facebook-icon

เมื่อรู้ว่าคนรักที่คบกันมาถึงสามปีเป็น 'มาเฟีย' ลีนาจึงเลือกจะหนีจากเขา แต่หนีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นเสียที...

ชื่อตอน : 02-6 กักขัง

คำค้น : หนีรักทวงใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 16:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-6 กักขัง
แบบอักษร

​ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีเวลาจะให้ลังเลแล้ว ลีนาย้ายผ้าห่มที่เคยห่มไปไว้ข้างๆ หลังเช็กแล้วว่าขาของตัวเองกลับมาเป็นปกติด้วยการลองขยับนิ้วเท้า แต่เสื้อผ้าจะเอาอย่างไรดีนะ ร่างกายลีนาเปลือยเปล่าไม่มีแม้แต่กางเกงชั้นใน เขาไม่สามารถออกไปข้างนอกในสภาพนี้ได้

แต่เขารู้อยู่ว่าเสื้อผ้าอยู่ตรงไหน ลีนาลุกขึ้นมายืนบนพื้น ในตอนนั้นเรียวขาเขาสั่นเครือ ความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาจากต้นขาและกระดูกเชิงกรานเกือบทำให้ลีนาตัวงอ เขาตั้งสติอย่างอยากลำบากและเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า ในนั้นมีชุดออกกกำลังกายของเบ็นแขวนเรียงตามสีไว้อยู่

มันใหญ่เกินไปนิดหน่อยสำหรับลีนา แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ลีนาใส่ตัวที่สามารถหยิบออกมาได้ นี่เป็นการไม่ใส่ชั้นในครั้งแรก แม้จะไม่ได้รู้สึกว่างเปล่า แต่ในตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรจะให้ใส่ ลีนารูดซิปชุดขึ้นจนถึงคอพลางสำรวจซ้ายขวาราวกับมีใครกำลังจ้องอยู่ ก่อนจะตรงไปยังประตูอย่างเงียบเชียบ

พระเจ้าครับ หากท่านกำลังมองอยู่ ได้โปรดช่วยให้ผมได้ออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยด้วยเถิดครับ

ลีนาค่อยๆ แบบค่อยๆ หมุนลูกบิดประตู เปิดได้! สำเร็จไปหนึ่งขั้นแล้ว ตอนนี้ก็แค่เปิดประตูออกและเดินไปตามทางที่คุ้นเคย หากลงบันไดไปก็ใกล้จะถึงทางเข้าแล้ว แต่ว่ามันจะง่ายขนาดนี้ก็ได้เหรอ อย่างไรก็ตาม การกระทำที่เบ็นทำมันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนใจไปมาเพียงชั่วข้ามคืนนี่

แต่ถ้าเรื่องทั้งหมดบนโลกง่ายแบบนี้จะดีขนาดไหนกันนะ คนที่ไม่มีศาสนาแบบเขาที่ถามหาพระเจ้าแค่ในเวลาแบบนี้มันจะน่าเกลียดไหม คำอธิษฐานของเขาคงถูกยกเลิกไปแล้วล่ะ เพราะนอกประตูมีชายใส่สูทเดินเตร็ดเตร่อยู่ตามทางเดินถึงสามคน ลีนาจึงปิดประตูลงอย่างระมัดระวังเช่นเดียวกับตอนที่เปิด

‘มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ’

ในตอนแรกเขาไม่ได้มีความหวังมากมายอะไร มันไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ง่ายขนาดนี้ แต่ก็ไม่สามารถยกเลิกความตั้งใจได้ หลังจากที่ลีนาชะเง้อมองรอบๆ เขาก็มองเห็นหน้าต่าง ห้องนอนเขาอยู่ชั้นสอง ลีนาจำได้ว่าตรงหน้าต่างบานที่สามมีตอไม้ขนาดใหญ่อยู่

บิงโก! ลีนายิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่ต้นไม้นั้นยังอยู่ตรงที่เดิม และคิดอย่างจริงจังว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้ร่างกายของเขาสามารถปีนขึ้นลงต้นไม้ได้ไหมนะ ไม่สิ อย่างนั้น... ถ้ามีบันไดล่ะ ไม่มีหรอก หรือจะใช้ตัวเปล่าเกาะผนังออกไปดี ก็ไม่น่าทำได้

