสิ่งใดจึงตกใจขนาดนี้ เมื่อมาถึงใต้หน้าต่างก็ได้ยินสียงหอบหายใจหนักพร้อมเสียงเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงเตียงโยก​ หลิ่งอ้ายขมวดคิ้วแต่ยังแอบดูเพื่อความแน่ใจ

"หนิงจี๋ อ่า..ซี๊ด.." เสียงทุ้มของหานหมิงเฉียวคราง ใบหน้าสะบัดขึ้น

"เจ้าอย่าครางแบบนี้ ข้าจะทนไม่ไหว" หนิงจี๋ซุกไซร้ใบหน้าไปที่ร่างกายของคนใต้ร่าง ที่แท้พวกเขาก็รับประทานกันเอง

หลิ่งอ้ายหัวเราะ เห็นทีคงต้องรีบกลับไปปลอบพี่ชายเสียหน่อย อย่างน้อยคืนนี้เขาก็ไม่ต้องเปลืองแรงปกป้องพรหมจรรย์ของคนที่อยากเสียมันไปจนตัวสั่นล่ะนะ เมื่อกลับมาถึงห้องเด็กหนุ่มพบว่าเจาหลินนอนคลุมโปงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

"พวกเดียวกันก็ไม่บอก คนบ้า แง้งงง...."

ความคิดเห็น