email-icon

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน ทุกคนทำให้เรามีกำลังใจขึ้นเยอะเลย : jk

ชื่อตอน : M : FO 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 426

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2562 22:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
M : FO 100%
แบบอักษร

.

.

M : FO

.

.

"นับสาม นับสอง..."


"จ๊ะเอ๋"ปกป้องชิงดึงมือเขาลงก่อน คนแสร้งทำท่าตกใจเลยกลายเป็นเขาแทนที่จะเป็นปกป้องเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเป็นระยะๆเพราะนิ้วที่จิ้มตรงนั้นทีตรงนี้ที เวลาตีห้ามันอาจจะเช้าเกินไปด้วยซ้ำแต่ในเมื่อหลานชายตื่นเขาก็ต้องตื่นไปด้วย

"คันตรงนี้"เสื้อถูกเลิกขึ้นเปิดให้เห็นพุงเล็กๆมือเกาบริเวณที่เดิมจนเขากลัวว่าปกป้องจะทำให้เป็นแผลเลยอาสาเกาให้เอง มือค่อยๆลูบบริเวณที่คันให้เบาๆ


"หายคันหรือยังครับ?"


"ยังครับ"คงจะเพลินไปหน่อยปกป้องทำท่าจะเคลิ้มหลับไปอีกรอบเขาก็ไม่ได้ปลุกเพื่อห้ามให้หลับปล่อยให้หลานชายเขาได้หลับไปอีกรอบก็ดีเหมือนกัน

ริมฝีปากประทับจูบลงบนกระหม่อมบางของปกป้องก่อนจะลุกเดินออกไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีเขาดึงเข้าไปปลุกปกป้องให้ตื่นจากนิทรา


"อื้อ ป้องหลับ..."สองมืออ้าออกเขาอุ้มขึ้นมาจากเตียงไม่มีบ่นสองมือเล็กกอดคอผมไว้แน่นใบหน้าซบลงที่บ่าอย่างอ้อนๆ

"อื้อ"


"ตื่นดีหรือยังครับ"ถามไปงั้นแต่มือทั้งลูบแผ่นหลังเล็กขึ้นลงเพื่อกล่อมอีกรอบ


"อาปิ่น อื้อ ไม่ลูบหลังเดี๋ยวป้องหลับ"ปกป้องพยายามปัดมือเขาทิ้งแต่ในเมื่อปัดไม่ได้ก็เริ่มงอแงอีกครั้ง


"อาไม่ลูบแล้ว"ปกป้องเลยยอมซบลงที่บ่าตามเคยเขาพาเดินออกไปข้างล่างเพื่อดูว่ามีใครตื่นหรือยัง


"อ้าว ปกป้องตื่นแล้วเหรอ"พี่เปาเข้ามาอุ้มปกป้องไป เจอกลิ่นที่คุ้นเคยปกป้องขยับนิดขยับหน่อยก็นิ่งไปทำท่าจะหลับอีกรอบ

"หลานหลับสนิทมั้ย"


"ปิ่นว่าไม่ต้องถามก็ได้มั้ง นอนง่ายแบบปกป้องหลับก่อนผมซะอีก แต่คงตื่นเช้าเกินแถมให้นอนอีกรอบก็ถูกปลุกกลางคันตอนนี้งอแงเอาการอยู่"


"หึ ติดอาปิ่นแล้วหรือเปล่าปกป้อง"


"อื้อ"


"พี่พาปกป้องไปหากวางก่อนนะ"


"ครับ"

เช้านี้มีศพอยู่สองคนพี่นิลกับพี่รามถึงว่าเห็นเหมือนคุยอะไรกันอยู่ พี่รามยังโอเคดูดีแบบในปรกติที่เป็นแต่รายที่หนักสุดคงเป็นพี่นิล รายนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ๆกันอยู่ว่าสภาพเป็นแบบไหน

"พี่รามตื่นเช้าไม่นับว่าแปลกแต่พี่...นิล..."