ไม่ว่าแบบไหนก็ไม่มีคำตอบที่แน่นอน ลีนาคิดอย่างรอบคอบ

‘มันไม่ใช่ไม่มีทางออกเลยหรอกหน่า’

แม้จะไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่ลีนาก็มีของที่สะสมเป็นงานอดิเรกอยู่บ้าง ซึ่งงานอดิเรกของเขาคือการเก็บใบรับรอง และใบรับรองการปีนเขาก็คือหนึ่งในนั้น แฟนเก่าของลีนาที่เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวชวนให้ทำงานอดิเรกแบบนี้ด้วยกัน และลีนาเริ่มทำมันเพราะถูกเกลี้ยกล่อม โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีส่วนช่วยในปัจจุบันถึงขนาดนี้

แม้ว่าไม่มีเครื่องมือรับรองความปลอดภัยอะไรเลย แต่เขาก็เคยลองในความสูงระดับนี้แล้ว ลีนาค้นห้องเพื่อหาเชือกที่พอจะใช้งานได้  หวังว่าจะเจอเชือกที่ใช้มัดเขาเมื่อวาน หรือส่วนที่เหลืออยู่

แน่นอนว่ามันไม่มีหรอกเรื่องโชคดีแบบนั้น เพราะว่ามันไม่มีทั้งเชือกและของที่พอจะใช้ทดแทนได้เลย ถ้างั้นเขาจะถอดใจดีไหมนะ ลีนาดึงผ้าห่มและผ้าปูเตียงออกหลังจากล็อกห้องเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีก็ทำขึ้นมาเองก็ได้ เขาฉีกและมัดผ้าปูเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

ลีนากำลังทำเชือกตามแบบที่เคยได้ดูจากภาพยนตร์ เพียงแค่คิดว่าจะสามารถหนีไปได้ ความเจ็บปวดที่เคยรู้สึกตรงขาก็เหมือนเบาลงมาก เพราะแบบนี้ไงคนเราถึงต้องมีเป้าหมาย ลีนาหายใจเข้าลึกๆ แล้วผูกผ้าไว้กับเสาอย่างแน่นหนา แม้จะตกลงไปแล้วไม่ถึงกับตาย แต่เขาก็กลัวจะบาดเจ็บเหมือนกันนี่นา

ในตอนนี้การเตรียมตัวก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ลีนายืนอยู่บนขอบหน้าต่างและจับเชือกไว้ ได้ทำเรื่องอะไรแปลกๆ เยอะเพราะคุณเลยนะ คุณเบ็น... หลังจากทักทายในใจกับตัวต้นเหตุของเรื่องนี้อย่างสั้นๆ ไปแล้วลีนาก็เช็กตอไม้อีกครั้งและกระชับเชือกให้แน่น คงจะใช้เวลาแค่ประมาณสองนาทีเท่านั้น

ลีนาค่อยๆ ใช้เท้าไต่ลงมาข้างล่างช้าๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทุกอย่างมันดีหมด แต่ลีนากังวลกับเชือกที่ทำมาจากผ้าห่มและผ้าปูที่นอนนั่นมากกว่า เขาไม่มีความรู้สึกอึดอัดใจหลังจากไม่ได้ปีนกำแพงมานาน จะมัวชักช้าอยู่ไม่ได้แล้ว ลีนาจึงจับเชือกให้แน่นและค่อยๆ ไต่ลงไปข้างล่างทีละก้าว ทีละก้าว

‘ดี ใกล้ถึงแล้ว ดีมากเลย’

ในที่สุดเท้าของลีนาก็แตะถึงพื้น ในตอนนั้นลีนาตื่นเต้นจนเกือบจะส่งเสียงตะโกนออกมา เขาปิดปากเงียบและเดินตรงไปยังประตูด้านหลังบ้าน ไม่มีความคิดจะไปยังประตูด้านหน้าที่มองเห็นไปถึงข้างในนั้นแม้เพียงสักนิด ถ้าสามารถไปถึงถนนฝั่งตรงข้ามแล้วเข้าไปถึงในป่าได้ก็คงจะดี เอาล่ะ เป็นแผนการที่ยอดเยี่ยมไปเลย

