ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ​17 ผิด (100%)

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , เคน , โยธิน , น้องแทน , พี่ผิง , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยาย y , นิยายดราม่า , ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2562 03:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​17 ผิด (100%)
แบบอักษร

17 ผิด 

    [Sailom’s Part]  

    ‘มึงรู้ไหมว่าทำไมมันถึงไม่มา’

    พวกเราอยู่กันพร้อมหน้าทีมวิศวะเตรียมพร้อมเรียน และเป็นไอ้ฟ้าที่มันเอ่ยอะไรเงื่อนงำออกมา หลังจากที่ได้ยินไอ้แฝดมันบ่นหยกๆ

    ‘ทำไมวะทำไม?’ ผมไม่สนใจบทสนทนาสนุกๆ ของพวกมัน เพราะตัวผมรู้สาเหตุอยู่แล้ว

    ก็เพราะผมเป็นคนสั่งมันเอง...

    ‘กูไปเจอมันมา มันบอกติดธุระนู่นธุระนี่เว้ย แต่จริงๆ กูว่ามันไปเที่ยวกับแฟนมันมากกว่า’

    ...หะ อะไรนะ?

    ‘เห้ย จริงดิ? ไอ้ทินมีแฟนแล้วดิ?’

    ‘อ่า... ไม่เชิง เห็นว่ากำลังทำคะแนนอยู่ แต่กูว่าใกล้จะคบกันแล้วแหละ’

    คบกันแล้ว...

    ‘เหยด สวยไหม’

    ‘ไม่... มึง มันพวกเดียวกับกูนี่แหละ’

    ‘ห้ะ ไม้ป่าเดียวกันหรอวะ...’

    ไม้ป่าเดียวกัน...

    ที่ว่าไปเที่ยวกับแฟน... อย่าบอกนะว่าที่เห็นวันนั้นมันเรื่องจริง

    อาทิตย์ที่แล้วผมเห็นมันอยู่กับไอ้คนที่เคยไปกินไอติมกับมัน อยู่ด้วยกันในร้านชาบู เผลอไปเห็นในช็อตที่ไม่น่าเห็น

    เห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานาน...

    ทำไมมันถึงได้หัวเราะ...

    ตั้งแต่คราวนั้นแล้ว ที่พวกมันสองคนไปกินไอติมด้วยกัน ความรู้สึกเดือดๆ เหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด... เดี๋ยวนะ

    นี่เริ่มคบกันตั้งแต่เมื่อไร

    วันนั้น? หรือก่อนหน้านั้น? หรือก่อนที่พวกเราไม่ได้คุยกัน??? ตั้งแต่เมื่อไร

    แล้วที่บอกว่าชอบกูล่ะ

    ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนถูกแย่งของเล่นที่โปรดปรานไป มันกำลังจะหนีไป กลายเป็นของคนอื่น

    ผมต้องการเคลียร์ เคลียร์ให้ชัดเจนว่าทุกอย่างมันไม่ใช่เรื่องจริง ไอ้คนอย่างนั้นน่ะหรอที่มึงจะคบด้วย แล้วที่เคยบอกว่าชอบกู นั่นคืออะไร?

    รู้ตัวอีกที อามรณ์ของตัวผมก็ทำทุกอย่างพังจนถึงตอนนี้...

    วันนี้ผมจะคุยกับมันดีๆ ...

    บรื้นนน

    เกือบที่ก้าวออกไป ก็ดันมีบุคคลมาขวางการตัดสินใจไว้

    แม่ง...

    “ขอบคุณนะครับ คุณพี่รหัสสายเปย์”

    “หืม แค่พี่รหัสเองหรอ”

    “แหะๆ”

    อย่ายิ้มอย่างนั้น…

    “ฮะๆ พรุ่งนี้ตอนเที่ยงพี่ไปรออีกนะ”

    “ได้ครับ”

    อย่าให้มันเล่นหัวมึง…

    “พี่ไปละ”

    ไม่ได้มีแค่กูหรอที่ทำได้...

    เมื่อไรไม่รู้ที่ผมเผลอจิกนิ้วโป้งเข้ากับนิ้วกลาง มันเจ็บก็จริง แต่มันจะเจ็บหนักกว่านี้ถ้าผมยังไม่ได้คุยกับมัน

    ผมเดินตามมาติดๆ รอมันเปิดประตู แต่...ไม่ไหว ตอนนี้อารมณ์ผมเดือดขึ้นอีกครั้ง เผลอเดินเข้าใกล้จนมันรู้สึกตัว

    รู้ทันทีที่มันทำหน้าตกใจรีบไขกุญแจ ผมวิ่งไปจับบานประตูนั่นไม่ให้มันหนีผมได้

    “อย่าเข้ามา” สัมผัสได้ถึงแรงทั้งหมดที่มีดันประตูเพื่อกันตัวผมไม่ให้เข้าไป แต่มือของผมที่ต้านเอาไว้ “เหวอ!”

