เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

ชื่อตอน : 4 ประมุขน้อย

คำค้น : เจาหลิน,กลับมาเกิดใหม่,วาย,แร่ด,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2562 00:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4 ประมุขน้อย
แบบอักษร

2019/01/03

เมื่อแต่งกายเสร็จหลันเซียนรับเจาหลินมาอุ้มไว้เองสายตายังมองคนตรงหน้าอย่างหวาดระแวงแต่เด็กน้อยส่งเสียงอ้อแอ้สองมือไขว่คว้าคล้ายกับอยากอยู่กับหลี่เฉิงปิน "อ๊า ไม่นะท่านพ่อ กล้ามแน่นๆ อกแข็งๆของข้า แอร๊ยย" เจาหลินร้องไม่เป็นภาษาทำเอาหลี่เฉิงปินปลื้มใจนักคิดว่าด้วยเจาหลินเกิดความผูกพันธ์ระหว่างบิดากับบุตร

"ไม่ต้องระแวงขนาดนั้นก็ได้เรามาคุยกันดีๆเถิด" หลี่เฉิงปินยกสองมือเป็นเชิงยอมแพ้ หลันเซียนยอมผ่อนคลายลงบ้างแต่ท่าทีพร้อมที่จะหนีได้ทุกเมื่อ หลี่เฉิงปินจึงรีบพูด

"ข้าสงสัยว่าทารกของเจ้าอาจจะเป็นลูกของข้า"

"ไม่จริงเจ้าหลินเป็นลูกของข้า" หลันเซียนเถียงอย่างดื้อดึงใบหน้าเชิดขึ้น

"ถ้าเขาเป็นเด็กทารกที่เจ้าช่วยมาจากนางคณิกาผู้หนึ่ง นั่นก็ใช่แล้ว" หลี่เฉิงปินนอกจากไม่โกรธยังเอ็นดูเจ้าแมวป่าปราดเปรียวตัวนี้ยิ่ง

"เจ้ามีอะไรมาพิสูจน์" หลันเซียนแอบหน้าเสีย หากพบบิดาที่แท้จริงก็นับว่าเป็นเรื่องดีของเจาหลิน แต่เขารักเด็กคนนี้มากเหลือเกินจะทำใจยอมปล่อยไปได้อย่างไร

"ขอเพียงเจ้าตามข้ากลับไปข้าย่อมมีวิธีพิสูจน์ว่าทารกผู้นี้เป็นบุตรของข้าจริงๆหรือไม่"

"เจาหลินเป็นบุตรของข้า ท่านไม่ต้องลำบากพิสูจน์แต่อย่างใด เพียงบุตรที่เกิดกับนางคณิกาโดยไม่ตั้งใจ ท่านคงไม่ใส่ใจ ข้าจะเลี้ยงดูเขาเอง" หลันเซียนหมุนตัวหนีแต่หลี่เฉิงปินที่คอยระวังไว้รวบเอวเจ้าแมวป่าไว้ได้ ยาสลบถูกพ่นใส่หลันเซียน คนอ้าปากยังไม่ทันได้พูดแม้ครึ่งคำก็ตัวอ่อนยวบ แต่มือโอบเจาหลินไว้ไม่ยอมคลาย หลี่เฉิงปินจำต้องอุ้มทั้งคู่ไปแบบนั้น เพียงอาศัยหวงโต้วช่วยจัดท่าทางเล็กน้อย

"กลับพรรคทันที เจ้าให้คนของเราจัดการเรื่องนมของเจาหลินและเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ของทั้งคู่ด้วย เมื่อถึงพรรคข้าจะแต่งตั้งฮูหยินและทายาททันที" หลี่เฉิงงปินสั่งรวดเดียว เขาใช้วิชาตัวเบาทะยานกลับยังพรรคสาขาที่อยู่ใกล้ที่สุด รถม้าถูกเตรียมไว้แล้วออกเดินทางทันที กว่าหลันเซียนจะฟื้นก็พบว่าตนถูกพามาไกลมากแล้ว มีเพียงทารกที่เป็นพยานว่าบิดาถูกลวนลามไปเช่นใดบ้างทำเอาเจาหลินฟินไปสามโลก

"ข้าอยู่ที่ไหน" หลันเซียนยันตัวเองขึ้นนั่งเมื่อพบว่าเขาหนุนขาของคนผู้หนึ่งอยู่ อ้อมแขนแกร่งคว้าเขาไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลง ทั้งที่มือหนึ่งอุ้มเจาหลินไว้ ความโคลงเคลงที่รู้สึกได้บ่งบอกว่ายามนี้เขาอยู่ในรถม้า

"เรากำลังมุ่งหน้ากลับบ้านกัน" หลี่เฉิงปินประคองให้หลันเซียนนั่งพิงเขา คนที่ยังเวียนศีรษะอยู่จำต้องยอม