“อ่า…”

ถ้าหากเขาลืมอะไรไปสักอย่าง ก็คงเป็นความจริงที่ว่าเบ็นเลี้ยงสุนัขตัวโตไว้แถวๆ ประตูหลังของบ้านพักตากอากาศแห่งนี้ ลีนาหยุดหายใจและสบตากับเจ้าสัตว์ตัวนั้น สัตว์สี่เท้าสีดำสนิทที่มองแค่รูปร่างก็รู้สึกได้ถึงความน่ากลัว เขารู้สึกวูบวาบทันทีที่เห็นฟันของมัน ซึ่งโผล่ออกมาราวกับจะกัดฝั่งตรงข้ามได้ในทันทีหรือแม้กระทั่งน้ำลายที่กำลังไหลย้อยลงมา

ลีนาเดินถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัว เป็นการตอบสนองอย่างอัตโนมัติ สุนัขตัวนั้นเริ่มคำรามแล้วตรงมาที่เขา แต่ลีนาไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย

ชื่อของเจ้าสุนัขตัวนั้นก็คือ ‘ชิบะ’

“ชิบะ! ชู่!…ชู่!”

ถัดจากเบ็น ก็อาจจะเป็นลีนาที่มันตามด้วยความรักที่มีให้เท่าๆ กับเจ้าของตัวจริง

ลีนาสู้น้ำหนักของสุนัขไม่ได้และหงายหลังล้มลง ชิบะที่ไม่ได้เจอลีนามานานก็ปีนป่ายขึ้นมาอยู่บนตัวลีนาด้วยความยินดี ก่อนจะใช้ลิ้นยาวๆ เลียไปทั่วทุกส่วนของใบหน้าลีนา สัตว์เลี้ยงก็มักจะเหมือนเจ้าของ ชิบะมักจะแสดงความรักกับเขาอย่างรุนแรงเสมอมา

ลีนาปล่อยให้มันเลียหน้าไปสักพัก จนกระทั่งมันตั้งสติได้แล้วย้ายมายืนข้างๆ สะโพกเขาแทน ท่าทางยืนตรงนั้นสง่างามเหมือนกับเจ้าของเสมอ ลีนามองเจ้าชิบะแล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา ถ้าหนีไปแบบนี้ก็จะไม่ได้เจอเจ้าชิบะด้วยสินะ ลีนากับเบ็นเป็นคนเอามันมาเลี้ยงด้วยกัน ในตอนนั้นยังเป็นเพียงแค่ลูกหมาที่เหมือนกับลูกของพวกเขา

คงจะคิดถึงน่าดูเลย ชิบะ ลีนาทักทายเพียงแค่ในใจพร้อมทั้งลูบใต้คาง ทั้งหัวของชิบะ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน เดินตรงเข้าไปยังป่าด้วยจิตใจที่อ่อนลงอย่างยากลำบาก

เจ้าชิบะมองด้านหลังของลีนาอย่างเลื่อนลอยไปจนสุดทาง

 

* * *

 

พื้นทางเดินตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงสุดทางทำด้วยหินอ่อนทั้งหมด ดังนั้นเวลาเดินจะได้ยินเสียงรองเท้าดังก้องอย่างชัดเจน หรืออาจจะเพราะหลังคาทรงโดมด้วย ซึ่งมันก็ส่งผลไม่น้อยเลย

ในที่แห่งนั้นมีแค่ชายหนุ่มเพียงคนเดียว แม้ว่าในคฤหาสน์แห่งนี้จะมีคนอยู่มากมายหลายต่อหลายคน แต่ต่างคนก็ต่างอยู่ในพื้นที่ของตัวเองและกำลังยุ่ง เวลาห้โมงเย็น เป็นเวลาที่ควรจะต้องเตรียมอาหารเย็น แต่เพราะเขาไม่ได้ติดต่อมาตั้งแต่แรกว่าจะมาที่คฤหาสน์แห่งนี้ คนเหล่านั้นเลยไม่สามาถรู้ได้เลยว่าเจ้าของบ้านจะเข้ามาหรือไม่ และเขาเองก็ไม่มีความคิดที่จะพวกนั้นมาเดินวนเวียนให้รำคาญอีกด้วย