    เพราะสู้แรงผมไม่ได้ มันลื่นไหลไปตามประตูที่ผมดันเข้าไป เป็นผลให้ตัวผมเข้ามาในห้องได้

    “ออกไปนะ”

    “มึงมีเรื่องต้องคุยกับกู”

    มันพยายามเอื้อมมือมาเปิดประตู แต่ผมขวางไว้ด้วยร่างกายที่ใหญ่กว่า

    “ออกไป! ผมไม่คุย ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยทั้งนั้น"

    “ต้องคุย! ความจริงเกี่ยวกับมึง”

    พอเห็นว่าไม่ได้ผลมันก็เริ่มดันตัวผมให้ออกไป

    “ไม่! ออกไป!”

    “ทิน!!!”

    มือของมันหยุดนิ่ง เพราะมันไม่ยอมฟังอะไรเลย ผมถึงต้องเรียกสติเพื่อให้เราได้คุยสักที

    “..เพื่ออะไรวะ”

    “...”

    ภายในอกที่เดือดพล่านกับรู้สึกเหมือนอะไรสักอย่างหล่นวูบเพราะเสียงที่ตัดเพ้อนั่น

    “ผมไม่เข้าใจ พี่บอกไม่ให้ผมคุย ไม่ให้ผมแตะ ไม่ให้ผมเจอหน้า ผมก็ทำตามคำสั่งทุกอย่าง แล้วทำไมพี่ถึงยังโกรธผม ยังตะคอกใส่ผมเหมือนผมทำผิดสัญญา”

    กลืนน้ำลายตัวเองครั้งใหญ่ เพราะสิ่งที่มันพูดมาทั้งหมดมันคือเรื่องจริงทั้งนั้น

    แต่ไม่ใช่ตอนนี้ที่ผมจะยอมรับ สิ่งที่สำคัญกว่าคือมึง

    “เพราะมึงชอบกู แต่มึงจะไปคบกับมัน”

    “...ห้ะ?”

    “กูได้ยินนะ วันนั้นที่พวกมึงคุยกันที่ห้องน้ำน่ะ”

    “!!!”

    “ถ้ามึงชอบกู มึงห้ามไปคบกับมัน”

    มึงเป็นเหมือนสิ่งสำคัญของกูทิน กูจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งของๆ กูไป

    “ไม่... “ มันส่ายหน้า “นั่นไม่ใช่เหตุผลเลย ถึงผมจะชอบหรือไม่ชอบ พี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งห้ามผมไม่ให้คบกับใคร”

    ผมกำมือแน่นทนฟังมันพูด แต่หากประโยคต่อมามันทำให้ผมเบิกตาโพลง

    “เพราะผมจะไม่ทำตามที่พี่ต้องการอีกแล้ว ครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะฟัง”

    “ทิน!”

    “ออกไปสักที!”

    มันจะหนีผมไป...

    มือที่เร็วกว่าความคิดเป็นทุนเดิม ก็เผลอฉุดเอาไหล่ของตรงข้ามให้ติดกำแพง จับเอาไว้แน่น ยัดเยียดในสิ่งที่ไวกว่าความคิด หรือแม้กระทั่งอารมณ์ของตัวเองซะอีก

    “อึก! อื้อ!”

    มันต่อต้าน มือเล็กๆ มันผลักผม แต่ก็เท่านั้นแหละ มันไม่มีทางสู้ผมได้ ผมจัดการรวบมือไว้ ประคองใบหน้าไม่ให้หันหนี ส่วนที่ยังทำงานอย่างหนักแน่นคือริมฝีปากของตัวเอง

    ต้องการ... อยากเข้าไปข้างใน

    ผมรุกเร้าเพื่อบอกให้ริมฝีปากที่ปิดสนิทนั่นลดการป้องกันออก รุกแรงขึ้นเพื่อข่มมัน จนมันเริ่มอ่อนแรงลง ผมไม่ปล่อยให้มันได้หนีได้อีก

    “อื้ม!”

