เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

3 ข้ารู้หรอกว่าท่านพ่อเป็นคนพันธุ์เดียวกับข้า

ชื่อตอน : 3 ข้ารู้หรอกว่าท่านพ่อเป็นคนพันธุ์เดียวกับข้า

คำค้น : เจาหลิน,กลับมาเกิดใหม่,วาย,แร่ด,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2562 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 ข้ารู้หรอกว่าท่านพ่อเป็นคนพันธุ์เดียวกับข้า
แบบอักษร

2019/01/01

​หลันเซียนเดินทางโดยไม่รีบร้อน เขาพยายามเลาะเข้าเมืองที่จะได้หาแม่นมให้เจาหลิน หรืออย่างน้อยได้นมแพะก็ยังดี เขาแวะพักเมืองละสองถึงสามคืนเพราะเป็นห่วงสุขภาพของลูกน้อย จนบัดนี้เจาหลินอายุ4เดือนแล้วสองคนพ่อลูกยังยังเดินทางไม่พ้นแคว้นหานเสียที หลันเซียนขับรถม้าไปตามทางด่าน ตาคอยชำเลืองดูบุตรชายเป็นระยะ เจาหลินคว่ำเองได้แล้วตอนนี้เด็กน้อยสามารถคืบได้เองโดยใช้ขาหลังดันตัวไปข้างหน้า หลันเซียนจึงต้องคอยระวังมิให้บุตรชายพุ่งไปชนอะไรเข้า

"เจาหลินหิวหรือยัง ข้างหน้ามีน้ำตกเราแวะพักกันดีกว่า" หลันเซียนชักม้าเข้าใต้ร่มไม้ ปลดม้าเทียมรถทั้งคู่พาไปดื่มน้ำแล้วปล่อยมันเล็มหญ้าอยู่แถวนั้น จากนั้นเขานำผ้าผืนหนาใหญ่มาปูใต้ต้นไม้แล้วจึงอุ้มเจาหลินลงมา เด็กน้อยเห็นทิวทัศน์แปลกตาก็จ้องด้วยความสนใจ หลันเซียนเห็นท่าทางว่าเจาหลินพัฒนาได้เร็วดังนั้นก็ปลื้มใจนัก ชี้ชวนลูกรักชมธรรมชาติอย่างมีความสุข

แต่ทางหอนางโลมบ้านเกิดของเจาหลินนั้น มิได้มีช่วงเวลาที่สงบสุขอีกต่อไปเมื่อมีแขกกลุ่มหนึ่งมาเยือน ทุกคนล้วนปิดหน้าร่างกายกำยำแฝงกลิ่นอายอันตรายออกมา ทำให้ลูกค้าที่ขวัญอ่อนพากันหนีหน้าจนตอนนี้แทบจะไม่เหลือแขกอีกแล้วทำเอาแม่เล้ามีโทสะ แต่นางมีประสบการณ์ในการดูผู้คนย่อมทราบว่าคนกลุ่มนี้มิอาจแตะต้องได้จึงได้แต่กล้ำกลืนฉีกยิ้มการค้าเข้าไปต้อนรับ

"นายท่านต้องการห้องส่วนตัวและสตรี เจ้าจงไปนำมา หากนายท่านพอใจจะตบรางวัลเจ้าอย่างงาม" บุรุษคลุมหน้าผู้หนึ่งกล่าว เมื่อได้ยินเสียงแม่เล้าก็จำได้ว่าเป็นแขกที่เคยมาช่วงนี้ของปีก่อน นางสดชื่นขึ้นทันทีเพราะจำได้ว่าแขกกลุ่มนี้มือเติบอย่างยิ่ง แม่เล้ารีบออกไปต้อนเหล่าผีเสื้อน้อยของนางมาให้แขกดูตัว สายตาคมกวาดมองเพียงแวบเดียวแล้วนิ่ง

"อาจูไม่ว่างหรือ" เป็นบุรุษคนเดิมที่รู้ใจเจ้านายถามแม่เล้า

"ข้ามิกล้าปิดบังนายท่าน เรียนตามตรงอาจูได้ให้กำเนิดทารกผู้หนึ่ง หลังจากนั้นด้วยปัญหาบางอย่างข้าจึงให้นางไปรับแขกที่ชั้นใต้ดินเจ้าค่ะ" แม่เล้าตัวสั่นก่อนนางจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางเงยหน้ามองนายท่านตรงหน้าตาค้าง ปากอ้าๆหุบๆไม่กล้าออกเสียงสักคำหนึ่ง จนตาดุตวัดมองนางจึงรู้ตัวรีบก้มศีรษะต่ำ