"เจาหลินล่ะ" 

"ลูกอยู่นี่ ข้าป้อนนมแพะให้เขาแล้ว ช่างเป็นทารกขวัญกล้ายิ่งนัก แม้เจอคนแปลกหน้าก็ไม่ร้องสักแอะหนึ่ง" หลี่เฉิงปินกล่าวด้วยความพอใจ เจาหลินที่ได้ยินอมลมทำแก้มป่องพ่นน้ำลายฟู่ๆ ระหว่างวันที่ผ่านมานอกจากอยู่ในอ้อมกอดของหลี่เฉิงปินแล้ว ผู้ติดตามของเขายังได้ผลัดกันชื่มชมประมุขน้อย กล้ามแขนกล้ามอกแต่ละคนถูกใจเจาหลินยิ่งนัก ทำทารกหลับฝันดีแม้จะอับอายไปบ้างตอนที่เขาอุจจาระออกมา แต่ทุกคนกลับหัวเราะแล้วพาเขาไปทำความสะอาดให้โดยไม่รังเกียจ ข้ารักทุกคนเลย ทารกยิ้มหวานเห็นหนทางที่จะเก็บให้ได้ร้อยไม้จะต้องเป็นจริงในชาตินี้

จากเมืองคุนหลี่บ้านเกิดของเจาหลินที่อยู่ในแคว้นฉี หลันเซียนเดินทางมายังไม่ทันถึงชายแดนก็ถูกหลี่เฉิงปินพาตัวกลับพรรคเสียก่อน โดยจะต้องเดินทางข้ามแคว้นหานแล้วจึงไปถึงเมืองเป่ยลู่หลี่ในแคว้นเว่ยซึ่งเป็นที่ตั้งของพรรคเหนือฟ้าของหลี่เฉิงปิน ใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งเดือนครึ่งเพราะต้องระวังสุขภาพของทารก กว่าจะมาถึงที่ตั้งพรรคเจาหลินอายุ6เดือนก็คลานได้แล้ว ทารกเริ่มมีฟันหน้าขึ้นแล้วสองซี่ใบหน้ากลมแก้มยุ้ยตาโต เนื้อตัวจ้ำม่ำน่ารักนักหนา แถมยังเลี้ยงง่ายอย่างยิ่ง เหล่าบรรดาคนสนิทของหลี่เฉิงปินล้วนล้วนหลงประมุขน้อยไปตามๆกัน 

ที่ตั้งของพรรคเหนือฟ้าตั้งอยู่บนเนินเขาลูกหนึ่งบริเวณชานเมืองนับว่าอหังการ์ไม่น้อย เบื้องหน้าเป็นทะเลเบื้องหลังเป็นภูเขาฮวงจุ้ยดีเยี่ยม เมืองเป่ยลู่หลี่เป็นเมืองการค้าตรงปากแม่น้ำสายใหญ่ไหลไปออกทะเล อาหารการกินนับว่าอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง แม้พรรคเหนือฟ้าได้ชื่อว่าเป็นพรรคมารแต่มิได้ข่มเหงรังแกผู้คนอย่างไร้เหตุผล ที่เป็นพรรคมารเพราะการกระทำตามอำเภอใจของประมุขพรรคเสียมากกว่ากับใช้เลือดล้างพรรคศัตรูไปอีกไม่กี่แห่งเท่านั้นเอง หลี่เฉิงปินจึงได้เป็นผู้นำของฝ่ายอธรรมไปโดยปริยาย ส่วนชาวเมืองนั้นถ้าปฏิบัติตัวเรียบร้อยย่อมไม่มีปัญหา แม้แต่เจ้าเมืองยังต้องเกรงใจเขาหลายส่วน เส้นทางการค้าทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของพรรคเหนือฟ้านับว่าหลี่เฉิงปินร่ำรวยอย่างยิ่ง มาเฟียยุคโบราณสินะ เจาหลินผงกศีรษะ ไม่เลวๆ แค่นี้ชีวิตข้าก็จะสุขสบาย ทารกคิด