    มันเริ่มหมดแรงแล้วจริงๆ ร่างตรงหน้าทรุดลงไปตามกำแพง แต่ผมก็ยังไล่ต้อนไปจนกว่าความต้องการจะเพียงพอ

    มันยังไม่พอ... แต่ผมก็ผละออก เพราะภาพตรงหน้า คือน้ำตาของมัน...

    “อึก ฮึก”

    มันสะอื้น ไม่ ไม่สิ ร้องไห้เลยมากกว่า แต่ที่แย่ไปกว่านั้น คือมือมันสั่นมาก

    “ทิน มึง..”

    “อย่าจับผม! พี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับพี่คาโน่เลย”

    ผมสตั๊นกับคำพูดของมัน นึกถึงสิ่งที่มันบอก นึกถึงเรื่องเก่าๆ ที่ผมเคยเป็นฮีโร่ให้มัน ทั้งๆ ที่ผมเคยสัญญาไว้

 

     “ไม่ว่ามึงจะเป็นอะไร ขอให้มึงนึกถึงกูเป็นคนแรก กูจะไปช่วยมึงเอง” 

    

    กลับกลายเป็นผมที่ทำร้ายมัน...

    แกร้ก!

    เสียงประตูห้องถูกเปิด คนที่เข้ามาใหม่ดันเป็นเจ้าของห้องอีกคนหนึ่งเหมือนกัน

    “พี่ลม? มาทำ... ทิน?!”

    “ฮึก พัน...”

    อีกคนแทรกตัวเข้ามาหาเพื่อนของมัน ผมได้แต่นั่งนิ่งเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะทำยังไงดี ใช่สิ ต้องขอโทษทิน

    “ทิน กูขอ--”

    “เอาเขาออกไป” มันร้องไห้ส่ายหัวไปมา ไม่แม้กระทั่งมองหน้าผม แต่กลับเป็นเพื่อนของมันที่มองผมตาเขม็ง

    “พัน คือกู”

    “ออกไป! แล้วอย่ามาให้เห็นหน้าอีก”

    “...”

    “อย่ามายุ่งกับเพื่อนผมอีก”

 

    “วันนี้มึงเป็นอะไรวะ ดูไม่ค่อยมีสมาธิเลยมึงอ่ะ” เพื่อนในกลุ่มคนแรกที่จะสังเกตเห็นก็คงจะเป็นไอ้เคนนี่แหละ และก็ถูกอย่างที่มันว่า ผมกำลังเครียดสุดๆ กับเรื่องเมื่อวาน...

    “มึง..”

    “อื้อ”

    “ถ้า... สมมติว่า... มึงดันไปรู้ว่ามีคนชอบมึง แต่มึงไม่ได้ชอบเขา มึงรู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้ ไม่อยากคุย แยกตัวออกจากเขาแล้วก็ไล่... แต่พอผ่านไป มึงเห็นเขาอยู่กับคนอื่น เขายิ้มให้คนอื่น เขาพูดกับมึงว่าไม่เคยชอบมึง เขาบอกว่าเราไม่ได้สนิทกันแล้ว... แล้วเขาก็กำลังจะคบกับคนใหม่...”

    “...”

    “ถ้าเป็นมึงตอนนี้ มึงจะทำยังไงวะเคน”

    “กูถามมึงตรงๆ เลยนะ ที่พูดนี่มึงกับไอ้ทินใช่ไหม”

    “!!!” ผมหันขวับด้วยความตกใจ หน้ามันบ่งบอกว่ารู้ทุกอย่างที่ผมปิดบัง

    “...เฮ้อ มึงแม่งโลเลว่ะไอ้ลม”

    “อะ...” ผมแทบจุกที่โดนเพื่อนที่ปรึกษาด่า ทำเอาผมเถียงกลับไม่ได้เลย

    “...มึงรู้สึกยังไงตอนที่มันอยู่กับคนอื่น?”

    “กูไม่ชอบ โครตไม่ชอบเลย หงุดหงิดโครตๆ”

    ไม่ชอบที่มันไปไหนมาไหนกับไอ้นั่น ท่าทางมีความสุขเปื้อนรอยยิ้มนั่นมันโครตหงุดหงิดเวลาที่เผยให้มันเห็น

    มึงก็เคยยิ้มให้กูอย่างนั้น…

    “แล้วมึงรู้สึกยังไงตอนที่มันบอกว่าไม่ได้ชอบมึง?” คำถามต่อมาทำเอาผมหน้าแทบชา ชะงักลมหายใจเมื่อนึกถึงประโยควันนั้น

    “กูจุก กูทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างแม่งนิ่งไปหมด...”