"ทารกนั้นอายุเท่าไหร่แล้ว" เสียงทุ้มทรงอำนาจถามด้วยตัวเองยิ่งตอกย้ำความคิดของแม่เล้ามากขึ้นอีก

"ทารกนั้น ถ้าตอนนี้ยังอยู่ก็อายุได้สี่เดือนแล้วเจ้าค่ะ" แม่เล้าก้มหน้าตางชิดอก

"เจ้าพูดว่าถ้า แล้วทารกอยู่ที่ไหน" ประกายไฟคล้ายพวยพุ่งออกจากนัยน์ตา แม่เล้ารีบคายสิ่งที่นางทราบจนหมดเปลือก

"กลับ" คนลุกขึ้นโยนทองก้อนหนึ่งให้แม่เล้า นางเบิกตาโตไม่มีผู้ใดมือเติบเช่นนี้มาก่อน

"อย่าให้นางตาย จงให้นางอยู่ในซ่องชั้นต่ำให้นานที่สุด หากเจ้าทำดีข้าอาจจะมีรางวัลเพิ่ม" คนทิ้งท้ายก่อนทั้งขบวนจะหายวับไปจนแม่เล้าตกใจจนเป็นลมไป เดือดร้อนคนอื่นรีบหายาดมกันให้วุ่น

หลันเซียนนั้นไม่ได้รู้เรื่องใด เขาเพียงทราบว่ามารดาของเจาหลินเป็นนางคณิกาที่ไม่ต้องการทารกนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อตกลงใจรับเจาหลินมาเลี้ยงแล้วก็มิคิดสืบเสาะหาบิดาของเด็ก เจาหลินเป็นบุตรของเขาแล้ว หลังจากแวะพักที่ริมลำธารหลันเซียนก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านชาวป่า ที่นั่นน่าจะมีนมแพะให้เจาหลินรองท้องได้ เพราะนมที่มีอยู่ใกล้หมดเต็มที เด็กผู้นี้รับประทานจุเหลือเกิน 

"ข้าไม่ได้กินจุสักหน่อย เด็กกำลังโต ท่านพ่อ" เจาหลินเถียง หลันเซียนเพียงเห็นว่าทารกส่งเสียงอ้อแอ้พ่นน้ำลายฟู่ๆเท่านั้น คนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"น่ารักจริงๆเจาหลินลูกพ่อ" หลันเซียนเลี้ยงมาสี่เดือนตกหลุมรักเด็กน้อยนักหนา

"ท่านจะเป็นพ่อได้อย่างไร แม้ห่างร้อยลี้ยังทราบว่าท่านเป็นคนประเภทเดียวกับข้า ท่านเปลี่ยนเป็นมารดาจะดีกว่า" เจาหลินทำปากยื่น แต่เมื่อมีนมแพะมาหยอดให้ ปากเล็กก็ดูดกลืนอย่างรวดเร็ว นมแพะชามใหญ่พร่องลงเรื่อยๆจนหมด เจาหลินเมื่ออื่มก็ตาปรือยอมให้บิดาอุ้มพาดบ่าจนเรอออกมา

"สบายตัวแล้วก็นอนซะนะ พ่อจะไปอาบน้ำเสียหน่อย" หลันเซียนจอดเกวียนห่างจากหมู่บ้านชาวป่ามาเล็กน้อยไม่ไกลจากลำธาร เขาห่อลูกน้อยให้แน่นหนาแล้วเตรียมเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนจากนั้นอุ้มเจาหลินเดินมุ่งหน้าไปลำธาร ชายหนุ่มวางเด็กน้อยบนที่เหมาะที่เขาสามารถเห็นได้ หอมแก้มลูกอีกครั้งก่อนจะเปลื้องชุดยาวของตัวเองออกเดินเปลือยเปล่าลงน้ำไป ยามค่ำของฤดูร้อนน้ำเย็นสบาย หลันเซียนจึงว่ายน้ำเล่นอย่างสบายใจ ผิดกับคนที่ซุ่มมองอยู่