"แปลกตรงไหน? คนหล่อก็แบบนี้แหละ"ผมต่อให้หวีใหม่ก็เอาไม่ลงแบบนี้เนี่ยนะ


"คิดถึงทำไมไม่ไปหา นอนอยู่แบบนี้คงช่วยได้หรอกนะทำตัวเป็นคนเหงาไปได้"สายตาแบบนี้มองแล้วน่าเบื่อหน่าย ก็รู้ว่ากลัวพี่กายจะเบื่อเอาแต่ทนเหงาเองเนี่ยนะ


"ไม่รู้เรื่องเงียบไปเลยปิ่น"


"รู้เรื่องมั้ยพี่ราม"


"คนห่างเมียก็แบบนี้แหละทำไงได้อยากไปหาก็กลัวเมียบ่น อยู่คนเดียวก็เหงาพูดแล้วก็ไปหาคุณน้ำหอมดีกว่านอนอยู่บนห้องคงตื่นแล้วมั้ง"


"มึงก็ลากเมียไว้กับตัวเองนั่นแหละราม ไม่ปล่อยให้ห่างตัวเลยมึงน่ะ"


"เรื่องของกู"

คำตอบกลับอาจจะไม่ได้รุนแรงเกินไปแต่คิ้วของคนที่ฟังกระตุกขึ้นแทบจะทันที สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดอย่างกับในหัวคิดอะไรวุ่นวายไปหมด


"จะไปไหน?"


"ไปหาเมีย"

สุดท้ายคนที่อยู่ข้างล่างตอนเช้าก็เป็นผมคนแรก ปรกติจะเป็นแม่แต่เอาเถอะวันนี้พ่อคงรังแกแม่อยู่แน่แม่เลยลงมาช้าแบบนี้ หวงกันทั้งบ้านจริงๆเลยเชื้อพ่อนี่แรงใช้ได้


"อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู"


"ตื่นเช้าเหมือนกันนิริชาร์ท"


"ผมต้องเตรียมความพร้อมไว้เสมอครับ คุณหนูจะตื่นเมื่อไหร่จะไปไหนผมต้องพร้อมออกไปตอนนั้นครับ"


"แล้วถ้าปวดท้องหนัก"ผมถามรอบที่ร้อยได้แล้วมั้งคำตอบก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม

'ผมต้องพร้อมครับ'

"เอาเถอะไม่ต้องตอบหรอก"


"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"


"ตามสบาย"


วันพักผ่อนก็ยังคงไม่เหมือนวันพักผ่อนสักเท่าไหร่ผมยังคงร่างแบบอยู่ในห้องคนหน้ามุ่ยตอนนี้คงจะเป็นพี่รามเพราะคุณน้ำหอมของที่อยากกอดนักหนามาขลุกอยู่กับผมแทน


"เบื่อมั้ยครับเวลาเห็นพี่น้องทะเลาะกัน"


"รามกับนิลน่ะเหรอ?"


"ครับ หวงเหมือนกัน อวดเหมือนกัน แล้วก็น่าจะกิน...เหมือนกัน"


"ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก สองคนก็ทะเลาะกันแค่บางเวลาเท่านั้น"


"เพราะแบบนี้ไงครับพี่รามอ้อนอะไรก็ได้หมด คุณพี่น้ำหอมของคุณราม..."น้ำหอมหน้าเหวอไปเรียบร้อยเพราะน้ำเสียงล้อๆ เสียงกระแอมไอดังขึ้นเมื่อพูดต่อไม่ถูกแล้ว

"หน้าแดงเชียวครับ แสดงว่าพี่ชายปิ่นอ้อนเก่ง"


"ไม่พูดต่อแล้ว พี่กลับห้องดีกว่า"น้ำหอมเก็บสมุดวาดรูปของตัวเองวางสีไม้ลงในกล่องคืนให้เขา


"อ้าว! ทิ้งผมเฉย"ยังไม่ทันที่จะรั้งไว้เสียงประตูก็ดังลั่นห้อง ตอนนี้คนที่ใจใช่ใครอื่น พี่รามไงยิ้มหน้าบานอยู่แน่

ผมยังคงวาดรูปเรื่อยๆอย่างเบื่อๆสักพักความคิดสร้างสรรค์เริ่มหมดลงปากกาทุกอย่างเริ่มจัดเก็บเข้ากล่องตามเคยกระดาษถูกเก็บเข้าชั้นของคอเล็กชันต่อไป


ตุ้บ!