    ทั้งไม่เชื่อและไม่เชื่อ คิดได้อย่างเดียวว่าไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนี้เด็ดขาด

     ไม่ยอม...

    “...กูถามมึงหน่อยเหอะ ทำไมมึงถึงไม่ชอบมัน” ไอ้เคนเปลี่ยนประเด็นคำถาม ผมเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน

    “ก็... มันผิด มันไม่ควรเป็นอย่างนี้”

    “ถ้ามันผิด มันไม่ถูกต้อง มึงก็เลิกสนใจ แล้วปล่อยให้มันอยู่กับคนที่พร้อมจะอยู่ข้างๆ มันเถอะ”

    “ไม่ แม้ว่ามันจะเลือกไอ้นั่นมันก็ยังผิดอยู่ดีไม่ใช่หรอวะ!” ผมหันขวับทันทีที่ได้ยิน ที่ปรึกษามาทั้งหมดนี่ไม่ใช่สิ่งที่อยากได้ยินสักนิด

    “แล้วไง ก็ในเมื่อคนๆ นั้นเขายอมรับในสิ่งที่มึงไม่ยอมรับ มึงก็ควรจะปล่อยเขาไปสิ” ผมอ้าปากพะงาบ เกือบจะโต้กลับด้วยอารมณ์ที่สูงกว่าปกติ

    “มันต้องไม่ใช่แบบนี้ดิวะ กูไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนี้”

    “แล้วมึงจะเอายังไงลม มึงต้องการแบบไหน”

    ต้องการแบบไหน ผมไม่รู้ ผมแค่ไม่อยากให้มันอยู่กับคนอื่นโดยเฉพาะกับไอ้พี่รหัสของมัน ผมไม่อยากให้มันไปยิ้มไปหัวเราะกับไอ้นั่น มันน่าหงุดหงิดที่ต้องเห็น และมันโครตแย่ที่ต้องรู้ว่า กำลังจะคบกัน...

    ผมไม่เชื่อ ไม่มีทางเชื่อ...

    “...กูไม่อยากให้มันไป กูต้องทำยังไง”

    ผมไม่อยากให้มันไปอยู่กับใคร...

    “ไอ้เชี่ยลม มึงแม่งโลเลว่ะ ไล่มันไปแล้วไม่อยากให้มันไปเนี่ยนะ?”

    “…” โดนตอกย้ำอีกครั้งด้วยคำเดิม ไม่แก้ตัวเลยเพราะมันคือความจริงที่ผมก็ยังสับสนกับตัวเอง

    “เฮ้อ ทำไมเพื่อนกูโง่อย่างนี้วะ สงสารมันชิบหายที่ถูกมึงทำร้ายความรู้สึกแบบนี้” หน้าชาซ้ำสองเมื่อเพื่อนที่ปรึกษาที่ดีที่สุดเอ่ยประโยคนี้ออกมา

    นี่ผมไปทำร้ายมันขนาดนั้นเลยหรอวะ

    “ถ้ามึงยังจัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้ มึงก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ”

    จัดการ...

    “ความรู้สึก...”

    “มึงควรรู้สึกตัวได้แล้วว่ามึงคิดยังไง แล้วไอ้ความรู้สึกของมึงน่ะ มึงยอมรับได้ไหม”

    “...”

    “อยู่ที่มึงแล้วนะ กูช่วยได้แค่นี้แหละ”

    ที่ปรึกษาทิ้งแต่โจทย์มากมายให้ผมต้องคิด ทรมานถึงหน้าอกที่รู้สึกหน่วงๆ อยู่ตลอดเมื่อคิดถึงคำถามเหล่านั้น

    รู้สึกยังไงกับทิน? ผมเรียกมันไม่ถูกเหมือนกัน ผมชอบมากเวลาอยู่กับมัน อยู่กับมันผมรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง มันตามใจผมทุกอย่าง ผมให้ทำอะไรก็ทำ แต่ก็นั่นแหละ เพราะมันตามใจตลอดจนกลายเป็นว่า พอมันไม่ได้อยู่ในสายตาแล้วไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมันบ้าง ถึงอยากให้มันอยู่ข้างๆ ให้ได้รู้ว่าทั้งผมและมันกำลังทำอะไรต่างๆ ร่วมกัน นั่นคือก่อนที่จะรู้ว่ามันไม่ได้คิดกับผมปกติ

    ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ผิด ทั้งผมทั้งมันเป็นผู้ชาย ความสัมพันธ์ในสิ่งที่มันคิดมันผิด ผมถึงได้เลิกยุ่งกับมัน และพยายามหาผู้หญิงสักคนเพื่อไม่ให้มันผิด แต่มันเจ็บเป็นบ้า เพราะทั้งผมจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว มันยังอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ผม

    และมันก็จะหนีจากผมไป ไม่อยู่ข้างๆ ผม...