หลี่เฉิงปินสืบเรื่องของทารกได้อย่างง่ายดาย หลันเซียนมิได้สนใจปกปิดร่องรอยด้วยซ้ำ คนเดินทางช้าจนหลี่เฉิงปินตามทันได้ไม่ยาก เขามาทันหลันเซียนตั้งแต่ยามตะวันตรงศีรษะเมื่อสามวันก่อนแล้ว แต่ที่ไม่เข้ามาเพราะอยากจะดูสถานการณ์ให้แน่นอนก่อน

"ท่านประมุข ประมุขน้อยน่ารักเหลือเกินขอรับ" คนสนิทนามหวงโต้วมองเจาหลินตาเป็นประกาย เด็กน้อยทำปากมุบมิบทำให้คนมองใจละลาย

"เราต้องพิสูจน์สายเลือดก่อน เจ้าอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ" เสียงที่เคยเย็นชามีแววตื่นเต้นที่คนสนิทฟังออก พวกเขาซุ่มมองอยู่ห่างๆ เพราะคล้ายว่าหลันเซียนจะมีฝีมือพอตัว เมื่อเข้าใกล้หลันเซียนจะมองไปรอบๆอย่างระแวงทันทีทำให้พวกเขาต้องเว้นระยะห่าง หลี่เฉิงปิงตามดูจนหลันเซียนพาเจาหลินมาถึงริมลำธารแล้วเปลื้องผ้าลงน้ำ คนมองเกิดโทสะทันที

"หลับตาลง หากรู้ว่าผู้ใดแอบมองข้าจะควักตามัน" หลี่เฉิงเปิงส่งเสียงทางลมปราณบอกผู้ติดตามทั้ง6คน มิมีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งแม้แต่น้อย ปล่อยให้หลี่เฉิงปินมองหลันเซียนแต่ผู้เดียว คนมองร่างบางกว่าบุรุษทั่วไปหอมแก้มทารกแล้วยืดตัวขึ้น ในยามค่ำที่มีเพียงแสงจันทร์และคบไฟหนึ่งอันส่องให้เห็นเส้นสายบนร่างกายสลัวรางกลับสร้างความรุ่มร้อนให้กับคนที่เห็นชีวิตเป็นผักปลาเช่นเขาได้ จนหลันเซียนลงน้ำไปทั้งตัวหลี่เฉิงปินจึงค่อยได้ผ่อนลมหายใจ 

หลันเซียนแม้จะผ่อนคลายจากน้ำเย็นสดชื่นแต่มิยอมคลาดสายตาจากเจาหลิน คนคอยหันมองเป็นระยะ หลังจากว่ายน้ำเล่นจนพอใจแล้วหลันเซียนใช้ผงสมุนไพรขัดตัวและสระผม เมื่อเนื้อตัวสะอาดดีแล้วเขาก็เตรียมขึ้นจากน้ำ เมื่อหันมาอีกครั้งก็พบว่าเจาหลินอยู่ในอ้อมแขนของคนผู้หนึ่ง เงาจากคบไฟทำให้เขามิอาจเห็นหน้าได้ หลันเซียนทะยานขึ้นจากน้ำโดยไม่สนใจร่างเปลือยเปล่าของตนเอง เขาโจมตีอย่างเผ็ดร้อนใส่คนตรงหน้าแต่กลับถูกหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย แต่หลันเซียนยังโจมตีระลอกสองอย่างต่อเนื่องด้วยการตวัดขาเตะก้อนหินเข้าใส่ เมื่อหลี่เฉิงปินหลบไปทางซ้ายหลันเซียนก็พุ่งเข้าใส่คว้าทารก หลี่เฉิงปินเลิกคิ้วเล็กน้อยแปลกใจในความเร็วของหลันเซียน เมื่อเห็นมือขาวยื่นมาเขาไม่ต้องการให้ทารกเจ็บตัวจึงยอมปล่อยให้แต่โดยดี

"เราค่อยๆคุยกันดีหรือไม่" หลี่เฉิงปินร้องแต่หลันเซียนพุ่งไปไกลแล้ว หลี่เฉิงปิงแม้ไม่ต้องการคุกคามคนแต่เขาไม่ต้องการให้หลันเซียนอวดเรือนร่างให้ผู้ใดเห็นจึงคว้าชุดของหลันเซียนแล้วเร่งใช้วิชาตัวเบาติดตามไป

เจาหลินลืมตาตื่นขึ้นมาแต่แรกเห็นหลี่เฉิงปินหน้าตาหล่อเหลาคมคายจึงยอมอยู่นิ่งๆในอกแข็งแน่นนั้นโดยไม่ร้องไห้ เด็กน้อยยิ้มตาหยีอย่างถูกใจ