เพดานห้องถูกจ้องมองนานนับชั่วโมงถ้าเป็นคนคงเปื่อยไปแล้ว เสียงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ควรทำอะไรต่อดี เพื่อนๆจะว่างกันหรือเปล่า

การติดต่อกันมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้คุยกันทุกวันเหมือนตอนอยู่มหาวิทยาลัยแต่ก็ไม่ได้ห่างหายขนาดนั้น แต่ก็ไม่กล้ารบกวนเวลาของเพื่อนเพื่อนที่คุยกันบ่อยสุดก็น่าจะกวางนั่นแหละ ก็อยู่บ้านเดียวกันไม่คุยกันสิแปลก


"ไปไหนดี"มือเลื่อนหน้าจอหาของอร่อยๆที่ยังไม่เคยลองทานแต่ก็ไม่มีอะไรที่อยากทานทำเอาคนที่ตั้งความหวังไว้สูงอารมณ์นอยๆไปตามๆกัน


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูทำให้เขาดึงศีระษะขึ้นมาจากเตียง ไม่มีการตอบไม่หือไม่อืออะไรสักอย่าง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกรอบจนเขานึกรำคาญยอมลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดประตู สีหน้าของสารถีเขายังคงเรียบเฉยไม่ได้ตกใจกับประตูที่ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว


"อยากไปไหนหรือเปล่าครับ?"คำถามทำให้คนที่ถูกถามเลิกคิ้วขึ้นแต่ก็ไม่ได้งงกับสถานะการณ์ที่เกิดขึ้น มันมักจะเป็นแบบนี้ประจำ


"อยาก แต่ไม่รู้ว่าที่ไหนดี"ริชาร์ทพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก็คำตอบเขามักเป็นแบบนี้บ่อยครั้งจนปัญญาหาที่สร้างแรงบันดาลใจจริงๆ


"แต่งตัวเถอะครับไม่รู้ว่าจะถูกใจมั้ยแต่ผมอยากแนะนำ"

แนะนำทีไรดีกว่าที่เขาหาทุกร้าน ใบหน้าพยักขึ้นลงอย่างจำยอม เสื้อยืดคอปกสีทอทิลล่าพอดีตัวกับกางเกงขาสามส่วนสีอัมเบอร์ถูกหยิบขึ้นมาใส่วันนี้ เส้นผมถูกแปรงอย่างช้าๆจนเรียบร้อยดีแล้วถึงมัดรวบให้อยู่ในตำแหน่งที่ตัวเองต้องการ

ถุงเท้าสีสีดาร์ถูกสวมใส่ตบท้ายเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ทั้งตัวอยู่ในโทนสีน้ำตาลไม่ได้มีอะไรพิเศษแค่อยากใส่

ร้านกาแฟสีสวยเน้นการตกแต่งสะอาดตา ของชิ้นนิดวางตรงนั้นทีตรงนี้ทีแยกมุมกันเป็นสัดส่วนทำให้ทุกอย่างกลับดูลงตัว


"เอาเวลาไหนไปหา"กล้องฟิมล์ถูกยกขึ้นมาถายสารถีที่กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ คนที่ถูกถ่ายมักจะทำตัวไม่ถูกเสมอ


"เวลาว่างครับ"


"ฉันว่ากว่านายฉันยังหาไม่ได้เลย"กล้องฟิมล์ถูแพลนไปต่ำแหน่งอื่น ทุกที่ในร้านถ้ายได้ทุกมุมจริงๆ


"คุณหนูครับ"


"แค่ไปขอถ่ายรูปพนักงานแค่นั้นเอง"ขาก้าวเดินไปหาพนักงานพร้อมรอยยิ้ม "ขอโทษนะครับผมขอถ่ายรูปได้มั้ย?"