    เจ็บที่สุดก็คงคำพูดพร้อมน้ำตาของมันนั่นแหละ สะเทือนยันลำไส้เล็ก ทรมานยัน 3 วัน 3 คืน

    ผมยังมาเรียนปกติ ในสภาพที่ไม่น่าปกติ มั้ง ความรู้สึกคือไม่ได้อยากมาเรียนสักนิด ถ้าไม่เห็นแก่คะแนนเข้าห้องเรียนนี่ก็ไม่อยากมาหรอก เสียงอาจารย์บรรยายเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่รู้เรื่องสักอย่าง

    “เห้ย วันนี้ไอ้ลมไม่มาเรียนหรอวะ”

    “เออ ไม่เห็นมันเลยวันนี้”

    “ตอนเรียน ข้างๆ กูเหมือนมีลมจับก้อนอยู่ข้างๆ ยังไงไม่รู้ แต่ไม่ใช่ไอ้ลมอ่ะ ไม่ใช่ กูหลอนละ”

    “เออกูก็หลอน”

    เออ พวกมึงอ่ะประสาทหลอนทั้งคู่เลย! ตอนเรียนมึงยังยืมปากกากูอยู่ไหมไอ้แบงค์

    “อย่าไปเล่นกับมันเลย กูว่ารอบนี้มันไม่ตบมุขพวกมึงหรอก ไร้วิญญาณขนาดนั้น” มึงเอาด้วยหรอไอ้เคน... T_T

    “อะไรวะ อกหักหรอลม” อึก.... แทบสะอึกเลยครับเพื่อนไบท์

    “โหววว น่าสงสารรรร 555— โอ้ย!”

    “น้อยๆ หน่อยมึงอ่ะ เพื่อนเศร้าไหมนั่น” อยากจะขอบคุณเพื่อนไบท์ที่ตบสั่งสอนแฝดมันมาก กับเพื่อนผิงที่หนีกลับก่อนคนแรกจริงๆ “เห้ย! หนังจะฉายแล้วแบงค์ ไปเหอะ”

    “เออๆ พวกกูไปละนะ บายยย ขอให้วิญญาณกลับเข้าร่างเร็วๆ นะมึง” ว่าแล้วแฝดทั้งสองก็จากไปอย่างสงบ

    “เออ กูก็มีธุระ ไปก่อนละกัน” ไอ้เคนก็ไปอีกคน ดีแล้วแหละ พวกมันยิ่งอยู่ก็ยิ่งล้อผมใหญ่แหงๆ …

    “แต่กูยังไม่ไปนะ นั่งเป็นเพื่อนมึงก่อนละกัน”

    “...”

    อะ เหลือไอ้นี่อีกตัวนี่หว่า

    แต่มันนั่งเงียบกว่าที่คิด คงจะนั่งรอแฟนมันนั่นแหละ... จะว่าไปผมก็ไม่เห็นไอ้พันเลยตั้งแต่วันที่โดนไล่ออกมา

    “เฮ้อ... ไอ้พันแม่งโกรธอะไรกูก็ไม่รู้ว่ะ” อ่ะ นึกอยู่แปบๆ ก็บ่นหาเลยนะมึง “กูโทรไปหามันเมื่อวานว่าโกรธกูเรื่องอะไร ละมันบอกกูว่าให้มาถามมึง”

    “....” อ่ะ หันขวับเลยทีนี้

    ถึงขนาดที่ไอ้พันมันพาลมาโกรธแฟนตัวเองอย่างนี้ แสดงว่าคงจะโกรธผมมากที่ทำกับเพื่อนมันอย่างนั้น

    “มึงมีเรื่องอะไรกับมัน”

    “..ไม่ใช่กับเมียมึง” ผมรีบแก้ต่างก่อนที่มันจะขึงขังเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ “เพื่อนมันนู่น”

    “ไอ้ทิน? พวกมึงไปมีเรื่องกันตอนไหนวะ กูไม่เห็นพวกมึงคุยกันเลย”