"อ่าห์..นี่สิคุณค่าที่ข้าคู่ควร" เจาหลินเคลิ้มกับอกแน่นๆไปชั่วครู่จนถูกหลันเซียนอุ้มหนีซิกแพค เด็กน้อยมองบิดาแล้วอ้าปากค้าง ท่านจะใช้วิชาตัวเบาทั้งที่ยังโทงเทงอยู่แบบนี้ไม่ได้

คนหนึ่งหนีคนหนึ่งไล่ตาม หลันเซียนทิ้งห่างไปเรื่อยแต่จนใจที่ร่างกายเปลือยเปล่ายามนี้จึงรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมา จะหยิบฉวยเสื้อผ้าจากผู้ใดก็ไม่ได้เพราะอยู่ในป่า หลันเซียนขยี้เท้าด้วยความขัดใจ มองไปข้างหลังโจรป่าก็ใกล้เข้ามาทุกที หลันเซียนกัดฟันกระชับอ้อมแขนไม่ให้เจาหลินถูกลมแล้วทะยานขึ้นยอดไม้อีกครั้ง แต่กลับเจองูจงอางตัวใหญ่ยักษ์นอนขดอยู่ทำให้หลันเซียนเสียหลัก ร่างตกลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่จะถึงพื้นนั้นกลับถูกอ้อมกอดของคนผู้หนึ่งรวบไว้

หลี่เฉิงปินใจหายวูบเมื่อเห็นหลันเซียนร่วงลงมาจากต้นไม้ เขาสะกิดเท้าพุ่งเข้าไปรับตัวทั้งคู่ได้แต่ด้วยความกระชั้นชิดทำให้ไม่สามารถกลับตัวได้ทัน เพียงฟาดฝ่ามือใส่พื้นอาศัยแรงต้านไม่ให้เจ็บหนักเท่านั้น

หลันเซียนเห็นอีกฝ่ายยอมใช้ร่างกายตนเองรองรับร่างของเขากับบุตรก็ขมวดคิ้ว ยังไม่ทันจะได้ขยับกาย เสียงทะยานฝ่าอากาศก็ดังขึ้น

"ท่านประมุขบาดเจ็บหรือเปล่าขอรับ" หวงโต้วส่งเสียงถามแต่ยังมิกล้าเข้ามาใกล้ด้วยเขาฝ่าฝืนคำสั่งท่านประมุขที่ห้ามลืมตา

"เว้นระยะ20ก้าวหันหลังให้ข้า" หลี่เฉิงปินสั่ง แขนยังมิคลายจากสองบิดาและบุตร

"ท่านปล่อยข้าก่อน" หลันเซียนพูดเบาๆ การที่ต้องเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมแขนผู้อื่นทำให้เขารู้สึกแปลกๆ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาของลูกรักจ้องมองอย่างตื่นเต้น

"ท่านพ่อสุดยอด ไม่ต้องอ่อยก็ตกผู้ได้แล้ว" เจาหลินทำจมูกพะเยิบพะยาบอย่างถูกใจ อยากโตเร็วๆโว้ย เจาหลินอยากได้บ้าง ทารกกรีดร้องในใจ

"นี่ชุดของเจ้า ข้าหยิบมาให้รีบใส่เสียอย่าปล่อยให้ตัวเองป่วยไข้" หลี่เฉิงปินส่งเสื้อผ้าให้หลันเซียน หลักลงจากขยับตัวแยกกันโดยที่หลันเซียนยังคงนั่งอยู่อาศัยอุ้มลูกปิดบังร่างกายแต่ก็ได้เพียงบางส่วน 

"เอ่อ..ท่านช่วยอุ้มเจาหลินไว้สักครู่ได้ไหม หันหลังด้วย" หลันเซียนส่งทารกให้ สะบัดมือให้คนที่ยืนมองตาใสหันหลัง เขารีบสวมใส่เสื้อผ้าแม้จะรู้สึกไม่สบายตัวนัก ตาคอยมองหลี่เฉิงปินไว้ไม่คลาดเพราะกลัวเขาจะอุ้มทารกหนี แต่เจาหลินที่ติดใจกล้ามอกแน่นๆหัวเราะคิกคัก มือไม้ปัดป่ายอย่างถูกใจ เป็นเด็กก็ดีแบบนี้เอง เจาหลินยิ้มกว้าง

ความคิดเห็น