"ถ่ายได้ค่ะ"


"ผมหมายถึงคุณครับ ผมขอถ่ายคุณได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไรนะครับผมอยากมาขออนุญาตก่อนเพราะไม่อยากกดถ่ายโดยที่เจ้าตัวไม่ยอม"


"เออ...ได้ค่ะ แล้วเอาท่าไหนดีคะ"


"สองนิ้วกับตามสบายเลยครับ"เธอยิ้มให้กล้องยกสองนิ้วขึ้นมา มือกดชัทเตอร์ได้แต่หนึ่งครั้งลูกค้าก็เดินเข้ามาเขาฉวยโอกาสกดชัทเตอร์อีกสองที

"ขอบคุณมากครับ"เธอยิ้มรับก่อนที่สองขาจะนำร่างกลับมานั่งที่เก่า สารถีทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อย

"อะไรริชาร์ท"


"ผมไม่เห็นขออนุญาต"


"ฉันต้องขอด้วยเหรอริชาร์ท"


"ไม่ต้องครับ"กาแฟค่อยๆหายไปทีละนิด ความหวานหอมของช็อกโกแล็ตทำให้เขายกขึ้นจิบเรื่อยๆ มอคค่าอาจจะไม่ใช่เครื่องดื่มที่เขาโปรดปรานที่สุดแต่เพราะความเคยชินละมั้งที่ทำให้เขาสั่งตลอดถ้ามีโอกาสได้มานั่งดื่มชิวๆแบบนี้


"ถูกใจ"มอคค่าแก้วนี้ถูกใจมาก

เพราะร้านสวย กาแฟก็อร่อยวันนี้เลยไม่เสียเปล่าเท่าไหร่ ออกมาคนเดียวแบบนี้ถ้าครบแก็งก็คงจะดี


"ข้าว?"


"ว่าอะไรนะริชาร์ท"


"ไม่ทานข้าวก่อนเหรอครับ"เขาส่ายหน้าตอบกลับไม่ใช่ว่าไม่หิวแต่ไม่อยากเจอรถติดต่างหาก เวลานี้รถบนถนนน่าจะน้อยสุดแล้วมั้ง

"อยากกลับบ้านเร็วๆไม่อยากเจอรถติด"


"ครับ"

สิ่งที่คาดการณ์ผิดพลาดไปเยอะ ฝนเทลงมาโดยไม่มีสาเหตุการจราจรติดขัดอย่างไม่ต้องสงสัย เสียงท้องร้องดังจนสารถีหันหลังกลับมามอง

"ให้ผมเข้าร้านสะดวกซื้อหรือหาร้านนั่งทานข้าวก่อนดีกว่ามั้ยครับ ช่วงนี้คุณหนูทานข้าวไม่ตรงเวลา..."


"ช่างเถอะ"เพราะดื่มด่ำกับกาแฟมากเกินไปอิ่มใจแต่ไม่อิ่มท้องผลที่ได้ก็แบบนี้


"คุณท่าน"ริชาร์ทรู้ดีว่าต้องพูดแบบไหนเขาถึงจะยอมทานข้าว


"ฝนตกริชาร์ทร้านหายาก เปียก"ปลายนิ้วลูบหน้าต่างรถรับรู้ได้ถึงความเย็นของเม็ดฝนที่เทลงมาจากภายนอก

แค่นี้ก็ไม่ขยับแล้ว หาร้านอาหารกับกลับบ้านก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก


"ผมเลี้ยวเข้าปั๊มข้างหน้านะครับ"ถึงยังไงริชาร์ทก็ต้องทำให้เขามีอะไรตกถึงท้องจนได้ ร่มที่ติดรถถูกกางออกมาคนลงรถมีแค่คนเดียวสักพักบุคคลที่เข้ามาใหม่กลับไม่ใช่สารถีเขาแต่ก็เรียกได้ว่าเป็นคนคุ้นเคย

แต่ไม่ใช่ในทางที่ดี


"ไม่กลัวเหรอครับ?"คงตามมานานแล้วสินะ มุมปากกระตุกร้าย


"พ่อเธอน่ะเหรอ?"