เมื่อหลี่เฉิงปินกลับมาถึงพรรคก็จัดพิธีหยดเลือดพิสูจน์ทันที เหล่าผู้อาวุโสล้วนมาลุ้นกันครบทุกคน ยามกรีดเลือดเจาหลินหยดลงในน้ำยาพิเศษของพรรคมาร เจาหลินแหกด่าเป็นชุด โชคดีที่ไม่มีใครฟังถ้อยคำด่าของทารกออก​ หยดเลือดที่วิ่งมารวมตัวกันพิสูจน์ว่าเจาหลินเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหลี่เฉิงปินอย่างแน่นอน เหล่าผู้อาวุโสผลัดกันอุ้มทารกด้วยความปลาบปลื้ม กำเนิดจากมารดาเช่นไรล้วนไม่สำคัญ พรรคมารเช่นพวกเขามิสนใจเรื่องปลีกย่อยเช่นนี้ อีกทั้งเจาหลินยังน่ารักนักหนา ประมุขจะตั้งใครเป็นฮูหยินก็ช่าง พวกเขามั่นใจในฝีมือตัวเองมากพอจนมิคิดสนใจเรื่องการแต่งงานเชื่อมสันพันธ์อันดีอะไรนั่น ความคิดของเหล่าผู้อาวุโสถูกใจเจาหลินนัก แค่นี้ข้าก็จะได้อยู่กับหนุ่มๆทุกวันเลย เจาหลินหัวเราะเอิ๊กอ๊าก  

หลี่เฉิงปินจัดงานแต่งงานกับหลันเซียนที่ตกกระไดพลอยโจน ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกนานแล้ว หลันเซียนกลายเป็นฮูหยินประมุขพรรคมารโดยจำยอม  จนวันเวลาล่วงเลยไปกระทั่งเจาหลินมีอายุสามขวบ เด็กน้อยตัวอ้วนกลมน่ารักน่าเอ็นดู ยามบิดาพาไปดูลูกพรรคฝึกซ้อมเจาหลินก็เต็มใจอย่างยิ่ง 

"อะไรจะดีไปกว่านี้" เจาหลินพึมพำจ้องบรรดาหนุ่มๆที่ถอดเสื้อฝึกซ้อมร่างกาย ใช้แขนเสื้อปาดน้ำลายที่ล้นปาก รอให้ข้าโตก่อนเถอะ หลี่เฉิงปินไม่ทราบความคิดของบุตรชายได้แต่ยิ้มเอ็นดู

"สนใจอยากฝึกซ้อมหรือลูก รอให้โตกว่านี้อีกสักหน่อยนะแล้วพ่อจะสอนให้" เจาหลินยิ้มหวานจนหลี่เฉิงปิงอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มบุตรชาย

"เจ้าพาเจาหลินมาตากแดดอีกแล้ว หากเขาไม่สบายไปจะทำอย่างไร" หลันเซียนที่เริ่มอุ้ยอ้ายเพราะใกล้คลอดเต็มทนเดินมาหาด้วยการประคองของเด็กรับใช้ เรื่องหนึ่งที่ทำให้เจาหลินสะพรึง คือบุรุษที่นี่ท้องได้ด้วยยาตำรับลับ แม้จะยากแต่ก็สามารถตั้งครรภ์มีทายาทได้ เจาหลินปฏิญาณกับตนเองว่าจะไม่ดื่มยานั่นเด็ดขาด เขาชอบบุรุษแต่มิได้อยากเป็นมารดาเสียหน่อย ส่วนเรื่องอิจฉาน้องในท้องไม่อยู่ในหัวเขาสักนิดเมื่อดูท่านพ่อที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นท่านแม่แล้วปฏิบัติกับเขาสิ

"ลูกเป็นผู้ชายนะ ต้องเข้มแข็งสิ" หลี่เฉิงปินเถียงแต่ถูกภรรยาตวัดสายตาใส่ คนจึงรีบเปลี่ยนท่าที

"เจาหลิิน เราพาท่านแม่ไปพักกันดีกว่าเนอะ" ประมุขพรรคมารที่ว่าแน่แต่หงอกับเมียจูงเจาหลินมือหนึ่งอีกมือโอบเอวหลันเซียนเดินกลับเรือน 

หลันเซียนให้กำเนิดทารกเพศชายในกลางฤดูร้อนของปีนั้น หลี่เฉิงปินตั้งชื่อว่าหลิ่งอ้าย เด็กชายหน้าเหมือนผู้เป็นบิดานัก เป็นที่ภูมิใจของคนทั้งคู่อย่างยิ่ง เจาหลินเองก็รักน้องตั้งใจจะเลี้ยงน้องให้มีกล้ามแน่นๆอย่างที่ตัวเองต้องการ ยามนี้จึงเกาะอยู่กับมารดาช่วยป้อนอาหารน้องไม่ห่าง

"เจาหลิน พ่อมารับไปฝึกแล้วลูก" หลี่เฉิงปินไปฝึกรอบเช้ากลับมาแล้ว เขาให้เจาหลินเริ่มฝึกรอบสายเพราะหลันเซียนไม่ยอม เกรงว่าจะหนักเกินไปสำหรับบุตรชาย

"อย่าลืมพาเจาหลินกลับมารับประทานอาหารกลางวันให้ตรงเวลาล่ะ" หลันเซียนชี้หน้า เด็กน้อยเจาหลินตั้งใจฝึกฝนวิชาเป็นอันดีเพราะติดใจหนุ่มๆที่สนามฝึก 

จากเด็กตัวกลมเติบโตเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสะโอดสะอง ใบหน้าสวยหวานไม่เหมือนใครแต่หลี่เฉิงปินบอกว่าเจาหลินหน้าเหมือนมารดาของเขาที่เสียไปแล้ว มีเหล่าผู้อาวุโสในพรรคคอยยืนยัน แต่ผ่านมาถึง18หนาวแล้วเจาหลินยังไม่ได้แม้สักไม้เดียว เพราะบิดาที่หวงบุตรชายขึ้นสมอง จัดองครักษ์ให้เจาหลิน4คนทั้งที่เจ้าตัวมีฝีมือสูงเยี่ยม อีกทั้งวิชาตัวเบาที่ได้จากมารดานอกจากบิดาแล้วไม่มีใครตามเขาได้ทัน จะมีเวลาอยู่คนเดียวก็ในยามเข้านอนเท่านั้น

"ฮิฮิ ทีนี้ข้าก็จะได้ออกไปหาอาหารเสียที เกิดมาเสียชาติเกิดชมัดป่านนี้ยังไม่มีบุรุษตกถึงท้อง เหล่าลูกพรรคก็เริ่มรู้ตัวไม่ยอมเป็นอาหารตาให้ข้าแล้ว ท่านพ่อนะท่านพ่อ" เจาหลินแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เด็กหนุ่มเก็บเสื้อผ้าใส่ย่ามเตรียมหนีออกจากบ้าน คนในเมืองนี้ล้วนเห็นเขาเป็นประมุขน้อยผู้สูงส่ง แม้สหายยังไม่มีสักคนหนึ่ง หากอยู่กับบิดาต่อไปคงต้องอดอยากปากแห้ง เขาคงจะต้องไปหาบุรุษเอาดาบหน้าโดยไม่ทราบเลยว่ามีคนสามคนยืนกอดอกมองอยู่

"ข้าเลี้ยงดูเขาผิดตรงไหนกัน" หลันเซียนบ่นทั้งโกรธทั้งขำ

"เจ้าไม่ผิดหรอก ข้าอาจจะกักขังเขามากเกินไป" หลี่เฉิงปิงโอบภรรยาสุดที่รักเข้ามา แค่เขาเผลอเลี้ยงเจาหลินแบบบุตรสาวไปหน่อยเท่านั้นเอง

"ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะไปกับพี่เอง ห้ามก็ไม่ฟังปล่อยไปก็เป็นห่วง มีแต่หนทางนี้เท่านั้น" หลิ่งอ้ายที่ตัวโตเกินวัย15ปีของตนเป็นอันมากพูดขึ้น เด็กหนุ่มเหมือนบิดาทั้งหน้าตาและนิสัย ฝีไม้ลายมือจัดว่าเป็นยอดฝีมืออายุเยาว์ผู้หนึ่ง แม้วิชาตัวเบาจะสู้เจาหลินไม่ได้แต่ความโหดนั้นเต็มเปี่ยม ผิดกับเจาหลินที่ใจดีไม่ค่อยยอมต่อสู้จริงจัง จนหลายคนเริ่มคิดว่าเขามีดีเพียงแค่หน้าตากับเพราะเป็นบุตรชายคนโตของประมุขพรรค เรื่องหน้าตางดงามของเจาหลินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลี่เฉิงปินยินยอมให้บุตรชายหนีออกจากบ้าน เพราะมีบรรดาแม่สื่อเทียวส่งเทียบเชิญถึงหน้าประตูพรรคไม่เว้นแต่ละวัน คนหวงลูกเช่นเขามีหรือจะยินยอมให้เจาหลินแต่งออก ปล่อยลูกหนีออกจากบ้านเป็นวิธีดีที่สุดแล้ว

"ท่านพ่อท่านแม่ยินยอมเช่นนี้เรียกว่าหนีออกจากบ้านได้ด้วยหรือ" หลิ่งอ้ายทิ้งท้ายก่อนสะพายห่อผ้าขึ้นบ่า ก่อนใช้วิชาตัวเบาเหินตามพี่ชายไป

"ตามไปอย่าให้พวกเขารู้ตัว" หลี่เฉิงปิงโบกมือให้องครักษ์ทั้งแปดติดตามไปเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ใกล้เวลาชุมนุมชาวยุทธฝั่งอธรรมแล้ว อาจจะมีบางกลุ่มมุ่งหวังจัดการเขาผ่านบุตรทั้งสอง 

"อย่าคิดมากไปเลย เด็กๆต้องได้รับประสบการณ์จึงจะเติบโต" หลันเซียนปลอบสามี ทั้งคู่ถอนใจพร้อมกัน


ความคิดเห็น