จังหวะก้าวเดินที่มั่นคงในทุกๆ ก้าวนั้นหยุดอยู่กลางทางเดิน บนเพดานเหนือศรีษะของเขาเป็นภาพวาดฝาผนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตระกูลซัลวาโตเร่ทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่เขาเคยตื่นเต้นตอนเด็กๆ ก็ตาม แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเพดานเท่านั้น ตอนที่ส่วนสูงของเขากำลังจะเท่าเพดานอยู่แล้ว

โค้ทยาวที่พาดไว้บนไหล่สะบัดไปมาตามการก้าวเดิน ปกติเขาก็ใส่สูทแต่ในตอนนี้มันไม่เข้ากับอากาศในฤดูกาลนี้เท่าไหร่นัก เขากลายมาเป็นผู้นำครอบครัวที่แข็งแกร่งต่อจากบิดาที่จากไปเร็วกว่าที่คิดอย่างสง่าผ่าเผย จึงต้องรักษาความเชื่อและความองอาจเหล่านั้นด้วยการเป็นมาเฟียไปจนวันตาย

แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาเองก็ไม่รู้ว่าการเป็นมาเฟียที่กุมความตายไว้ในมือ เป็นโชคชะตาหรือไม่ก็ตาม

โค้ทของชายหนุ่มถูกวางไว้หน้าประตูอย่างสงบนิ่ง เป็นประตูที่ทำด้วยไม้มะฮอกกานีซึ่งมีมูลค่ามาก เขาภูมิใจมากที่บนชั้นสามของคฤหาสน์ ประตูห้องทั้งหมดถูกทำด้วยวัสดุและรูปแบบเดียวกัน

ชั้นสามเป็นที่รวมตัวของคนในตระกูลซัลวาโตเร่ หรือผู้มาเยือนทั้งหลาย แต่ตอนนี้ห้องส่วนใหญ่ถูกปล่อยว่างไว้ แม้ว่าห้องของชายหนุ่มจะอยู่ในสุดทางเดิน แต่เขาก็จำไม่ได้แล้วว่าเปิดประตูเข้าไปครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านพักส่วนตัว

เท่าที่นึกออกก็น่าจะเป็นตั้งแต่สามปีก่อน

“อา มาแล้วหรือครับ คาโป”

หลังจากที่เปิดประตูเข้าไป หนึ่งในคนที่อยู่ด้านในก็ทำให้เขาตกใจ ทันทีที่เบ็นเห็นอีกฝ่าย เขาก็ขมวดคิ้วที่ปากของผู้ชายคนนั้นคาบบุหรี่ไว้อยู่ แม้จะเปิดหน้าต่างไว้ แต่สิ่งที่เบ็นไม่พอใจยิ่งไปกว่านั้น มันไม่ใช่เพราะการถ่ายเทอากาศหรอก

“หมอบอกว่าให้สูบบุหรี่ได้แล้วงั้นเหรอ”

“เอ่อ...”

“ฉันบอกให้ใส่ใจกับการพักฟื้นเป็นอย่างแรกไง ลูก้า”

เบ็นพูดเสียงแข็งกว่าปกติ แม้ว่าจะไม่ใช่การต่อว่าใหญ่โต แต่เบ็นก็ไม่คิดที่จะมองข้ามไป นั่นแปลว่าเบ็นไม่พอใจเป็นอย่างมาก ส่วนชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าลูก้าไออย่างแรงก่อนจะขยี้บุหรี่ลง

เขาเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบหกปี และเป็นมาเฟียเช่นเดียวกัน คาโปริโอเน่ ที่มีฐานะรองจากอีกคนที่เขากำลังมองอยู่ มีลำดับต่ำกว่าเพียงแค่ เบ็น ที่เป็นคาโปเท่านั้น

ความคิดเห็น