"ผมหมายถึงผม คุณไม่กลัวผมเหรอครับ"อีกฝ่ายหันมายิ้มคงคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก


"เธอน่ะเหรอ? อย่าพูดอะไรตลกหน่อยเลย"ผมยังคงทำตัวนิ่งเฉย


"มีอะไรครับ ธุระเรื่องพ่อ ธุระเรื่องปู่ ธุระเรื่องใคร"ขอเข้าธุระเลยแล้วกันนอกเรื่องมานานแล้ว


"ธุรกิจ"


"อ่า...พี่เปาสินะ เรื่องของเรื่องก็คือธุระของใครก็ธุระของมันคุณคิดเหรอว่าการเข้ามาขอให้ผมช่วยแบบนี้เกือบทุกครั้งมันจะประสบความสำเร็จ ที่ผ่านมามันน่าจะตอบคุณได้ดีอยู่แล้วนะคุณก็รู้ว่าธุรกิจของครอบครัวผมมันขาวมานานแล้วคุณอย่าเอาเรื่องดำๆเข้ามาอีกจะดีกว่า นี่คือการเตือนครั้งที่สองแล้วนะครับคุณคอส ครั้งที่สามเมื่อไหร่..."


แกร็ก


"ลงมาได้แล้วครับ"ริชาร์ทเข้ามาได้ถูกเวลาเสียจริง คอสจิ๊ปากเล็กน้อยก่อนจะยอมเดินลงจากรถของเวฟง่ายๆถูกยื่นมาให้พร้อมสีหน้ารู้สึกผิด

"ขอโทษครับ"


"ไม่เป็นไร เรื่องเดิมๆนั่นแหละถ้ามีครั้งหน้าอีกฉันจะไม่อยู่เฉยแบบนี้หรอก กลับกันเถอะ"


"ครับ"

ฝนเริ่มซาลงถนนเริ่มเคลื่อนตัวไปดีของที่ริชาร์ทซื้อมาให้เขาทานหมดแล้วเรียบร้อยอย่างน้อยท้องก็ไม่ร้องขึ้นมาอีกกลับถึงบ้านอาหารร้อนๆก็ขึ้นโต๊ะเรียบร้อย


"ริชาร์ทโทรบอกเหรอครับแม่"เขาเข้าไปกอดทำตัวอย่างกับตัวเองสี่ห้าขวบ แต่สำหรับแม่ผมก็คงยังเด็กอยู่นั่นแหละ

"หอม"


"แล้วทำไมมาหอมแก้มแม่ ทานข้าวกันดีกว่าหิ้วท้องมาตั้งนาน"


"รักแม่ที่สุด"


"ปากหวานจังเลยนะเดี๋ยวนี้"


"แน่นอนครับ"

ของโปรดสองสามอย่างถูกตักเข้าปากอย่างรวดเร็ว อาหารฝีมือแม่อร่อยเสมอ ปลายนิ้วขยับเข้ามาเช็ดมุมปากให้พร้อมรอยยิ้ม การได้ดูลูกๆเติบโตมันคงมีความสุขมากแน่ๆเลย


"เลอะอย่างกับปกป้อง ทำตัวเหมือนหลานเลยะเรา"


"เชื้อมันมีครับแม่"เสียงหัวเราะดังขึ้น อาหารบ่ายๆมื้อนี้เลยอร่อยขึ้นมากเป็นพิเศษเพราะไม่มีตัวป่วนอย่างสองพี่มีแค่แม่กับเขาแค่นี้ก็พิเศษมากแล้ว

"อิ่ม ขอบคุณครับแม่"


"เรานี่นะ"แรงโถมตัวเข้ามาทำคนที่นั่งโซฟาเอนไปด้านข้าง ถึงปากจะว่างั้นแต่ก็โอบลูกชายคนเล็กของบ้านเอาไว้


"นานๆทีได้กอดแม่ก็ดีขึ้นเยอะเลยครับ"


"อะไรดีขึ้น?"


"แม่รู้ใช่มั้ย"แม่ยังคงนิ่งเฉยทำเหมือนไม่รู้ว่าที่พูดออกมาเป็นเรื่องอะไร "คุณคอสเข้ามาหาปิ่นอีกแล้ว เขาคิดว่าปิ่นจะช่วยเรื่องเขาได้"


"คงเพราะปิ่นเป็นที่รักนั่นแหละทุกคนเลยเข้าหา"


"หวังทางอ้อมจริงนะครับ"


"เพราะถ้ามันได้ความสำเร็จที่มันจะได้รับเยอะกว่าไง"

.