    “ก็... หนักอยู่” เอ่ยเบาๆ พลางก้มต่ำมองมือที่ประสานไว้

    “อาๆ มึงจะไม่เล่าก็เรื่องของมึง แต่พวกมึงรีบๆ คืนดีเหอะ ไอ้พันจะได้เลิกโกรธกูด้วย”

    กูว่าอีกยาวว่ะฟ้า กูยังหาทางคุยกับมันไม่ได้เลย

    “มึง กูถามอะไรอย่างนึงดิ” ผมตัดสินใจที่จะลองถามเพื่อนที่น่าจะมีปรระสบการณ์ทางด้านนี้มากกว่า

    “ว่า?”

    “..ทำไมมึงถึงเป็นแฟนกับไอ้พันวะ” พอมันได้ยินนี่เกือบเหวอเลยว่ะ

    “ก็กูรักมันไง”

    “ก็นั่นแหละ ทำไมมึงถึงรักมัน”

    “มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่กูอธิบายได้หรอก เพียงแต่กูอยู่กับมันแล้วมีความสุข ตอนมันอยู่กับคนอื่นกูรู้สึกแย่ จนทำเรื่องงี่เง่าใส่มัน แต่กับตอนที่มันเสียใจกูรู้สึกแย่กว่า กูไม่อยากให้มันร้องไห้”

    ใช่ ผมก็ไม่โอเคเวลามันอยู่กับคนอื่น และก็รู้สึกแย่เวลาเห็นน้ำตาทุกครั้งที่มันเสียใจ ความรู้สึกของไอ้ฟ้าก็ไม่ได้ต่างอะไรจากผมที่รู้สึกกับทิน

    “แล้ว... มึงโอเคกับไม้ป่าเดียวกันหรอ”

    “กูไม่ได้ซีกับเรื่องนี้เลย กูแค่อยากได้มัน อยากดูแลมัน อยากอยู่กับมัน และไม่อยากเสียมันไปอีก”

    ไม่อยากเสียไป..

    “งั้นเหรอ...”

    “แล้วมึงซีหรอ” ผมเกือบงงอยู่นิดๆ ที่เพื่อนดันถามคำถามเดิมกลับมา

    “...มันผิดไม่ใช่หรอวะ”

    “มันไม่ได้ผิด มันก็เป็นความรักป้ะวะ การที่มึงจะรักใครสักคนเพียงเพราะเป็นไม้ป่าเดียวกันมันผิดหรอ มันอยู่ที่ตัวมึงเองซะมากกว่าว่าจะยอมรับได้ไหมก็แค่นั้น” เป็นประโยคที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมเริ่มที่จะเข้าใจและตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

    “ถ้าถามว่ายอมรับได้ไหม กูก็ยังไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ กูไม่อยากเสียมันไป”

    “...แล้วมึงยังลังเลอะไรอีกวะ แค่มึงทำตามหัวใจ แล้วกรั่นกรองความรู้สึกที่แท้จริงมึงออกมาให้มันฟังสิ”

    เพียงแค่ประโยคนี้ก็ทำให้การตัดสินใจของผมชัดเจนขึ้นทันที เป็นคำสอนจากเพื่อนที่ผมไม่คิดเลยว่ามันจะพูดออกมา

    “...อือ!”

    “รีบรั้งมันไว้ล่ะ ก่อนที่จะเสียมันไป”

    “รู้แล้วน่า อะ” เหมือนจะได้ยินมันใช้สรรพนามแปลก “มึงรู้?”

    “มึงโป๊ะแตกเองว่ะ ฮะๆ” มันหัวเราะใส่ แม้จะจริงที่ผมเผลอเผยไต๋ความลับไป แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว

    ผมจะไปเอามันกลับมา เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผม ไม่สิ มึงเป็นคนสำคัญของกู ทิน

2BeCon 

 

[100%] 

Ps. กะจะดองยัน 2020 #ผิด ปีใหม่ขอให้มีความสุขมากๆ นะจ้ะ 

Ps.2 จ้ะ ดอง เหมือนดองจนลืมเนื้อที่เคยคิดไว้แล้ว 5555 เหมือนสำนวนตัวเองจะเปลี่ยนไปด้วย ก็นะ ดอง 5555555 //ไรท์ล้อเล่น จะพยายามปั่นนะจ้ะ ขอบคุณที่ติดตาม+รอคอยมานานแแสนนานค่ะ 

ความคิดเห็น