.

"แม่ครับ"เสียงเรียกของเขาทำให้ผู้เป็นแม่ที่คุยโทรศัพท์ทางไกลหันมามองก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดริมฝีปากตัวเอง เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจตอนนี้คงทำได้แค่รอ

"คุณยายเหรอครับ"


"ใช่ ท่านไม่สบายน่ะแม่เลยกังวล"


"สีหน้าดูเครียดจังเลยครับ"


"คนของพ่อคงถึงจะอยู่กับยายนานแล้วแต่ก็..."


"แม่อยากกลับไทยเหรอครับ?"คำถามตอนนี้คงโดนใจแม่ที่สุดแล้ว ใบหน้าพยักขึ้นลงช้าๆ

"ติดที่พ่อสินะครับ"


"ใช่ ถ้าแม่ไปด้วยพ่อก็ต้องไปด้วย ธุระทางนี้ก็ยังมีอยู่"


"งั้นให้ผมไปเองมั้ยครับ?"ข้อเสนอที่ทำให้แม่ต้องเลิกคิ้วขึ้น ในหัวตอนนี้เขาแค่อยากหลุดออกจากที่นี่แค่สองสามอาทิตย์ก็ยังดี

"ผมจำไม่ได้แล้วว่าที่ไทยเป็นยังไง ถ้าต้องให้เลือกระหว่างผมกับแม่ผมได้ไปแทนแม่แน่นอนครับอีกอย่างคุณยายท่าจะคิดถึงผมแน่"

หาข้ออ้างทั้งนั้นแหละ


บทสรุปของเรื่องในครั้งนี้คือการที่ลูกชายต้องบินมายังประเทศบ้านเกิดของแม่เพื่อทำหน้าที่ดูแลบุพการีในยามป่วยไข้ เขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรอยู่แล้ว

แต่คนติดตามอีกสามคนจะทำให้อะไรง่ายขึ้นมั้ยนะ


"ทางการไทยจับตาดูเราอยู่ใช่มั้ย?"


"ครับ"


"อืม"

ก็แค่นั้นแหละการเดินทางยังคงไม่สิ้นสุดลงจากเครื่องได้ก็ต้องนั่งรถต่อ บทจะมาได้ง่ายก็มาได้ง่ายซะจริงเหมือนมีอะไรแปลกๆ


"ถึงแล้วครับ"บ้านอยู่นอกตัวเมืองเพราะอากาศที่ค่อนข้างจะดีหน่อยการจราจรอาจไม่ค่อยสะดวกนักแต่มันก็เป็นแบบนี้แหละ ดีอย่างเสียอย่าง


"ยาย?"


ไหนที่ว่าป่วย สีหน้าท่าทางของแม่ก็


"ถึงแล้วเหรอลูก"


"ยายไม่ได้ป่วยเหรอครับ?"


"นิดหน่อยเท่านั้นเอง แม่เราคงอยากให้เราออกมาพักผ่อนบ้างเลยกุเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ยายก็เห็นดีเห็นงามด้วยนะทุกคนที่นี่ก้เห็นดีเห็นงามด้วย"


"แต่อีกสามคนท่าจะไม่ครับ"สายตาหันกลับไปทางด้นหลัง


"ไข้ใจ คงทำให้สามคนนั่นไม่สงสัยได้นะ โตขึ้นมากเลยนะลูก"มือหญิงชราค่อยๆลูบศีรษะเขาเบาๆถึงแม้เขาจะต้องย่อตัวให้ก็เถอะ


"ลุกมาตอนเช้าแบบนี้ทุกวันเลยเหรอครับ"


"ก็มันไม่มีอะไรให้ทำนิลูก ได้เดินก็เหมือนได้ออกกำลังกายนั่นแหละ"


"ผมมาแล้วยายได้เหนื่อยแน่นอนครับ"


"ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ คราวนี้ยายได้ยึดหลานคืนจากพ่อบ้าง"


TBC.

ขอโทษนะคะที่มาช้าและมาต่อน้อยนิด ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ เจอกันตอนหน้านะคะ

ความคิดเห็น